เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    ​ตอนที่ 688 เคล็ดวิชาบ่มเพาะ มันคือทักษะประเภทใดกัน

    ตอนที่ 688 เคล็ดวิชาบ่มเพาะ?มันคือทักษะประเภทใดกัน?

     

    สองวันผ่านไป........

     

    บู้มมมมมมมมมมมมมมม!!

     

    อ้า!!

     

    ในที่สุดกระบวนการดูดซับพลังของของช่างเยวี่ยตัวน้อยก็เสร็จสิ้นซึ่งใช้เวลาไปทั้งหมดสองวันถึงจะสามารถดูดซับพลังงานทั้งหมดภายในเม็ดยาทิพย์เพลิงผลาญสวรรค์ได้และในตอนนี้ระดับพลังของช่างเยวี่ยน้อยก็เพิ่มสูงขึ้นหลายขั้น จากเดิมที่อยู่ระดับแก่นแท้ขั้นที่หนึ่งกลายมาเป็นผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิเทวะขั้นที่สามแล้ว ด้วยอายุเพียงแปดปีเธอถือได้ว่าเป็นอัจฉริยะระดับสูงคนหนึ่งเลยซึ่งขนาดเจิ้งฟู่จะตกใจกับผลที่ออกมานี้เพราะเขาคิดว่าช่างเยวี่ยตัวน้อยของเขาน่าจะเลื่อนระดับมาอยู่เพียงแค่ระดับเซียนวิญญาณขั้นกลางไม่ก็ขั้นสูงเท่านั้น......

     

    “พี่ชาย! ข้าหิวน้ำจังเลย”ทันทีที่ช่างเยวี่ยน้อยลืมตาตื่นขึ้นเธอก็รู้สึกหิวน้ำและต้องการที่จะกินน้ำเป็นอย่างมาก เนื่องจากเธอใช้เวลาไปถึงสองวันในการดูดซับพลังจากเม็ดยาทิพย์เพลิงผลาญใจที่เจิ้งฟู่มอบให้ซึ่งยาทิพย์ชนิดนี้มีพลังธาตุไฟที่รุนแรงทำให้มันผลาญน้ำในร่างกายของเธอไปจำนวนมากนั่นจึงทำให้เธอรู้สึกหิวน้ำเมื่อเธอรู้สึกตัว.....

     

    อ่า!!

    “นี่น้ำ ค่อยดื่มๆนะเดียวจะสำลัก!”เจิ้งฟู่รีบส่งแก้วน้ำให้ช่างเยวี่ยตัวน้อยทันที.....

     

    หมับ!!

     

    อึก! อึก!อึก!!

     

    อ้า!!!

     

    “ขอบคุณค่ะพี่ชาย!ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้นกันทำไมตัวข้าถึงรู้สึกว่ามีพลังมากมายขนาดนี้ แล้วกับว่าระดับพลังของข้านั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างนั้นแหละ!?” หลังจากที่ช่างเยวี่ยดื่มน้ำเสร็จเธอเริ่มที่จะรู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอนั้นเปลี่ยนไปมันไม่ได้อ่อนแอเหมือนเมื่อก่อนแล้ว จังหวะการหายใจของเธอดีขึ้นกว่าเดิมมาก ไม่เพียงแค่นั้นร่างกายของเธอยังรู้สึกแต่ก็มากไปด้วยพลังอีกด้วย.....

     

    “ตอนนี้เจ้ากลายเป็นผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิเทวะขั้นที่สามแล้วนะรู้ไหมต่อไปเจ้าก็ไม่ต้องกังวลสิ่งใดอีกแล้วเพราะนับจากนี้ไปจะไม่มีใครคนไหนที่กล้าว่าเจ้าเป็นขยะหรืออ่อนแออีก!”เจิ้งฟู่อธิบายถึงสาเหตุที่เธอรู้สึกแบบนั้นว่ามันเป็นเพราะอะไรรวมถึงบอกว่าต่อไปนี้เธอไม่ใช้เด็กสาวที่อ่อนแออีกต่อไปแล้วด้วย เพราะเธอสามารถบ่มเพาะพลังเหมือนกับคนอื่นๆได้ตามปกติแล้ว......

     

    “จริงเหรอพี่ชาย!? นี่ข้าอยู่ระดับจักรพรรดิเทวะขั้นที่สามและสามารถบ่มเพาะพลังเหมือนกับคนอื่นๆได้แล้วจริงๆเหรอ?!”ช่างเยวี่ยรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้ยินแบบนั้นเธอรู้สึกยินดีจนอยากจะร้องตะโกนออกมาให้ดังสุดเสียงที่เธอจะทำได้เลย.......

