ทะลุมิติมาเป็นนางร้ายท้ายหมู่บ้าน

    75. ตั้งครรภ์

    หนิงหนิงผู้คิดมาตลอดว่านางคือผู้ชมที่ดี แต่จู่ๆ นางก็โดนสามีคนงามลากเข้ามาร่วมวงแบบงง เลยทำให้นางต้องเข้าไปเล่นละครด้วยอีกคน หญิงสาวมองสามีคนงามที่กำลังนางพลางร้องไห้กระซิกๆ เหมือนสาวงามที่ถูกรังแกแล้วก็ได้กลั้นขำในใจ เพราะท่าทางที่เขาเลียนแบบมามันช่างเหมือนยิ่งกว่าแม่นางน้อยที่อยู่ตรงนั้นเสียอีก

    “สามีท่านใจเย็นๆ ก่อน อย่าพึ่งร้องไห้เลยบางทีนี่อาจจะเป็นการเข้าใจผิดก็ได้” เรื่องทะเลาะกันเอาไว้ก่อน ตอนนี้นางต้องเล่นบทชายหนุ่มเอาใจสาวงามก่อน เดี๋ยวกลับไปค่อยจัดการเขาอีกที

    “ฮึก ภรรยา นาง นางต้องการแต่งกับข้าแต่ข้าไม่ยอมนางก็เลย ก็เลยใช้ข่าวลือบังคับให้ข้าแต่งนางเข้าจวน” ใบหน้างามเปื้อนไปด้วยรอยน้ำตา ทำให้เขาดูเหมือนบุปผางามท่ามกลางสายฝน ทั้งที่เป็นชายหนุ่มแต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนหญิงงาม ท่าทางฟ้องร้องคนน่ารักในอ้อมแขนว่าตนกำลังถูกรังแกนั้น ทำให้เหล่าชายหนุ่มที่กำลังมุ่งดูเรื่องสนุกเกือบหลงใหลไปกับใบหน้านั้น ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายเป็นบุรุษ

    “สามีอย่าร้องไห้เลยเดี๋ยวภรรยาจัดการนางให้ดีหรือไม่”

    “QAQ” นางยื่นมือไปเช็ดน้ำตาของเขาออกอย่างแผ่วเบา ก่อนพูดคำหวานปลอบประโลมคนงามอีกสองสามคำ จากนั้นนางก็หันไปประจันหน้ากับคู่กรณีเมื่อสีหน้าชายหนุ่มเริ่มดีขึ้น

    “แม่นางท่านนี้ ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอันใดขึ้น เพียงแต่สามีข้าช่วงนี้เขาค่อนข้างอารมณ์แปรปรวนนิดหน่อย เลยอาจมีบ้างที่เผลอพูดจาแรงไป ข้าก็ได้แต่หวังว่าแม่นางจะไม่ถือสาคนแพ้ท้องแทนภรรยาเช่นเขา^^” คำพูดของหญิงสาวสื่อประมาณว่าชายหนุ่มกำลังแพ้ท้องแทนภรรยาอยู่ เลยทำให้มีอารมณ์แปรปรวน จึงเป็นเหตุให้ชายหนุ่มกล่าวคำพูดจาไม่ดีกับนางก่อนหน้านี้ แต่ถ้าว่าในอีกนัยน์นึงก็คือถ้านางไม่ยุ่งกับเขาก่อนเขาก็จะไม่ด่านางเช่นกัน

    “เอ่อ คือข้า.. ข้าก็แค่หวังว่าเขาจะยอมยื่นมือมารับข้าตอนจะหกล้มก็ ก็แค่นั้นเอง” คุณหนูจิ้งเอ่อตะกุกตะกัก เมื่อได้ยินชายหนุ่มที่ตนหลงรักกำลังแพ้ท้องภรรยา นางก็อิจฉาหญิงสาวเบื้องหน้ายิ่งนัก เพราะนี่มันแสดงให้เห็นว่าเขารักนางมากเพียงใด

    “แม่นางท่านล้อเล่นแล้ว ก็เห็นๆ อยู่ว่าสามีข้ามือไม่ว่างแล้วเขาจะไปช่วยท่านได้อย่างไร” ฮาโหลอยากอ้างเรื่องบุญคุณแล้วขุดกำแพงบ้านข้าหรือ มันยังเร็วไปอีกร้อยปียัยหนู มุขพวกนี้ในซีรีส์มีออกจะบ่อย

    “ขออภัยข้าไม่ทันเห็น”

