ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 43 สังหารหมีสีเงิน

            “พวกท่านไม่ต้องกังวลพวกเราจะจัดการกับเจ้าหนีสีเงินตัวนี้เอง พวกท่านรีบถอยออกมาก่อน”เสียงของซุนกล่าวขึ้นมา

            “ลี่ฟานเสี่ยวจู เฟยหลงพวกเจ้าคุ้มครองคนในขบวนสินค้า”

            “เจ้ายักษ์เจ้ามากับข้าพวกเราช่วยกันไล่เจ้าหมีสีเงินตัวนี้ อย่าให้มันเข้าใกล้ขบวนสินค้าเด็ดขาด”ซุนสั่งการด้วยความรวดเร็ว

            เฟยหลงร่ายเวทในทันทีเกราะป้องกันครอบคลุมขบวนสินค้าทั้งหมดในทันที เมื่อลี่ฟานและเสี่ยวจูเห็นดังนั้นพวกเขาจึงร่ายเวทช่วยสนับสนุนเฟยหลงอีกแรงหนึ่งทางด้านซุนและมู่เสียวหลงพวกเขารีบร่ายเวทโจมตีหมีสีเงินที่กำลังวิ่งเข้ามาเวทไฟของซุนพุ่งตรงไปยังร่างของหมีสีเงินในทันที

            ตู้ม.....!!! 

            เวทดินของมู่เสียวหลงพลันยึดขาทั้งสองข้างของหมีสีเงินในทันทีหมีสีเงินในตอนนี้มันไม่สามารถขยับไปไหนได้ ซุนเห็นดังนั้นจึงรีบร่ายเวทในทันที

            “เพลิงพิโรธ”ลูกไฟจำนวนมากถูกปล่อยออกไปอย่างต่อเนื่อง

            ตูม..!  ตูม..!  ตูม..! ตูม..!  ตูม..!  ตูม..!

            โฮกก......!!! หมีสีเงินร้องออกมาด้วยความโกรธ มันตวัดกรงเล็บของมันออกมา

            ตูม..!  ตูม..!  ตูม..!

            “ซุนมู่เสี่ยวหรง พวกเจ้ารีบถอยออกมาก่อน หมีสีเงินมันกำลังโกรธหากพวกเจ้าไม่ถอยออกมาอาจเป็นอันตรายได้” เฟยหลงรีบตะโกนเตือนทั้งสองคน

            ซุนและมู่เสี่ยวหรงได้ยินดังนั้นพวกเขาจึงรีบถอยออกมาอย่างรวดเร็ว

            “พวกเจ้าสองคนคอยควบคุมเกราะป้องกันนี้ให้ดีข้าจะไปช่วยพวกเขาสองคนก่อน”

            “ได้เจ้าวางใจพวกเราจะทำสุดความสามารถ”

            “พวกเจ้าสองคนรีบเข้าไปอยู่ในเกราะป้องกันก่อนข้าจัดการเจ้าหมีตัวนี้เอง”

            “เจ้าแน่ใจหรือว่าจะรับมือกับมันเพียงลำพังได้มันแข็งแกร่งมากนะ ขนาดเพลิงพิโรธของข้ายังไม่สามารถทำอะไรมันได้เลยแม้แต่น้อย”

            “เวทดินที่ข้าใช้ออกไปคงถ่วงเวลาได้ไม่นานเจ้าจะทำอะไรรีบ ๆ ทำไม่เช่นนั้นพวกเราคงได้จบเห่กันแน่คราวนี้”

            เฟยหลงพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

            “เพลิงพิโรธ”

            ตูม..!!!  ตูม..!!!  ตูม..!!!