     

    “จริงสิ!พี่ชายจะหลอกลวงเจ้าไปทำไมกัน ตอนนี้นางฟ้าตัวน้อยของพี่แข็งแกร่งขึ้นมากแล้วในอนาคตคงไม่มีหญิงสาวคนใดในรุ่นเดียวกันกับน้องพี่สู้นางฟ้าตัวน้อยได้แน่!”เจิ้งฟู่พยักหน้าและตอบย้ำคำตอบเดิมของเขาซึ่งเขาไม่ได้พูดเกินเลยไปเลย......

     

    เนื่องจากก่อนหน้านี้ช่างเยวี่ยมีร่างกายที่อ่อนแอแต่เธอก็มีหน้าตาและผิวพรรณที่สวยงามและเป็นสง่ายิ่งตอนนี้เธอสามารถบ่มเพาะพลังและเลื่อนระดับมาเป็นระดับจักรพรรดิเทวะแล้วด้วยใบหน้าและผิวพรรณของเธอยิ่งดีเปล่งปลั่งมากยิ่งขึ้น  หากไม่ใช่ว่าเธออายุมากกว่านี้อีกสักห้าปีละก็เธอคงจะกลายเป็นสาวงามที่สั่นสะเทือนทั้งนิกายบัญชาสวรรค์ได้แน่.......

     

    “ขอบคุณพี่ชายเจิ้งฟู่ที่สำหรับทุกอย่างหากช่างเยวี่ยไม่มีพี่ชาย ไม่รู้ว่าตอนนี้ช่างเยวี่ยจะเป็นอย่างไรบ้าง ช่างเยวี่ยคงจะต้องจมอยู่กับความทุกข์และความเศร้าเป็นแน่แต่วันนี้ช่างเยวี่ยไม่ต้องรู้สึกแบบนั้นอีกแล้วช่างเยวี่ยมีพี่ชายเจิ้งฟู่ที่แสนดีอยู่ด้วย ช่างเยวี่ยมีความสุขที่สุด!”

     

    ช่างเยวี่ยตัวน้อยกล่าวขอบคุณจากใจจริงของเธอพร้อมกับแสดงรอยยิ้มที่มีความสุขออกมาและน้ำตาแห่งความดีใจที่เธอได้พบกับเจิ้งฟู่ผู้ซึ่งที่ไม่ใช่ทั้งครอบครัวหรือคนในสายเลือดเดียวกันแต่กลับเอ็นดูและดูแลเธอเหมือนคนในครอบครัวเดียวกันและเป็นผู้ที่มอบชีวิตใหม่ให้เธอด้วย.....

     

    “มันเป็นเรื่องธรรมดาที่พี่ชายจะต้องดูและและปกป้องน้องสาวของตนเองต่อไปนี้เจ้าคือน้องสาวของพี่ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นพี่จะปกป้องเจ้าเอง!”เจิ้งฟู่เองก็รู้สึกมีความสุขเหมือนกันเมื่อเขาได้เห็นรอยยิ้มน้อยของเธอมันยิ่งทำให้เขามีความสุขมากขึ้นไปอีก.......

     

    “พวกเราไปหาอะไรกินกันเถอะไท่เห๋อน่าจะจัดเตรียมอาหารเอาไว้รอพวกเราแล้ว!” เจิ้งฟู่คิดว่าช่างเยวี่ยจะต้องหิวแน่เขาจึงชวนเธอออกไปกินข้าวที่ด้านนอกบ้านซึ่งเขาให้ไท่เห๋อจัดเตรียมอาหารไว้ให้ก่อนหน้านี้แล้วและที่ต้องออกไปกินข้าวข้างนอกก็เพราะว่าเจ้าสิงโตทั้งสองตัวจะได้ร่วมวงกินข้าวในเช้าวันนี้ด้วยนั้นเอง......

     

    ค่ะ!!

     

    ณ ลานกว้างนอกบ้านพักซึ่งในตอนนี้มันถูกทำให้เป็นลานฝึกยุทธขนาดเล็กไปแล้ว.......

     

    “คาราวะนายท่านอาหารเตรียมพร้อมเสร็จแล้วขอรับ!” ทันทีที่เจิ้งฟู่และช่างเยวี่ยเดินออกมาจากบ้านพักเสียงทักทายของไท่เห๋อก็ดังขึ้นเพื่อเรียกเจิ้งฟู่และบอกว่าอาหารทั้งหมดตัดเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วรอเพียงแค่เจิ้งฟู่และช่างเยวี่ยเท่านั้น......

     

    กรร!! กรร!!

