รอยเท้าเดียวดาย
ยามเหม่า เพิ่งจะย่างกรายแสงอรุณแรกของวันยังไม่ทันได้ทอประกายเจิดจ้าแต่คลื่นความร้อนระอุอันแห้งผากก็เริ่มแผ่ซ่านไปทั่วดินแดนชายขอบแห่งนี้แล้วฤดูใบไม้ผลิที่ควรจะชุ่มฉ่ำบัดนี้กลับมีเพียงฝุ่นธุลีสีเหลืองหม่นที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ
ซูอันอันก้าวออกจากประตูเรือนตระกูลเสิ่น...เพียงลำพัง นางไม่ได้หันกลับไปมอง... ไม่มีจำเป็อันใดอีก
ในมือของนางมีเพียงห่อผ้าเล็กๆ ห่อหนึ่งภายในไม่ได้บรรจุเสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรา แต่เป็เพียงสมุนไพรแห้งไม่กี่ชนิดและเศษถ่านไม้ที่นางใช้จดบันทึก มันคือสมบัติทั้งหมดของ "หลินอันอัน"ในโลกใบนี้
ทว่า...ภายใต้เงามืดของซุ้มประตูที่นางเพิ่งก้าวผ่านพ้นมานั้นกลับมีสายตาคมกริบคู่หนึ่งจับจ้องแผ่นหลังบอบบางของนางอยู่อย่างไม่วางตา
เสิ่นอวี่หาน ยืนนิ่งงันร่างสูงใหญ่กลืนไปกับความมืดสลัวยามเช้าตรู่ เขามองดูภรรยา...หรือที่เขาตราหน้าว่าเป็เพียง 'ภาชนะ'กำลังเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ ท่ามกลางฝุ่นธุลีที่ปลิวว่อน
ในอกของชายหนุ่มปั่นป่วนไปด้วยคลื่นอารมณ์ที่ยากจะแยกแยะ...
ความรู้สึกวูบโหวงแปลกประหลาดแล่นผ่านหัวใจแกร่งเพียงชั่ววูบเมื่อเห็นนางเดินจากไปโดยไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์มันคือความเจ็บใจที่นางดูเหมือนจะตัดใจจากเขาได้ง่ายดาย? หรือคือความหวงแหนในสิ่งที่เขาถือครองกรรมสิทธิ์กันแน่?
"เ้าจะไปไหนไม่รอดหรอก..."
เขาพึมพำเสียงต่ำในลำคอั์ตาสีรัตติกาลฉายแววลึกล้ำที่อ่านไม่ออก เขาอยากจะก้าวออกไปกระชากแขนนางกลับมา
กักขังนางไว้ให้อยู่ในสายตาใต้อาณัติของเขาตลอดเวลา เพื่อความมั่นใจว่าสายเืของสกุลเสิ่นจะปลอดภัย...หรือเพื่อสิ่งอื่นใดที่ลึกซึ้งกว่านั้น เขาก็ไม่อาจตอบตนเองได้
มือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อขาวขณะทอดมองร่างเล็กๆนั้นค่อยๆ เลือนหายไปในม่านหมอกและฝุ่นทราย...
เขาบอกตัวเองว่าเขาเพียงแค่้าควบคุมสถานการณ์และห่วงใยทายาทในท้องเท่านั้น... ใช่... มันต้องเป็เช่นนั้นแน่ ๆ
แต่ทำไม...ภาพแผ่นหลังที่เดียวดายและเด็ดเดี่ยวนั้น ถึงได้สลักลึกเข้าไปในความทรงจำของเขาจนไม่อาจละสายตาได้เลย...
ทางด้านซูอันอัน.....ลมแล้งที่พัดมากระทบใบหน้ามิอาจเทียบได้กับความเย็นเยียบที่เกาะกุมหัวใจของนาง
‘ภาชนะ...’