    “อื้อ..แม่นางไม่เห็นเรื่องนั้นข้าไม่ว่า เพียงแต่สาวใช้ที่อยู่ข้างเจ้าก็ตาบอดด้วยหรือ โอ้ไม่สิต้องเรียกว่าแขนขาดด้วยกระมั้งเห็นเจ้านายตนล้มแต่กลับไม่ยอมช่วย^^” รอยยิ้มหวานพิมพ์ใจบนใบหน้าน่ารักทำให้ผู้คนต่างก็ตกหลุมรัก หากแต่คำพูดนางมันช่าง...บาดใจเหลือเกิน

    “...” สาวใช้ที่โดนหาว่าตาบอดไม่พอยังแขนขาดอีกได้มองใบหน้าน่ารักของหญิงสาวด้วยความอึ้ง นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดคำพูดคำจาของนางมันถึงช่างแทงใจดำเหลือเกิน

    “แม่นางท่านกล่าวเกินไปแล้ว ยวี่ยวี่ก็แค่รับข้าไม่ทันก็เท่านั้นเอง”

    “อื้อ...ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ควรเป็นความผิดของนางสิ แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวกับสามีข้าอย่างไรหรือ?”

    “....” นั้นสิแล้วมันเกี่ยวอันใดกับชายหนุ่มรูปงามผู้นั้นกัน ก็เห็นๆ อยู่ว่าเขารักภรรยาถึงเพียงนั้น เขาจะเป็นคนที่โปรดอนุมากกว่าว่าที่ภรรยาเอกของตนได้อย่างไร

    บรรดาฝูงชนเริ่มมีความคิดเอนเอียงไปทางฝั่งหนิงหนิง เพราะพวกเขาบางคนก็เห็นเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้น จึงพอรู้ว่าเป็นคุณหนูจิ้งที่เป็นฝ่ายเข้าหาชายหนุ่มก่อน แต่ชายหนุ่มไม่เล่นด้วยนางจึงเริ่มโวยวายเรื่องคู่หมั้นขึ้นมา ซึ่งพอมันเกิดขึ้นแล้วพวกเขาก็เห็นเพียงชายหนุ่มมีสีหน้าสงสัยแค่นั้น ก่อนที่เขาจะเริ่มเดือดดาลเพราะคุณหนูจิ้งเริ่มกล่าวว่าร้ายภรรยาของเขา

    “เจ้า เจ้า” คุณหนูจิ้งได้แต่กัดฟันมองนางด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นว่าฝูงชนเริ่มชี้นิ้วมาที่นางแล้วหันไปซุบซิบกัน

    “อ้ออีกอย่างนะแม่นาง ข้ากับสามีเราสองคนหมั้นหมายกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนั้นสามีของข้าไปเป็นคู่หมั้นของเจ้าเมื่อใดหรือ ข้าละอย่างรู้จริงๆ หวังว่าแม่นางจะสามารถไขข้อข้องใจให้ข้าได้นะ ไม่อย่างนั้นข้าคงต้องไปถามท่านพ่อท่านแม่ว่านอกจากข้าแล้ว พวกท่านยังได้หมั้นหมายท่านพี่ไว้กับผู้อื่นอีกหรือ? ^^” ตอนที่นางได้ฟังเรื่องนี้ นางก็รู้สึกสงสารสามีคนงามของนางอยู่เหมือนกัน

    ทั้งที่เขาโดนเหล่าชายหนุ่มไล่ตามมาตั้งแต่เด็ก ในสายตาสตรีเขาก็เป็นที่อิจฉาของพวกนางเพราะใบหน้างามกว่าชาวบ้าน ก็พึ่งมีนางนี่แหละที่หยอกล้อเขาเล่นจนอีกฝ่ายดันเกาะหนึบไม่ปล่อย แต่พอมาตอนนี้มีตำแหน่งใหญ่โตเขาก็เริ่มโดนพวกสตรีวางแผนปืนเตียงเขาแทบทุกวัน จนทำให้ชายหนุ่มแทบจะเกลียดสตรีอยู่แล้ว แม่นางผู้นี้ก็ยังคิดจะมาจับเขาอีก สามีของนางช่างน่าสงสารจริงๆ

    “ข้า ข้า คือข้าแค่พูดผิดเขา เขาไม่ได้เป็นคู่หมั้นข้าเขาก็แค่หน้าคล้ายน่ะ หน้าคล้าย” เมื่อนางได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็นคู่หมั้นของชายหนุ่มมาตั้งแต่เด็กแถมยังมีการกล่าวถึงพ่อแม่สามี แค่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่านางต่างหากที่เป็นคู่หมั้นตัวจริงไม่สิตอนนี้เป็นภรรยาเอก ส่วนนางนั้นก็ไม่นับว่าเป็นอันใดเลยสำหรับชายหนุ่ม หญิงสาวได้แต่คิดในใจว่าศึกนี้ขืนปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปนางนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายเสียหน้า

    “ใช่แล้วเจ้าค่ะ คุณชายท่านนี้เขาหน้าคล้ายคู่หมั้นของคุณหนู จึงทำให้คุณหนูเข้าใจผิด”

    “หืม..จริงหรือถ้างั้นเรื่องที่ว่าโปรดอนุมากกว่าว่าที่ภรรยาเอกเล่า นั้นก็เรื่องเข้าใจผิดหรือ?”

