“ คุณหนูเราไปกันเถอะ ! ’’ฉับพลันข้างๆเด็กสาวลึกลับปรากฏชายวัยกลางคนที่ดูธรรมดาแต่แผร่ความรู้สึกอันตรายออกมาจางๆ“ เข้าใจแล้ว ’’ เด็กสาวลึกลับพยักหน้าก่อนเหลือบมองเฟิงฉือจินเป็ครั้งสุดท้ายหลังจากนั้นทั้งสองคนก็ได้หายไปราวกับภูติผี
“ อะไรกัน ? ’’ ลั่วเชิงหลุยขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัย“ หรือว่าเด็กสาวคนนั้นกับชายผู้นั้นจะไม่ใช่คนของอาณาจักรนี้ ? ’’ มันไม่เข้าใจเลยว่าทําไมมันถึงไม่สามารถรู้ตัวได้ถึงการคงอยู่ของชายลึกลับที่ปรากฏตัวออกมาเมื่อครู่ทั้งนี้มันยังไม่ทราบวิธีการที่ทั้งสองได้ใช้ในการจากไปอีกด้วยไม่นานมันก็เลิกคิดและหันไปมองเฟิงฉือจินที่อยู่ในสนามประลองด้วยแววตาซับซ้อนที่สงสัย
เฟิงฉือจินเมื่อเห็นว่าเด็กสาวลึกลับจากไปโดยที่ไม่บอกนามของนางเขาจึงทําได้เพียงแค่ส่ายหน้าก่อนจะกล่าวถามกับฮ่าวเหรินในแหวนผนึกมารด้วยความอยากรู้ว่า“ ท่านอาจารย์ชายผู้นั้นอยู่ในชั้นระดับพลังใด ? ’’ เขาไม่สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวที่ทั้งสองใช้ในการจากไปได้ทันบางทีชายลึกลับอาจจะมีระดับพลังที่สูงเอามากๆจนถึงขนาดที่สามารถเคลื่อนไหวโดยที่เขาไม่สามารถมองตามได้ทัน
ฮ่าวเหรินที่อยู่ในแหวนผนึกมารก็ได้เผยใบหน้าประหลาดใจออกมาเล็กน้อยก่อนกล่าวตอบเฟิงฉือจินด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ มันผู้นั้นอยู่ในระดับชั้นศักดิ์สิทธิ์ขั้นสอง ’’ “ ศักดิ์สิทธิ์ ? ’’ เฟิงฉือจินสงสัยเพราะเขาไม่รู้ว่าระดับศักดิ์สิทธิ์มันอยู่ถัดจากชั้นิญญากี่ชั้น
ฮ่าวเหรินเหมือนกับรู้ความคิดของเฟิงฉือจินจึงได้กล่าว “ต่อจากชั้นิญญาจะมีถึงสามชั้นก่อนที่จะถึงชั้นศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีทั้งหมดสามชั้นดังนี้ อวตาร ลึกลํ้า บรรลุ และก็มาถึงชั้นศักดิ์สิทธิ์ศิษย์เอ๋ยหนทางยังอีกยาวไกลนัก แต่ว่าเ้าไม่ต้องหวั่นเกรงระดับพลังพวกนี้ไปหรอกเนื่องจากข้าเคยพูดไปแล้วว่าถ้าหากเ้ามีทรัพกรบ่มเพาะพลังงานธาตุแสงเพียงพอเ้าก็จะสามารถเลื่อนระดับไปถึงระดับเ่าั้ได้อย่างง่ายดาย ! ’’
“ เข้าใจแล้วท่านอาจารย์ ’’เฟิงฉือจินกล่าวตอบด้วยความเข้าใจเนื่องจากเขารู้ดีว่าถ้าหากเขามีทรัพยากรบ่มเพาะพลังงานธาตุแสงมากพอเขาก็จะสามารถเลื่อนระดับพลังของตัวเองขึ้นตามชายลึกลับทันได้ดังนั้นตอนนี้ที่เขาต้องทํามีเพียงแค่การเข้าเป็ศิษย์สายในเท่านั้น !