คำพูดของเขาเมื่อคืนนี้ ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทมันไม่ได้กรีดร้องโหยหวน แต่มันหนักแน่นและชัดเจน...มันคือความจริงที่เขาเพิ่งตอกย้ำลงมา
ความรู้สึกที่มีต่อเขา...ความอบอุ่นวาบไหวที่เคยเกิดขึ้น... บัดนี้มันด้านชาไปหมดสิ้นราวกับถูกแช่แข็งไว้ใต้ธารน้ำแข็งพันปี นางไม่รู้สึกโกรธ... ไม่รู้สึกเสียใจ...มันคือความ "ว่างเปล่า" ที่น่าสะพรึงกลัว
หากรัก...มันก็คือความเ็ปที่ตอกย้ำการด้อยค่าของตนเอง
หากไม่รัก... ก็แค่ไม่ต้องสนใจ
...ข้าคง... ไม่ได้รักเขา... นางบอกตัวเองเช่นนั้น ...ข้าแค่ใ...ข้าแค่คาดหวังในตัวสามีตามหน้าที่... ก็เท่านั้น...
ยิ่งนางพยายามตอกย้ำความคิดนี้ความรู้สึกหน่วงที่อกซ้ายก็ยิ่งชัดเจน... ชัดเจนจนแทบขาดใจ
นางเดินผ่านลานบ้านที่แห้งแล้ง...ผ่านรั้วไม้ผุพัง...มุ่งหน้าไปยังกลุ่มกระท่อมอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่หลังคาเรือน
"ท่านพี่!"
เสียงใสดังกังวานขึ้นมาก่อนตัว ซูซิน น้องสาววัยสิบสี่ปีของนางกำลังยืนหน้าซีดอยู่ที่หน้าบ้าน...ในมือของเด็กสาวถือถังน้ำไม้ใบเล็กที่ดูเบาหวิว...บ่งบอกว่าวันนี้ก็ยังคงหาน้ำได้เพียงน้อยนิด
"ท่านพี่! ท่าน... ท่านกลับมา...เหตุใดจึงกลับมาเวลานี้? แล้ว... ห่อผ้านั่น..."
เสียงเอะอะนั้นทำให้ประตูเรือนตระกูลซูเปิดผางออก!
จางซื่อ มารดาของนาง วิ่งหน้าตื่นออกมาใบหน้าที่งดงามซึ่งบัดนี้ซูบตอบและซีดเผือด เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อเห็นบุตรสาวคนโตยืนอยู่ที่หน้าบ้านพร้อมกับห่อผ้า... สัญลักษณ์ของการ"กลับบ้าน" ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับสตรีที่ออกเรือนแล้ว
"อันอัน! ลูกแม่!" นางโผเข้ามาคว้าแขนบุตรสาวมือไม้สั่นเทา "นี่มันเื่อันใดกัน! เ้า... เ้าถูก...ถูกพวกเขาขับไล่ออกมาหรือ!"
คำโกหกสีขาว
ภายในกระท่อมดินของตระกูลซู บรรยากาศตึงเครียดยิ่งกว่าสายธนูที่ถูกขึงจนสุด
ซูเจิ้ง ผู้เป็บิดานั่งหน้าเครียดอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ข้างกายเขามีซูเหลียง พี่ชายคนโตผู้เงียบขรึมยืนอยู่ส่วนซูฉี พี่ชายคนรองกำลังกระทืบเท้าไปมาด้วยโทสะที่คุกรุ่น
"มันทำอะไรเ้า!" ซูฉีกระแทกเสียงถามเป็ครั้งที่สาม "ไอ้สามีหน้าตายเสิ่นอวี่หาน มันทำร้ายเ้าใช่หรือไม่! บอกข้ามา!ข้าจะไปลากคอมันมาเดี๋ยวนี้!"
"อาฉี! นั่งลง!" ซูเจิ้งตวาดลูกชายเสียงเข้มแม้จะเป็บัณฑิตตกอับ แต่ยามนี้สุ้มเสียงของเขากลับเต็มไปด้วยอำนาจของผู้เป็พ่อ
จางซื่อกำลังสะอื้นไห้อยู่ข้างๆ ซูอันอัน
ซูอันอันหลับตาลง...นางจะบอกความจริงได้อย่างไร?
ข้าจะบอกได้อย่างไร...ว่าสามีของข้าเรียกข้าว่า‘ภาชนะ’และข้าได้ยื่นข้อตกลงขอหย่าขาดจากเขาหลังจากคลอดลูกแล้ว?
