ตามมาด้วยทหารหน่วยลับของแม่ทัพว่านที่ปรากฏกายขึ้นความเร็วของพวกเขาทำให้คนของเผ่าอวี๋เจ๋อที่อยู่ด้านหน้าของแม่ทัพว่านและหลินเฟยหลันร่วงลงราวกับใบไม้
นั่นทำให้สีหน้าของม่อชิงดูไม่ค่อยดีนักนางหันไปหานายท่านซึ่งกำมือแน่นด้วยความโกรธอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเหี้ยม
“ฆ่าเสีย”
ในเมื่อเก็บไว้ก็กลายเป็นภัยเช่นนั้นก็จัดการให้สิ้นซาก ส่วนเรื่องผลประโยชน์ที่เพิ่งตกลงกับทางแคว้นเว่ยค่อยหาทางเจรจาใหม่อีกครั้ง
แต่ในขณะที่ม่อชิงสั่งให้คนนำเรือไปเทียบฝั่งพวกเขาทุกคนกลับรู้สึกว่า เรือของพวกเขากำลังถอยหลังออกจากฝั่ง นั่นทำให้ม่อชิงหน้าเสียอีกครั้ง
นางจึงตะคอกถาม“เกิดอะไรขึ้น”
แต่ทว่าไม่มีใครให้คำตอบแก่นางได้เพราะทุกคนกำลังตระหนก
เรือทุกลำกำลังถูกน้ำพัดไปยังอีกฝั่ง
ครืนนนน!!!
“ข้าได้ยินเสียงน้ำไหล”มีคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา
นั่นทำให้นายท่านถึงกับเย็นวาบไปทั้งตัวเขาเองก็ไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้อีก จึงตะคอกถาม “ใครเปิดประตูเขื่อน”
พูดออกมาแล้วทั้งนายท่านและม่อชิงก็ชะงัก
หรือว่า...กุญแจดอกนั้น
เรือสิบลำถูกกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากซัดให้ไหลถอยหลังและวนออกไปตามทิศทางที่ประตูเขื่อนเปิดออกจนเรือหลายลำพลิกคว่ำและชนเข้ากับโขดหินริมน้ำ
หลินเฟยหลันมองดูภาพความพินาศของกองเรือของเผ่าอวี๋เจ๋อด้วยความรู้สึกหน่วงในใจปนโล่งอก
จากนั้นสติของนางก็ดับวูบลง
กลางดึกที่จวนแม่ทัพ
ร่างไร้สติของแม่ทัพว่านถูกหามลงจากม้าอย่างทุลักทุเล
หมอทหารหลายคนที่ถูกลากตัวมากระทันหันยกชายแขนเสื้อขึ้นซับเหงื่อบนหน้าผากพวกเขาสบตากัน ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะค้อมศีรษะรายงานด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“อาการของท่านแม่ทัพน่าจะถูกพิษหมื่นสุริยัน”
รองแม่ทัพเซิ่งขมวดคิ้วถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน“พิษนี้ร้ายแรงเพียงใด?”
หมอทหารถอนหายใจหนักแล้วเอ่ยต่อ “เคยได้ยินว่าพิษชนิดนี้มาจากเผ่าอวี่เจ๋อ พิษนี้เกิดจากการนำดอกไม้ป่าที่มีพิษร้ายแรงในยามพระอาทิตย์ตกมาบดผสมกับน้ำดีสัตว์ป่าและรากไม้บางอย่าง หากได้รับพิษจำนวนมาก โลหิตจะร้อนดั่งสุริยันสองชั่วยามอวัยวะภายในถูกทำลาย ทำให้ทรมานยิ่งนัก จนกระอักเลือดออกมาแล้วก็จะ...จะ...เอ่อ...”
