เข็มสังหารพุ่งเข้าไปเหมือนกับว่ามีชีวิต หน่วยสืบ ทั้งหมด ไม่รู้ตัวมาก่อน พอมารู้ตัวเข็มก็พุ่งเขาเจาะกลางหน้าผากเข้าจุดตาย ร่วงไปกับพื้นอย่างรวดเร็วไม่ทันได้หนี คนที่พยายามหนีก็วิ่งไปไม่ไกล เข็มสังหารก็ตามไปเจาะกระโหลกหลังเข้าจุดตายจนไม่มีใครเหลือรอดแม้แต่คนเดียว
“ สุดยอดไปเลยอาจารย์ เข็มสังหารนี่ รวดเร็วแม่นยำ แล้วไม่เปลืองเงินเหรียญของข้าด้วย” เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างดีใจ ที่ได้อาวุธลับชิ้นใหม่
จากนั้นก็เดินทางกลับไปที่พัก เพราะรู้ว่าทุกคนรออยู่
“ รัชทายาท ลุงสี่”
“ ไม่คิดเลยว่าจะโตเร็วเยี่ยงนี้” ลุงสี่เอ่ยทักเสี่ยวเทียน
“ ท่านแม่ทัพจาง เขายังเด็กไปหรือเปล่า แล้วจะช่วยเสด็จพ่อได้อย่างไรกัน” รัชทายาทอดที่จะเอ่ยด้วยความเป็ห่วงไม่ได้
“ กระหม่อมก็ไม่ได้คิดว่า เขาจะช่วยได้ ไม่รู้ว่าทำไมเตี้ยนจื่อกงกง ถึงได้บอกว่ามีเขาคนเดียวที่ช่วยได้” ลุงสี่ก็เอ่ยด้วยความสงสัย
“ เสี่ยวเทียน เ้าคิดว่าจะช่วยเสด็จพ่อของข้า ให้หายจากมนตร์ดำได้หรือไม่”
รัชทายาทลองเอ่ยถาม เสี่ยวเทียน
“ เื่นี้ข้าตอบไม่ได้จริงๆ แต่ว่าพรุ่งนี้ข้าคงต้องไปบ้านตระกูลอู๋ จัดการกับอู๋เลี่ยงที่บังอาจกล้ามาเผาบ้านของข้า และให้มันชดใช้ทุกสิ่งที่มันทำ จากนั้นข้าจะคิดบัญชีกับจักรพรรดิฟงเลี่ย ให้ชดใช้บ้านของข้าเป็สิบเท่า หรือไม่ก็เผาวังทดแทนก็เท่านั้นเอง”
“ บังอาจ กล้าพูดกับรัชทายาทเช่นนี้ได้อย่างไร ขอโทษพระองค์เดี๋ยวนี้”
ลุงสี่ส่งเสียงตะคอกใส่เทียน ท่านตาจาง กับท่านแม่ก็ใ ที่เสี่ยวเทียนเอ่ยเช่นนี้
“ รัชทายาทรึ เป็ไส้ศึกของพวกคนชั่วที่เผาบ้านของพวกเราหรือเปล่า พวกคนชั่วมันรู้ที่อยู่ของเราแล้ว มันเฝ้าที่ตีนเขา ห้าสิบคน ตามรัชทายาทมา แต่ทุกคนไม่ต้องกลัว ข้ากุดหัวมันไปจนหมดแล้ว ท่านกลับไปซะ ข้าเห็นแก่ลุงสี่ มิเช่นนั้น ข้าจะทุบท่านให้ขาหัก ชดใช้ความผิดของพ่อท่าน ที่กล้าส่งคนมาล้างตระกูลของข้า”
“ เสี่ยวเทียน อย่าเสียมารยาท” แม่เอ่ยปรามเสี่ยวเทียน