“ ผู้าุโก็อย่างที่ท่านเห็น ข้าเป็ผู้ชนะแล้วตอนนี้ข้าได้เป็ศิษย์สายในหรือยัง ? ’’ เฟิงฉือจินมองไปยังลั่วเชิงหลุยที่กําลังทะยานเข้ามาภายในเวลานี้เองเหล่าศิษย์สายนอกมากมายที่ถูกทําให้ออกนอกสนามไปก็ได้มองดูเฟิงฉือจินด้วยใบหน้าประลาดใจพวกมันไม่เข้าใจเลยว่าทําไมชั้นจุติขั้นสิบอย่างเฟิงฉือจินถึงสามารถเอาชนะเด็กสาวลึกลับผู้ที่อยู่ในชั้นิญญาได้อย่างง่ายดายแต่สิ่งที่พวกมันเข้าใจในตอนนี้ก็คือเฟิงฉือจินแข็งแกร่งกว่าพวกมันเป็อย่างมาก
ลั่วเชิงหลุยหลังจากที่ทะยานเข้ามาถึงตัวเฟิงฉือจินแล้วมันก็กล่าวขึ้นด้วยนํ้าเสียงสงสัย“ ทําไมเ้าถึงสามารถเอาชนะเด็กสาวคนนั้นได้กัน ? ’’ “ เื่นี้มันเป็เพราะนางประมาทข้าเกินไปดังนั้นแล้วก็อย่างที่ท่านเห็นนั่นแหละ ’’เฟิงฉือจินกล่าวโกหกออกไปด้วยใบหน้านิ่งเฉยที่ราวกับพูดความจริงอยู่ไม่มีผิด
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็แบบนี้นี่เอง ข้าก็คิดอยู่แล้วเชียวว่ามันน่าเหลือเชื่อเกินไปที่เ้าเด็กนี่จะสามารถเอาชนะคนที่มีระดับพลังมากกว่าได้อย่างง่ายดายขนาดนี้’’ ลั่วเชิงหลุยหัวเราะในใจด้วยความเข้าใจก่อนที่จะพยักหน้าให้เฟิงฉือจิน “ตามข้ามา ข้าจะพาเ้าไปลงทะเบียนเป็ศิษย์สายใน ’’ “ เข้าใจแล้วขอรับ ’’เฟิงฉือจินพยักหน้าเข้าใจก่อนที่จะพุ่งทะยานตามลั่วเชิงหลุยไปอย่างรวดเร็ว
…
เขตศิษย์สายใน ย่านที่พักเหล่าศิษย์สายในภายในตําหนักเล็กๆหลังหนึ่งได้มีเด็กหนุ่มผู้หล่อเหลาสวมชุดสีขาวยาวปลิวพริ้วไหวดุจสายลมเขาผู้นี้คือ เฟิงฉือจิน !
เฟิงฉือจินหลังจากที่ได้ไปลงทะเบียนเป็ศิษย์สายในแล้วเขาก็ได้มายังที่พักของเขาที่ได้รับมาจากการเข้าเป็ศิษย์สายในทั้งนี้การที่เขาได้เข้าเป็ศิษย์สายในนอกจากจะได้รับที่พักแล้วเขายังได้รับหินลมปราณระดับตํ่าสิบก้อน
หินลมปราณจากความรู้ของเฟิงฉือจินคนก่อนคือสิ่งที่ใช้ในการฟื้นฟูลมปราณที่สูญเสียไปในระหว่างฝึกปรือทั้งนี้มันยังสามารถใช้เป็สิ่งแลกเปลี่ยนซื้อขายกับสิ่งของมีค่าต่างๆได้อีกด้วย
