You Are My Light 17
“ก็จะเป็แฟน ไม่ได้อยากเป็บอส”
ประโยคนั้นของบอสยังลอยวนไปมาในความคิดฉันไม่หยุด ส่วนคนที่ทำให้ฉันเอาแต่คิดตามกลับมีสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขเสียอย่างนั้น เขายังยิ้มกรุ้มกริ่มตรงมุมปากไม่หยุด ไหนจะพรำเพลงในคออย่างอารมณ์ดี
“ตะวัน”
“คะ?” ฉันหันกลับไปมองคนที่กำลังทำหน้าที่ขับรถอยู่เมื่อเขาเอ่ยเรียกเสียงนุ่ม
“พี่ขอขึ้นไปบนห้องได้ไหมครับ”
“เอ่อ คงไม่ดีมั้งคะ คือ...” ฉันเป็ผู้หญิงนะเผื่อลืม แล้วจู่ๆ จะให้ผู้ชายขึ้นห้องง่ายๆ แบบนั้นได้ยังไงกัน ถึงแม้เขาจะเคยเข้าไปหาถึงหนึ่งครั้งถ้วนก็ตาม่ที่เข้าใจผิดกันนั่นแหละที่เขาเข้าไป แต่ไม่รู้ว่าเขารู้จักห้องฉันได้ยังไงเหมือนกัน จู่ๆ วันที่เ้าเอยกับเดย์มาเล่นกับไชน์และกำลังจะกลับห้องก็เจอกับเขาอยู่หน้าห้องแล้วขอคุยด้วย ซึ่งวันต่างจากวันนี้ เพาะวันนี้เราไม่ได้ทะเลาะหรือมีเื่ต้องคุยกัน ฉันกลัวเขาจะถูกนินทาไปด้วย
“ขอขึ้นไปส่งก็ได้”
“ก็ได้ค่ะ แค่ส่งนะคะไม่ให้ค้าง”
“ครับ ขอบคุณครับ”
“แวะซื้ออะไรก่อนไหม ของที่จะใช้ทำขนมหมดหรือยัง” บอสถามอย่างใส่ใจ ของยังทำขนมได้อยู่เดี๋ยววันหยุดค่อยซื้อมาเพิ่มก็แล้วกัน
“มีอยู่ค่ะ”
“แล้วตกลงวันหยุดไปหาแม่กันไหม ฝึกงานเสร็จพอดีนี่”
“คือหนูต้องไปทำบุญให้พี่สาวค่ะ ครบรอบวันที่เสียพอดี” ฉันบอกบอสไปตามตรง เพราะเชื่อว่าถ้าโกหก บอสต้องจับได้แน่ๆ
“แสดงว่าก็เป็วันเกิดซันไชน์ด้วยใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
“จัดวันเกิดให้ซันไชน์กันครับ นะ พี่อยากจัดให้ลูกจริงๆ นะ” บอสยื่นมือข้างหนึ่งมากุมมือฉันไว้ พรางบีบเบาๆ
“ขอโทษนะคะ วันนั้นหนูนัดเพื่อนไว้แล้ว เพื่อนอยากเจอไชน์น่ะค่ะ”
“ไปเจอเพื่อนตอนไหนครับ”
“น่าจะ่เที่ยงๆ ค่ะ ทำไมเหรอคะ” ถามกลับอย่างสงสัย
“เดี๋ยวพี่ไปส่งครับตอนเย็นก็ไปงานเลี้ยงที่บ้านชวนเพื่อนหนูด้วยเลย”
“หนูเกรงใจ”
“ไม่ต้องเกรงใจ ครอบครัวเดียวกันแล้วนะ” เดี๋ยว!? ครอบครัวเดียวกันั้แ่ตอนไหนกัน ขี้โมเมเก่งที่สุดเลยบอสน่ะ แต่ก็ต้องยอมในความมั่นของเขานั่นแหละเพราะว่าเขาทำให้ฉันเขินได้ง่ายๆ เพียงเพราะประโยคสุดมั่นใจของเขา
“ถึงบ้านแล้วครับ” บอสบอกเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถเดินมาเปิดประตูรถฝั่งฉันให้อย่างสุภาพบุรุษ ไม่แค่นั้นเขายังรับซันไชน์ที่หลับอยู่ในอ้อมกอดฉันไปอุ้มเอง ฉันทำเพียงลงจากรถพร้อมกระเป๋าตัวเองและของลูกเท่านั้น หลังจากบอสล็อครถเราก็ไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปในคอนโด
บอสเดินนำเข้าไปยังห้องนอนวางซันไชน์ลงบนเตียงไม่ลืมจัดท่านอนให้เ้าลูกหมูอีกด้วย เมื่อวางของลงบนโซฟาที่ห้องรับแขกเสร็จก็เดินไปเอาน้ำดื่มเย็นๆ มาให้บอส
“ขอบคุณครับ” บอสรับแก้วน้ำไปพรางยิ้มให้บางๆ
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”
“ยินดีครับ แต่ว่านะ...” บอสเว้นเสียงไปทั้งยังเงยหน้ามองฉันพร้อมกับใช้สายตาออดอ้อนจ้องมองฉันอีก
“แต่ว่าอะไรคะ?”