“ ท่านแม่ คนพวกนี้ทำร้ายพวกเรา เข่นฆ่า เผาบ้านพวกเรา ยังมีมารยาทกับพวกเขาอีกทำไม” เสี่ยวเทียนส่งพลังปราณอัมหิตออกมา ทำให้ทุกคนถึงกับหน้าซีดกันหมด แต่ รัชทายาท มีพลังเทพอยู่แล้ว ไม่รู้สึกอะไรเลยจึงเผยยิ้มออกมา ไม่พูดอะไร แต่ก็ปล่อยพลังเซียนระดับราชันมา เพื่อกดดันเสี่ยวเทียนให้คุกเข่า ลดความอหังการลงบ้าง
แต่พอปล่อยพลังเซียนระดับราชันไป กระทบร่างของเสี่ยวเทียน กลับถูกพลังลึกลับ ถูกปล่อยออกมาจากเสี่ยวเทียน ย้อนกลับมาจนรัชทายาท ถึงกับคุกเข่าต่อหน้าเสี่ยวเทียน ลุกไม่ขึ้น สร้างความแตกตื่นกับรัชทายาทและทุกๆ คนยิ่งนัก
“ อย่าคิดใช้พลังเทพมาสะกดข้า หากคราวหน้าคิดลองของอีก ข้าจะหักขาเ้า”
เสี่ยวเทียนไม่ได้พูดคำนี้ แต่เป็เสียงของอาจารย์ลู่เกิน เอ่ยออกมาแทน
“ ข้าน้อยผิดไปแล้ว ขอให้ผู้าุโได้โปรดช่วย เสด็จพ่อด้วย” รัชทายาทรู้แล้วว่ามีคนที่น่ากลัว อยู่กับเสี่ยวเทียน คราวนี้ไม่กล้าเสียมารยาทอีกแล้วแน่นอน
“ เ้าไปซะ พรุ่งนี้ข้ากับเสี่ยวเทียน จะเข้าไปจัดการกับ พวกปีศาจชั่วพวกนั้น รวมทั้งพ่อของเ้าด้วยที่ข้าเตือนเอาไว้แล้ว ให้ระวังเื่ เล่ห์ราคะ กลับไม่เชื่อฟัง” อาจารย์ลู่เอิน ปกติจะไม่เอ่ยปากกับคนมากมายเช่นนี้ แต่ครั้งนี้ถ้าไม่พูดอะไรออกมา เสี่ยวเทียนอาจจะอึดอัดใจแย่
“ ขอบคุณท่านผู้าุโ” รัชทายาทรู้สำนึกแล้วร่างกายก็ค่อยคลายความกดดันลุกขึ้นมาได้
“ เ้าไม่ต้องห่วงนะเสี่ยวเทียน เื่ของบ้านตระกูลจาง ข้ารับปากจะชดใช้ให้เ้าอย่างแน่นอน” รัชทายาทเอ่ยก่อนที่จะจากไป โดยที่ลุงสี่ตามไปคอยอารักขา
“ เสี่ยวเทียน พรุ่งนี้จะเข้าเมืองฉางอันจริงๆ หรือลูก” แม่เริ่มเอ่ยด้วยความเป็ห่วง ท่านตาจางก็เช่นกัน
“ จริงขอรับท่านแม่ ข้ากับท่านอาจารย์ ยังไงก็ต้องไปขืนปล่อยเอาไว้ อาจมีผู้บริสุทธิ์ต้องล้มตายอีกมาก ก่อนไปท่านอาจารย์จะสร้างค่ายกล ไม่ให้เข้าทำร้ายครอบครัวของเราได้อีก” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็ออกไปด้านนอกให้อาจารย์ช่วยสร้างค่ายกลไว้ป้องกันไม่ใครคนร้ายแอบเข้ามาอีก แต่ว่าไม่มีหยกสร้างค่ายกล จึงใช้หินกับต้นไม้ สร้างค่ายกลไม้ กับ ปฐี แต่แค่นี้ก็พอที่จะป้องกันคนร้ายได้แล้ว
“ อาจารย์พรุ่งนี้พวกเราจะไปที่ใดก่อนดี”
