บบที่ 2 บอกกล่าว
“อืมมม”ศศิธรขยับตัวตื่นขึ้นมาเพราะเสียงโทรศัพท์รบกวนในตอนเช้าเธอเห็นว่าเป็นเบอร์ของมารดาเธอนั่นเอง“สวัสดีค่ะแม่ มีอะไรโทรมาแต่เช้าเลย”“ไม่สบายเหรอลูก ที่นั่นเป็นยังไงทำไมเสียงหนูดูเพลียมากเลย”“ที่นี่หลับสบายดีค่ะแต่ช่วงใกล้จะเช้าไอรักฝันอะไรแปลกๆ”“ฝันอะไรหรอลูก เสียงดารารัตน์ถามผ่านมาทางโทรศัพท์“ฝันว่ามีคนมานั่งพูดในหัวไอรักซ้ำไปซ้ำมาว่า กูรอมึงมันนานในที่สุดกูก็ได้พบอะไรประมาณเนี้ยค่ะ”“ตายแล้ว เหมือนคำทำนายเลย หนูได้สวดมนต์ไหว้พระแล้วก็บอกเจ้าที่เจ้าทางเขาหรือยังลูกมีเรื่องหนักจะได้เป็นเบา”“ยังเลยค่ะพอดีไอรักเหนื่อยมากเลยเผลอหลับไป”“ถ้าอย่างนั้นหนูรีบไปทำนะบอกกล่าวเขาเอาไว้ก็ไม่ได้เสียหายอะไรลูก”“ค่ะ”จากนั้นทั้งสองฝ่ายพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบกันตามปกติเมื่อวางสาย ศศิธรจัดการไปอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน ศศิธรจัดการไปซื้อหาธูป และพวงมาลัยมาไหว้ศาลพระภูมิ ที่จริงเธอก็ไม่ได้อยากทำหรอกเพียงแต่ทำเพื่อให้ป้าสบายใจเท่านั้นเมื่อได้มาแล้วเธอจัดการนำมาไหว้ทันทีเธอจุดธูปทั้ง 9 ดอกและตรวจเช็คมันแล้วว่าทุกดอกจุดติดดีเรียบร้อยเธอจึงยกมือพนมบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง“ลูกชื่อศศิธรนะคะต้องมาทำงานที่นี่ช่วยเหลือผู้คนช่วยปกปักรักษาคุ้มครองลูกด้วย”พูดจบแล้วเธอก็จัดการปักธูปลงไปในกระถาง“อ้าว คุณหมอไอรักมาไหว้ศาลพระภูมิหรอคะ ดีแล้วค่ะเจ้าที่ที่นี่แรงมาก”ศศิธรไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงแค่ยิ้มให้ แล้วเดินเข้าตัวตึกแต่เพียงแค่เธอก้าวผ่านตังเมเพียงไม่กี่ก้าวเด็กสาวก็ลองทักขึ้น“คุณหมอขาธูปมันไม่ติดนะคะ”ศศิธรหันกลับไปดูแล้วก็เห็นธูปที่เธอปัดไปสักครู่มันมีเพียงแค่รอยไหม้ดำๆ ส่วนบนเท่านั้น มันจะเป็นไปได้ยังไงก็ก่อนเธอปักเธอตรวจสอบดีแล้วว่ามันติดดีทุกดอก“สงสัยลมมันพัดแรงมั้งก็เลยทำให้ธูปดับ พี่ไปทำงานก่อนนะ”ที่นี่เป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอเล็กๆ แต่ผู้ป่วยหนาแน่นมากจนหญิงสาวเริ่มจะเหนื่อย และแล้วเวลานั้นก็มาถึงเวลาที่เธอจะได้พักเสียทีเพียงแค่นาฬิกาเลขชี้ 12 ปุ๊บเสียงขอบประตูห้องตรวจเธอก็ดังปั๊บ“ยังมีอีกหลายหรอ”“เชิญค่ะ”ประตูเปิดออกพร้อมกับร่างคุณหมอเวทิศยืนยิ้มแป้น“อะไรคะ”“ที่รักไปกินข้าวกัน”“กรุณาเรียกฉันว่าคุณหมอศศิธรนะคะ และต้องขอโทษด้วยที่ต้องปฏิเสธเพราะฉันไม่อยากกินข้าวกับคนแบบคุณ”ว่าจบแล้วเธอคว้ากระเป๋าสะพาย เดินกระแทกชายหนุ่มออกไป“คุณที่นี่หาข้าวกินยากนะผมรู้จักร้านอร่อยด้วย” เวทิศวิ่งมาคว้าข้อมือศศิธรเอาไว้“ฉันมีปัญญาหากินเองคุณไม่ต้องมายุ่ง” เธอสะบัดข้อมือออก“คุณที่นี่หาข้าวกินยากนะผมรู้จักร้านอร่อยด้วย” เวทิศวิ่งมาคว้าข้อมือศศิธรเอาไว้“แต่ฉันไม่ชอบคุณออกไปทางเกลียดด้วยซ้ำ ไม่รู้ทำไม ฉันรู้สึกเหมือนคนทำเรื่องเลวร้ายอะไรกับฉันเอาไว้หนักหนา ฉันไปล่ะเห็นขี้หน้า”“นี่ผมจะอกหักจริงๆ หรอเนี่ย รูปหล่อพ่อรวยแบบผมเนี่ย ไปกินข้าวกับผมนะถือซะว่านั่งรถหรูๆ แอร์เย็นๆ” เขาสบสายตาออดอ้อน“นี่คุณกำลังเอาเงินฟาดหัวฉันหรอคิดว่าฉันเป็นใครเอาเศษเงินคุณเก็บไปเถอะ”เธอเดินกระทืบเท้าไปที่รถเพื่อไปหาอะไรทาน คนอะไรก็ไม่รู้เจ้าชู้นิสัยไม่ดีชอบเอาเงินฟาดหัวคนอื่นคิดว่าตัวเองเป็นใครนิสัยแย่ที่สุด เธอไม่ชอบผู้ชายคนนี้เอาซะเลยหลังจากการทำงานวันแรกผ่านพ้นไปเธอกลับเข้ามาที่บ้านพัก เมื่อมาถึงเธอเข้าไปทำความสะอาดห้องพระเปลี่ยนดอกไม้แล้วนั่งสวดมนต์ เธอสวดมนต์ไปมองธูปและเทียนค่อยๆ ลดลง เมื่อสวดมนต์เธอก็ขอพรให้พระคุ้มครองเธอ“คุณพระคุณเจ้าช่วยคุ้มครองลูกด้วยนะคะลูกมาทำประโยชน์ให้กับสังคมไม่ได้มาคิดร้าย”ปัง!!!อยู่ๆ หน้าต่างที่ปิดอยู่ข้างหิ้วพระก็เปิดออกอย่างแรง แรงจนทำให้พระที่ตั้งอยู่บนหิ้งพระตกลงกระจัดกระจายศศิธรเริ่มใจเสียเมื่อเช้าก็ธูปไม่ติดครั้งนี้ก็มีหน้าต่างเปิดแรงจนพระร่วงขนาดนี้หรือคำทำนายนั่นจะเป็นความจริง เป็นไปไม่ได้หรอกสมัยนี้แล้วต้องเชื่อวิทยาศาสตร์สิ เธอเดินไปเก็บหิ้งพระให้เข้าที่ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไรประตูห้องพักเปิดออกพร้อมกับหน้าตาตื่นของคนบางคน“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าผมได้ยินเสียงดัง”“เปล่าพอดีลมพัดแรงหน้าต่างเลยเปิดกระแทกหิ้งพระตกหมด”“ถ้างั้นผมช่วยเก็บ ได้ยินเสียงดังผมก็นึกว่าคุณจะพังบ้านซะอีก” เขาพูดติดตลกแล้วมาช่วยเธอเก็บหิ้งพระให้เข้าที่ไปด้วย“ผมซื้อกับข้าวมาเยอะเลยคุณกินด้วยกันนะห้ามปฏิเสธผมเสียดาย ผมอุตส่าห์ช่วยคุณเก็บหิ้งพระคุณต้องกินข้าวกับผมเป็นการตอบแทนตกลงไหมครับ”“ก็ได้” ศศิธรจำใจต้องรับทำหลังเก็บของเข้าที่ศศิธรเป็นคนจัดเตรียมการอาหารทั้งหมดลงบนโต๊ะ โดยมีเวทิศจับจ้องเธออยู่ตลอดเวลา หลังจากเสร็จแล้วทั้งสองคนลงมือทานอาหารโดยมีเวทิศเป็นคนชวนคุยศศิธรก็ตอบบ้างด่าบ้างช่วยให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารไม่ได้อึดอัด แต่บรรยากาศก็ต้องสะดุดลง เมื่อศศิธรรู้สึกเหมือนเคี้ยวอะไรแปลกๆ ในปากเธอหยิบทิชชูมาคลายมันออกมาเธอก็เห็นอาหารที่เธอกินเป็นหนอนแมลงวันตัวเล็กๆ เมื่อเธอมองไปบนโต๊ะอาหารเธอก็เห็นอาหารทั้งหมดนั้นมีแต่หนอน“กรี๊ดดด”“ไอรักคุณเป็นอะไร” เวทิศถามหน้าตาตื่นเมื่อเวทิศทักเธอก็เห็นอาหารกลับเป็นปกติเหมือนเดิม“ฉันตาฝาดนะขอโทษด้วย”“สงสัยคุณคงจะเครียดไปพักผ่อนนะครับ”“อืม”