[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    80 เหยื่อล่อ

    “เป็นจริงอย่างที่คาดการณ์ไว้สินะ”


    แอชเชอร์เดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุล่าสุดที่หน่วยสำรวจหายตัวไป เขาก็เริ่มฉีกยิ้มดีใจเพราะหลักฐานที่หลงเหลืออยู่ ยืนยันได้ว่าสิ่งที่ลงมือจัดการทำให้หน่วยสำรวจหายไป ไม่ใช่พลังลึกลับแต่เป็นมอนสเตอร์ ด้วยการใช้หมอกบดบังร่างกายสูงใหญ่ของมันแล้วเดินเข้ามาลักพาตัวคนไปด้วยความรวดเร็ว จึงไม่มีใครรับรู้ถึงตัวของมัน


    แอชเชอร์ที่เดินทางมาถึงพื้นที่คนหายเขาจึงรีบให้ระบบตรวจสอบรอยแทงบนพื้นที่มาจากขาอันแหลมคมของแมงมุม  การที่หน่วยสำรวจไม่เอะใจกับรอยเท้านี้ น่าจะเป็นเพราะว่ามันอยู่ห่างกันมาก จนไม่คิดว่าเป็นรอยเท้าของมอนสเตอร์ 


    [แจ้งเตือน รอยเท้าหายไปแล้ว]


    แอชเชอร์ย่นคิ้วมองไปยังตำแหน่งล่าสุดที่แมงมุมเดินทางมาถึง รอบตัวของเขามีรอยแทงพื้นดินลึกต่างจากตำแหน่งอื่นๆ ทำให้เขารู้ว่ามันน่าจะกระโดดออกไปจากตำแหน่งนี้ แต่มันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่แมงมุมจะกระโดดไกลกว่า 100 เมตร แอชเชอร์จึงมองขึ้นไปด้านบนเพดานเพื่อดูว่ามันใช้ใยโหนตัวไปหรือไม่


    “หรือว่ามันจะกระโดดจริงๆ แล้วมันจะกระโดดไปไหนล่ะ”


    จากรอยเท้าที่แอชเชอร์เดินตามแมงมุมไป เขารู้ว่ามันมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก เขาจึงพุ่งไปหวังให้ระบบตรวจพบรอยเท้าของมัน แต่แล้วเขากลับงุนงงเพราะการวิ่งของเขามาถึงผนังทิศตะวันตกเขต F47 แล้ว ระบบกลับไม่สามารถตรวจสอบหารอยเท้าแมงมุมได้ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังไม่พบถ้ำ หรือรูที่จะนำลงสู่ใต้ดิน สร้างความสงสัยให้แอชเชอร์จนต้องวิ่งกลับไปยังจุดเดิมที่มีรอยเท้าแมงมุมทิ้งเอาไว้ จากนั้นก็วิ่งไปยังทิศอื่นๆเผื่อแมงมุมมันจะกระโดดไปด้านข้าง 


    อย่างไรก็ตาม 5 ชั่วโมงที่แอชเชอร์วิ่งไปยังทิศต่างๆ เขาไม่เจอเบาะแสใดๆเลย เหมือนกับว่าแมงมุมมันกระโดดขึ้นไปบนฟ้าแล้วหายไป  หากจะโหนใยก็เป็นไปไม่ได้เพราะบนเพดานไม่มีร่องรอยใยของมันเลยสักนิดเดียว เขาจึงตัดสินใจเลิกตามหารอยเท้า พลางกลับไปใช้วิธีเดิมในการจับตัวแมงมุม นั่นคือการใช้เหยื่อล่อ แอชเชอร์จึงกลับไปยังจุดที่เขามัดมอนสเตอร์เอาไว้ 2 ตัว ก่อนจะพบว่าพวกมันหายไป


    “ ระบบ กล้องทั้ง 5 ตัวยังอยู่หรือเปล่า ”


    [ ตำแหน่งกล้องทั้ง 5 ตัวยังอยู่ที่เดิม]