“ ก็ต้องไปทวงหนี้กับบ้านตระกูลอู๋ก่อนเป็อันดับแรก แล้วค่อยไปทวงหนี้กับ จักรพรรดิฟงเลี่ยอีก ถึงแม้ว่าเขาตกอยู่ในอำนาจของนังปีศาจควายป่านั่น ก็ยังต้องชดใช้อยู่ดี”
“ เดี่ยวนะ ิญญาที่สิงสู่ฮองเฮา นั่นเป็ปีศาจควายป่า จริงๆ หรืออาจารย์”
“ ข้าได้กลิ่นควายป่า จากิญญาของมัน” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยไปตามจริง
“ ิญญาควายป่า ทำไมมีพลังมากขนาดนี้นะ”
“ พรุ่งนี้เ้าก็จะรู้เอง” อาจารย์ยังไม่ตอบอะไรมากนัก
บ้านตระกูลอู๋ยามเช้า มีทหารยืนเฝ้าเวรยามอยู่รอบๆ บ้านนับร้อยคน และยังมีทหารคอยอารักขาอีกหลายร้อยคน และยังมีคนของลัทธิบัวทมิฬ คอยเฝ้าอารักขาอีกหลายสิบคน ยามนี้ มีเด็กน้อยวัย 7 ขวบยืนอยู่ตรงหน้าบ้านตระกูลอู๋ คนผ่านไปผ่านมา ก็ไม่ได้สนใจ แม้แต่ทหารที่คอยตรวจตรา ก็หาใส่ใจไม่
จนกระทั่งเด็กน้อยคนนี้หรือเสี่ยวเทียนเคลื่อนตัวไปที่ประตูบานใหญ่ แล้วถีบประตู
โครม ! ประตูบ้านของตระกูลอู๋ถูกทำลายกลายเป็ชิ้นๆ ทหารยามวิ่งเข้ามาเป็ฝูง
แต่เสี่ยวเทียน ขว้างเข็มสังหารไปยี่สิบคนแรกที่เข้ามา ตายไปเป็กลุ่มแรก เสี่ยวเทียนหันมามองแต่ละคนลำ คิดว่าจะเข้ามาดีหรือไม่ แต่นายกองสั่งให้เข้ามาอีก
ก็ถูกเข็มสังหารตายไปอีก สามสิบคน คราวนี้ทหารต่างหนีหายไปจนหมด เสี่ยวเทียนเรียกกระบี่อาญาสิทธิ์ออกมา แล้วฟาดกระบี่ไปที่บ้านของตระกูลอู๋ เกิดประกายสายฟ้าพุ่งเข้าไปบ้านตระกูอู๋เกิดไฟลุกไหม้ วอดไปหลายหลัง เสี่ยวเทียนไม่หยุด ใช้สายฟ้าฟาดไปอีกสองที บ้านที่ใหญ่โตของตระกูลอู๋ ถูกเพลิงไหม้ไปกว่าครึ่ง
อู๋ซ๋างจวิน รีบเดินออกมา สมทบกับ อู๋เลี่ยง ทั้งสองยังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ยังไม่ทันจะพูดอะไรกันมาก ก็มีเสียงฟ้าผ่าลงมาอีก เปรี้ยง !! ไฟไหม้วอดไปอีกหลัง
ทหารที่อยู่ด้านใน พอเห็นเสี่ยวเทียนก็วิ่งเข้ามาจะทำร้าย ก็โดนสายฟ้าฟาดตายกันเกลื่อนบ้าน ตระกูลอู๋ เสี่ยวเทียนไม่ได้เร่ง ทำลายแต่ให้โอกาสคนวิ่งหนีออกมา แต่ถ้าใครไม่หนี ก็ต้องถูกทำลายตามบ้านไป
