มนุษย์แต่ละคนล้วนมีอุปนิสัยและลักษณะเฉพาะตัวที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป เมื่อเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกฝน พวกเขาจะถูกแบ่งคุณสมบัติออกเป็ห้าสาย
หากไม่นับรวมสายอักขระผนึกลมปราณที่ผู้ใดก็สามารถเรียนรู้ได้ ก็จะเหลือเพียงสี่สาย ประกอบไปด้วย สายแปรสภาพลมปราณ ที่สามารถแปรเสภาพพลังลมปราณของตน ให้เป็ดิน น้ำ ลม ไฟ สายฟ้าสามารถควบคุมหรือผสานเข้ากับร่างกายเพื่อนำไปใช้ในการต่อสู้ได้
สายสถิติญญา ผู้ที่มีคุณสมบัติสายนี้จะสามารถผสานร่างกับดวงจิตของสัตว์อสูร เปลี่ยนลักษณะร่างกายของตน ให้กลายเป็ครึ่งคนครึ่งสัตว์ ทำให้สามารถใช้ทักษะและความสามารถทุกอย่างของสัตว์อสูรตนนั้นได้
หนึ่งคนสามารถสถิตดวงจิตของสัตว์อสูรได้เพียงครั้งละหนึ่งตัวเท่านั้น หาก้าสัตว์อสูรที่มีความแข็งแกร่งและคุณสมบัติที่โดดเด่นยิ่งขึ้น จะต้องทำการถอดดวงจิตของสัตว์อสูรตนเดิมออกก่อน จึงจะทำการสถิตดวงจิตของสัตว์อสูรตนใหม่เข้าไปได้
สายควบคุมอสูร ผู้ที่อยู่ในสายนี้จะใช้พลังลมปราณของตน วาดวงแหวนพันธะสัญญาลงบนร่างกายของสัตว์อสูรที่ตนเองเป็ผู้สยบลงได้ โดยสัตว์อสูรในพันธะสัญญาที่เรียกออกมาใช้งาน จะอยู่ในรูปแบบของพลังลมปราณ สามารถควบคุมและสั่งการพวกมันผ่านทางคำพูด หรือผ่านทางความคิดได้
โดยระดับพลังของสัตว์ในพันธะสัญญาที่แต่ละคนจะสามารถควบคุมได้นั้น ล้วนขึ้นอยู่กับพร์และระดับพลังลมปราณของคนผู้นั้น
สายจิตมหาศาสตรา คือการเรียกใช้ศาสตราวุธอันเป็ลักษณะเฉพาะของแต่ละคนออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ ซึ่งศาตราวุธของแต่ละคนจะมีรูปลักษณ์ รูปแบบ และความสามารถพิเศษที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับเพศ อุปนิสัย รวมถึงสภาพแวดล้อมที่แต่ละคนได้เติบโตมา
“พวกเ้าถอดเสื้อผ้าออก” โม่เฟิงเอ่ยปากบอกกับทุกคน
“ถะ ถะ ถอดเสื้อ!” เสี่ยวฟ่านพูดติดอ่าง “หรือว่าเ้าจะเป็พวก…ไม่จริงใช่ไหม?” เสี่ยวฟ่านกลืนน้ำลายลงคอ ใช้สองมือกอดตัวเองพร้อมกับส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงแกมหวาดระแวงจ้องไปที่โม่เฟิง
โม่เฟิงมองท่าทางของเสี่ยวฟ่านด้วยใบหน้าเอือมระอา ในหัวสมองของเสี่ยวฟ่านผู้นี้มีอะไรอยู่กันแน่ ถึงคิดได้แต่เื่ไร้สาระเช่นนี้..?