    “ปะเป็นเช่นนั้น ทุกอย่างเป็นข้าที่เข้าใจผิดไปเอง”

    “อื้อ...สามีเขาว่างั้นล่ะ ท่านจะเอายังไงต่อหรือ^^”

    “ถ้างั้นก็ช่างมันเถอะ ก็แค่สตรีไม่สมประกอบผู้นึงข้าไม่ถือสาหรอก หากยังถือสาต่อไปก็มีแต่จะทำให้เจ้ากับลูกมีกรรมติดตัวเปล่าๆ” น้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึกทำให้คนฟังรู้สึกขนลุกแปลกๆ เมื่อนางเห็นสายตาของชายหนุ่มที่มองตนที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากรอยยิ้มที่ไม่ถึงตา

    “อื้อ..ในเมื่อท่านว่าเช่นนี้งั้นก็ช่างมันเถอะ เพียงแต่ว่าค่าปลอบขวัญท่านยังไงก็คงต้องมีล่ะนะ” เมื่อนางเอ่ยคำว่าค่าปลอบขวัญขึ้นมา หญิงสาวก็เริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา ราวกับว่านางกำลังจะถูกอีกฝ่ายจับแก้ผ้ายังไงยังงั้น

    “เรื่องก็เป็นเช่นนี้แหละ ข้าก็ได้หวังว่าคุณหนูจิ้งหว่านหว่านจะเข้าใจแล้วส่งค่าปลอบขวัญมาให้สามีของข้าที่จวนภายในพรุ่งนี้ ไม่อย่างนั้นข้าคงต้องขอไปเยี่ยมเยือนที่จวนเสนาจิ้งเพื่อถามไถ่เรื่องนี้ด้วยตนเอง^^” รอยยิ้มอันสดใสในยามที่เรียกชื่อนางนั้น ทำให้คนโดนเรียกชื่อถึงกับหน้าซีด

    คุณหนูจิ้งหว่านหว่านได้แต่คิดในใจว่านางรู้ชื่อตนได้อย่างไร ไม่ใช่ว่านางพึ่งมาถึงเมืองหลวงหรอกหรือ นางเป็นแค่คนจากบ้านนอกไม่ใช่หรือ นางจะรู้ชื่อของตนได้อย่างไรหลังจากที่มาถึงเมืองหลวงได้แค่ไม่กี่วัน ยังคิดนางก็ยิ่งสงสัยแต่ตัวตนเรื่องไหนเลยจะอยู่ให้นางซักถาม

    เพราะนางจูงมือสามีขึ้นรถม้ากลับไปแล้ว ทิ้งไว้แต่คุณหนูจิ้งกับสาวใช้ที่อยู่กลางวงล้อมของเหล่าชาวบ้าน ที่กำลังพูดเรื่องของนางอย่างสนุกปาก เรื่องที่คุณหนูรองแห่งจวนเสนาจิ้งอยากได้สามีคนอื่นมากจนถึงขั้นกุเรื่องหลอกเขาให้รับผิดชอบนาง ไม่ก็คุณหนูจิ้งสติไม่สมประกอบคิดว่าชายหนุ่มทุกคนเป็นคู่หมั้นของนาง

    .

    .

    จวนอัครเสนาบดี

    เมื่อกลับมาถึงจวนหนิงหนิงก็ให้คนไปตามหมอโดยไม่สนคำคัดค้านของชายหนุ่ม เพราะตอนนี้นางเริ่มสงสัยแล้วจริงๆ ว่าชายหนุ่มเป็นอะไรไป เพราะว่าอาการของเขามันเริ่มเหมือนคนท้องเข้าไปทุกที นางจึงต้องเชิญหมอมาตรวจเพื่อคลายความสงสัย

    “ท่านหมอเป็นอย่างไรบ้างหรือ” หญิงสาวเอ่ยถามท่านหมอด้วยความกังวล นางกลัวว่าชายหนุ่มจะป่วยเป็นโรคร้ายแรง เพียงแต่ท่านหมอกลับหันมามองนางด้วยสายตาแปลกๆ แทน

    “ท่านหมอ..”