เฟิงฉือจินมองไปยังหินลมปราณระดับตํ่าที่วางอยู่บนถุงผ้าตรงหน้านับสิบก้อนก่อนที่จะกล่าวถามกับฮ่าวเหรินว่า“ ท่านอาจารย์หินลมปราณพวกนี้มีค่ามากมายหรือไม่ ? ’’ เขาคิดว่าบางทีฮ่าวเหรินอาจจะรู้ว่าพวกมันสามารถนําไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้
ฮ่าวเหรินตอบกลับว่า “ ไม่เลยพวกมันทั้งสิบก้อนเป็เพียงหินลมปราณระดับตํ่าดังนั้นแล้วมันจึงไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้มากนัก ’’ “แสดงว่าหากเป็ระดับที่เหนือกว่านั้นย่อมสามารถทําได้ ? ’’ เฟิงฉือจินกล่าวถามด้วยนํ้าเสียงสงสัย“ แน่นอนตามความรู้ของข้าจะต้องเป็ระดับิญญาขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ยกตัวอย่างเช่นถ้าหากเป็การสร้างข่ายอาคมที่แข็งแกร่งจําเป็ต้องใช้หินลมปราณระดับิญญาขึ้นไปเท่านั้นเพื่อคงประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งเอาไว้! ’’
“ ระดับิญญานี่ใช่ระดับที่สูงกว่าระดับสูงใช่ไหมท่านอาจารย์ ? ’’ เฟิงฉือจินรู้จักเพียงหินลมปราณระดับตํ่าถึงระดับสูงดังนั้นเขาจึงสงสัยว่าระดับิญญามันเป็ระดับที่เหนือกว่าระดับสูงฮ่าวเหรินพยักหน้า “ ถูกต้อง เอาล่ะตอนนี้ข้าว่าเ้าควรที่จะลองไปดูหอตําราของสํานักเทวาลัยนี้ดูบ้างบางทีมันอาจจะมีวิชาที่แข็งแกร่งถูกซ่อนอยู่เอาไว้ก็เป็ได้ ’’ “ ข้าเข้าใจแล้ว ’’เฟิงฉือจินพยักหน้าเห็นด้วยก่อนเก็บหินลมปราณระดับตํ่าสิบก้อนไว้ในถุงผ้าเหมือนเดิมและลุกขึ้นออกจากตําหนักไป
…
หอตําราสํานักเทวาลัยที่หน้าทางเข้าเต็มไปด้วยศิษย์ชายศิษย์หญิงมากมายพวกเขาทั้งหมดต่างเป็ศิษย์สายในและศิษย์สายนอกซะส่วนใหญ่ที่้ามาที่หอตําราเพื่อค้นหาวิชาและนํากลับไปฝึกปรือเฟิงฉือจินเองก็อยู่ในท่ามกลางของพวกเขา เฟิงฉือจินมองไปยังหอตําราที่สูงถึงห้าชั้นตรงหน้าก่อนที่จะเริ่มเดินเข้าไปยังข้างใน
เมื่อเข้ามาแล้วเขาก็ต้องพบกับผู้าุโคนหนึ่งที่ดูแลอยู่หน้าทางเข้าเขามองไปยังผู้าุโที่ดูแก่ชราตรงหน้าก่อนกล่าวถาม “ท่านผู้าุโข้าเพิ่งที่จะเข้ามาเป็ศิษย์ที่นี่ท่านพอมีวิชาที่จะแนะนําข้าบ้างไหม ? ’’ “ เ้าเป็ศิษย์สายในดังนั้นเ้าสามารถขึ้นไปเลือกวิชาที่ชั้นสองได้เลยและเ้าสามารถนํากลับไปฝึกฝนได้เพียงแค่หนึ่งวิชาเท่านั้น ’’ผู้าุโมองเฟิงฉือจินด้วยใบหน้าประหลาดใจเล็กน้อยเนื่องจากมันไม่เคยเห็นหน้าเฟิงฉือจินมาก่อน ดังนั้นมันจึงสงสัยว่าเฟิงฉือจินอาจจะเป็ศิษย์สายในที่เพิ่งถูกคัดเลือกมาวันนี้