บ้านตระกูลซูที่อ่อนแอ...จะเอาอะไรไปสู้กับบ้านตระกูลเสิ่นที่แข็งแกร่งกว่า...จะเอาอะไรไปสู้กับบุรุษที่ซ่อนความลับอันน่าสะพรึงกลัวไว้ในดวงตาคู่นั้น
การบอกความจริง...มีแต่จะนำหายนะมาสู่ครอบครัวนาง... มันคือการ ‘ไข่ไก่ปะทะหินผา’[1] ชัดๆ
นางไม่มีทางเลือก... นอกจากต้องโกหก
...ข้าขอโทษ ท่านพ่อ ท่านแม่...แต่ความจริงมันโหดร้ายเกินไป...
"ท่านพ่อ... พี่ใหญ่...พี่รอง..." นางเอ่ยเสียงแ่เบา แต่หนักแน่น"ไม่ใช่ความผิดของเขาเ้าค่ะ"
"หา!" ซูฉีอ้าปากค้าง
"เป็... เป็ความผิดของข้าเอง"นางก้มหน้าลง... วางมือลงบนท้องน้อยที่ยังคงแบนราบ
"ข้า...ข้าแพ้ท้องหนักเหลือเกินเ้าค่ะ"
นางเงยหน้าขึ้น สบตาทุกคน น้ำตาคลอหน่วย
"ข้ากินอะไรของบ้านนั้นไม่ได้เลย...ข้าเครียดจนนอนไม่หลับ... เมื่อคืน..."
นางนึกถึงความเ็ปที่บีบรัดเมื่อคืน...อย่างน้อยส่วนนี้ก็คือความจริง
"เมื่อคืน... ข้าปวดท้องหนักมาก...ปวดจนแทบสิ้นสติ... ข้าเกือบจะ... เกือบจะไม่รอด"
จางซื่อเบิกตากว้าง เอามือทาบอก"์! ลูกแม่!"
"ข้า... ข้ากลัวเ้าค่ะ"ซูอันอันปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา
"ข้ากลัวว่าลูกในท้องจะเป็อะไรไป...ข้ากลัวว่าข้าจะรักษาสายเืของเขาไว้ไม่ได้..."
นางรีบกล่าวต่อ...นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดของคำโกหก
"ข้า... ข้าจึงคุกเข่าอ้อนวอนเขา...ขออนุญาตเขากลับมาพักฟื้นที่บ้านเรา... กลับมาอยู่ในที่ที่มีท่านแม่คอยดูแล...มีท่านพ่อคอยปลอบใจ... ข้า... ข้าแค่อยากให้ลูกปลอดภัยเ้าค่ะ"
นางเหลือบมองซูฉี "เขา...ไม่ได้ทำร้ายข้าเลย... เขาแค่... เป็ห่วงข้ากับลูก... เขาจึง 'อนุญาต' ให้ข้ากลับมาพักฟื้น...จนกว่าข้าจะแข็งแรงดี"
คำโกหกนี้... มันช่างสมบูรณ์แบบ
มันปกป้องเสิ่นอวี่หานจากการถูกกล่าวหาป้องกันไม่ให้พี่ชายคนรองบุกไปก่อเื่ มันอธิบายการกลับมาของนางอย่างมีเหตุผลเพราะแพ้ท้องหนัก
และมันยังคงรักษาหน้าของทั้งสองตระกูลไว้
บรรยากาศที่ตึงเครียดพลันคลายลง...ถูกแทนที่ด้วยความวิตกกังวลในชะตากรรมของนางและหลานในท้อง
เรือนเก่าที่อบอุ่น
"โธ่! ลูกแม่!" จางซื่อโผเข้ากอดบุตรสาวแน่น "เหตุใดจึงโง่เขลาถึงเพียงนี้!เหตุใดจึงไม่บอกแม่! มาๆ... พักผ่อนก่อนนะลูก... ที่นี่คือบ้านของเรา"
ซูฉีที่เมื่อครู่ยังเดือดดาลบัดนี้กลับหน้าเจื่อนลง "ข้า... ข้าขอโทษ... ข้านึกว่า..."
