จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 124 ชี้นำ

    ตอนที่ 124 ชี้นำ

     

    กาติรัสจับจ้องเรือนร่างนั้นด้วยร่างกายแข็งค้างราวกับรูปปั้น ลูกตาทั้งสองสั่นไหวเฉกเช่นเดียวกันกับจิตใจที่มิอาจทานทน เขากำลังกลัว… กลัวสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้า… ลมหายใจของลิเวียธ่ากำลังแผ่วเบาลงเรื่อยๆ เด็กหนุ่มสาวเท้าเข้าหานางเชื่องช้าเป็นที่สุดสืบเนื่องจากความตกตะลึงงัน กาติรัสไม่เคยประสบพอเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน การสูญเสียคนที่รักไป…

     

    ลิเวียธ่ารู้สึกหนาวเหน็บและโดดเดี่ยว แต่ทันทีที่กาติรัสเข้าไปประคองร่างกายของนางให้แนบชิดอิงกายเขา เด็กสาวพลันสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่มิอาจบรรยายได้ นางเคยสัมผัสกับมันครั้นตอนท่านยายยังมีชีวิตอยู่ ทว่าตอนนี้กลับไม่มีอีกแล้ว… นางคิดไม่ผิดจริงๆ “เรารักเขา” เป็นความรักที่บริสุทธิ์ที่ก่อเกิดขึ้นมาตลอดหลายปีมานี้

     

    กาติรัสไม่รอช้าเร่งโคจรพลังเวทย์ในร่างกายเพื่อจะรักษาเด็กสาวตรงหน้า เพียงสามลมหายใจ ใบหน้าของจักรพรรดิพลันขาวซีดราวกับกระดาษ เขามิอาจรีดเค้นพลังออกมาได้แม้เพียงเศษเสี้ยวเดียว…

     

    “อะไรกัน… ขอสักนิด ขอใช้พลังเวทย์เพียงหนึ่งในล้านก็ได้…” กาติรัสกล่าวเสียงสั่น ทุกวินาทีขณะนี้คือความเป็นตายของลิเวียธ่า เขารู้สึกกดดันราวกับขุนเขากดทับอก นี่เป็นครั้งแรกที่จักรพรรดิพานพบแรงกดดันเช่นนี้ สืบเนื่องจากพลังของเขาที่แข็งแกร่งอย่างมาก ทุกอย่างจึงสะดวกสบายไปหมด จวบจนกระทั่งวินาทีนี้…

     

    ทันใดนั้น กาติรัสกวาดสายตามองไปทางเหล่าเฒ่าทารกมาร ถึงแม้จะไม่มีหยาดน้ำตาใดปรากฏแต่นัยน์ตาคู่นั้นเผยความวิงวอนอย่างชัดเจน “ได้โปรด ช่วยนางด้วย ข้ายอมทุกอย่างเลย ช่วยให้นางมีชีวิตอยู่ต่อ…”

     

    “ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าชอบนัก! ชอบใบหน้าของเจ้าตอนนี้มาก!! ทำเอาข้าลืมสีหน้าเหยียดหยามดุจเราเป็นมดปลวกนั่นเสียหมดเลย ฮ่าฮ่าฮ่า” ไป๋เซ่อหัวร่อลั่น ความสะใจในครั้งนี้ช่างน่ายินดีเสียยิ่งกว่าทะลวงคอขวดเลเวลล้าน ไม่ใช่เพียงแค่มัน เฒ่าทารกมารตนอื่นต่างแสดงใบหน้าสะใจเย้ยหยันอย่างเปิดเผย นี่เองที่ทำให้กาติรัสใบหน้าซีดเผือดหนักขั้นดุจไร้โลหิต

     

    ลิเวียธ่าพยายามประคองสติตนเองอย่างแรงกล้า ริมฝีปากสาวน้อยเผยอออก “กะ…กาติรัส”

     

