พ.ศ 2536 ณโรงเรียนชั้นมัธยมปลายของต่างจังหวัดแทบภาคกลางของประเทศ น.ส ปัทมา ลิ้มเจริญกิจหรือแก้มใส..หญิงสาววัย16 กำลังนั่งในรถสองแถวเพื่อกลับบ้านหลังเลิกเรียน บ้านของเธออยู่ห่างจากโรงเรียนไป13กิโลเมตร
ทุกเช้าเธอจะปั่นจักรยานจากบ้านมาจอดตรงข้างบ้านลุงบุญมีที่อยู่ริมถนนใหญ่ เพื่อขึ้นรถเมย์สองแถวไปลงที่โรงเรียนมัธยมประจำจังหวัด พอเลิกเรียนก็นั่งกลับมาด้วยค่าโดยสารเที่ยวละ1บาทสำหรับนักเรียน
พอถึงเวลารถสองแถวที่เต็มไปด้วยนักเรียนแม้บนหลังคารถก็นั่งกันเต็มได้ค่อยๆเคลื่อนตัวออก แก้มใสที่นั่งบริเวณด้านในก็ต้องนั่งบีบตัวลีบเพราะความแน่นของผู้โดยสาร
"แก้ม..การบ้านวิชาคณิตที่ครูวิมลสั่ง ตัวทำเสร็จยัง?"อัญชลีเพื่อนที่อยู่ห้องเดียวกันถามขึ้น
"เสร็จแล้วจ้ะ"หญิงสาวตอบยิ้มๆตามนิสัย
"เหรอ..ดีเลย เราขอยืมหน่อยสิ เดี๋ยวพรุ่งนี้คืน นะๆๆ แก้มคนดี"อัญชลีเขย่าแขนเพื่อนร่วมห้องอย่างขอร้อง จนที่สุดแก้มใสก็ต้องพยักหน้าตกลง
"ได้..เดี๋ยวเราให้ยืม"พูดจบก็เปิดกระเป๋านักเรียนยาค็อปสีดำก่อนจะหยิบการบ้านคณิตให้เพื่อนร่วมชั้นยืม
แก้มใสเป็คนหัวอ่อน ใครพูดอะไรก็เชื่อสนิทใจว่าต้องเป็ดั่งนั้น บ่อยครั้งที่อัญชลีเอาเปรียบ แก้มใสก็ไม่รู้ตัวหรือถึงรู้ก็ไม่กล้าเอาเื่ ครั้งหนึ่งอัญชลีลอกรายงานของแก้มใสจนหญิงสาวต้องมานั่งทำใหม่หมดแถมยังติด0 เพราะครูดวงกมลไม่เชื่อว่าอัญชลีลอกงานเธอ ด้วยนิสัยอีกฝ่ายเป็คนร่าเริง อัธยาศัยดีแถมค่อยวิ่งช่วยเหลืองานครูอยู่เป็ประจำ ทำให้มุมมองของครูในโรงเรียนให้น้ำหนักไปทางอัญชลีมากกว่าแก้มใสที่เป็คนเงียบๆ
เมื่ออัญชลีได้ในสิ่งที่้าก็ขยับออกไปท้ายรถสองแถวเพื่อรอที่ลงปากทางบ้านตนเองทึ่อยู่เลยบ้านแก้มใสไปอีกหลายป้าย
"แก้มใส..ตัวถูกยัยอัญชลีหลอกอีกแล้วนะ"อ้อมพูดขึ้นเมื่อเห็นอัญชลีเดินไปนั่งท้ายรถ
"ก็อัญบอกพรุ่งนี้จะคืนเรา"แก้มใสพูดเสียงเบาเหมือนยุง
"เดี๋ยวก็เป็แบบครั้งก่อนหลอก ที่หล่อนแกล้งทำเป็ลืมไว้ที่บ้านจนตัวถูกอาจารย์ดุ"กิ่งขัดขึ้น
แก้มใสจึงพูดไม่ออกเพราะมันคือเื่จริง แต่หญิงสาวก็ไม่รู้จะบอกปัดอีกฝ่ายได้ยังไง
จนถึงป้ายปากทางเข้าบ้านเธอจึงขยับตัวเพื่อลงรถแล้วข้ามถนนไปเอาจักรยาน
บนรถสาวๆยังคงพูดถึงอีกฝ่าย
"บนโลกนี้จะมีใครโง่ไปกว่ายัยแก้มใสอีกมั้ยเนียะ คนอะไรเซ่อจนโง่"อ้อมพูดขึ้นอย่างหมั่นใส
"เรียนดีเสียเปล่า..แต่กลับโง่ไม่ทันคน"กิ่งพูดขึ้น
แก้มใสที่กำลังปั่นจักรยานกลับบ้านที่ห่างจากถนนใหญ่ไปอีก3กิโลเมตรก็ไม่ได้รู้ว่าตนเองกำลังเป็หัวข้อถูกพูดถึงอยู่บนรถสองแถว