    แอชเชอร์รีบไปเก็บกล้องทั้ง 5 ตัวที่หันมุมถ่ายไปยังจุดที่ผูกมอนสเตอร์เอาไว้ จากนั้นเขาก็เปิดดูกล้องทั้ง 5 พร้อมๆกันเพื่อหาช่วงเวลาที่มอนสเตอร์หายไป ปรากฎว่าหลังจากที่เขากลับไปนอน ในช่วงราวๆ 09.30 น มอนสเตอร์ทั้ง 3 ตัวได้หายตัวไป 


    แต่ช่วงที่มันหายกลับเป็นช่วงที่มีหมอกปรากฎขึ้นเหมือนกับตอนที่หน่วยสำรวจหายตัว แอชเชอร์จึงพยายามมองหาสิ่งที่อยู่ในกล้องก่อนจะพบว่ามีขาแมงมุมโผล่ออกมาอย่างชัดเจนหลายมุม ในจังหวะที่ขาแมงมุมปรากฎออกมา มันได้ใช้เท้าสองข้างจับไปยังเหยื่อล่อของเขาจนร่างลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วใช้ขาอีก 1 ข้างตัดไปยังลวดสลิงมัดเหยื่อ ปิดท้ายด้วยการเดินทางจากไปด้วยการสลายหมอก 


    “เยี่ยม แบบนี้แหละดี”


    แอชเชอร์ฉีกยิ้มกว้า เขาได้หลักฐานอีกชิ้นที่สามารถอธิบายการหายไปของหน่วยสำรวจได้แล้ว ตอนนี้มีถึง 2 วิธี หนึ่งคือมีแมงมุมมุดดิน สองมีแมงมุมปล่อยหมอก แต่เขาก็ไม่สามารถตามรอยเท้าของแมงมุมได้เช่นเดิม หลังจากที่มันเดินออกมาจากจุดที่เขามัดเหยื่อล่อทั้ง 2 ตัวเอาไว้ แมงมุมก็ได้กระโดดหายไปในอากาศ ไม่สามารถตามรอยได้


    พรึ่บ~!


    สองเท้าก้าววิ่งกลับไปยังค่าย แอชเชอร์ต้องการรายงานสิ่งที่เขาจะทำต่อจากนี้ ซึ่งเขายังจะไม่ให้ข้อมูลใหม่ใดๆ แต่ที่เขาจะมอบให้ทางค่ายทหารคือเวลาการทำภารกิจของเขาที่จะเพิ่มขึ้นจากเดิม


    “ร้อยตรี ทำไมถึงกลับมาเร็วจังครับ มีปัญหากับชุดเกราะหรือเปล่า”


    “คุณน็อต ผมมีบางอย่างอยากจะบอกให้ทราบ”


    “อะไรอย่างนั้นเหรอครับ”


    “ผมเจอเบาะแสการลงมือของมอนสเตอร์ เพียงแต่ว่าผมอยากจะทำบางอย่างให้แน่ใจก่อน ดังนั้นช่วง 1 - 2 วันต่อจากนี้ผมจะไม่ได้กลับมาที่ค่ายนะครับเพราะจะจับตามองในเขต F47 ”


    “ให้ผมช่วยอะไรไหม”


    “ผมขอแกนมานาสำรองเพิ่ม 2 ลูก”


    “ถ้าอย่างนั้นผมจะจัดเตรียมให้ครับ รอสักครูนะครับ”


    แอชเชอร์วางขวานจากนั้นก็ชาร์จมานาที่สูญเสียไปให้กลับมาเต็มอีกครั้งหนึ่ง กระทั่งน็อตนำแกนมานาสำรองมาให้ เขาก็สะพายมันขึ้นหลังพุ่งตัวออกไปจากค่ายทหารอีกครั้ง


    “เก็บ~!”