    กาติรัสหันขวับมาทางลิเวียธ่า เขาที่พยายามจะเอ่ยว่า “อย่าพูดอะไรเลย เจ้าบาดเจ็บหนักมาก” ทว่าถ้อยคำเหล่านั้นราวกับติดอยู่ที่ลำคอมิอาจเปล่งเสียงเอื้อนเอ่ยคำใดได้ ขณะที่ลิเวียธ่าเอ่ยชื่อของเขาขึ้นปรากฏโลหิตไหลรินผ่านมุมปาก ร่างของกาติรัสสั่นสะท้าน ถึงกระนั้น เขาก็มิอาจกระทำอันใดได้เลย

     

    “ตลอดหลายปีมานี้ ขอบคุณนะ เราโกรธกาติรัสก็จริง แต่ยังไง…เราก็อภัยให้ท่านอยู่ดี” ลิเวียธ่าร่ายคำยาว นางใช้พลังงานจนเกือบหมด สีหน้าของกาติรัสบิดเบี้ยวขึ้นในทันใด หากนางยังฝืนจะพูดต่อเกรงว่าคงได้ตายกันจริงๆแน่ ทันใดนั้นเองที่ลิเวียธ่าเคลื่อนฝ่ามืองามจับฝ่ามือของเด็กหนุ่มแนบแน่น รอยยิ้มบางเผยขึ้นบนใบหน้า “เรารักท่าน…”

     

    เพียงชั่วพริบตานั้น กลิ่นอายของลิเวียธ่าพลันหายสาบสูบอย่างไร้ร่องรอย ทั่วทั้งสามภพ สวรรค์ นรก บาดาล ไม่ว่าจะสถานการณ์ที่แห่งใดล้วนไม่มีกลิ่นนอายของเด็กสาวที่ชื่อลิเวียธ่าอยู่อีก นางจากไปแล้ว…

     

    “ไอ้หยา ตายง่ายสิ้นดี” ไป๋เซ่อกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “รู้งี้ข้าน่าจะช่วยมันไว้แล้วค่อยทรมานให้หนักยิ่งกว่านี้” เขายังไม่ทันสาแก่ใจ เด็กนั่นก็ด่วนไปปรโลกเสียก่อน ในเมื่อเครื่องมือทำร้ายจิตใจจักรพรรดิจากไปแล้ว เช่นนี้พวกมันก็บรรลุเป้าหมายแล้ว เหลือเพียงอย่างสุดท้าย สังหารจักรพรรดิและดูดซับหยดน้ำตาเทพีสวรรค์

     

    ภายในห้วงจิตใจของกาติรัส นัยน์ตาคู่นั้นไร้ชีวิตชีวาอย่างแท้จริงดุจคนหมดอาลัยในชีวิต สายตานั้นจับจ้องเรือนร่างที่ไร้วิญญาณของลิเวียธ่าอย่างนิ่งงัน เขายังไม่ได้บอกขอโทษนางเลย… ทันใดนั้น หยดน้ำตาของจักรพรรดิก็เริ่มรินไหลออกมา หาได้ใช่น้ำตาสีขาวใสแต่อย่างใด ทว่ากลับเป็นบ่อน้ำตาโลหิตแดงฉาน

     

    “ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่าๆ ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆๆ” จู่ๆกาติรัสก็หัวเราะบ้าขึ้นมา การตายของนางย่อมเป็นแรงกระทบกระเทือนต่อจักรพรรดิอย่างยิ่งยวด เด็กหนุ่มกุมศีรษะตัวเองเอ่ยกล่าวเสียงดังลั่น “พอแล้วกับโลกใบนี้ เอาไปเลย อยากได้อะไรก็เอาไปเลย!! ข้ายอมให้เจ้าทุกอย่างแล้ว”

     

    “ฮ่าฮ่าฮ่า พวกเจ้าดูนั่นสิมันกลายเป็นบ้าแล้วหรือนั่น ฮี่ๆๆ บิดาได้เห็นภาพนี้กับตาช่างสะใจเสียนี่กระไร” ไป๋เซ่อกล่าวพลางฉีกยิ้มกว้าง แม้กระทั่งเฒ่าทารกที่เหลือล้วนปรากฏใบหน้าพึงพอใจอย่างมาก กล่าวได้ว่าตลอดชีวิตของมันช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่มีความสุขที่สุดแล้ว!