หญิงสาวปั่นจักรยานไปตามถนนลูกรังแดงด้วยความเคยชิน ถนนเส้นนี้ตอนหน้าแล้งก็เป็ถนนฝุ่นแดง แต่พอหน้าฝนกลับเป็แม่น้ำน้อยๆ จะไปถนนใหญ่แต่ละทีต้องพายเรือ หรือไม่ก็ต้องเดินลุยน้ำที่สูงเหนือเข่าไปกว่า2กิโลกว่าจะถึงถนนใหญ่
่หน้าน้ำแก้มใสต้องใส่กางเกงขาสั้นอยู่ข้างใน แล้วเอากระโปรงนักเรียนพาดบ่า ไปถึงถนนใหญ่ค่อยใส่กระโปรง ไม่เช่นนั้นกระโปรงจะเปียกหมด
และในขนาดที่หญิงสาวถีบจักรยานผ่านต้นไม้ใหญ่ก็เห็นเด็ก5คนอายุน่าจะ7,8ขอบ กำลังเอาก้อนหินเฟี้ยงใส่อะไรบางอย่างบนต้นไม้ หญิงสาวกลัวว่าจะเป็ลูกแมว จึงปั่นจักรยานไปใกล้เพื่อห้ามไม่ให้พวกเด็กทำร้ายลูกแมว
"นี้...พวกเธอทำอะไรนะ อย่าทำร้ายมันนะ"แก้มใสจอดจักรยานแล้วพูดใส่เด็กๆ เธอทันเห็นเ้าก้อนดำๆตกมาจากกิ่งไม้
พวกเด็กๆพอเห็นว่ามีคนมาก็วิ่งแตกกระจายไปกันคนละทิศละทาง หญิงสาวจึงเดินไปดูว่าใช้ลูกแมวหรือไม่
พอเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นเป็สัตว์มีปีก
"เอะ..นี้มันนก นกแสกหรือนกเค้าแมวกันนะ" เธอก็แยกมันไม่ค่อยออกสะด้วย
เธอก้มลงไปดูเ้าสัตว์ตัวเล็ก พอจับดูก็เห็นตรงปีกมันมีเืไหล จึงอุ้มมันไปวางตรงตะกร้าหน้าจักรยาน ก่อนจะค่อยๆปั่นกลับบ้าน โดยไม่ได้มองว่าตรงนั้นคือต้นไทรต้นใหญ่อายุกว่าร้อยปีที่ขึ้นในบริเวณวัด แถมยังมีศาลเก่าๆอยู่ใต้ต้นไทรอีกด้วย
กลับมาถึงบ้านหญิงสาวก็อุ้มเ้านก..เค้าแมว(แล้วกัน)เข้าไปในบ้าน ก่อนจะหายาแดงกับลำลีมาใส่แผลให้เ้านกกลางคืน เมื่อใส่ยาเสร็จก็เอามันเข้าไปในห้องเพื่อไม่ให้ใครเห็น ขืนพ่อแม่มาเห็นเธอคงถูกดุเป็แนที่พาเ้านกอัปมงคลเข้าบ้าน
"คืนนี้แกก็อยู่ในนี้ไปก่อนนะ หายเมื่อไรค่อยไปแล้วกัน แต่ชั้นไม่มีอะไรให้แกกินหลอกนะ ต้องขอโทษจริงๆ "เ้านกมองหญิงสาวแล้วเอียงหัวเหมือนสงสัย
"จะว่าไป แกก็น่ารักนะเนียะ ทำไมคนถึงมองว่าแกเป็สัตว์แห่งความโชคร้ายละ"
"ฮู๊กกกๆ"มันร้องเบาๆเหมือนคุยกันรู้เื่
แก้มใสเห็นว่าเ้านกมันเดินไปเกาะตรงเก้าอี้นิ่งๆก็เลยหันไปเปลี่ยนจากชุดนักเรียนเป็ชุดอยู่บ้านเพื่อจะลงไปช่วยงานบ้านเหมือนเช่นทุกวัน
"แกนอนในนี้ไปก่อนนะ ชั้นต้องไปทำงานบ้านแล้ว "พูดแล้วก็เปิดประตูห้องนอนแล้วไปทำงานบ้าน
บ้านแก้มใสเป็ตึก2ชั้นที่ทำเป็อู่ซ้อมรถ บิดาคือนายอำนวย ลิ้มเจริญกิจอายุ37 เป็ช่างที่มีฝีมือ ไม่ว่ารถจะเสียแบบไหนมา ช่างอำนวยก็สามารถซ้อมให้กลับมาเป็ปกติได้ ที่บ้านจึงมีรถกระบะมาจอดรอซ้อมอยู่หลายคัน