    แกนมานาสำรองทั้ง 2 ก้อนถูกเก็บเอาไว้ในช่องเก็บของ แอชเชอร์ต้องขอมันมาด้วยก็เพราะว่าเขาไม่อยากให้การทำงานของตัวเองแปลกเกินไป ที่สามารถใช้งานมานาในชุดเกราะได้เกิน 1 วัน  การออกมานอกค่ายครั้งนี้ของเขานั้นแอชเชอร์ได้วางแผนเอาไว้ว่าเขาจะจับมอนสเตอร์มา 100 ตัว เพื่อวางมันเอาไว้เป็นจุดๆ ครั้งนี้เขาจะดักรอแมงมุมจะได้ตามไปยังเส้นทางที่มันใช้เข้าไปในรัง  จากการคาดการณ์ของเขานั้น มันคงไม่ได้ลงมือเพียงแค่ตัวเดียวแน่นอน จะต้องมีตัวที่ออกมาจับเหยื่อ มีตัวขุดรูลงไปในรัง และมีอีกหลายๆตัวที่มีความสามารถต่างกัน การที่ทหารไม่สามารถตรวจสอบพวกมันได้นั้น พวกมันคงไม่ได้มีแค่ 1 - 2 รูปแบบ


    ตุบ~!


    “ระบบ ตรวจสอบหาสิ่งมีชีวิตรอบๆ”


    [แจ้งเตือน ตรวจพบมอนสเตอร์ 12 จุด]


    จุดสีแดงบนอากาศชี้นำทางให้แอชเชอร์เดินตรงไป หลังจากเขากลับขึ้นมาบนพื้นดินอีกครั้งก็ได้รีบวิ่งตามหามอนสเตอร์ทันที เขาจำเป็นต้องจับพวกมันลงไปในเขต F47 เพื่อใช้เป็นเหยื่อล่อ


    เจี๊ยก~!


    เสียงร้องเล็กแหลมเสียดแทงแก้วหูดังออกมาจากฝูงลิงฝูงเดิมที่แอชเชอร์มาขโมยเพื่อนมันไป  ครั้งนี้กลับต่างกันเขาไม่ได้จะมาขโมยเพียง 1 หรือ 2 ตัว เขาต้องการมันทั้งฝูงแอชเชอร์จึงเปิดใช้สกิลปรมาจารย์หมัดต่อสู้กับพวกมัน การใช้ดาบและมีดอันตรายเกินไป เขาจึงจะใช้เพียงแค่หมัดทุบให้พวกมันสลบเพียงเท่านั้น


    ฮุฮุฮุ เจี๊ยก~!


    ฝูงลิงที่มีอยู่ 12 ตัววิ่งเข้ามาหาแอชเชอร์ ด้วยเสียงของมันทำให้ฝูงที่อยู่ใกล้ๆพุ่งตัวมาด้วยความรวดเร็ว ทันทีที่มอนสเตอร์ลิงปรากฎตัวแอชเชอร์ก็ได้เริ่มเคลื่อนไหวเข้าหาพวกมันที่มีเป็นร้อย บางตัวห้อยโหนกิ่งไม้และบางตัววิ่งบนพื้นดินมายังทิศทางที่เขายืน กลายเป็นคลื่นมอนสเตอร์บ้าคลั่งถาโถมเข้าใส่


    พริบตาที่มอนสเตอร์ตัวหน้าสุดเข้าใกล้แอชเชอร์ได้เอียงตัวหลบเล็กน้อยใช้สันมือสับไปยังท้ายทอยของมันที่กำลังพุ่งผ่าน แต่เมื่อสันมือของแอชเชอร์กระทบเข้ากับหลังคอของมัน เสียงกระดูกหักก็ได้ดังขึ้นบอกเขาให้รู้ว่าแรงเมื่อครู่ที่ส่งออกไปมันเยอะจนฆ่ามอนสเตอร์ลิงตัวนี้


    “งั้นก็ง่ายสิ”