     

    “เจ้ามันไม่เหลืออะไรแล้ว พวกข้าจะเอาอะไรได้ อีกไม่นานพวกข้าจะเดินทางไปเยือนราชอาณาจักรเทพแล้วทำสัญญากับราชันสูงสุด ให้ฆ่าน้องสาวและแม่ของเจ้า ให้มันได้ตายอย่างทุกข์ทรมาน ข้าจะให้เจ้าได้เห็นภาพที่น้องสาวตนเองถูกหอกเสียบทะลุร่าง ฮ่าๆๆ” หยินเซ่อกล่าวอย่างสะใจ มันลูบเคราหนาที่ยาวเฟื้อยของตนเองด้วยใบหน้ายิ้มแย้มปรีดี

     

    พวกมดปลวกหาได้รู้ไม่ ความผิดปกติบางอย่างกำลังเกิดขึ้นกับกาติรัส…

     

    “มีบางอย่างแปลกไป…” จินเซ่อกล่าวเสียงราบเรียบ ใบหน้าสะใจเมื่อครู่นั้นมลายหายไปถูกแทนที่ด้วยสีหน้าสับสนเป็นกังวล เขาจับจ้องกาติรัสที่นอนกอดร่างลิเวียธ่าไม่กระพริบตา “มีความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในเส้นพลังของมัน”

     

    “พี่ใหญ่จินคงคิดไปเองเสียกระมัง ข้ามิอาจสัมผัสความเปลี่ยนแปลงใดได้เลย” ฮุยเซ่อกล่าวขณะที่มันจับจ้องไปทางกาติรัสอย่างเพ่งเล็ง มันพิจารณาเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน ต่อให้มันมีวิชาปกปิดพลังระดับพระเจ้า แต่ด้วยอำนาจของเทพีสวรรค์ที่ผนึกรั้งไว้ แน่นอนจักรพรรดิล้วนมิอาจหนีรอดไปจากสายตาของเฒ่าทารกฮุยเซ่อผู้นี้ได้

     

    “เป็นดังที่ฮุยเซ่อว่า ข้าไม่เห็นสิ่งใดที่ผิดปกติเลย” หลันเซ่อกล่าวเสริม เขาใช้สายตาคมกริบตรวจสอบกาติรัสแล้วเช่นกัน แต่มิอาจตรวจจับความผิดปกติที่พี่ใหญ่จินว่าได้เลย

     

    เพียงชั่วพริบตานั้นเอง ฉึก… เสียงบางอย่างดังขึ้นแผ่วเบา ในขณะนี้สายตาของเหล่าเฒ่าทารกล้วนกำลังจับจ้องภาพตรงหน้าเป็นภาพเดียว ไป๋เซ่อถูกดาบยาวแทงทะลุศีรษะ ดาบนั่นโปร่งใสอย่างถึงที่สุดแทบจะกลมกลืนไปกับอากาศธาตุเลยทีเดียว เพียงสามลมหายใจต่อมา เหล่าเฒ่าทารกที่เหลือรูม่านตาต่างขยายโตกว้างกันไปตามๆกัน

     

    “ดาบนี่…” จินเซ่อกล่าวเสียงสั่นเครือ เขาสัมผัสได้ถึงค่าพลังกายและพลังเวทย์ของไป๋เซ่อที่กำลังหดหายไปอย่างไม่มีสาเหตุ ยิ่งนานเข้า ตัวเลขที่อยู่ในสายตาของเขาพลันลดลงเร็วยิ่งขึ้นจนน่าสะพรึง “หนี! หนี! หนีให้เร็วเลย!!”