อู๋เลี่ยงออกมาก็เห็นเสี่ยวเทียน ก็ใช้ปืนไฟเหนี่ยวไกยิงเข้าใส่ทันที แต่คราวนี้เกราะเพชรของเสี่ยวเทียนปกป้องขึ้นมาทันที แล้วเสี่ยวเทียนก็เข้าประชิดอู๋เลี่ยง ะโเหวี่ยงหมัดพลังปราณ เข้าใส่ใบหน้า ของอู๋เลี่ยงทันที ตูม ! ใบหน้าอู๋เลี่ยงสะบัดไปตามแรงหมัด ฟันร่วงออกจากปากทั้งหมด คนของลัทธิบัวทมิฬ กระโจนเข้าหาเสี่ยวเทียนก็ถูกเข็มสังหาร พุ่งเข้าเจาะหน้าผากตายในทันที ยันต์ที่เขียนเอาไว้ก็ช่วยไม่ได้ เพราะงานนี้ อาจารย์ลู่เอิน ปลุกเสกคาถาทำลายล้างปีศาจเอาไว้ในเข็มสังหาร คนของลัทธิมารบัวทมิฬ จึงตายสนิท อู๋เลี่ยงพยายามจะหนี โดยที่อู๋ซ่างจวินวิ่งหนีนำหน้าไปก่อนแล้ว แต่ไม่ทันถูกเสี่ยวเทียนใช้เท้าถีบเข้ากลางหลังกระเด็นหน้าคว่ำไปที่พื้น
“ จะหนีไปไหน” เสี่ยวเทียนะโเหยียบไปที่กลางหลังอีกที อู๋เลี่ยงถึงกับกระอักเืออกมา แล้วหันมาใช้ปืนไฟ ยิงเข้าใส่เสี่ยวเทียนแบบเผาขน แต่ไม่ทันแล้ว ถูกเสี่ยวเทียนตวัดกระบี่อาญาสิทธิ์ เข้าใส่ทันที ฉัวะ !! มือขาดเสมอข้อเลย อ๊ากกกกกกกกกก อู๋เลี่ยงส่งเสียงร้องดังอย่างโหยหวน เสี่ยวเทียนแทงกระบี่เข้าที่ลำคอ ฉึก ! แล้วตวัดกระบี่เฉือนไป ฉับ ! หัวหลุดออกมาทันที เสี่ยวเทียนเก็บถุงมิติขึ้นมาด้านในมีโล่อัสนี แล้วของมีค่าอีกจำนวนมาก เสี่ยวเทียนหยิบปืนไฟเข้าเก็บเอาไว้ แล้วเดินเข้าไปในห้องสมบัติ ของ ตระกูลอู๋ พอใช้กระบี่ฟันประตูห้องเข้าไปถึงกับใ เงินทองมีอยู่มากมาย นับไม่ถ้วน เสี่ยวเทียนกวาดเอาทรัพย์สินของตระกูลอู๋ ออกมาจนหมดไม่มีเหลือ จากนั้นออกจากบ้านตระกูลอู๋
แล้วมุ่งหน้าสู่วังหลวงต่อไป
ในวังหลวง เวลานี้จักรพรรดิฟงเลี่ยถูกมนตร์สราญรมย์ ทมิฬจนถอนตัวไม่ขึ้น วันๆ
ก็เสพแต่สุรานารี ไม่สนกิจการบ้านเมือง หลงมัวเมาแต่ ฮองเฮาคนใหม่จนไม่อยากออกจากห้องบรรทม ทั้งๆ ที่เป็ถึงระดับเซียน์ แต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นจากมนตร์สราญรมย์ไปได้ จนต้องปล่อยให้ฮองเฮา เป็ผู้บริหารราชการแผ่นดินแทน
วันนี้ในท้องพระโรงกลับมีแม่ทัพเหยียนคัง มารอเข้าเฝ้า เพื่อยื่นขอแบ่งแผ่นดินปกครองกัน ในเมื่อ จักรพรรดิไม่ออกมา ฮองเฮาจึงตัดสินใจยกเมืองขึ้นของฉางอันยกให้กับ อาณาจักรโต้วเฉียน 18 เมือง เพื่อไปปกครองแทน ท่ามกลางการคัดค้านของเสนาบดีซุน และขุนนางคนอื่น อีกหลายคน