    จากแรงที่ใช้ไปแอชเชอร์ยังใช้แรงไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ มอนสเตอร์รอบตัวที่ถาโถมเข้ามานั้นพวกมันต่างก็โยนสิ่งของพลางเข้ามาทุบตีเขาด้วยกำปั้นที่หุ้มเอาไว้ด้วยกระดูก กลับกลายเป็นว่าชุดเกราะมาร์คเอทที่สร้างจากชิ้นส่วนมอนสเตอร์ 7 ดาวไม่ได้รับความเสียหายเลยสักนิด แอชเชอร์จึงยื่นมือจับมอนสเตอร์ตัวหนึ่งแล้วทุบหลังคอมันจนสลบ  เมื่อรู้ว่าเขาจำเป็นต้องใช้แรงมากแค่ไหนเพื่อไม่ให้มันตาย แอชเชอร์ก็เริ่มคว้าจับไปยังลิงมากมายแล้วตบไปยังหลังคอของพวกมันจนรอบข้างของแอชเชอร์มีลิงมากมายนอนสลบเกลื่อน ต่อให้พวกมันจะโจมตีมามากมายเขากลับทำเหมือนกับว่ารอบข้างไม่มีการโจมตีใดๆเลย


    เจี๊ยก~!


    “จะร้องก็เชิญ ขอแค่อย่าเอามอนสเตอร์ 8 ดาวมาก็พอ”


    ลวดสลิงมัดไปยังคอของลิงจำนวน 20 ตัวจากนั้นแอชเชอร์ก็ลากจูงพวกมันไปยังรูที่เขาลอดผ่านแล้วพาพวกมันกลับลงไปด้านล่าง เหล่าลิงจำนวนมากที่วิ่งไล่แอชเชอร์เพื่อจะพาตัวเพื่อนของพวกมันคืนกลับไปเมื่อวิ่งมาถึงรูกลับทำเพียงแค่ร้องคำรามข่มขู่อยู่หน้ารูเท่านั้น ไม่กล้าที่จะตามลงมา แอชเชอร์ที่สังเกตได้ว่าพวกมันกลัวบางอย่างทำให้เขารู้ว่าสิ่งที่อยู่ใต้ดินเขต F47  คงจะน่ากลัวไม่น้อยจนทำให้มอนสเตอร์ด้านบนกลัวหัวหด


    “ตื่นๆ ตื่นๆ”



    แอชเชอร์ตบหน้าลิงทั้ง 20 ตัวที่นำมันไปวางกระจายกันรอบๆจุดที่ทีมสำรวจหายไป จากนั้นก็ตั้งกล้องถ่ายเอาไว้ เมื่อวางตำแหน่งเสร็จทุกๆอย่างแอชเชอร์ก็ขึ้นไปด้านบนจับมอนสเตอร์ระดับดาวต่างๆลงมามัดไว้บนพื้น เพื่อจะล่อให้แมงมุมออกมามากกว่า 1 ตัว นอกจากเขาจะพาลิงมาแล้ว แอชเชอร์ยังพามอนสเตอร์รูปร่างแปลกประหลาดมากมายมาผูกเอาไว้ มีตั้งแต่ 2 ดาว 3 ดาว ไปจนถึง 6 ดาว การที่เขานำพวกมันมาหลายดาวก็เพราะว่าอยากจะตรวจสอบแมงมุมด้วยว่า พวกมันมีตัวที่ตรวจจับพลังมอนสเตอร์เหล่านี้ที่เขาปล่อยเอาไว้ไหม 


    หากว่ามีแมงมุมที่สามารถตรวจสอบพลังได้ เขาก็คิดว่ามันคงไม่แปลกที่พวกมันจะไม่ออกมาจับตัวมอนสเตอร์ 2 ตัวก่อนหน้า เนื่องจากว่าพวกมันน่าจะตรวจจับตัวของเขาที่คิดว่าเป็นอันตรายต่อพวกมัน


    “เอาล่ะ น่าจะพอแล้ว”