"ไปต้มน้ำร้อนมา!" ซูเหลียง พี่ใหญ่ผู้เงียบขรึมออกคำสั่งน้องชาย ก่อนจะหันไปทางบิดา
"ท่านพ่อ... ข้าจะไปดูในครัว...ดูว่าพอจะมีอะไรบำรุงน้องหญิงได้บ้าง"
มีเพียงซูเจิ้ง... บัณฑิตตกอับ ที่ยังคงนั่งนิ่งเขามองบุตรสาวด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและซับซ้อน...
เขามองเห็น... ความว่างเปล่า...ที่ซ่อนอยู่หลังม่านน้ำตาของนาง
เขารู้จักบุตรสาวคนนี้ดี...แม้นางจะเปลี่ยนไปมากหลังจากฟื้นไข้... แต่นางไม่ใช่คนที่จะ
"อ้อนวอน" ใครง่ายๆ
และเขาก็รู้จักตระกูลเสิ่นดี... หลิวซื่อ หรือจะยอมปล่อยสะใภ้ที่อุ้มท้องหลานคนแรกกลับมาง่ายๆเพียงเพราะ "แพ้ท้อง"
...มันต้องมีเื่มากกว่านี้...ซูเจิ้งคิดในใจ แต่เขาเลือกที่จะไม่ซักไซ้
นี่คือการ ‘ซ่อนดาบในรอยยิ้ม’[2] ... บุตรสาวของเขา...กำลังปิดบังความจริงที่เ็ปบางอย่างไว้
"ดีแล้ว... อันอัน"ซูเจิ้งเอ่ยขึ้นในที่สุด "พักผ่อนที่นี่เถิด...ที่นี่คือบ้านของเ้า"
"ดีแล้ว... อันอัน"ซูเจิ้งเอ่ยขึ้นในที่สุด "พักผ่อนที่นี่เถิด... ที่นี่คือบ้านของเ้า"
ซูซินรีบจูงมือนางไปยังห้องนอนเล็กๆที่นางเคยนอน "ท่านพี่นอนเตียงข้านะเ้าคะ! ข้าไปนอนกับท่านแม่ก็ได้!"
ซูอันอันส่ายหน้าเบาๆ พลางรั้งมือน้องสาวไว้แววตาฉายแววเอ็นดูและรู้ความ
"ไม่ต้องหรอกซินเอ๋อร์...มานอนด้วยกันในห้องนี้แหละ เตียงนี้กว้างพอสำหรับเราสองคนพี่น้อง"นางเอ่ยเสียงนุ่ม
นางนึกถึงบิดามารดาที่รักใคร่กลมเกลียวกันมาตลอดแม้ยามยากลำบากก็ไม่เคยทิ้งกัน หากซูซินไปแทรกกลางท่านพ่อท่านแม่คงอดมีเวลาส่วนตัวเป็แน่ อีกอย่าง... การกลับมาครั้งนี้นางคงต้องรบกวนบ้านเดิมไปอีกนาน จนกว่าจะหาหนทางหย่าขาดและตั้งตัวได้นางไม่อยากให้การมาของนางไปรบกวนความเป็อยู่ของท่านพ่อท่านแม่มากจนเกินไป
"มาเถอะ... ข้าคิดถึงเ้าอยากนอนคุยกับเ้าเหมือนตอนเด็กๆ... อีกอย่างข้าคงต้องรบกวนอยู่ที่นี่อีกนานนอนเบียดกันหน่อยจะอบอุ่นกว่านะ"
ซูซินยิ้มกว้าง พยักหน้ารับอย่างยินดี"เ้าค่ะท่านพี่!"
ซูอันอันมองดูความโกลาหลที่เปี่ยมไปด้วยความรัก...ความอบอุ่นที่นางโหยหามาตลอด...
นางปลอดภัยแล้ว...แต่เหตุใด...หัวใจของนางกลับว่างเปล่าเช่นนี้...นางนึกถึงดวงตาคมกริบคู่นั้น... นึกถึงคำว่า"ภาชนะ"
แผนการใหม่ของ 'ภาชนะ'
บ่ายคล้อย...หลังจากที่ทุกคนในบ้านตระกูลซูออกไปทำภารกิจ "หาของบำรุง"ให้คุณหนูใหญ่ที่กำลังตั้งครรภ์... ซูอันอันก็ได้อยู่ตามลำพังในห้องเล็กๆ ของนาง
นางไม่ได้พักผ่อน......ข้าไม่มีเวลามานั่งเสียใจ...