“ขอค้างด้วยได้ไหมครับ นอนกอดเฉยๆ เหมือนที่ค้างที่บ้านอ่ะ นะนอนเฉยๆ ได้ไหมครับ”
“เดี๋ยวก็ไม่มีชุดใส่ไปทำงาน”
“มีชุดอยู่หลังรถเดี๋ยวลงไปเอา นะครับ พี่เหนื่อยและง่วงมากๆ เลย ตะวันครับ”
“เฮ้อ ก็ได้ๆ ค่ะ งั้นก็ไปเอาชุดแล้วมาอาบน้ำค่ะหนูจะทำขนมไปส่งร้าน”
“ขอบคุณครับ” บอสพุ่งเข้ามาหอมแก้มเร็วๆ ก่อนที่เขาจะรีบออกจากห้องไป คิดว่าน่าจะไปเอาชุดนั่นแหละเพิ่งรู้ว่าคนอย่างเขาจะเ้าเล่ห์เหมือนคนอื่นเขาด้วย แต่เอาจริงๆ เทียบเวลาที่อยู่ใกล้ๆ เขาฉันรู้สึกอบอุ่นมากจริงๆ เหมือนอย่างน้อยก็ยังมีคนที่อยู่ข้างๆ เรา
‘ยิ้มหน้าบานแล้ว’ เสียงจันทร์?
“อะไรล่ะ ไม่ต้องมาแซวเลยนะเื่ที่ร้านอาหารก็ยังไม่เคลีย” ฉันเอ่ยเบาๆ
‘ไม่รู้เหมือนกันทำไมเป็แบบนั้น แต่ตอนอยู่ร้านผู้ชายคนนั้นก็เห็นนะ”
“บอสเหรอ?”
‘ใช่ๆ สบตากันปิ๊งๆ ผ่านกระจกร้านเลย’ อ่า แล้วเขาไม่ใเหรอที่จันทร์หน้าเหมือนฉันขนาดนี้ แถมยังเห็นเป็เงาสะท้อนกระจกโบกมือฉีกยิ้มให้เขาขนาดนั้น
“เขาใไหมล่ะ”
‘ไม่รู้นะ แต่เขาเอาแต่จ้องหน้าเครียดๆ อ่ะ’
“ก็มันน่าเหลือเชื่อนี่นา”
‘ก็จริง เค้าไปหาหวยก่อนนะจะกลับก่อนตีสามบายค่ะน้องสาวเดี๋ยวพี่มา’
“ดูแลตัวเองด้วย มาก็สะกิดบอก”
‘รับทราบ! อ้อ อย่าลืมเช็ดตัวให้ไชน์นะเล่นซนทั้งวันเลย’
แม่ผีพี่สาวหายไปแล้ว หายไปพร้อมๆ กับบอสที่เปิดประตูเข้ามาด้วยคีย์การ์ด ฉันไม่รู้ว่าเขาเอาไปั้แ่ตอนไหนและตอนนี้ฉันก็ี้เีเถียงเขาแล้วล่ะ ฉันบอกให้บอสอาบน้ำส่วนฉันก็เตรียมผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัวให้เ้าลูกหมูที่หลับไปด้วยความเหนื่อยพอปะแป้งแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อย ฉันก็ออกจากห้องนอนเพื่อทำขนมส่งร้านกาแฟ และยังมีออเดอร์จากลูกค้าออนไลน์เข้ามา ส่งร้านกาแฟเป็คุกกี้ส่วนลูกค้าออนไลน์สั่งเค้กนมสดฉันบอกลูกค้าให้ไปรับที่ร้านกาแฟในวันพรุ่งนี้แทนเพราะตั้งใจว่าจะฝากเค้กไว้ พี่เ้าของร้านใจดีมากไม่เคยคิดค่าฝากฉันเลยสักครั้ง เอาแต่บอกว่าคนกันเองั้แ่ที่ร้านกาแฟนั้นเปิดฉันก็ทำขนมส่งมาเรื่อยจนถึงตอนนี้จะสามปีได้แล้วมั้ง อยากขอบคุณพี่เ้าของร้านมากจริงๆ ที่ไม่หยุดสั่งขนมจากฉัน
“ดึกแล้วนะครับไม่ง่วงเหรอ?” แขกที่ไม่ค่อยอยากจะรับเชิญเดินเข้ามายืนซ้อนหลังระหว่างที่กำลังเตรียมขนมเข้าอบ