     

    เฒ่าทารกที่ได้ยินดังนั้นล้วนใช้พยายามที่จะเปิดมิติออก ทว่า ทุกอย่างล้วนไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง บริเวณโดยรอบเกิดการผันผวนของบรรยากาศขั้นรุนแรงจนมิอาจเปิดมิติได้ พวกมันรีดเค้นพลังเหาะหนีกันกระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทาง ด้วยความที่พลังของพวกมันอยู่ที่ครึ่งก้าวสู่เลเวลล้าน ความเร็วในการบินนั้นล้วนอยู่เหนือจินตนาการของเหล่าปุถุชนคนธรรมดา เพียงสามลมหายใจ รัศมีพันกิโลเมตรก็ไม่มีพวกมันอีกต่อไป

     

    “ดาบนั่นดูดกลืนค่าพลังของไป๋เซ่อไป…” จินเซ่อเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่ขาวซีด ถ้าคนที่โดนดาบนั่นเข้าเป็นเขา ต่อให้มันตกนรกไปความเสียใจนี้ย่อมมิอาจบ่งบรรยายได้ พวกมันใช้เวลากว่าหลายหมื่นปีในการไต่เต้ายกระดับพลังมาถึงขนาดนี้ ขึ้นมาสู่จุดสูงสุดของโลกต้นกำเนิด แล้วทุกสิ่งกลับกำลังมลายสิ้นในวันเดียวน่ะหรือ? แค่คิดอกก็จะแตกตายแล้ว!!

     

    “นั่นมันดาบบ้าบออะไร!! โปร่งใสจนเกือบสัมผัสไม่ได้ นี่ถ้าไม่เห็นโลหิตของไป๋เซ่อเกรงว่าพวกเราคงยืนบื้อกันอยู่อย่างนั้นต่อ” ฮุยเซ่อที่เดินตามจินเซ่อมาเอ่ยเสริม มีเพียงเขาและจินเซ่อเท่านั้นที่หนีมาทางทิศนี้

     

    ห้วงเวลาผ่านพ้นไปเกือบสิบลมหายใจได้ตั้งแต่ดาบโปร่งใสปักศีรษะของไป๋เซ่อ ทันใดนั้นเองที่สรรพชีวิตต่างสัมผัสได้ถึงแรงกดดันหนักหน่วงจนหายใจไม่ทั่วท้อง เหนือน่านนภาที่สว่างกระจ่างใสกลับปรากฏดาบนับล้านล้านเล่มปกคลุมจนมืดมิด ดาบเหล่านั้นกอปรไปด้วยสีแดง,ขาว,ดำ,ม่วง,โปร่งใส ร่างของกาติรัสลอยนิ่งกลางนภากาศ เพียงปลายนิ้วชี้ลง กองทัพดาบพลันดิ่งทะยานลงมาดุจห่าฝน

     

    “นั่นมัน…” จินเซ่อแหงนมองกาติรัสที่ลอยนิ่งกลางอากาศเหนือพื้นดินกว่าหลายหมื่นเมตร ในขณะนี้ทั่วทุกตารางนิ้ว สิ่งมีชีวิตใดที่มองเห็นกาติรัสได้พวกมันจะได้สัมผัสกับความหวาดกลัวที่แท้จริง มีเรือนร่างมหึมาลอยอยู่หลังเด็กหนุ่มราวกับวิญญาณ มันเป็นผู้ชาย… เป็นมนุษย์ที่มีหน้าตาหล่อเหลาจนบรรยายไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถยืนยันได้ก็คือ ทุกชีวิตที่มองเห็นมัน ขณะนี้ต่างได้สัมผัสถึงความต่อยต่ำเสียยิ่งกว่ามดแมลง ไม่เว้นแม้กระทั่งเฒ่าทารกมารที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกต้นกำเนิด พวกมันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแมลงไร้ค่า

     

    หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น เผ่าฟีนิกซ์ต่างโดนลูกหลงยกเผ่า พวกมันเกือบสูญพันธุ์เลยทีเดียว สถานที่แห่งนั้นถูกทำลายราบเป็นหน้ากอง ทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยพิษขั้นร้ายแรง เพียงท่านสูดมันเข้าไปในร่างกาย หากท่านโชคร้ายมีเลเวลต่ำกว่าหนึ่งแสนท่านจะสิ้นใจในทันที แต่หากท่านโชคดีมีเลเวลสูงกว่าหนึ่งแสนแต่ไม่ถึงล้าน ท่านจะตายในสามสิบวัน ระยะเวลาที่อยู่รอดน้อยลงตามเลเวลที่ต่ำลงไป

     

    …..