     

    ซึ่งสิงโตปีกม่วงแม่ลูกเองก็ส่งเสียงทักทายเขาเช่นกันพวกมันมานั่งรอเขาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว......

     

    “เช่นนั้นพวกเราก็มาเริ่มกินอาหารกันเถอะเดียวมันหายร้อนแล้วจะไม่อร่อย!” เมื่อเห็นว่าทุกอย่างพร้อมแล้วเจิ้งฟู่ก็บอกให้ทุกคนเริ่มทานอาหารได้.......

     

    โอ้ว!!

     

    กรร!! กรร!!

     

    ทั้งคนทั้งสัตว์ต่างก็ร่วมกินอาหารกันอย่างมีความสุขนี่ก็สองวันแล้วที่ทั้งหมดไม่ได้ร่วมกินอาหารด้วยกันแบบนี้ ซึ่งคนที่ดูจะมีความสุขมากที่สุดเห็นจะเป็นช่างเยวี่ยตัวน้อยลองลงมาก็คงเป็นไท่เห๋อที่ตอนนี้ทะลวงระดับสู่ระดับรากสวรรค์ขั้นที่หนึ่งได้สำเร็จแล้วส่วนสิงโตปีกม่วงตัวแม่ระดับพลังของมันก็เพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย คาดว่าอีกสองเดือนมันคงเลื่อนระดับสู่ขั้นต่อไปได้ส่วนเจ้าสิงโตตัวน้อยนั้น มันเองก็มีการพัฒนาเช่นกันร่างกายของมันดูใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย และระดับพลังของมันก็สูงขึ้นมาอีกหนึ่งขั้นด้วยทำให้ตอนนี้มันมีระดับอยู่ที่สวรรค์ก่อเกิดขึ้นที่สาม.......

     

    อ่า!!

     

    “เป็นอาหารมื้อที่อร่อยที่สุดเลย!”ช่างเยวี่ยตัวน้อยกล่าวพร้อมกับตบไปที่พุงน้อยๆของเธออย่างมีความสุขหลังจากที่กินอาหารจนหมดแล้ว......

     

    “ต้องขอบคุณฝีมือการทำอาหารของไท่เห๋อเลยนะไม่เช่นนั้นพวกเราพวกเราคงไม่ได้กินอาหารอร่อยๆแบบนี้แน่สงสัยจะต้องแต่งตั้งให้ไท่เห๋อเป็นพ่อครัวประจำภูเขาลูกนี้แล้ว!”เจิ้งฟู่เองก็รู้สึกทึ้งในฝีมือทำอาหารของไท่เห๋อเช่นกันเพราะก่อนหน้านี้ฝีมือของเขายังไม่ดีขนาดนี้เลย นี่แค่ผ่านมาไม่กี่วันเองที่เขาได้อยู่ที่นี้ฝีมือการทำอาหารของเขากลับพัฒนาขึ้นอย่างมาก......

     

    แหะ! แหะ!แหะ!

     

    “นายท่านกล่าวชมข้าน้อยเกินไปแล้วข้าน้อยเพียงแค่ทำมันไปมั่วๆเท่านั้น!”ชายหนุ่มไท่เห๋อกล่าวอย่างเขินอายพร้อมกับยกมือขึ้นมาเกลาหัวตัวเอง......

     

    “จะมั่วหรือไม่แต่อาหารที่เจ้าทำมันก็อร่อยละนะจริงไหมช่างเยวี่ย?!” เจิ้งฟู่คิดว่าฝีมือของชายหนุ่มพัฒนาจริงๆซึ่งเขาเองก็รู้สึกได้ว่ามันอร่อยขึ้นกว่าแต่ก่อน......

     

    “ใช่ค่ะพี่ชาย!ฝีมือการทำอาหารของพี่ชายไท่เห๋ออร่อยสุดยอดเลย!” ช่างเยวี่ยเองก็รู้สึกชอบอาหารที่ชายหนุ่มไท่เห๋อทำเช่นกัน.....

     

    อิอิ!!

     

    “ว่าแต่ตอนนี้ทักษะที่เจ้าฝึกอยู่มีวิชาอะไรบ้างไท่เห๋อ?!”หลังจากที่พูดไร้สาระจบแล้วเจิ้งฟู่ก็ถามถึงวิชาที่ไท่เห๋อฝึกอยู่ในตอนนี้ว่ามีวิชาอะไรบ้าง......