“ คำสั่งของข้านี้ พวกเ้ายังกล้าขัดอีกหรือ?” ฮองเฮาเอ่ยเสียงเรียบเย็น
“ มิได้ แต่นี่เป็ดินแดนของบรรพชนที่สร้างมา ท่านจะยกให้คนอื่นเช่นนี้ ได้อย่างไร” เปรี้ยง !! มีพลังสีดำพุ่งเข้ากระแทกร่างของขุนนางที่คัดค้าน จนร่างที่แก่ชราแล้ว หักเป็สองท่อน ตายอนาถกลางท้องพระโรง
“ มีใครกล้าคัดค้านอีกไหม” เสียงของฮองเฮาเอ่ยออกมาเบาๆ แต่มีพลังอำนาจอย่างประหลาด ไม่มีใครกล้าเอ่ยคัดค้าน แม้แต่คนเดียว
แม่ทัพเหยียนคัง กับรองแม่ทัพทั้งสี่ หัวเราะกันลั่นท้องพระโรง
“ ขอบพระทัย ฮองเฮา ที่มอบแผ่นดินของอาณาจักรฉางอันให้ กับ อาณาจักรโต้วเฉียนของเรา” ขุนนางที่ได้ยินเช่นนี้ก็ต่างโกรธแค้น ไม่พอใจยิ่งนัก
“ หยุดก่อน จักรพรรดิฟงเลี่ยเป็หนี้ข้าอยู่ ใครจะยกให้ใคร ถามข้าผู้เป็เ้าหนี้หรือยัง” เสี่ยวเทียนมาถึงก็โยนหัวของอู๋เลี่ยง เข้ามาในท้องพระโรง
“ นี่เ้าเด็กน้อยเ้ากล้าพี่ชายข้าเชียวรึ” ฮองเฮาเอ่ยด้วยเสียงไม่พอใจ
“ มันเผาบ้านของข้า พอไปทวงหนี้มันไม่ยอมจ่าย ก็เลยมีสภาพเช่นนี้ จักรพรรดิฟงเลี่ย ออกมาได้แล้ว ข้าเฉินเสี่ยวเทียน มาทวงหนี้ วังหลวงแห่งนี้ ทรัพย์สมบัติของเขา แผ่นดินของเขา ห้ามใครแตะต้องทั้งนั้น มิเช่นนั้น จะกลายเป็อย่างอู๋เลี่ยง” เสี่ยวเทียน กระทืบไปที่หัวของอู๋เลี่ยงจนแหลกสลายต่อหน้าต่อตาทุกๆ คน
รองแม่ทัพทั้งสี่ของ อาณาจักรโต้วเฉียนเดินเข้าหาเสี่ยวเทียน เห็นว่าเป็แค่เด็กน้อย เลยเข้าไปสั่งสอน คนแรกเข้าไปตั้งใจไปตบหัวด้านหลังเสี่ยวเทียน กำลังจะตบ แต่เสี่ยวเทียนตวัดกระบี่กลับหลังโดยไม่ได้มอง มือของรองแม่ทัพขาดกระเด็นร้องออกมาอย่างโหยหวน อีกสามคนโกรธแค้นกำลังจะชักดาบออกมาแต่ไม่ทันได้ชักออกมา กระบี่ของเสี่ยวเทียนก็ตวัดเข้าที่ลำคอ รองแม่ทัพอีกสามคนขาดกระเด็นไป เสี่ยวเทียนหันไปมองอีกสองคนที่เหลือ
“ เ้าสองคนมีปัญหาอีกไหม” แม่ทัพเหยียนไม่หัวเราะอีกแล้ว ผู้ช่วยตายไปสามมือขาดไปอีกหนึ่ง เลยนิ่งเฉยไม่กล้าเอ่ยอะไร
“ เ้าเด็กน้อย คิดว่าอาจารย์ของเ้าแน่มากใช่ไหม แน่จริงก็เรียกออกมาเลยซิ”