            เพลิงพิโรธของเฟยหลงนั้นรุนแรงเป็นอย่างมากมันทำให้หมีสีเงินนั้นถึงกับได้รับบาดเจ็บตั้งแต่ครั้งแรกที่มันถูกลูกไฟของเฟยหลงเข้าไป

            “ฝนดาวตก”ตูม..!  ตูม..!  ตูม..! ตูม..!  ตูม..!  ตูม..!ลูกไฟขนาดเล็ก ๆ จำนวนมากตกลงมาใส่ร่างของหมีสีเงินอย่างต่อเนื่องและรุนแรง จนมันไม่สามารถขยับร่างไปไหนได้

            “อัคคีผลาญฟ้า”

            ตู้มมมมม.....!!!!! ลูกไฟขนาดกว่าห้าเมตรตกลงบนร่างของหมีสีเงินจนร่างของมันนอนจมกองเลือดและสิ้นใจอยู่ตรงนั้นเฟยหลงพุ่งตรงไปยังร่างของหมีสีเงินนั้นอย่างรวดเร็วเขารีบใช้มีดสั้นขนาดเล็กแทงลงกลางอกของหมีสีเงินตัวนั้นอย่างรวดเร็วจากนั้นใช้มือล้วงเข้าไปเขาดึงแก่นธาตุสัตว์อสูรของหมีสีเงินออกมาในทันที

            แก่นธาตุสัตว์อสูรของหมีสีเงินนั้นมีสีเหลืองอำพันมันมีขนาดเท่ากำปั้น เมื่อได้แก่นธาตุสัตว์อสูรของหมีสีเงินแล้วเฟยหลงจึงหันไปยังกลุ่มคาราวานพ่อค้าและศิษย์สถาบันฟ้าครามที่กำลังตะลึงกับการกระทำของเฟยหลง

            “แก่นธาตุสัตว์อสูรของหมีสีเงินนี้ข้าขอส่วนร่างของหมีสีเงินนี้พวกเจ้าเอามันไป พวกเจ้าตกลงไหม” เฟยหลงเอ่ยขึ้นมา

            “ตกลงพวกเราตกลง เจ้าเอาแก่นธาตุสัตว์อสูรไป ส่วนพวกเราเอาร่างของมัน”

            “เช่นนั้นก็ดีงั้นวันนี้พวกเราตั้งค่ายพักแถวนี้ก่อนข้าคิดว่ามันคงปลอดภัยกว่าที่อื่นเพราะเป็นถิ่นของหมีสีเงินและตอนนี้มันก็ถูกกำจัดเรียบร้อยแล้ว พวกเราต้องฟื้นฟูพลังเวทกันก่อนพรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางกันต่อ”

            หลังจากตั้งค่ายพักแรมเสร็จสิ้นเฟยหลงรีบปลีกตัวออกมาในทันที เขารีบทยานออกไปค้นหาถ้ำของหมีสีเงินอย่างรวดเร็วเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเฟยหลงสามารถค้นหาถ้ำที่อยู่อาศัยของหมีสีเงินพบเขารีบเข้าไปสำรวจภายในถ้ำทันที เพราะสัตว์อสูรระดับสี่ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ใกล้ ๆกับสมุนไพรอายุมากยิ่งระดับของสัตว์อสูรนั้นสูงมากเท่าไหร่สมุนไพรที่มันเฝ้าอยู่ยิ่งมีอายุมากตามไปด้วย

            เฟยหลงเข้าไปในถ้ำของหมีสีเงินภายในนั้นเต็มไปด้วยหินแร่จำนวนมากเฟยหลงเก็บทุกอย่างที่พบเข้าในแหวนมิติอย่างรวดเร็ว เขาเข้าไปจนถึงด้านในส่วนที่ลึกที่สุดเฟยหลงคิดว่าต้องมีสมุนไพรภายในถ้ำของหมีสีเงินอย่างแน่นอนแต่เมื่อเขาเข้าไปในจุดที่ลึกที่สุดเขาไม่พบกับสมุนไพรอายุมากแม้แต่ต้นเดียวที่อยู่ของหมีสีเงินระดับสี่ตัวนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจแม้แต่น้อยเฟยหลงพยายามค้นหาอยู่หลายชั่วโมงภายในถ้ำแห่งนี้แต่ก็ไม่พบอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว

            เฟยหลงตัดสินใจหลังจากตรวจสอบอยู่เกือบสามชั่วโมงแต่ไม่พบอะไรแม้แต่น้อยเขาตัดสินใจที่จะจากถ้ำนี้ไป เมื่อเขาเดินออกไปเพียงแค่สิบก้าว

            ติง....!!!

