เวหาโอบพระพาย : ตอนที่ 6 เป๊บซี่และป๊อปคอร์น
เพียงแค่ลมพัดกระทบใบไม้ก็ทำให้หัวใจที่แตกสลายของใครบางคนสั่นไหวไปหมด ความเ็ปเมื่อหลายปีที่ผ่านมาได้หวนกลับคืนสู่หัวใจที่รวดร้าวอีกครั้ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพระพายคิดว่าตัวเธอเองจะลบความรู้สึกที่มีต่อเวหาไปหมดสิ้นแล้ว แต่ความจริงมันไม่ใช่เลย เธอเพียงแค่โกหกความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น เพียงแค่ได้ยินชื่อเขาเธอก็รู้สึกหวิวภายในใจ ยิ่งในเวลานี้คนที่ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เ่าั้ยิ่งทำให้เธอสั่นไหวมากขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่ออีกฝ่ายทักข้อความไลน์เธอเข้ามา การบังคับมือเธอให้กดพิมพ์ข้อความตอบแชทเขาไปมันยากพอๆ กับการที่ต้องบังคับใจตัวเองให้ลืมเขามาตลอดหลายปีนี้เลย ความเ็ปที่แม้แต่ลมผัดผ่านยังทำให้ใจสั่นไหวจนแทบแตกสลายลงไปกองเป็เศษใจอยู่ตรงนั้น ปวดร้าวเหลือเกิน...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องทำให้พระพายตื่นจากภวังค์
“พระพาย ... พาย ... ยายพายยยยยย” นิทราที่ยืนเคาะประตูอยู่หน้าห้อง เมื่อเพื่อนไม่เปิดประตูสักทีอีกทั้งยังไม่มีเสียงตอบรับอะไรกลับออกมา เลยทำให้เธอนึกเป็ห่วงจึงเคาะประตูและส่งเสียงเรียกอยู่อย่างนั้น
“ว่าไงยายนิ เคาะประตูซะดังเชียว” พระพายพูดกับนิทราและยิ้มน้อย ๆ ให้กับความน่ารักของเพื่อนที่คอยเป็ห่วงเป็ใยเธออยู่เสมอ
“ขนาดฉันเคาะประตูเสียงดังแล้วนะเนี่ย ถ้าเคาะเบาๆ แกคงรีบลุกมาเปิดประตูให้ฉันอย่างเร็วเลยเนอะ” นิทราพูดประชดประชันเพื่อนด้วยความเอ็นดู เพราะรู้ว่าเหตุผลของการเปิดประตูช้าในครั้งนี้คืออะไร
“แกมาเคาะห้องฉันแต่เช้ามีอะไรหรือเปล่า”
“ก็วันนี้วันหยุดไง เรานัดอะไรกันไว้ อย่าบอกนะว่าแกลืมอะ ยายพาย”
“เปล๊า ฉันแค่ไม่คิดว่าแกจะมาชวนออกไปแต่เช้าขนาดนี้ไง”
“เปล่าเสียงสูงเลยนะแก รีบไปแต่งตัวได้แล้ว ไปๆ ๆ ไอ้นพรอแย่แล้วเนี่ย”
“โอเค รอแป๊บนะแก”
“ตามสบายเลยค่ะคุณหนูพระพายขา” นิทราพูดด้วยความมันเขี้ยวเพื่อนรักเล็กน้อย
วันนี้พระพายกับเพื่อนๆ นัดกันไปเก็บข้อมูลเพื่อทำรายงานและคุยกันว่าหลังเสร็จธุระจะพากันไปเที่ยวเล่นต่ออีกสักหน่อยแล้วค่อยแยกย้ายกันกลับที่พักโดยมีนพเป็สารถีคอยรับ-ส่ง
“เฮ้อ เก็บข้อมูลครบสักที นึกว่าจะไม่ได้ไปเที่ยวล่ะ” นิทราบ่นเล็กน้อยเพราะเหนื่อยกับการเก็บข้อมูลและที่สำคัญจุดมุ่งหมายของเธอในวันนี้คือการเที่ยว