     

    “ทักษะที่ข้าน้อยฝึกอย่างนั้นเหรอ? เอิ่ม!ทักษะบ่มเพาะพลังที่ข้าน้อยฝึกนั้นคือวิชาจิตสมาธิ เป็นทักษะระดับมหัศจรรย์ทั่วไปซึ่งทุกคนสามารถหาซื้อทักษะบ่มเพาะนี้ได้ในราคาไม่กี่ร้อยผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำส่วนทักษะกายานั้นก็คือกายาทองแดง ทักษะด้านความไวก็ทักษะเท้าเหนือหญ้าและทักษะโจมตีอีกสองทักษะ ซึ่งก็คือทักษะดาบยาวสังหารและทักษะดาบยาวสายฟ้าขอรับ!”

     

    ชายหนุ่มไท่เห๋อกล่าวอธิบายถึงทักษะทั้งหมดที่เขาฝึกอยู่ในตอนนี้ให้เจิ้งฟู่รู้ซึ่งทุกทักษะที่ชายหนุ่มฝึกอยู่ล้วนเป็นทักษะระดับมหัศจรรย์ขั้นต่ำทั้งนั้นและพวกมันก็หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป.....

     

    “เคล็ดวิชาบ่มเพาะ? มันคือทักษะประเภทใดกัน?”แต่ในทักษะทั้งหมดที่ชายหนุ่มพูดมา มีอยู่แค่ทักษะประเภทเดียวที่เขาสงสัยเพราะต้องแต่เจิ้งฟู่เริ่มฝึกฝนมาเขาไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับทักษะประเภทนี้มาก่อนเลยหรืออาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่ได้สนใจมันตั้งแต่แรกเขาเลยไม่รู้......

     

    “นี่ท่านไม่รู้จักทักษะบ่มเพาะพลัง?”ชายหนุ่มไท่เห๋อพลันแสดงสีหน้าตกใจออกมาเมื่อเห็นเจิ้งฟู่ถามเขาเกี่ยวกับทักษะบ่มเพาะพลังเพราะมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ฝึกตนระดับสูงเช่นนี้จะไม่รู้จักทักษะบ่มเพาะพลังที่สามารถเร่งการบ่มเพาะพลังให้กับผู้ฝึกตน......

     

    “ถ้าข้ารู้ข้าจะถามเจ้าอย่างนั้นเหรอ?ว่าแต่นางฟ้าตัวน้อยของพี่รู้จักมันหรือป่าว?” เจิ้งฟู่ตอบกลับอย่างจริงจังพร้อมกับหันไปถามช่างเยวี่ยตัวน้อยว่าเธอรู้จักมันหรือป่าว.....

     

    “แน่นอนพี่ชาย!ข้าย่อมรู้จักทักษะการบ่มเพาะพลัง เพราะศิษย์ทุกคนในสถานศึกษาสาขารุ่นเยาว์ล้วนได้ฝึกทักษะการบ่มเพาะพลังทั้งนั้นซึ่งตัวข้าฝึกทักษะการบ่มเพาะบัญชาเซียนอยู่ค่ะ!” ช่างเยวี่ยตอบกลับเจิ้งฟู่ในทันทีว่าเธอเองก็รู้จักซึ่งทักษะการบ่มเพาะที่เธอฝึกอยู่นั้นมีชื่อว่าบัญชาเซียนเป็นทักษะบทแรกของทักษะบ่มเพาะพลังประจำนิกายบัญชาสวรรค์......

     

    อ่า!

     

    “แสดงว่ามีแค่ข้าสินะที่ไม่รู้จักทักษะการบ่มเพาะพลัง!”เจิ้งฟู่ร้องอุทานออกมาอย่างเข้าใจแล้วว่าเขานั้นไม่เคยสนใจทักษะประเภทนี้ซึ่งที่โลกก่อนนั้นก็น่าจะมีทักษะประเภทนี้อยู่ด้วย.......

     

    “เป็นไปได้ยังไงกันที่นายท่านไม่รู้จักทักษะการบ่มเพาะพลัง?แล้วท่านบ่มเพาะพลังด้วยวิธีไหนอย่างนั้นหรือขอรับ?” ชายหนุ่มไท่เห๋อรู้สึกสงสัยมากเกี่ยวกับที่เจิ้งฟู่ไม่รู้จักทักษะการบ่มเพาะพลังแต่สามารถบ่มเพาะพลังมาได้ถึงระดับนี้เขาจึงอยากรู้ว่าเจิ้งฟู่ทำได้อย่างไร.....

     

    “ข้าก็แค่รวบรวมสมาธิและตั้งจิตให้มั่นก่อนจะเริ่มรวบรวมพลังที่อยู่รอบๆตัวข้า รวมถึงใช้ทรัพยากรต่างๆที่ช่วยเพิ่มพลังในการดูดซับไง!”เจิ้งฟู่อธิบายให้กับชายหนุ่มไท่เห๋อฟังทันทีว่าเขาทำยังไงถึงสามารถบ่มเพาะพลังได้ขนาดนี้.......