เฟิงฉือจินประสานมือขอบคุณ “ ขอบคุณท่านผู้าุโว่าแต่ท่านมีนามว่าอะไร ภายภาคหน้าข้าจะได้เรียกท่านถูก ’’ “ ข้านามว่าจงหยวน ’’ผู้าุโที่ทําหน้าที่กล่าวแนะนําตัวอย่างสบายๆ “ เข้าใจแล้วขอรับงั้นข้าขอตัวก่อน ’’ เฟิงฉือจินกล่าวลาพร้อมกับเดินขึ้นไปยังชั้นสองโดยไม่สนใจสายตาของเหล่าศิษย์แม้แต่น้อย
เหล่าศิษย์มากมายต่างมองไปยังเฟิงฉือจินที่เดินขึ้นไปบนชั้นสองด้วยความสงสัยพวกมันไม่เคยเห็นเฟิงฉือจินมาก่อนดังนั้นแล้วพวกมันจึงสงสัยเช่นเดียวกันกับจงหยวนว่าเฟิงฉือจินอาจจะเป็ศิษย์สายในที่เพิ่งถูกคัดเลือกมาจากการประลองในวันนี้
“ หรือว่ามันจะเป็ศิษย์สายนอกที่เพิ่งจะผ่านการคัดเลือกมา ? ’’
“ อาจจะเป็เช่นนั้นข้าได้ยินมาว่าปีนี้การคัดเลือกศิษย์สายนอกเป็ศิษย์สายในมันใช้กฏการประลองแบบแบทเทิลรอยัลไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันที่สามารถเอาชนะศิษย์ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดได้จะแข็งแกร่งขนาดไหน’’
“ โอ้ ไม่น่าเชื่อว่ากฏของปีนี้จะโหดเช่นนี้เห็นทีเ้านั่นคงจะแข็งแกร่งกว่าศิษย์สายนอกด้วยกันเป็แน่ ! ’’
เหล่าศิษย์มากมายต่างพูดคุยเกี่ยวกับเื่ของเฟิงฉือจินด้วยความสนุกปากพวกมันทั้งหมดต่างรู้สึกชื่นชมที่เฟิงฉือจินสามารถเอาชนะศิษย์ผู้เข้าแข่งขันมากมายมาได้แน่นอนว่าเฟิงฉือจินที่ขึ้นไปยังชั้นสองแล้วเขาไม่มีทางได้ยินเสียงการสนทนาของพวกมันเป็แน่
ชั้นสองหลังจากที่ขึ้นมาแล้วเฟิงฉือจินก็ได้เดินไปยังชั้นตําราต่างๆเพื่อดูรายชื่อวิชาและหยิบมาตรวจสอบว่ามีความสามารถอะไรบ้างอย่างไรก็ตามเขาพบว่าวิชาที่นี่ไม่ค่อยน่าสนใจนักเนื่องจากเขาที่ได้รับวิชาหลบหลีกแบบดิจิตอลจากฮ่าวเหรินมาสามารถรับรู้ได้เลยว่าความสามารถของวิชาที่นี่และวิชาของฮ่าวเหรินนั้นแตกต่างกันมากขนาดไหนใช่แล้วความสามารถของมันทั้งคู่แตกต่างราวกับปฐีและ์ !