“ บังอาจ กล้าท้าทายอาจารย์ของข้า ข้าจะทำลายิญญาของเ้าเอง” เสี่ยวเทียนกำลังจะขยับมือ แต่ไอปีศาจก็พุ่งเข้ามารัดตัวเสี่ยวเทียนอีกครั้ง แต่เสี่ยวเทียนก็ใช้ฝ่ามือที่มียันต์ทำลายปีศาจ กระแทกใส่ ไอปีศาจก็หายไปในทันที
จากนั้นก็ได้ยินเสียงบทสวดออกจากปากของฮองเฮา ก็ปรากฏควายปีศาจตัวใหญ่โผล่ออกมาตัวหนึ่ง พุ่งเข้าชนเสี่ยวเทียน อย่างรวดเร็ว เทียนะโตัวลอยใช้ฝ่ามือยันต์กระแทกเข้าหน้าผากควายปีศาจ โครม ! ร่างควายปีศาจถูกกระแทกทีเดียว ร่างถึงกับดับสลายหายไป
“ ในเมื่อพวกเ้าอยากเห็นการทำลายล้าง ข้าก็จัดจัดให้ ร่างของฮองเฮาก็ค่อยๆ กลายเป็ยักษี ตัวใหญ่พุ่งทะลุหลังคาวังจนพังพินาศ ปากมีเขี้ยวโง้ว มีมืองอกออกมาทีละแขน กลายเป็ แปดแขน ในมือมีอาวุธ แปดชนิดไม่เหมือนกัน
คือมีมีดกริช กระบี่ ดาบสั้น กระบอง ตรี คทา จักร สังข์ เริ่มทุบทำลายวังหลวงจนพังพินาศ เสี่ยวเทียนะโหลบ
“ อาจารย์ตัวมันใหญ่เกินไปแล้ว เอาไงดี ข้าสู้ไม่ไหวแล้ว” เสี่ยวเทียนเห็นฮองเฮาแปดมือ ใช้ดาบ กับกระบี่ไล่ฟัน ทั้งทุบด้วยกระบอง เสี่ยวเทียนหลบหนีได้อย่างว่องไว ใช้กระบี่อาญาสิทธิ์เข้าฟาดใส่ ร่างั์ เปรี้ยง ร่างยักษีตนนี้กลับมีาแไหม้ แต่แล้วก็กลับมาเป็เช่นเดิม
“ อาจารย์เร็ว ๆ ทำยังไงดี”
“ ข้านึกไม่ออก ว่าจะจัดการกับมันยังไงดี หาทางหลบไปก่อน” อาจารย์ลู่เอินกลับจำไม่ได้ ว่าควรจะจัดการกับปีศาจตนนี้อย่างไร และบัดนี้ วังหลวงก็เริ่มพังทลายไปหลายจุด เพราะเสี่ยวเทียนลอยตัวไปที่บนหลังคาหลังใด ก็ถูกดาบกับกระบองไล่ฟัน ไล่ทุบ จนภายในวังหลวงกลายเป็ซากปรักหักพัง นอกจากใช้อาวุธแล้ว ยักษีตนนี้ ยังพ่นแสง ออกจากตาทั้งสองข้างได้อีก เสี่ยวเทียนเริ่มถูกกระแทกจากพลังที่ปล่อยออกมา เสื้อผ้าเริ่มขาดวิ่น อาจารย์ลู่เอินก็ยังไม่ออกมาอีก จนกระทั้ง
นางปีศาจั์ตนนี้ อ้าปากพ่นไฟใส่เสี่ยวเทียน
“ เฮ้ย นี่พ่นไฟได้ด้วยหรือวะเนี่ย !!” แล้วในที่สุด อาจารย์ลู่เอินก็ปรากฏตัว
“ นางปีศาจควายป่า ไม่ว่าจะแปลงเป็ร่างเป็ใคร เ้าก็เป็แค่ ควายป่าอยู่ดี