“ต้องทำขนมส่งค่ะ บอสเข้าไปนอนเลยค่ะ”
“พี่จะรอเป็เพื่อน”
“ไม่เป็ไรค่ะ นอนพักเถอะเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”
“เอางี้ พี่จะอยู่เป็เพื่อนถ้าพี่ง่วงพี่จะเข้าไปนอนตกลงไหมครับ”
“แบบนั้นก็ได้ค่ะ” ฉันตอบตกลงโดยที่ไม่ได้หันไปมองคนที่คุยด้วยเลย ก็ฉันทำขนมอยู่จะให้หันไปมองเขาบ่อยๆ คงไม่ได้ ระหว่างที่รอคุกกี้อบเสร็จฉันก็เริ่มแต่งหน้าเค้กทุกครั้งที่ทำขนมฉันจะรู้สึกสงบและใจเย็นมากกว่าปกติ เพราะฉันเชื่อว่ารสชาติของขนมขึ้นอยู่กับอารมณ์ของคนทำด้วยเหมือนจิติญญาที่สื่อถึงกันอะไรประมาณนั้นน่ะ
“ตะวัน”
“คะ?”
“พี่ชอบหนูนะ”
“...” คิดจะบอกก็บอกง่ายแบบนี้เลยเหรอ เผื่อจังหวะให้เขินก็ได้นะ
“พี่ไม่ได้จะเร่งรัดแต่พี่อยากบอกให้รู้ไว้ ว่าพี่ชอบหนู”
“มันยังเร็วเกินไปไหมคะ เราเพิ่ง...”
“ช้าไปด้วยซ้ำ”
“แต่หนูกลัว...”
“พี่รู้ พี่เลยอยากบอกให้หนูมั่นใจ แล้วเราค่อยๆ เรียนรู้กันไปก็ยังไม่สาย”
“ขอบคุณค่ะ”
“จะแพ็คขนมใช่ไหม เดี๋ยวพี่ช่วยจะได้รีบไปนอนด้วยกันเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” บอสรอกระทั่งแต่งหน้าเค้กเสร็จและเอาคุกกี้ออกมาบรรจุใส่กล่องบอสจึงอาสาช่วย ใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่กว่าที่เราทั้งสองจะบรรจุคุกกี้เสร็จ ฉันเอาทุกอย่างเก็บเข้าที่ทำความสะอาดอุปกรณ์เสร็จถึงได้กลับเข้าห้องนอน
“บอสนอนเลยก็ได้ค่ะ ดึกแล้ว”
“ครับ” คนอาสาช่วยงานมีท่าทีง่วงงุน เขาตอบรับก่อนจะขึ้นเตียงนอนไปอีกฝั่งส่วนเมื่อเห็นว่าเขานิ่งไปฉันก็เข้าห้องน้ำชำระร่างกายทันที ทั้งเหนื่อยและเพลียไหนจะอาการปวดเมื่อยอีก เกิดเป็ฉันนี่ความสบายคืออะไรยังไม่รู้จักเลยดิ้นรนสู้ชีวิตกันถึงขีดสุดจริงๆ
ทั้งบอสและซันไชน์หลับอยู่บนเตียงฉันเดินเข้าไปใกล้รั้งชายผ้าห่มคลุมทั้งสองไว้ ก่อนจะขยับตัวขึ้นไปนอนบนเตียงคนละฝั่งที่บอสหลับอยู่ พอฉันทิ้งตัวนอนซันไชน์ก็กลิ้งๆ มานอนซุกอกฉันราวกับรู้ว่าเวลานี้ฉันจะขึ้นเตียงมานอนด้วย ฉันมองหน้าลูกชายอยู่นานก่อนจะเผลอหลับไป
====================================
โอ๊ย!! บอส ชักจะรุกน้องแรงไปแล้วนะ น้องก็เขินเก่งไปอีกไม่แปลงที่บอสทั้งรักทั้งหลง แต่เหนือสิ่งอื่นได้ จันทร์ลูก หนูจะไปสบตาปิ๊งๆ กับบอสแบบนั้นไม่ได้นะ