    “ฮูหยินข้าจับชีพจรท่านหน่อยได้หรือไม่?”

    “เอ๊ะข้าหรือ แต่ข้าก็สบายดีนี่นาเหตุใดต้องจับด้วยเล่า”

    “เพื่อตรวจโรคของนายท่านน่ะขอรับ ฮูหยินข้าขอมือท่านหน่อย”

    “ตกลง” จากนั้นนางก็ยื่นข้อมือไปให้ท่านหมอจับ ท่านหมอก็จับอยู่ครู่นึงก่อนจะหันไปเขียนใบสั่งยางแล้วยื่นให้นาง

    “นี่คือยาของท่านพี่?”

    “ฮูหยินท่านกำลังล้อข้าเล่นกระมั้งนี่เป็นใบสั่งยาของท่านขอรับเป็นยาบำรุงครรภ์”

    “...” หญิงสาวช็อกไปกับคำว่ายาบำรุงครรภ์ สรุปก็คือสิ่งที่นางพูดหยอกล้อสามีเล่นๆ แต่ดันกลายเป็นว่านางดันเป็นฝ่ายท้องแทน ถ้างั้นก็แปลว่าที่ผ่านมาเขาแพ้ท้องแทนนางหรือ?

    “ท่านหมอท่านพูดจริงหรือ ข้ากำลังจะได้เป็นพ่อคนแล้วจริงๆ หรือ” ชายหนุ่มเอ่ยถามท่านหมอด้วยความตื่นเต้น เพราะเขาขยันปั้นก้อนแป้งแทบทุกวันจนจะโดนภรรยาไล่ไปนอนนอกห้องอยู่ร่อมล่อ จะไม่ให้เขาดีใจได้อย่างไรก็ในเมื่อความพยายามของตนได้ผลเสียที

    “เป็นเช่นนั้นขอรับ ได้ประมาณเดือนกว่าแล้วชีพจรราบรื่น นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นฝาแฝด แต่ข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่คงต้องรอให้อายุครรภ์มากกว่านี้หน่อย”

    “ขอบคุณท่านหมอ นอกจากนี้ข้าอยากถามว่ามีเรื่องอะไรที่นางต้องระวังมากเป็นพิเศษหรือไม่” เมื่อหนิงหนิงได้ยินเขาถามเรื่องนี้ นางก็ตั้งใจฟังที่ท่านหมอพูดด้วยเช่นกัน เพราะนี่เป็นครั้งแรกเลยที่นางมีลูกดังนั้นนางจึงต้องระมัดระวังให้มากหน่อย

    “ก็ไม่มีอะไรพิเศษมาก เพราะท่านเป็นคนแพ้ท้องแทนฮูหยิน ดังนั้นที่เหลือจึงมีแค่ต้องคอยระวังพวกอุบัติเหตุกับพยายามออกแรงมากเกินไปในช่วงนี้ เพราะมีความเสี่ยงที่ฮูหยินอาจจะแท้งได้น่ะขอรับ นอกนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร” เมื่อท่านหมอเอ่ยจบเขาก็หันไปกำชับเรื่องหญิงสาวเรื่องที่ควรระวังเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย ก่อนจะขอตัวกลับหลังจากจัดยาบำรุงครรภ์ให้สาวใช้ไปต้มมาให้นางดื่ม จนเมื่อนางดื่มยาเสร็จท่านหมอก็ขอตัวกลับ ชายหนุ่มก็เป็นคนเดินไปส่งท่านหมอที่หน้าประตู ก่อนจะเดินเข้ามาหานางด้วยรอยยิ้ม

    “ภรรยา~~”

    “หืม?”

    “ข้ามีความสุขที่สุดเลยที่ได้ยินเจ้ามีก้อนแป้งแล้ว”

    “อื้มนั้นสินะ เพียงแต่ว่าข้าไม่คิดเลยว่าตนเองจะท้องหลังจากที่แต่งงานได้แค่สองเดือน...”

    “^^”

    “...” อ่านางลืมไปได้ไงกันนะ สามีเป็นพวกหมาป่าหุ้มหนังแกะนี่เนอะ

    “ภรรยาจากนี้ไปสามีจะรักเจ้าให้มากกว่าเดิมเลยล่ะ^^”

    “พอเถอะ แค่นี้ข้าก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว=_=”






    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้ายท้ายหมู่บ้าน ที่คุณอ่าน