     

    อ่า!!

     

    “ช่างน่าเหลือเชื่อนักนายท่านนี่ท่านบ่มเพาะพลังและดูดซับพลังจากธรรมชาติได้เพียงแค่นึกคิดเพียงเท่านั้นแบบนี้มันยิ่งกว่าการใช้ทักษะการบ่มเพาะที่อยู่ในระดับเซียนหรือแม้แต่ระดับสวรรค์เสียอีกนะขอรับ!”ไท่เห๋อแทบจะไม่อยากเชื่อหูตัวเองเลยถึงแม้เจิ้งฟู่จะพูดออกมาง่ายๆแต่วิธีการของเขามันก็สุดยอดจริงๆหากเป็นคนธรรมดาทั่วไปคงทำไม่ได้แน่ หรือต่อให้เป็นพวกระดับสูงแล้วก็ยังต้องใช้เคล็ดวิชาบ่มเพาะในการช่วยเพิ่มพลัง.......

     

    “มันก็ไม่ได้สุดยอดอะไรขนาดนั้นหรอกว่าแต่ข้าจะขอดูทักษะการบ่มเพาะพลังของเจ้าทั้งสองคนได้หรือไม่ ข้าอยากจะรู้ว่ามันมีวิธีการฝึกฝนและใช้งานอย่างไร?!”เจิ้งฟู่ไม่คิดว่าการที่ตนเองทำอยู่นี้มันสุดยอดตรงไหนเพราะทุกอย่างเป็นเพราะว่าเขาใช้ตัวช่วยเป็นหลัก ไม่ได้ดูดซับพลังจากธรรมดามากนักเขาจึงอยากที่จะรู้ว่าเคล็ดวิชาการบ่มเพาะพลังนั้นเป็นแบบใดและมันใช้งานในรูปแบบใดบ้างเจิ้งฟู่จึงได้ขอดูทักษะการบ่มเพาะพลังของทั้งสองคน.......

     

    “ได้ขอรับนายท่าน!นี่ขอรับตำราทักษะการบ่มเพาะจิตสมาธิของข้าน้อย!” ชายหนุ่มไท่เห๋อไม่รอช้าที่จะหยิบเอาตำราฝึกเคล็ดวิชาการบ่มเพาะพลังจิตสมาธิของตนออกมาให้กับเจิ้งฟู่.......

     

    “ข้าต้องขอโทษพี่ชายด้วยที่ข้าไม่ตำราทักษะนั่นอยู่กับตัวของข้าเนื่องจากทางสถานศึกษาสาขารุ่นเยาว์จะให้ศิษย์ทุกคนเข้าไปศึกษามันเฉพาะในหอตำราเท่านั้นไม่อนุญาตให้นำออกมา แต่ข้าสามารถเขียนมันขึ้นมาใหม่ให้กับท่านพี่ได้นะเพราะข้าจำเนื้อหาของมันได้ทั้งหมด!” ช่างเยวี่ยตัวน้อยกล่าวอย่างเศร้าใจที่เธอไม่มีตำอยู่กับตัวเพราะมันเป็นกฎของสถานศึกษาที่ห้ามนำตำราออกมานอกหอตำราให้เพียงศิษย์ฝึกอยู่แต่ในหอตำราเท่านั้นทว่าช่างเยวี่ยตัวน้อยนั้นมีความจำที่ดีเป็นเลิศเธอเลยสามารถที่จะเขียนมันขึ้นมาใหม่ให้กับเจิ้งฟู่ได้.......

     

    “ขอบใจเจ้ามากไท่เห๋อ!แล้วก็นางฟ้าตัวน้อยของพี่ด้วย ถ้างั้นเดียวพี่จะมอบกระดาษและพู่กันให้กับเจ้าไปเขียนมันและพี่จะอ่านทักษะจิตสมาธิของไท่เห๋อรอเจ้า!” เจิ้งฟู่กล่าวขอบใจไท่เห๋อที่เขายอมมอบตำราเคล็ดวิชาบ่มเพาะให้กับเขาในทันทีและหันไปพูดกับเด็กหญิงตัวน้อยพร้อมกับส่งมอบกระดาษและพู่กันให้กับเธอส่วนเขาจะอ่านเคล็ดวิชาบ่มเพาะที่ได้มานี้รอ........


    *******************************************

    ฝันดีครับทุกคน พี่หมีไปนอนและ ช่วงนี้นอนดึก สมองเบลออย่างบอกไม่ถูก