“พวกเ้าจะเชื่อข้าหรือไม่ หากข้าบอกว่าข้ามีวิธียกระดับพร์ของพวกเ้า”
“ยกระดับพร์?” ปิงหยุนมีสีหน้ากึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ เพราะไม่เคยได้ยินเื่แบบนี้มาก่อน จึงยากที่จะทำใจให้เชื่อในเื่ที่โม่เฟิงกำลังบอก “อธิบายให้ละเอียดกว่านี้ได้หรือไม่ หากทำได้จริง ข้าจะเชื่อฟังเ้าทุกอย่าง”
โม่เฟิงใช้ปลายนิ้วข้างขวาดันแว่นตาที่ตกลงมาอยู่บริเวณปลายจมูกให้กลับขึ้นไปอยู่ที่เดิม ก่อนจะเริ่มอธิบายทุกอย่างให้ทุกคนฟังอย่างละเอียด
“ข้าได้อ่านบันทึกเกี่ยวกับจำนวนกลีบของดอกบัวที่แสดงในลูกแก้วปฐีลิขิต อันที่จริงมีทั้งหมดสิบสองกลีบ ทุกคนในอาณาจักรอรุณรุ่งไม่มีใครรู้ว่ากลีบทั้งสิบสองของดอกบัวนั้นสัมพันธ์กับอวัยวะทั้งสิบสองส่วนในร่าง ได้แก่หัวหนึ่งส่วน แขนสองส่วน ขาสองส่วน ลำตัวอีกเจ็ดส่วน ซึ่งทั้งสิบสองส่วนนี้ ในทุกส่วนจะมีจุดลมปราณอยู่อีกส่วนละเก้าจุด รวมแล้วจะมีทั้งหมดหนึ่งร้อยกับอีกแปดจุด”
“ระดับพร์หรือกลีบดอกบัวที่แต่ละคนมีนั้นขึ้นอยู่กับจุดลมปราณของอวัยวะแต่ละส่วน ว่าจะเปิดได้หมดหรือไม่ หากอวัยวะใดมีจุดลมปราณที่เปิดครบทั้งเก้าจุดแล้ว ย่อมหมายถึงดอกบัวหนึ่งกลีบ พอจะเข้าใจที่ข้าบอกหรือไม่”
แม้ปิงหยุนจะไม่เคยได้ยินเื่เช่นนี้มาก่อน แต่เขาก็อยากจะลองเชื่อดู “ถ้าเช่นนั้นเ้าจะบอกว่าตัวเ้า สามารถเปิดจุดลมปราณให้กับพวกข้าได้อย่างนั้นหรือ?”
“ใช่! ข้าสามารถเปิดจุดลมปราณให้กับพวกเ้าได้” โม่เฟิงพยักหน้าพร้อมกับสั่งให้เสี่ยวฟ่านถอดเสื้อผ้าออก ก่อนจะหยิบเข็มที่ซื้อออกมานำไปแช่ในผงะเิปราณ
เห็นเข็มที่อยู่ในมือของโม่เฟิง เสี่ยวฟ่านยิ่งออกกิริยาลนลานพร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างตะกุกตะกัก “ขะ ขะ ข้าไม่ได้อยากจะเก่งขึ้น ข้า ๆ ๆ เป็แบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว”
หมับ! เห็นเสี่ยวฟ่านกำลังจะวิ่งหนี ปิงหยุน ตงห่าวและลู่หานรีบเข้ามาจับตัวเอาไว้ “เ้าจะไปไหน?”
เสี่ยวฟ่านเห็นโม่เฟิงเดินถือเข็มเข้ามาใกล้ถึงกับร้องลั่น “ไม่ ไม่ ไม่…อ๊าาาาาาา!”
ฉึก!
โม่เฟิงปักเข้มทั้งหนึ่งร้อยแปดเล่มที่ซื้อมาลงบนร่างกายของเสี่ยวฟ่าน จนตอนนี้ร่างของอีกฝ่ายดูคล้ายกับเม่นเลยทีเดียว
แต่หลังจากผ่านไปไม่นาน เสี่ยวฟ่านรู้สึกว่าร่างกายของตนนั้นผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก จึงค่อย ๆ ชำเลืองตามองดูร่างกายของตัวเอง สังเกตเห็นว่ามีของเสียกำลังถูกขับออกมาจากจุดที่เข็มปักอยู่ อีกทั้งทั่วทั้งร่างของเขายังมีพลังลมปราณเคลื่อนที่วนเวียนอยู่รอบกาย มันเป็ความรู้สึกที่ราวกับว่า ร่างกายของเขาได้กลายเป็หนึ่งเดียวกับพลังลมปราณเ่าั้ไปเสียแล้ว
โม่เฟิงเริ่มดึงเข็มที่ฝังอยู่บนร่างกายของเสี่ยวฟ่านออกมาทีละเล่ม เมื่อเล่มสุดท้ายถูกดึงออก พลังลมปราณที่วนเวียนอยู่รอบกายก็หมุนวนราวกับคลื่นใต้สมุทร ก่อนจะถาโถมเขาใส่ร่างของเสี่ยวฟ่าน ทำให้จุดลมปราณที่เคยถูกปิดกั้นถูกเปิดออกที่ละจุด และเมื่อจุดสุดท้ายถูกเปิดออก พลังลมปราณในร่างของเสี่ยวฟ่านเกิดการะเิขึ้นในทันที ส่งผลให้ระดับพลังของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
กำเนิดลมปราณระดับที่สี่!