“ดีใจเป็ปลากระดี่ได้น้ำได้เลยนะแก” ไม่ทันไรนพก็แซวเพื่อนเพื่อนตัวป่วนของเขาเสียแล้ว
“ทุกคน แล้วเราจะไปไหนกันล่ะ ยังไม่ได้คุยกันเื่นี้เลย” พระพายเอ่ยถามเพื่อนก่อนที่ทุกคนจะขึ้นรถเดินทางไปยังจุดหมาย
“ไปดูหนังกัน ฉันจองตั๋วไว้แล้ว พวกแกไม่มีสิทธิ์เลือกจ้า”
“หนังอะไรของแกวะ ถามเพื่อนยัง เื่อะไรก็ไม่รู้ปรึกษาเพื่อนก่อนบ้างก็ได้เหอะ ชิ”
“เอาอีกละสองคนนี้ เลิกเถียงกันได้แล้ว อยู่ด้วยกันนาน ๆ ไม่ได้เลยจริง ๆ เฮ้อ”
พระพายถอนหายใจให้กับความวุ่นวายบนรถเหตุเพราะเพื่อนของเธอทะเลาะกัน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็มองว่าเป็เื่ปกติไปแล้ว
“นี่ไงเื่ที่ฉันจะพาพวกแกมาดู” นิทราชี้นิ้วไปที่โปสเตอร์หนัง ส้มป่อย
“แล้วก็ไม่บอกั้แ่แรกว่าจะพามาดูเื่นี้ เขาใช้ภาษาเหนือด้วยนิในเื่อะ ฉันไปดูตัวอย่างมาเห็นว่าเป็ภาษาบ้านแกกับพระพายฉันเลยสนใจ คิดว่ามันน่าสนุกดี” นพพูดไปยิ้มไปตามประสา
“ไปกันเลยไหม เดี๋ยวเราไปซื้อน้ำกับป๊อปคอร์นแป๊บหนึ่งนะ”
“พระพาย เดี๋ยวนพไปซื้อเองขึ้นไปรอที่โรงหนังกับนิทราเลย”
“ไม่เป็ไรจ้ะนพ เดี๋ยวเราไปซื้อเอง นพขับรถมาเหนื่อย ๆ ส่วนนิก็จองตั๋วหนังแล้ว หน้าที่นี้ยกให้เรานะ ทั้งสองคนไปรอเราที่โรงหนังเลยจ้ะ”
“ซื้อป๊อปคอร์น 3 ถังเล็ก เป๊บซี่ 3 แก้วเล็กค่ะ” พระพายสั่งรายการที่้าซื้อกับพนักงาน
“ป๊อปคอร์น 1 ถังเล็ก เป๊บซี่ 1 แก้วเล็กครับ” เสียงของใครบางคนดังขึ้นหลังจากที่พระพายซื้อเสร็จและกำลังจะเดินออกไป เสียงนั้นทำให้พระพายต้องหยุดเดินและหันกลับมาดูว่าใช่เสียงของคนที่เธอคิดไว้หรือไม่ ใช่แล้ว เขาคือเวหาคนที่เธอจำน้ำเสียงได้ไม่เคยลืม
“อ้าว นักศึกษาก็มาดูหนังวันหยุดเหมือนกันหรือครับ” เวหาพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าพระพายกำลังยืนมองเขาอยู่
“ค่ะพี่...ค่ะอาจารย์เวหา” พระพายตกอยู่ในภวังค์ครู่หนึ่งจนเกือบเผลอพูดคำที่คุ้นเคยออกไป
“ดูหนังเื่อะไร โรงที่เท่าไหร่ครับ”
“เื่ส้มป่อยค่ะ ขอตัวก่อนนะคะอาจารย์เพื่อนหนูคงรอนานแล้ว”
พระพายรีบพูดตัดบทไปแบบนั้นเพราะเธอไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าหรือพูดคุยกับเขานานไปกว่านี้ เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องเผลอพูดหรือทำสิ่งที่คุ้นเคยออกไป มันคงไม่ดีแน่ถ้าเขารู้ว่าเธอยังคงรักเขามากเพียงใด แต่เธอเองก็ยังไม่รู้หรอกว่าผู้ชายที่รักเธอทั้งหัวใจอย่างเวหากำลังทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้ใกล้ชิดเธอและได้เป็คนที่บอกรักเธออีกครั้ง