ส่วนนางจุรี ลิ้มเจริญกิจอายุ36ผู้เป็มารดานั้นเคยมีอาชีพเป็ช่างเสริมสวยมาก่อน แต่พอแต่งงาน มารดาก็ต้องเลิกทำผม เพราะอาม่าไม่ให้ทำ แก้มใสมีน้องสาวอีกหนึ่งคนคือด.ญ ปาริชาติ ลิ้มเจริญกิจหรือฟ้าใสอายุใกล้4ขวบ
ทุกวันแก้มใสต้องกลับบ้านมาช่วยแม่ทำงานบ้าน ทั้งล้างจานไปจนถึงกวาดบ้านถูบ้าน แม่ของเธอไม่ได้เป็สะใภ้โปรดของอาม่า เพราะบ้านฝ่ายพ่อนั้นเป็คนจีน ย่อมอยากได้ลูกชาย แต่แม่เธอกลับมีแต่ลูกสาว จากที่ไม่ชอบเป็ทุนเดิมอยูแล้วกลายเป็รังเกลียดลูกสะใภ้คนนี้ เพราะแม่เธอเป็คนเชื่อสายไทยแท้ แต่ฝั่งพ่อเป็คนจีน ตอนแรกอาม่าก็จะหาหญิงเชื่อสายจีนให้พ่อเธอ แต่พ่อเธอกับรักกับแม่จนแม่เธอตั้งท้องทั้งสองจึงได้มายกน้ำชาให้พ่อแม่สามี
เวลาเจออาม่าตอนไหว้เ้า พวกเธอสองพี่น้องก็มักจะถูกดุและคอยสั่งห้ามนั้นห้ามนี้ตลอด แต่กับลูกชายของอาแปะอ้วนกับอาเจ็กอู๊ด อาม่ากับพูดด้วยน้ำเสียงรักใคร่ เธอจึงไม่ชอบไปบ้านอากงอาม่า แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมาเพราะเธอกลัวสายตาอาม่า
"แก้มใส..กลับมาแล้วเหรอลูก" จุรีเดินไปเก็บผักริมรั้วเพื่อเอามาต้มกินคู่กับป่นปลาทู
"จ้ะ..แม่มีอะไรให้แก้มใสช่วยมั้ยจ้ะ?"
"แม่ทำเกือบหมดแล้ว หนูไปรดน้ำดอกไม้หน้าบ้านก็ได้ลูก กุหลาบแม่กำลังบานสวยเลย"
"จ้ะ.."หญิงสาวจึงเดินไปหน้าบ้านเพื่อรดน้ำดอกไม้ให้มารดา"
หน้าบ้านบิดากำลังนอนอยู่ใต้ท้องรถกระบะซ้อมเครื่องยนต์ ตอนที่เธอกลับมาเมื่อครู่บิดาจึงไม่เห็นว่าเธอเอาตัวอะไรกลับมาด้วย
ที่อู่ของบิดามีลูกมือช่วยอีกคนชื่อฉัตรชัย พุ่มพวงแก้ว อายุ17เรียนที่เทคนิคการช่างเครื่องยนต์ หลังเลิกเรียนเขาจะมาอยู่ที่อู่ทุกวันเพื่อฝึกงานกับพ่อเธอ หญิงสาวมักไม่กล้าคุยกับอีกฝ่ายเพราะฉัตรชัยเป็ชายร่างเกิน180ซ.แถมด้วยหน้าตาที่นิ่งเหมือนไม่สนโลกทำให้เธอกลัวเขามาก
แก้มใสเดินมาลากสายยางจนมันยาวสุดก็เดินไปเปิดน้ำ แม่เธอชอบดอกกุหลาบมาก แม่เธอมือเย็นปลูกต้นไหนก็รอดแถมออกดอกยังสวยอีกด้วย แต่ทุกครั้งที่อาอึ่มมากับอาม่าก็จะชอบมาตัดดอกกุหลาบแม่ไปจนหมด แม่ก็ไม่กล้าขัดเพราะมีอาม่าอยู่ด้วย
แม่มักจะปลอบใจตัวเองโดยการบอกว่า
"ตัดดอกออกไปเพื่อให้ดอกชุดใหม่แตก "ถึงแม่จะเห็นแววตาที่เศร้าแต่แม่เธอก็เลือกที่จะไม่พูดเพราะไม่อยากให้พ่อไม่สบายใจ
ฟ้าใสเมื่อเห็นพี่สาวรดน้ำต้นไม่ก็วิ่งจะมาเล่นน้ำ ซึ่งแก้มใสก็ตามใจน้องสาว สองพี่น้องช่วยกันรดน้ำต้นไม้จนชุ่มก็ปิดน้ำแล้วเก็บสายยางให้เข้าที่ก่อนจะชวนกันเข้าบ้าน
แต่ในขนาดที่กำลังจะเข้าบ้านเธอก็เจอเข้ากับฉัตรชัย หญิงสาวใ เพราะสภาพเธอตอนนี้ถือว่าค่อนข้างไม่เรียบร้อย เธอรีบเอามือกอดหน้าอกแล้วก้มหัวเดินเร็วๆผ่านอีกฝ่ายโดยที่ไม่พูดอะไร
พอเข้ามาในบ้านแล้วก็แอบหันไปมองชายหนุ่ม แต่ก็ไม่เห็นอีกฝ่ายเสียแล้ว เธอเม้มปากเข้าหากันอย่าเศร้าสร้อยก่อนจะเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
เมื่อกลับเข้าห้องนอนก็เห็นเ้านก..เค้าแมวแหละ กำลังยืนแต่งขนข้างที่ไม่เจ็บ
"เป็ไงบ้างแก..ดีขึ้นหรือยัง ถ้ายังเจ็บคืนนี้ก็นอนที่นี้ไปก่อนนะ"พูดพร้อมกับลูบหัวกลมๆของมันด้วยความเอ็นดู ก่อนที่เธอจะหยิบสมุดมาทำการบ้านที่จะส่งครูในวันพรุ่งนี้
เธอกับอัญชลีเป็เพื่อนกันมาั้แ่ประถม อีกฝ่ายชอบมาเอาเปรียบเธอตลอด ไม่ว่าเธอจะทำอะไรเพื่อนคนนี้ก็จะมาคอยมีส่วนรวมด้วย แต่ทุกครั้งที่อัญชลีเข้ามาช่วย เธอกลับยิ่งแย่ลง ไม่ถูกครูดุก็ถูกหักคะแนน หลายครั้งที่เธอพยายามจะตีตัวออกห่าง แต่ก็ทำไม่สำเร็จ อีกฝ่ายใช้วิธีตีมึน เธอเองก็ไม่รู้จะพูดยังไงจึงปล่อยเลยตามเลยไป
ตกกลางคืน ในขนาดที่แก้มใสกำลังหลับ เธอก็ฝันแปลกๆ
ในฝันเ้านกเค้าแมวมันพูดได้ แถมยังขอบคุณเธอที่ช่วยชีวิตมันด้วย
"พี่สาว..พี่ได้ช่วยชีวิตหนูไว้ เ้าแม่ไทรงามบอกหนูว่า เมื่อมีคนมาช่วยเราๆยอมต้องตอบแทน"
"เ้านก..แกพูดได้เหรอ นกผีหรือเปล่าเนียะ"เมื่อคิดดั่งนั้นเธอก็รู้สึกกลัวขึ้นมา
"หนูไม่ใช่นกผีนะ หนูแค่เป็นกเค้าแมวเอง ไม่ได้มีผีเผออะไรทั้งนั้น"เ้านกพูดพร้อมทำท่าโวยวาย
"แต่แกพูดได้"
"นี้มันในฝัน หนูต้องพูดได้สิ พลังหนูมีไม่มากพอที่จะสื่อสารผ่านจิตได้ นอกจากว่าเราจะทำพันธะสัญญากันก่อนถึงจะสื่อสารกันได้ครับ"
"อ้อ...แบบนั้นเองเหรอ ถ้ายังไม่หายดีก็อยู่บ้านชั้นไปก่อนก็ได้ แต่แกต้องหากินเอาเองนะ เพราะชั้นไม่รู้ว่าพวกนกเค้าแมวกินอะไร"หญิงสาวไม่คิดใส่ใจสิ่งที่เ้าลูกนกบอกฟ
"เื่นั้นสบายมาก แต่ที่หนูมาเข้าฝันพี่ เพราะจะมาช่วยเปลี่ยนดวงชะตาไม่ให้พี่เป็ไปตามดวงชะตานะครับ"
แก้มใสฟังก็งง..เปลี่ยนดวงชะตาอะไร!
"หนูชื่อตากลม..เ้าแม่ตั้งให้ พี่เรียกหนูว่าตากลมนะครับ"
"อ้อ..ได้ ตากลม แล้วดวงชั้นมันเป็ยังไงเหรอ เธอถึงต้องมาช่วย?"
"ภายใน10ปีนี้ยังไม่มีอะไร ตอนเข้ามหาลัยพี่จะเจอคนไม่ดี แล้วจะนำพาให้ครอบครัวต้องเจอคราวเคราะห์หนัก ..เอาเป็ว่าเดี๋ยวหนูพาพี่ไปดูเองดีกว่าครับ
เ้านกตัวกลมก็มาเกาะที่ไหล่เธอก่อนที่เธอจะรู้สึกถูกดูดเข้าไปในใจกลางหลุมกลม