     

    ภายในโลกสีขาวโพลน กาติรัสน้ำตาไหลรินโดยไม่รู้สึกตัว “เอ๊ะ…” ภาพตรงหน้าของเขายังคงเด็กหนุ่มทั้งสองคน หนึ่งอาภรณ์ชุดดำทมิฬดูใหญ่กว่าตัว อีกหนึ่งอาภรณ์สีขาวสะอาดบริสุทธิ์

     

    “เจ้ารู้หรือยังว่าทำไมถึงต้องการขึ้นเป็นผู้ปกครองสูงสุด” เด็กหนุ่มอาภรณ์ขาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ ขณะที่มองน้ำตาของกาติรัสกำลังไหลริน

     

    “ปกป้องคนที่ข้ารักด้วยอำนาจพลังทั้งหมดของข้า” กาติรัสเอ่ยตอบเสียงสั่นเครือ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคราวนี้เขาไม่ใช่จักรพรรดิผู้สรรสร้างที่มีพลังทัดเทียมพระเจ้าอีกแล้ว แต่กลับเป็นจักรพรรดิผีดิบแทน เขาสัมผัสได้ถึงความแตกต่างขณะที่เคยดำรงอยู่ในชาติก่อน ชาตินี้เขาแข็งแกร่งช้ากว่าชาติก่อนอย่างมาก

     

    สิ้นคำกล่าวของกาติรัส เด็กหนุ่มอาภรณ์ขาวและดำกลับเผยรอยยิ้มเปี่ยมสุข “สิ้นภารกิจข้าแล้ว”

     

    ทันใดนั้น ภาพมายาทั้งหลายพลันเลือนลางหายไป

     

    ….

     

    “ไม่ได้!!” กาติรัสแผดเสียงดังกึกก้อง ทันใดนั้น กระแสพลังที่จักรพรรดิผีดิบควบคุมพลันมลายหายไป “มันดูถูกพวกเราจักรพรรดิ โทษทัณฑ์แด่ความผิดนี้คือการตายโดยไม่ได้เกิดอีก” ทุกคนกำลังงง ถูกต้อง ทุกคนกำลังงงอยู่ นิสเวม สาวฟีนิกซ์และลูซิเฟอร์… ดูเหมือนกาติรัสกำลังทะเลาะอยู่กับตัวเองอย่างไรอย่างนั้น

     

    “มันเป็นลูกน้องที่ภักดีต่อข้า!” ทันใดนั้น กาติรัสก็แผ่โคจรพลังภายในสัมผัสถึงบางสิ่งที่ซ้อนทับอยู่ในตัวเขาเองซึ่งก็คือจักรพรรดิผีดิบ เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างวิญญาณของจักรพรรดิผีดิบก็ล่องลอยออกมาจากร่างกาติรัส เผยเรือนร่างขนาดใหญ่ใต้ผ้าคลุมสีเขียวอ่อน

     

    “น่าเหลือเชื่อที่เจ้าคุมสติตัวเองได้อยู่หลังจากถูกเราจักรพรรดิยึดร่างไปแล้ว” จักรพรรดิผีดิบเอ่ยขึ้นเสียงแหบพร่า น้ำเสียงของมันทุ้มต่ำน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุดราวกับว่าเพียงคำพูดก็สามารถคร่าชีวิตสรรพสิ่งได้อย่างง่ายดาย

     

    “ทำไมถึงต้องการขึ้นเป็นผู้ปกครองสูงสุด” จักรพรรดิผีดิบเอ่ยถามคำถามสุดเรียบง่ายออกไป มันเฝ้ามองกาติรัสมาตั้งแต่เขาได้รับนามแห่งจักรพรรดิผีดิบ มันย้อนมองความทรงจำในอดีตชาติของกาติรัสอย่างละเอียดถี่ถ้วน เจ้าเด็กละอ่อนนี่เอาแต่อยากจะเป็นผู้ปกครองสูงสุดจนลืมบางอย่างไป เราจักรพรรดิเกลียดที่มันเป็นเช่นนั้นมากที่สุด

     