และข้านี่แหละ จะจัดการกับเ้าเอง” แล้วร่างของอาจารย์ลู่เอินก็ลอยไปบนฟ้า แล้วมีพระยูไล ร่างใหญ่โตกว่า ฮองเฮาแปดมือ แล้วมีฝ่ามือยูไล พุ่งลงมาจากฟากฟ้าเข้าใส่ร่างของ ฮองเฮาแปดมือ ตูม ! ร่างของฮองเฮาแบนติดดิน พยายามจะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ ก็ถูกกระแทกลงไปอีกที ตูม ! จนในที่สุดร่างที่สร้างขึ้นมากลายเป็ร่างที่แท้จริง คือควายป่า แต่ก็ถูก กระแทกเข้าใส่อีก ตูม ! โดนไปสามครั้ง ไม่สามารถสร้างกายหยาบขึ้นมาได้อีก เหลือแต่ิญญาะ แต่ก็ถูกฝ่ามืออรหันต์ยูไลจับเอาไว้หนีไม่ได้
“ แกทำอะไรข้าไม่ได้หรอก ข้าได้รับพรจากพระพรหมผู้ยิ่งใหญ่ ให้ิญญาข้าเป็ะ เ้าไม่มีทางทำลายข้าได้หรอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ิญญาปีศาจควายป่าส่งเสียงปล่อย วิชาสราญรมย์ทมิฬเข้าใส่ อาจารย์ลู่เอิน เพื่อให้เกิดอารมณ์เคลิบเคลิ้ม เกิดตัณหาขึ้นมา
“ จิตของข้าเป็จิตบริสุทธิ์ เ้าไม่มีทางทำอะไรข้าได้หรอกนังปีศาจผู้โง่เขลา พระเวทศักดิ์สิทธิ์ พระเ้าสร้างเพื่อให้ทำลายจิตมารในตัวเอง แต่เ้าเป็อิสตรีบังอาจเรียนรู้พระเวท เพื่อสร้างกรรมชั่ว อำนาจที่พระพรหมมอบความเป็ะให้เ้า ข้าจะยึดคืนกลับไปเอง" แล้วพลังอำนาจของนางปีศาจควายป่าตนนี้ ก็ถูกอาจารย์ลู่เอินดูดพลังหมื่นปีของมันออกมาจนหมด รวมทั้งพลังิญญาะด้วย จนสุดท้ายิญญาของมันก็ไม่มีพลังอันใดเหลืออยู่ ทำให้ิญญาปีศาจควายป่าค่อยๆ สูญสลายหายไป
“ เสี่ยวเทียน มานี่” เสี่ยวเทียนพุ่งตัวมายืนต่อหน้าอาจารย์ลู่เอิน แล้วอาจารย์ลู่เอินก็ปล่อยพลังเทพของปีศาจควายป่า ส่งเข้าไปในร่างของเสี่ยวเทียน ใบหน้าของเสี่ยวเทีย เริ่มบิดเบี้ยว ร่างกายเดี๋ยวพอง เดี๋ยวยุบ สายตาเปลี่ยนเป็สีเขียว
แล้วกลับเป็สีขาวดำปกติ ในหน้าที่บูดเบี้ยวก็กลายเป็ปกติ พอเสี่ยวเทียนลืมตาขึ้นมา ก็รู้สึกว่าร่างกายของตนกำลังจะะเิ
“ เดินพลังทั้งหมดลงมาที่จุดใต้ท้องน้อย แล้วสร้างจุดรับพลังเทพจุดที่ 1 พอเต็มแล้ว ก็เลื่อนจุดรับพลังขึ้นมาที่หน้าอก เป็จุดที่ 2 พอเต็มแล้วเ้าก็เพิ่มจุดรับพลังไปที่หน้าผากเป็จุดสุดท้าย ต่อไปเ้าจะมีจุดรับพลังเทพได้ไม่จำกัด สามารถรับพลังได้มากกว่าคนทั่วไปถึงสามเท่า บัดนี้ เ้ามีพลังเทพของนางปีศาจควายป่าแล้ว”
“ ข้ามีพลังเทพแล้วหรือนี่”.....