กำเนิดลมปราณระดับที่ห้า!
กำเนิดลมปราณระดับที่หก!
“ข้าเลื่อนระดับแล้ว” เสี่ยวฟ่านประหลาดใจมาก เขาไม่คิดว่าการที่โม่เฟิงใช้เข็มเล่มเล็ก ๆ ปักไปตามร่างกายของตนนั้น จะทำให้ตัวเขาเลื่อนจากขอบเขตเขตกำเนิดลมปราณระดับที่สามขึ้นเป็กำเนิดลมปราณระดับที่หกในทันที เลื่อนระดับขึ้นมาคราเดียวถึงสามระดับ!
โม่เฟิงนำลูกแก้วปฐีลิขิตที่ซื้อออกมา พร้อมกับบอกให้เสี่ยวฟ่านลองตรวจสอบระดับพร์ “ลองทดสอบกับลูกแก้วปฐีลิขิตดูอีกครั้ง”
เสี่ยวฟ่านทาบฝ่ามือลงไปที่ลูกแก้วปฐีลิขิต สิ่งที่ปรากฏขึ้นด้านในทำให้เขาถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น “เป็แบบเดียวกับของเ้าเลย!”
สิ่งที่ปรากฏอยู่ด้านในลูกแก้วคือสายฟ้าที่ทรงพลัง ซึ่งพยายามก่อตัวขึ้นเป็ดอกบัว แต่สุดท้ายมันก็ได้แตกสลายเหมือนกับตอนที่โม่เฟิงได้ทำการทดสอบในห้องเรียนที่สี่
“ระดับพร์ของเ้าตอนนี้ อยู่สูงเกินกว่าที่ลูกแก้วปฐีลิจิตจะประเมินได้แล้ว”
แม้ทั้งสี่จะไม่อยากเชื่อสักเท่าไหร่นัก แต่ภาพที่พวกเขาเห็นอยู่ตอนนี้ได้ยืนยันแล้วว่า โม่เฟิงสามารถยกระดับพร์ให้กับทุกคนได้จริง ๆ
เสี่ยวฟ่านกำหมัดแน่นพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง “รอข้าก่อนเถอะเ้าพวกห้องเรียนที่หนึ่ง เคยแกล้งข้าเอาไว้เยอะ ถึงตาข้าบ้างแล้ว หึหึ!”
นอกจากสีหน้าของเสี่ยวฟ่านแล้ว ปิงหยุน ตงห่าวและลู่หานต่างก็มีสีหน้าและแววตาที่มุ่งมั่นจริงจังเฉกเช่นเดียวกัน ตอนนี้พวกเขามองเห็นความหวังอยู่ตรงหน้าแล้ว จะไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปโดยง่ายแน่นอน
โม่เฟิงเห็นสีหน้าและแววตาของปิงหยุนที่เป็เช่นนั้นจึงเรียกอีกฝ่ายมาทำการฝังเข็มเป็คนถัดมาต่อจากเสี่ยวฟ่าน
“ปิงหยุน ถึงตาของเ้าแล้ว”
ปิงหยุนรีบถอดเสื้อผ้าออก หันแผ่นหลังให้กับโม่เฟิงอย่างไม่กลัวเกรงต่อปลายเข็มที่แหลมคม
โม่เฟิงใช้เข็มไล่เปิดจุดลมปราณให้กับทุกคนอยู่นานเกือบสองชั่วยาม เขามองดูเหล่าสหายแต่ละคนมีระดับพลังกระเตื้องขึ้นมาด้วยสีหน้าพึงพอใจ ในบรรดาความรู้ที่ส่งต่อมาจากบันทึก์ ความรู้ด้านการแพทย์นับว่ามีมากที่สุด และเป็ไปได้ว่าผู้ที่บันทึก์คนก่อน อาจจะเป็หมอที่เก่งกาจมาก
“เอาล่ะ นี่ก็ได้เวลาแล้ว พวกเ้าเอานี่ไป!” เมื่อตะวันตกดิน โม่เฟิงให้ทุกคนนำเมล็ดถั่วเหม็นหมื่นหอมไปโปรยรอบ ๆ ไล่มาจนถึงจุดที่พวกเขาได้ขุดหลุมเอาไว้ พวกเขาใช้เวลาโปรยไม่ถึงสามนาที ทุกคนก็ััได้ถึงฝูงสัตว์อสูรขนาดเล็กจำนวนหลายร้อยตัวกำลังวิ่งกรูกันเข้ามาหาเมล็ดถั่วเหม็นหมื่นหอมที่พวกเขาโปรยทิ้งไว้