    “ปกป้องคนที่ข้ารัก” กาติรัสเอ่ยตอบคำตอบเดียวกับที่ตอบเด็กหนุ่มอาภรณ์สีขาว คำตอบนี้ยิ่งทำให้จักรพรรดิผีดิบผิดหวังเป็นอันมาก ก่อนที่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จะยึดร่างกาติรัสโดยสมบูรณ์นั้น ชายหนุ่มก็เอ่ยต่อไปว่า “และใช้ชีวิตนี้ให้มีความสุขที่สุด”

     

    ฉับพลันนั้นเองที่ใต้ผ้าคลุมขนาดใหญ่สีเขียวหนาปรากฏรอยยิ้มกว้าง นี่คือคำตอบที่จักรพรรดิผีดิบต้องการมากที่สุด หากท่านลองสังเกตดูให้ดีท่านจะพบว่าเจ้าเด็กนี่มันสุดโต่งเกินไป มันใช้เวลาทุกชีวิตหมดไปกับการไล่ล่าเป้าหมายของตนเองซึ่งมันหาได้มีความสุขไม่ อีกทั้งยังชีวิตที่สองนี่เอง เวลายังผ่านไปไม่ถึงเดือนมันก็คิดจะยึดครองดินแดนมนุษย์เล็กๆแห่งนี้เสียแล้ว มันได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขหรือยัง?!

     

    เหตุที่จักรพรรดิผีดิบต้องการให้กาติรัสมีความสุขนั้น สืบเนื่องมาจากเหล่าอันเดดนั้นไม่มีความรู้สึกใดๆ นี่รวมถึงตัวของจักรพรรดิผีดิบผู้เป็นบิดาแห่งอันเดดทั้งปวงอีกด้วย ทว่า สำหรับจักรพรรดิผีดิบเจ้านี้มันแตกต่างออกไป ติดตรงที่ว่ามันสามารถเสพความรู้สึกมีความสุขได้หากผู้ถือครองพลังของมันมีความสุข กล่าวได้โดยง่ายว่า จักรพรรดิผีดิบเสพความรู้สึกได้อย่างเดียวก็คือความรู้สึกสุข แต่แลกมาด้วยเงื่อนไขที่ว่าผู้ถือครองพลังของมันต้องมีความสุขด้วยมันถึงจะเสพสมได้ แน่นอน หากเพียงสามลมหายใจ ผู้ถือครองพลังเปลี่ยนเป็นห้วงอารมณ์อื่น จักรพรรดิผีดิบก็จะไม่ได้เสพความรู้สึกอีกเพราะมันเสพได้เฉพาะความรู้สึกสุขเท่านั้น

     

    “เราจักรพรรดิขอออกคำสั่งกับเจ้า จงใช้ชีวิตอยู่ในทางสายกลาง ไม่ตึงไม่หย่อนจนเกินไป ส่วนคำตอบนั้นเราจักรพรรดิถูกใจยิ่ง เราจักรพรรดิยอมรับเจ้าในฐานะผู้ถือครองพลังแห่งเรา”

     

    สิ้นคำกล่าวของจักรพรรดิผีดิบ ทันใดนั้น สเตตัสของกาติรัสก็แจ้งเตือนบางอย่างขึ้น

     

    [การถูกยอมรับจากจักรพรรดิผีดิบ]

     

    ทักษะที่หนึ่ง(10,000) แรงดันวิญญาณ : แผ่พลังวิญญาณเข้ากดดันสิ่งมีชีวิตโดยรอบทำให้สิ่งมีชีวิตอื่นเกิดพลังผันผวนภายใน หากมีความต่างชั้นเกิน10เท่าจะทำให้ผู้ที่มีพลังวิญญาณน้อยกว่าหมดสติ

     

    [เนื่องจากผู้ถือครองพลังมีเลเวลที่ต่ำจนเกินไปจึงไม่สามารถมองเห็นข้อมูลของทักษะและจำนวนทักษะที่เหลือได้]

     

    “พลังวิญญาณ?”

     

    ..สเตตัสปัจจุบัน...


    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์

    เลเวล:11,415 พลังกาย:97,109,867 พลังเวทย์:99,020,956 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