ตลอดทางที่เฟิงฉือจินได้ตรวจดูวิชา ฮ่าวเหรินเองก็ได้ตรวจดูเช่นกัน “ศิษย์เอ๋ยวิชาของสํานักนี้ช่างน่าผิดหวังเสียจริงเ้าคงต้องเลื่อนระดับเป็ชั้นิญญาแล้วล่ะข้าถึงจะสามารถสอนวิชาดีๆให้กับเ้าได้’’ เขารู้สึกผิดหวังกับหอตําราของสําเทวาลัยเป็อย่างมาก มันไม่มีวิชาดีๆที่คู่ควรให้ศิษย์ของเขาได้ฝึกปรือแม้แต่น้อย“ เข้าใจแล้วท่านอาจารย์ดังนั้นตอนนี้ข้าควรมุ่งเป้าไปที่เื่การหาทรัพยากรพลังงานธาตุแสงมาบ่มเพาะสินะ ? ’’ เฟิงฉือจินพยักหน้าเข้าใจพร้อมกล่าวถาม
“ ถูกต้อง เ้าต้องหาทรัพยากรพลังงานธาตุแสงมาเพื่อบ่มเพาะโดยเร็วจากการคาดเดาของข้าที่สํานักนี้คงจะมีลานประลองจัดอันดับอยู่บางทีมันอาจจะมีรางวัลที่เป็ทรัพยากรพลังงานธาตุแสงอยู่ก็เป็ได้ดังนั้นเ้าจงไปหาลานประลองจัดอันดับและเข้าร่วมการประลองซะ ! ’’ฮ่าวเหรินพยักหน้าพร้อมกับคาดเดา
เฟิงฉือจินจึงพยักหน้าเข้าใจก่อนที่จะเดินลงจากชั้นสองและเตรียมที่จะออกจากหอตําราจงหยวนมองเฟิงฉือจินที่ไม่ได้นําตําราใดๆมาด้วยความสงสัย “ไม่มีวิชาใดที่ถูกใจเ้าเลยหรือ ? ’’ “ ใช่แล้วขอรับบางทีข้าคงจะไม่เหมาะกับวิชาของที่นี่ซักเท่าไหร่ ’’เฟิงฉือจินพยักหน้าก่อนกล่าวด้วยนํ้าเสียงสบายๆ จงหยวนจึงพยักหน้าเข้าใจจากนั้นเฟิงฉือจินก็ได้ออกจากหอตําราอย่างรวดเร็ว
โรงอาหารสํานักเทวาลัยเฟิงฉือจินได้มาที่นี่และเข้าไปนั่งยังโต๊ะๆหนึ่งที่ว่างอยู่เขาคิดว่าหากมาที่นี่บางทีอาจจะได้รับรู้ข่าวสารข้อมูลจากศิษย์คนอื่นๆที่มาทานอาหารก็เป็ได้ดังนั้นแล้วเขาจึงนั่งเฉยๆและมองไปยังพื้นโต๊ะสีขาวที่ว่างเปล่าไม่นานก็ได้มีเด็กหนุ่มที่หน้าตาธรรมดาและเป็ศิษย์สายในเดินถืออาหารเข้ามานั่งข้างๆเขา
เด็กหนุ่มวางอาหารลงบนโต๊ะและมองไปยังเฟิงฉือจินที่นั่งข้างๆที่มีใบหน้านิ่งเฉยก่อนกล่าวถามด้วยความสงสัย“ สหายเหตุใดเ้าถึงนั่งเฉยๆโดยที่ไม่นําอาหารมาทานล่ะ ? ’’ เฟิงฉือจินเงยหน้าและหันไปมองหน้าเด็กหนุ่ม“ ข้ายังไม่หิวน่ะ ’’จากนั้นเขาก็เหลือบมองไปยังศิษย์ชายนับสามคนกลุ่มหนึ่งที่ได้กําลังเดินเข้ามาทางโต๊ะของเขา
เด็กหนุ่มศิษย์สายในพยักหน้าเข้าใจพร้อมกับนั่งลง “ เข้าใจแล้วข้าเมิ่งปู๋ แล้วเ้าล่ะ ?’’ “ เฟิงฉือจิน ’’ เฟิงฉือจินแนะนําตัวกับเด็กหนุ่ม “เมิ่งปู๋เ้าพอรู้จักสถานที่ๆมีทรัพยากรบ่มเพาะพลังงานธาตุแสงหรือไม่ ? ’’ เมิ่งปู๋ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเนื่องจากมันไม่ทราบว่าทําไมเฟิงฉือจินถึงอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพกรพลังงานธาตุแสงแต่มันก็ไม่ได้ถามและกล่าวตอบออกมาแทน “ข้าไม่แน่ใจเหมือนกันแต่บางทีหอการค้าหยกเหล็กในเมืองเจียงหนานคงจะมีสิ่งของที่เ้ากําลังตามหาอยู่’’ “ หอการค้าหยกเหล็ก ? ’’ เฟิงฉือจินเผยแววตาสงสัยออกมาครู่หนึ่งเมิ่งปู๋สังเกตเห็นจึงกล่าว “ หอการค้าหยกเหล็กเป็สถานที่ๆรวมสิ่งของมากมายที่น่าสนใจเอาไว้ดังนั้นแล้วมันจึงน่าจะมีสิ่งที่เ้า้าแหละทั้งนี้ข้ายังได้ยินเกี่ยวกับหอการค้าหยกเหล็กว่ามันเป็หอการค้าที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักรชะตาฟ้านี้แน่นอนว่าถ้าหากเป็เช่นนั้นมันย่อมต้องมีสิ่งของมากมายไม่ว่าจะเป็สิ่งใดก็ตาม !’’ เฟิงฉือจินฟังอย่างสนอกสนใจก่อนกล่าว “ เข้าใจล่ะไว้ข้าจะลองไปที่นั่นดู ’’
“ เ้าขยะเดือนนี้เ้ายังไม่ได้มอบหินลมปราณให้กับพวกเราเลยนะ ! ’’ศิษย์สายในที่มีหน้าตาหยิ่งยโสเดินเข้ามาพร้อมกับสหายของมันอีกสองคนที่มีหน้าตาหยิ่งยโสเช่นกันเมิ่งปู๋ได้ยินเสียงของมันจึงตั่วสั่นไปครู่หนึ่งก่อนล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อและหยิบหินลมปราณระดับตํ่าออกมาสามอัน“ จั่วซ่งนี่คือส่วนของเดือนนี้ ’’มันยื่นให้กับศิษย์สายในที่เดินเข้ามาและกล่าวด้วยนํ้าเสียงสั่นๆที่หวาดกลัว
จั่วซ่งรับมาก่อนที่จะหันไปโยนให้กับสหายทั้งสองของมัน “ิตี๋เหรินนี่ของเ้า และนี่ก็ของเ้าเฉาลั่ว ’’สหายของมันทั้งสองคนรับกลับไปและเก็บเข้าไปในกระเป๋าอย่างรวดเร็วจั่วซ่งมันมองเมิ่งปู๋และพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ ดีมากง่ายๆแบบนี้สิ ’’จากนั้นมันก็เหลือบมองเห็นเฟิงฉือจินที่มีใบหน้านิ่งเฉยข้างๆ “ เฮ้ข้าได้ยินมาว่าปีนี้มีศิษย์สายนอกที่น่าสนใจเพิ่งจะเข้ามาเป็ศิษย์สายในเ้านั่นมันคงจะเป็เ้าใช่ไหม ? ’’
“ ใช่แล้ว ข้าเอง ’’ เฟิงฉือจินกล่าวตอบอย่างสบายๆด้วยใบหน้านิ่งเฉยเขาสังเกตเห็นว่าทั้งสามคนที่เดินเข้ามานี้ไม่ใช่คนดีแต่เป็คนชั่วช้าสามานย์ที่เขาเกลียดเป็อย่างมากซึ่งการที่พวกมันทั้งสามเรียกเก็บหินลมปราณระดับตํ่าจากเมิ่งปู๋คงจะเป็การบังคับอะไรซักอย่างเป็แน่เพราะเฟิงฉือจินคนก่อนเคยได้เห็นศิษย์มากมายข่มเหงและรีดไถสิ่งของจากศิษย์ที่อ่อนแอกว่าบ่อยนักดังนั้นเขาคนปัจจุบันย่อมสามารถคาดการได้ว่าคนทั้งสามนี้เป็พวกรีดไถเช่นกันแต่ว่าที่เขายังคงไม่ลงมือช่วยเหลือเมิ่งปู๋มันเป็เพราะว่าเขา้าที่จะรู้ว่าพวกมันทั้งสามจะเข้ามาหาเื่เขาหรือไม่“ โอ้ งั้นดีเลยเ้าเองก็คงจะได้รับหินลมปราณระดับตํ่าจากการเข้าเป็ศิษย์สายในมาสิบอันใช่ไหมส่งพวกมันออกมาสามอันให้กับพวกเราซะ ! ’’ เป็ไปดั่งที่เฟิงฉือจินคาดการเอาไว้จั่วซ่งได้รีดไถอย่างไม่มีความละอายทั้งยังไม่อธิบายเหตุผลที่เขาจะต้องส่งมอบมันให้กับมันอีกต่างหาก