คำพูดของเสิ่นอวี่หานที่ว่า"เ้าจะไปไหนไม่ได้" มันคือการกักขัง...แต่การที่นางเดินออกมาได้ในวันนี้... มันคือชัยชนะก้าวแรก
บัดนี้...นางเป็อิสระจากสายตาที่คอยจับจ้องของเขาแล้ว!
ภัยแล้งกำลังคืบคลานเข้ามา... เสิ่นอวี่หานเขากำลังทำอะไรข้ามิอาจจะรู้ได้แต่ข้าเชื่อว่าชายผู้นี้มีแผนการอย่างแน่นอน ตอนนี้... ถึงตาข้าบ้าง!
ตอนนี้... ถึงตาข้าบ้าง!
แผนการลับสุดยอดของนาง...ที่เคยถูกขัดจังหวะ... บัดนี้ได้เวลาเดินหน้าต่อ
นางเหลือบมองห่อผ้าของตนเอง...มันเล็กเกินไป... นางต้องหาที่ซ่อน "เสบียง"
นางนึกถึงใต้เตียง...นึกถึงไหข้าวสารที่เกือบจะว่างเปล่า...
ข้าต้องเริ่มทันที!
นางรู้ว่านางไม่สามารถเข้าป่าไผ่เพื่อเข้า"มิติหงส์" ได้อย่างโจ่งแจ้ง...ครอบครัวนางกำลังจับตาดูนางด้วยความห่วงใย
นางต้องสร้าง "เื่บังหน้า"
นางเดินออกไปหาซูซินที่กำลังพยายามฝานมันเทศป่า ที่เหลือน้อยนิด
"ซูซิน"
"เ้าคะ ท่านพี่"
"ข้า... อยากกินผักดอง...แต่เป็สูตรใหม่ที่ข้าเพิ่งนึกออก" นางเริ่มแผนการ
"ผักดองรึเ้าคะ? แต่เราไม่มีผักสดเลยนะเ้าคะ"
"ไม่ต้องใช้ผักสด"ซูอันอันยิ้มบางๆ "ข้าจะใช้... สมุนไพรแห้ง... กับใบไผ่"
นางกำลังสร้าง "โรงงานลับ" ของนางขึ้นมาอีกครั้ง
นางจะใช้เวลาที่ "พักฟื้น" นี้แอบเข้าไปในมิติ นางจะใช้น้ำพุิญญา และดินที่อุดมสมบูรณ์ในนั้น...ทำ"ฟองเต้าหู้แห้ง" นางจะตุนมันไว้ในมิติ... มันคือเสบียงชั้นเลิศสำหรับการอพยพ ปลูกสมุนไพร และพืชผักที่โตเร็ว...เพื่อบำรุงร่างกายของนางและครอบครัวตระกูลซู
สานรองเท้า! แผนหาเงิน ยังคงต้องดำเนินต่อไปนางจะสอนซูซินและซูฉี นี่คืองานฝีมือที่ไม่ต้องใช้น้ำ และไม่ล่อเป้า!
นางััท้องของตนเอง...
...ข้าอาจจะเป็แค่ 'ภาชนะ' ในสายตาของเขา...
...แต่ภาชนะใบนี้...จะเป็ผู้กุมชะตากรรม... และเป็ทางรอดเดียวของทุกคน!
นางสูดหายใจเข้าลึก...กลั้นความเ็ปในหัวใจเอาไว้...
ายังไม่จบ...มันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก
[1] ไข่ไก่ปะทะหินผา: สำนวนจีนหมายถึง การกระทำที่โง่เขลา สู้ในสิ่งที่ตนเองด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัดผลลัพธ์คือความพินาศย่อยยับ
[2]ซ่อนดาบในรอยยิ้ม: สำนวนจีน หมายถึงการแสดงออกภายนอกดูเป็มิตรแต่ภายในกลับซ่อนเจตนาชั่วร้ายหรือความจริงที่เ็ปเอาไว้