“แล้วอย่างไรรักษาได้หรือไม่ พูดมาให้จบ” รองแม่ทัพเซิ่งตะคอกขึ้นอย่างขัดใจ
ไม่ง่ายเลยกว่าจะหาตัวผู้เป็นนายพบโล่งอกไปได้เปราะหนึ่ง แต่ก็ยังมาได้ยินว่าผู้เป็นนายถูกพิษอีก
คอที่ของเขาเพิ่งออกมาจากเขียงราวกับถูกกระชากกลับไปอีกครั้ง
“ตะ..แต่จากชีพจรของท่านแม่ทัพ น่าจะได้รับพิษจำนวนไม่มากเท่าไหร่แต่พิษนี้มีความรุนแรงไม่น้อยทีเดียว แม้จะได้รับไม่มาก แต่ก็สามารถทำลายเส้นเอ็นทำให้ พะ...พิการได้ขอรับ” หมอทหารตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย
เขาไม่กล้าบอกว่าไม่รู้วิธีรักษา
นั่นทำให้บรรยากาศในเรือนเงียบงันลง
“หุบปากหาทางรักษาท่านแม่ทัพเสีย มิเช่นนั้น ข้าจะเอาชีวิตเจ้าแทน”
“ขออภัยท่านรองแม่ทัพข้าหมดหนทางจริง ๆ ขอรับ โปรดไว้ชีวิตด้วย”
“จะหมดหนทางได้อย่างไรในเมื่อเจ้ารู้จักพิษตัวนี้ ก็ต้องมีวิธีรักษาสิ”
“ขะ..ข้าไม่รู้ว่าต้องใช้ยาขนานใดแต่เคยได้ยินว่ามีคนใช้พิษนี้ เมื่อสิบกว่าปีก่อนที่เมืองตงหยางเท่านั้นแต่ข้าไม่รู้วิธีรักษาพิษจริง ๆ ขอรับหากจะมีก็ต้องเป็นหมอหลวงที่อยู่ที่เมืองตงหยางในตอนนั้นขอรับหรือไม่ก็ต้องเป็นหมอยาเทวดาหลี่เท่านั้นที่จะปรุงยาได้”
“ท่านรองแม่ทัพเซิ่งใจเย็นๆ พวกเราจับคนเผ่าอวี๋เจ๋อมาด้วยนี่”
“ใช่แล้วนำตัวเข้ามา”
รองแม่เซิ่งพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของม่อเยี่ยนที่ถูกพันธนาการอยู่แล้วกดดาบเข้าที่ลูกกระเดือกของจอมโจรเฒ่าจนเลือดซึมออกมา
“ส่งยาถอนพิษมาเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้นข้าจะสับเจ้าเป็นชิ้น ๆ แล้วโยนให้ปลากิน”
ม่อเยี่ยนแม้จะบาดเจ็บและถูกพิษเล่นงานจนขยับไม่ได้แต่เขากลับแค่นหัวเราะอย่างน่าสยดสยองดวงตาข้างเดียวที่เหลืออยู่จ้องมองความตายตรงหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน
“หึหึ สับข้าสิหากข้าตาย นายของเจ้าก็ต้องลงนรกไปเป็นเพื่อนข้าในอีกไม่เกินสามวัน ฮ่าฮ่า พิษนี้มีเพียงข้าที่รู้วิธีปรุงยาถอนหากเจ้าอยากให้มันรอด...ก็ต้องปล่อยข้า ฮ่าฮ่า”
“เจ้าบัดซบเอ๊ย” รองแม่ทัพเซิ่งสบถขึ้นอย่างหัวเสีย
รองแม่ทัพจิ้งที่เป็นคนสนิทของแม่ทัพหนุ่มเองก็มีสีหน้าไม่สู้ดี
ไม่ง่ายเลยกว่าจะจับตัวคนที่อยู่เบื้องหลังของสงครามในครั้งนี้
ตอนแรกพวกเขาคิดเพียงว่าเมืองชายแดนเหนือจะเกิดภัยน้ำท่วม จึงเพียงส่งเสบียงบรรเทาทุกข์มาเท่านั้นแต่ใครจะคาดคิดว่า สถานการณ์ของที่นี่เลวร้ายยิ่งนัก
เพราะทัพแคว้นเว่ยบุกประชิดทั้งยังมีการเคลื่อนไหวของชนเผ่าข้างเคียงเหล่านั้นอีก
หลังจากการปะทะกับกลุ่มโจรจนต้องถอยร่นกลับเข้าเมืองเป่ยซางพวกเขาก็ตามร่องรอยจนพบกับผู้เป็นนาย เมื่อห้าวันก่อน และสืบจนรู้ว่าที่แท้แล้วคนที่อยู่เบื้องหลังของสงครามเมืองชายแดนเหนือ คือนายท่านผู้นั้นของชนเผ่าอวี๋เจ๋อ
หลังจากที่รอคอยมาหลายวันนายท่านผู้นั้นก็ปรากฏตัวขึ้นที่เผ่าเมื่อวันก่อน พวกเขาจึงนำกำลังหวังจะจับตัว
และดูเหมือนว่าสวรรค์จะเข้าข้างเมื่อสองพ่อลูกเผ่าอวี๋เจ๋อสร้างความวุ่นวาย ทำให้นายท่านปรากฏตัวเร็วขึ้น
น่าเสียดายที่ไม่อาจจับตัวหัวเรือใหญ่ได้แต่กระนั้น เผ่าอวี๋เจ๋อก็ถูกทำลายจนเสียหายไม่น้อยเช่นกัน
ม่อเยี่ยนถือเป็นคนที่กุมความลับไว้หลายอย่างพวกเขาไม่อาจใช้ข้อต่อรองนี้ ปล่อยตัวม่อเยี่ยนไปได้
แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้คนที่นอนไร้สติมีอันเป็นไปได้เช่นกัน
ท่ามกลางความตึงเครียดที่เกิดขึ้นหลินเฟยหลันที่ได้สติ ค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าที่สงบนิ่งก่อนจะปรายตาคมกริบมองไปยังม่อเยี่ยนที่กำลังแสยะยิ้มอย่างผู้เหนือกว่า แล้วเอ่ย
“ไม่ต้องสนใจเขาหรอก พิษนี้...ข้ารู้วิธีแก้”