เมื่อพวกมันเข้ามาใกล้ ปิงหยุนจึงเห็นว่าว่ามันคือหนูดินเขาหอก สัตว์อสูรในขอบเขตกำเนิดลมปราณที่มีระดับพลังั้แ่ขอบเขตกำเนิดลมปราณระดับที่หนึ่งไปจนถึงสูงสุดคือกำเนิดลมปราณระดับที่สี่
หนูดินเขาหอกพวกนี้ไม่นับว่าร้ายกาจเท่าไรนัก แม้คนทั่วไปก็สามารถรับมือกับพวกมันได้ แต่ว่าการจะจับหนูดินเขาหอกพวกนี้ให้ได้ซักหนึ่งตัวนั้น ถือว่าไม่ใช่เื่ง่ายเลย
หนูดินเขาหอกมีขนาดตัวที่เล็กมาก มันจึงสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างว่องไว ทั้งยังขุดหลุมเอาไว้ทั่วป่า หากถูกศัตรูไล่ตาม พวกมันจะะโลงหลุมที่ขุดเอาไว้ หลบหนีไปได้อย่างไร้ร่องรอย
จำนวนของหนูดินเขาหอกเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้อาจมากถึงห้าร้อยตัว พวกมันไล่กินเมล็ดถั่วเหม็นหมื่นหอมที่พวกเขาโปรยทิ้งเอาไว้จนหมด และเริ่มมุ่งหน้ามาทางหลุมที่มีเมล็ดถั่วเหม็นหมื่นหอมหลงเหลืออยู่
ระดับสติปัญญาของหนูดินเขาหอกพวกนี้มีไม่มากนัก พวกมันจึงะโลงหลุมเพื่อไปกินเมล็ดถั่วเหม็นหมื่นหอมโดยที่ไม่ทันได้ระแวดระวังตัว และไม่สามารถปีนกลับขึ้นมาได้
หลุมที่โม่เฟิงสร้างขึ้น ภายในมีถังน้ำขนาดใหญ่ถูกเคลือบเอาไว้ด้วยน้ำมันหมู ดังนั้นหนูดินเขาหอกจึงไม่สามารถปีนหรือขุดหลุมหนีออกไปได้
เมื่อหลุมที่ขุดเต็มไปด้วยหนูดินเขาหอก โม่เฟิงจึงสั่งให้เสี่ยวฟ่านเทว่านดูดโลหิตที่ผสมกับน้ำแล้วลงไปจนเต็มถัง ก่อนจะสั่งให้เสี่ยวฟ่านรีบปิดฝา
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม โม่เฟิงจึงให้เสี่ยวฟ่านใช้ปากดูดท่อที่เชื่อมกับก้นถัง เพื่อดูดเอาของเหลวที่อยู่ด้านใน ให้ไหลเข้าสู่ถาดที่มีหลุมทรงกลมขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนคอยรองรับเอาไว้อยู่
เมื่อของเหลวไหลถูกดูดออกมาจนหมดแล้ว จึงให้เสี่ยวฟ่านเปิดฝาถังขึ้นมาเพื่อดำเนินการขั้นต่อไป
ขณะที่เสี่ยวฟ่านเปิดฝาถังขึ้นมานั้น ภาพที่เห็นคือซากของหนูดินเขาหอกนับร้อย เนื้อหนังแห้งเหี่ยว นอนตายกันเกลื่อนกราดอยู่ด้านใน นับว่าเป็ภาพที่น่าสะอิดสะเอียนชวนให้คลื่นไส้ เขารีบเทผงสลายกระดูกลงไปตามคำสั่งของโม่เฟิงก่อนจะรีบปิดฝา
“วันนี้พอแค่นี้ก่อน ข้าจะอยู่เฝ้าที่นี่พวกเ้าแยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เช้าค่อยมาเปลี่ยนกับข้า”
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เก่งคนเดียวอาจทำให้ชนะ แต่ถ้าเก่งทุกคนอาจทำให้ได้ครองโลก (สุภาษิตนี้พอจะใช้ได้ไหม 5555+)
ฝากทุกคนช่วยกดติดตามนิยายเื่นี้ รวมถึงกดติดตามเพจ Facebook : Nightfall.Novel ด้วยนะครับ