    แอชเชอร์พุ่งตัวออกไปจากพื้นที่ที่เขาปลดปล่อยมอนสเตอร์เป็นเหยื่อล่อ เขาไม่ต้องการให้ตัวเองอยู่ใกล้เพราะอยากจะทดสอบเรื่องการตรวจจับของมอนสเตอร์ด้วยเช่นกัน หากพลังต่อสู้ของเขามีผลกับพวกมันอาจจะทำให้แมงมุมไม่โผล่ออกมา เขาจึงเลือกที่จะติดตั้งกล้องเอาไว้แทน จากนั้นก็ออกมาอยู่ระยะไกลแล้วใช้กล้องส่องพวกมันแทน ตอนนี้พระอาทิตย์ตกดินแล้ว แสงที่สาดส่องผ่านรูจึงไม่มีทำให้พื้นที่แห่งนี้มืดสนิท ต้องใช้แว่นตากลางคืนในการมอง


    “ระบบ ระยะนี้พอจะใช้วิธีอื่นในการตรวจจับได้ไหม”


    ตอนนี้แอชเชอร์อยู่ห่างจากมอนสเตอร์ที่ปล่อยเอาไว้ มันไกลเกินกว่าที่ขอบเขตระบบตรวจสอบ เขาจึงอยากรู้ว่าระบบจะมีวิธีอื่นในการตรวจสอบหรือไม่


    [ระบบไม่สามารถตรวจสอบสิ่งที่อยู่ไกลเกินกว่า 100 เมตรได้]


    “แล้วมีสกิลที่เหมาะสมกับสถานการณ์ตอนนี้ไหม ฉันต้องการมองเห็นในตอนกลางคืนได้ดีกว่านี้ และสามารถตอบสนองต่อการเคลื่อนที่ที่รวดเร็ว”


    [แจ้งเตือนระบบตรวจพบสกิล ไนท์วิชัน สามารถทำให้โฮสต์มองเห็นตอนกลางคืนได้ดี]


    “ซื้อเลย”


    [ทำการติดตั้งสกิลไนท์วิชันสำเร็จ]


    [แจ้งเตือน ระบบตรวจพบสกิลตาเหยี่ยว สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวจากระยะไกลได้ดี]


    “ซื้อ”


    แอชเชอร์ติดตั้งสกิลทั้ง  2 ลงไปบนร่างกาย ปรากฎว่าพวกมันเป็นสกิลระดับ Max ไม่สามารถเพิ่มความสามารถได้ด้วยการฝึกฝน เขาสามารถเพิ่มการทำงานด้วยการเผาผลาญพละกำลังหรือมานา ในขณะที่เขาติดตั้่งสกิลใหม่ทั้งสองเสร็จ แอชเชอร์เห็นหลายอย่างแปลกไปจากเดิม ตอนนี้ความมืดเหมือนจะไม่มีผลต่อตัวของเขาแล้ว ต่อให้จะมองไปตำแหน่งไหนล้วนแล้วถูกสกิลเปิดโปงจนมองเห็นได้ไม่ต่างจากตอนกลางวัน เพียงแค่ว่าการมองของเขานั้นไม่มีสีสัน


    ส่วนสกิลตาเหยี่ยวทำเอาเขาประหลาดใจมาก เพราะในมุมมองตรงหน้าที่เขากวาดตาไป ดูเหมือนว่าเขาจะตรวจจับทุกๆอย่างที่เคลื่อนไหวได้ทั้งหมด เดิมทีเขาจะต้องเพ่งไปยังบางจุดเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหว ตอนนี้เขากลับไม่ต้องทำแบบนั้น เพียงแค่หันมองไปด้านหน้า ทุกๆอย่างที่เคลื่อนไหวจะถูกสมองของเขาที่รับภาพจากตาสั่งการถึงสิ่งๆนั้น ว่ามีบางอย่างเคลื่อนไหว


    พรึ่บ!


    “เริ่มแล้ว”


    แอชเชอร์มองไปยังจุดๆหนึ่งที่มีการเคลื่อนไหวนอกเหนือจากเหยื่อล่อที่เขาจับ จู่ๆก็มีมอนสเตอร์โผล่ออกมาด้วยความรวดเร็วพร้อมกับปลดปล่อยหมอกแล้วมันก็จับเหยื่อล่อของเขาไป 






     

    คล้ายกับเรื่อง[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว ที่คุณอ่าน