            น้ำหยดหนึ่งหยดลงบนหินกลิ่นอายของพลังฟ้าดินแผ่ไปทั่วบริเวณ เฟยหลงหันกลับไปมองยังจุดที่หยดน้ำหยดลงไปเขาพลันพบว่าบริเวณนั้นเป็นแอ่งน้ำขนาดพอประมาณ ก้อนหินที่น้ำหยดลงไปนั้นดูเหมือนฐานรองรับน้ำให้ไหลเวียนลงไปในแอ่งน้ำเฟยหลงรวบรวมสมาธิของเขาพร้อมกับเดินไปใกล้ๆ  เขาจ้องมองสังเกตดูก้อนหินนั้นแต่ไม่พบอะไรผิดปกติแม้แต่น้อย

            เฟยหลงก้มลงไปดูน้ำที่อยู่ในแอ่งนั้นเขาลองนำขวดใส่น้ำนั้นและลองดื่มมันดู ทันทีที่น้ำนั้นไหลผ่านลงคอเขาไปพลังปราณทั่วร่างของเฟยหลงพลันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

            “น้ำนี้มันคือน้ำอะไรกันนะทำไมมันสามารถทำให้พลังปราณของข้าเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว จะน้ำอะไรก็แล้วแต่ข้าสมควรจะเก็บมันเอาไว้ก่อน แล้วค่อยนำไปสอบถามอาจารย์ทีหลัง เฟยหลงนำขวดออกมาใส่น้ำทั้งหมดและเก็บมันไว้ในแหวนมิติน้ำที่เขาเก็บได้ในครั้งนี้มีประมาณสองร้อยขวด เมื่อเฟยหลงเก็บน้ำทั้งหมดไว้แล้วเขาสังเกตพบว่าน้ำนั้นยังค่อย ๆ หยดลงมาเติมในแอ่งน้ำเช่นเดิมเมื่อเห็นดังนั้นเฟยหลงจึงเคลื่อนหินขนาดใหญ่มาปิดบริเวณทางเข้าไม่ให้ใครค้นพบแอ่งน้ำนั้นจากนั้นจึงกลับไปยังค่ายพักของขบวนสินค้าเพื่อพักผ่อน

            ซุนและเพื่อนๆ ของเขาไม่กล้ารบกวนเฟยหลงแม้แต่น้อยเขาได้เห็นฝีมือที่แท้จริงของเฟยหลงแล้วพวกเขาต่างเคารพและนับถือเฟยหลงมากขึ้น

            หลังจากดื่มน้ำนั้นเข้าไปพละกำลังทั้งหมดของเฟยหลงฟื้นกลับคืนมาเหมือนเดิมแถมเขายังรู้สึกว่าพลังปรานในร่างของเขาเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วย

            หลังจากผ่านพ้นคืนนั้นขบวนสินค้าเดินทางไปยังเมืองไผ่งามด้วยความเรียบร้อย  ซุนและเพื่อน ๆต่างนับถือเฟยหลงพวกเขาต่างพร้อมใจกันเรียกเฟยหลงว่าศิษย์พี่เมื่อเดินทางถึงเมืองไผ่งามเฟยหลงจึงขอตัวแยกจากศิษย์ใหม่ของสถาบันในทันที

            “พวกเจ้าเสร็จภารกิจแล้วก็รีบกลับสถาบันไปก่อนข้ายังมีภารกิจที่รับมาอยู่อีกสองสามอย่าง คงจะใช้เวลาอีกหลายวันพวกเจ้ากลับกันไปก่อนก็แล้วกัน”

            “ขอรับศิษย์พี่ไว้เจอกันที่สถาบัน”

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน