ย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน

    44 นัดเดทกับดาหลิง

                 สาวน้อย หน้าตาสะสวย อยู่ในชุดสาวใช้ เอ่ยทักทายเสียมหลอหลงด้วยความดีใจ ในขณะที่อาหลงเองก็มองดูนางด้วยความหลงใหลและเอ็นดูนางอันเป็นที่รักของตน          “ ดาหลิง ทำไมท่านถึงแต่งชุดเป็นสาวใช้เช่นนี้  แต่ดู ๆ ไปข้าว่าก็น่ารักไปอีกแบบ”           ชายหนุ่มเอ่ยชมอีกฝ่ายที่แต่งชุดสาวใช้ ทำให้นางถึงกับหน้าแดงเป็นลูกตำลึงด้วยความอาย  โดยนางขอยืมชุดเก่าของนางกำนัลคนสนิทของนางมาสวมใส่ เพื่อไม่ให้สะดุดตาผู้คนมากเกินไป แต่กระนั้นด้วยความงามของนาง ถึงแม้จะสวมชุดธรรมดาเก่า ๆ แต่ก็มิอาจปิดบังความงามที่โดดเด่นของนางได้   โดยก่อนหน้านั้นคนทั้งคู่เคยตกลงกันไว้ว่า ถ้าอยู่ลำพังเพียงสองคน ไม่ได้อยู่ในวัง จะใช้คำพูดธรรมดาสามัญเหมือนคนทั่วไป ไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์ใด ๆ           “ ดาหลิง ก่อนที่จะไปสำรวจความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ข้าอยากพาท่านไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตสินค้าของข้า ท่านยินดีจะไปกับข้าหรือไม่?”           อาหลงเอ่ยปากชวนนางไปเยี่ยมชมโรงงานสินค้าของเขาที่อยู่นอกเมือง ซึ่งนางตอบตกลงโดยความยินดียิ่ง  โดยมีอาเฉิน คนขับรถม้าคนใหม่ที่ยืนรออยู่ตรงรถม้าเป็นสารถีพาคนทั้งคู่เดินทางไปยังโรงงานเหล่านั้น           “ เป็นอย่างไรบ้าง ดาหลิง ท่านชอบสินค้าเหล่านั้นหรือไม่ ท่านคิดว่าพวกมันเป็นอย่างไรบ้าง?”          ชายหนุ่มเอ่ยถามองค์หญิงห้า ในขณะที่คนทั้งคู่กำลังเดินทางกลับจากไปเยี่ยมชมโรงงานหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผงปรุงรส  โรงงานผลิตยา  โรงงานผลิตน้ำหอม สบู่      ยาสีฟัน แปรงสีฟัน  ชุดชั้นใน และอื่น ๆ อีกหลายอย่าง โดยภายในเก๋งโดยสารของรถม้าเต็มไปด้วยสินค้าตัวอย่างที่เขานำติดตัวกลับมาด้วย           ภายในโรงงานของเขาเต็มไปด้วยคนงานที่เขาให้น้องรองและน้องเล็กไปพาคนที่เร่ร่อนไม่มีที่อยู่ ให้มาฝึกอบรมฝีมือก่อนที่จะเริ่มงาน โดยมีอาหารให้วันละ 3 มื้อ พร้อมทั้งมีที่พักให้ฟรีนอกจากนี้ยังมีค่าแรงตอบแทนที่เป็นธรรมให้กับพวกเขาเหล่านั้นอีกด้วย              นอกจากนี้เขายังพานางไปเยี่ยมชมไร่มันเทศ  ที่เขานำเครือของมันมาจากต่างเมือง และให้คนงานเพาะปลูกนับเกือบร้อยไร่ เพื่อเตรียมเป็นเสบียงในการแก้ปัญหาภัยแล้ง              “ ดาหลิง ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะได้มาเจอเรื่องที่มหัศจรรย์มากมาย ที่ท่านทำมันได้ง่าย ๆ เหมือนกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา ทั้ง ๆ ที่มันไม่น่าจะเป็นไปได้เลย”             ต้วนอี้เฟยเอ่ยกับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ และทึ่งในความคิดแปลก ๆ ใหม่ ๆ ของเขา           “ ผงปรุงรสของท่าน จะต้องขายดิบขายดีจนผลิตแทบไม่ทันแน่นอน เพราะว่าแค่ใส่มันลงไปในอาหารที่ทำ รสชาติที่ได้กลับอร่อยถูกปากทุกอย่าง  ขนาดคนที่ไม่ค่อยได้เรื่องในการทำอาหารอย่างข้า ยังสามารถทำอาหารออกมาแล้วมีรสชาติอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ”           นางเอ่ยถึงผงปรุงรสที่นางกับเขาได้ไปเยี่ยมชมที่โรงงาน รวมทั้งนางยังได้ทดลองทำเมนูลาบหมูตามที่เขาได้สอนนาง โดยไม่ลืมที่จะเหยาะเจ้าผงวิเศษนี้ลงไป ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าลาบจานนั้นจะมีรสชาติที่อร่อยจนคนทั้งสองซัดจนหมดเกลี้ยง สร้างความปลาบปลื้มใจให้องค์หญิงห้าเป็นอันมาก ที่นางสามารถทำอาหารได้อร่อยอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีโอกาสทำอาหารให้คนที่นางชอบได้ทานอีกด้วย          “ ส่วนสบู่ที่ท่านผลิตมานั้นก็วิเศษยิ่ง มันสามารถชำระล้างร่างกายได้อย่างสะอาดหมดจด ที่สำคัญคือมันยังมีกลิ่นหอมสดชื่นอีกด้วย  ในขณะที่น้ำหอมของท่านนั้นก็ทำให้ข้าประทับใจไม่น้อย เพราะมันให้กลิ่นที่หอมแบบเจือจาง แต่ก็ทำให้รู้สึกดี และสดชื่น ทั้งคนใช้และคนที่ได้กลิ่น”           องค์หญิงห้ารับสั่งถึงสบู่และน้ำหอมที่นางได้ทดลองใช้ และรู้สึกชอบพวกมันมาก ๆ  โดยน้ำหอมที่นางชอบคือกลิ่นเบบี๋ ซึ่งจะมีกลิ่นหอมจาง ๆ เหมาะสำหรับหญิงสาวที่สดใสบริสุทธิ์เช่นนางและหลิวหว่านชิง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อน้ำหอมกลิ่นนี้  ในขณะที่อีกกลิ่น จะเหมาะกับหญิงสาวที่โตเต็มวัย มีเสน่ห์อันเย้ายวนอย่างเช่นพี่ใหญ่ของนาง ซึ่งกลิ่นนั้นมีชื่อว่าถิงฟาง โดยมีที่มาจากชื่อของพี่ใหญ่ของนางเช่นกัน                “ แล้วชุดนอนไม่ได้นอนเล่า ท่านคิดเห็นเช่นไรบ้าง?”           อาหลงเอ่ยถามสาวงามผู้ที่กำลังหน้าแดงด้วยความอาย  เมื่อเขาถามถึงชุดประหลาดที่น่าอายเหล่านั้น ซึ่งนางยอมรับว่ายังไง ๆ นางก็ไม่กล้าสวมใส่ชุดเหล่านั้นแน่นอน           “ เพ้ย  ท่านยังจะพูดถึงอีก ข้ายอมรับว่าชอบสินค้าของท่านแทบจะทุกอย่าง ยกเว้นเพียงเจ้าชุดประหลาดนี้เท่านั้น”          นางเอ่ยไปพร้อมกับแก้มที่แดงระเรื่อ และเอาแต่ก้มหน้างุด ๆ  ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา                          จากนั้นไม่นาน นางจึงค่อยเงยหน้าขึ้นสบตาเขาที่เอาแต่นั่งยิ้มกริ่มจ้องมองมาที่นาง ด้วยแววตาที่แสนรักและห่วงใย ทำเอานางแทบจะใจละลายไปกับแววตาที่อบอุ่นและจริงใจของเขา                     “ เอาล่ะ ๆ ดาหลิง เรามาคุยเรื่องอื่นกันดีกว่ามั้ยเจ้าคะ?”           “ ได้สิ ดาหลิง ถ้าอย่างนั้นท่านช่วยเล่าเรื่องราวของท่านให้ข้าฟังบ้างได้ไหม   ข้าอยากจะรู้ทุก ๆ เรื่องราวของท่าน เพราะท่านคือคนสำคัญของข้า ได้ยินว่าท่านแม่ของท่านมาจากแคว้นเสียมหลอใช่หรือไม่?”             เสียมหลอร้องขอให้นางช่วยเล่าเรื่องความเป็นมาของนาง และเรื่องอื่น ๆ เพราะเขาอยากจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับหญิงที่ตนรักบ้าง                               “ ท่านกล่าวได้ถูกต้องแล้วดาหลิง”           องค์หญิงห้าพยักหน้ายิ้ม ๆ ตอบคำถามของเขา  ก่อนที่จะเล่าให้เขาฟังเพิ่มเติมว่าแม่ของนางเป็นพระธิดาจากแคว้นเสียมหลอ ซึ่งมีชื่อเดียวกับแซ่ของเขา  โดยแคว้นนี้อยู่ทางตอนใต้ของต้าหยาง  และเรียกอีกชื่อว่าอโยธยา  แคว้นนี้ก่อตั้งมาได้ประมาณเกือบ 100 ปี โดยกษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองแคว้นองค์ปัจจุบันเป็นกษัตริย์ลำดับที่ 8 แห่งราชวงศ์ ทรงพระนามว่า สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งมารดาขององค์หญิงห้าเป็นพระธิดาของกษัตริย์อโยธยากับบุตรีของสาวชาวบ้านทั่วไป  คราวที่อโยธยารบพ่ายแพ้ให้กับต้าหยาง มารดาของนางจึงถูกส่งตัวมาถวายเพื่ออภิเษกเป็นพระชายาของไทจือ(รัชทายาท) ซึ่งก็คือองค์หยางไท่จงในปัจจุบันนั่นเอง        ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า กษัตริย์แห่งอโยธยาพระองค์นี้ทรงเป็นพระอัยกา(ตา)ของนางนั่นเองซึ่งเสียมหลอหลงเองเคยอ่านประวัติศาสตร์สมัยที่เขายังอยู่ในโลกที่เขาจากมา  เขาจำได้ว่ากษัตริย์พระองค์นี้ทรงครองราชย์ยาวนานถึง 40 ปี และมีผลงานที่สำคัญคือการเปลี่ยนระบบขุนนางจากเดิมมาเป็นแบบจตุสดมภ์ คือเวียง วัง คลัง นา   นับว่าพระองค์เป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาพระองค์หนึ่งเลยทีเดียว        “ แล้วท่านล่ะดาหลิง ท่านก็มาจากเสียมหลอเช่นเดียวกับท่านแม่ใช่หรือไม่?”        ต้วนอี้เฟยรับสั่งถามชายหนุ่มที่นั่งตรงหน้าด้วยความสนใจ และอยากรู้ในความเป็นไปของเขาเช่นเดียวกัน  ในขณะที่ชายหนุ่มทำท่าทางครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตอบคำถามของนางเมื่อสักครู่        “ ใช่แล้ว ดาหลิง  ข้าเป็นคนที่มาจากที่เดียวกันกับท่านแม่ของท่าน เพียงแต่มาจากคนละช่วงเวลาเท่านั้น  ตอนนี้อาจจะยังไม่สะดวกที่จะบอกท่านอย่างละเอียด เอาไว้เมื่อถึงเวลา ข้าจะเล่าให้ท่านฟังทั้งหมดอย่างแน่นอน ข้าสัญญา”          ชายหนุ่มอธิบายให้อีกฝ่ายฟังด้วยความจริงบางส่วน แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเขาเป็นคนที่มาจากอนาคต เพราะอาจจะดูเหลือเชื่อเกินไปสำหรับนางที่จะทำใจให้เชื่อได้          “ แต่ข้าสามารถบอกท่านได้ ว่าแคว้นอโยธยาของเสด็จตาของท่านจะมีอายุยืนยาวมากกว่า 400 ปีเลยทีเดียว”          อาหลงบอกเล่าความจริงในประวัติศาสตร์ที่เขารู้ให้นางได้ฟัง ก่อนที่นางจะหน้าเหลือเชื่อ และประหลาดใจในสิ่งที่เขากล่าวมาเมื่อครู่          “ ดาหลิง ข้าไม่ยักรู้ว่าที่ปรึกษาที่สามารถอ่านใจคนได้เช่นท่าน จะสามารถทำนายอนาคตล่วงหน้าหลายร้อยปีได้อีกด้วย”          องค์หญิงห้ารับสั่งกับชายหนุ่มอย่างขำ ๆ  ก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาเบา ๆ จากนั้นจึงบอกกับนางว่าตอนนี้ได้เดินทางมาถึงในตัวเมืองเทียนหยางแล้ว                   “ พวกเราไปสำรวจความเป็นอยู่ของชาวบ้านกันเถอะ?”           ชายหนุ่มเอ่ยกับนางในดวงใจของเขา ก่อนจะช่วยประคองนางลงจากรถม้า จากนั้นเขาจึงบอกให้อาเฉินรออยู่ที่รถม้า ส่วนตนกับองค์หญิงห้าจะออกไปสำรวจความเป็นอยู่ของราษฎรในเมือง         เกือบชั่วยาม(สองชั่วโมง) ที่คนทั้งคู่ตระเวนไปสำรวจในเมือง ทำให้ได้เห็นว่าในเมืองหลวงที่เจริญและศิวิไลซ์แห่งนี้ กลับมีขอทานรวมทั้งคนเร่ร่อนไม่มีที่อยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านหลายส่วนยังมีฐานะความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนที่มีอิทธิพล ใช้อำนาจข่มเหงและเอาเปรียบชาวบ้านทั่วไป ทำให้องค์หญิงห้าที่ไม่เคยเห็นภาพเหล่านั้นถึงสลดและสังเวชใจกับชะตากรรมของคนที่น่าสงสารเหล่านั้น            “ เราจะช่วยพวกเขาเหล่านั้นยังไงดีเจ้าคะ ท่านนายอำเภอ?”         องค์หญิงห้าเอ่ยแซวชายคนรักของนาง ก่อนที่เขาจะใช้ความคิดสักครู่จากนั้นจึงค่อย ๆ ตอบคำถามของนางอย่างใจเย็น                    “ ท่านถามได้ดีมาก ดาหลิง สุดที่รักของข้า”         อาหลงพูดพร้อมกับสบตาของนาง ทำเอานางหวาบหวามใจ ก่อนจะรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่จะสบตากับเขาโดยไม่หลบสายตาเหมือนที่ผ่าน ๆ มา          “ ข้าคิดว่าการที่เราจะช่วยคนเหล่านั้นให้พวกเขาพ้นจากความยากลำบาก และมีชีวิตที่ดีได้ ต้องทำในสองส่วน”          ชายหนุ่มกล่าวอธิบายไปพร้อม ๆ กับสบตาของนาง โดยจ้องมองเข้าไปให้ลึกจนถึงก้นบึ้งของหัวใจของนาง  ซึ่งตอนนี้ตัวนางเองก็สบตาเขาและจ้องมองเข้าไปในแววตาเขาอย่างลึกซึ้งเช่นกัน           “ สองส่วนที่ว่า คืออะไรบ้าง ท่านช่วยอธิบายให้เสี่ยวเฟยฟังได้ไหมเจ้าคะ?”           องค์หญิงห้า แกล้งสมบทบาทสาวใช้ได้อย่างแนบเนียน ก่อนที่เสียมหลอหลงจะอธิบายให้นางฟังต่ออย่างละเอียด         “ ส่วนแรกคือ เราต้องให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแก่พวกเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน และเรื่องที่พักอาศัย ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาขั้นต้นเท่านั้น  ส่วนที่สองซึ่งสำคัญมาก ก็คือการช่วยให้พวกเขาสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ด้วยการช่วยให้พวกเขามีงานและอาชีพที่พอเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างมีความสุข”         “การช่วยเหลือที่ดีและยั่งยืนที่สุด ก็คือการช่วยให้พวกเขาสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เพราะถ้าเราเอาแต่ช่วยเหลือเฉพาะหน้าด้วยการแจกสิ่งของช่วยเหลือ จะทำให้พวกเขาไม่รู้จักที่จะช่วยเหลือตัวเอง เอาแต่รอคอยความช่วยเหลือจากทางการเท่านั้น นับว่าไม่ส่งผลดีในระยะยาวต่อพวกเขา”          เสียมหลอหลงเอ่ยอธิบายอย่างละเอียด ก่อนที่เขาจะยกหลักทฤษฎี เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นมหาราชในโลกที่เขาจากมาให้นางฟัง  ทำให้นางถึงตาเป็นประกายกับแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้        “ อืม เราต้องเข้าใจพวกเขาก่อนว่าพวกเขาอยู่ในสถานะใด มีความต้องการอันใด จากนั้นการที่เราแสดงให้พวกเขาเห็นว่าพวกเรามีความจริงใจและปรารถนาดีต่อพวกเขาจริง ๆ จะทำให้เราเข้าถึงจิตใจพวกเขาได้ เพราะจะถือว่าเราเป็นพวกเดียวกับพวกเขา และเมื่อพวกเขาเปิดใจแล้ว พวกเราก็จะช่วยพวกเขาพัฒนาตนเองและชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นได้ไม่ยาก  ที่ข้ากล่าวเช่นนี้ ไม่ทราบว่าถูกต้องหรือไม่เจ้าคะ?”        องค์หญิงห้าผู้ชาญฉลาด รับสั่งถามอีกฝ่ายว่าสิ่งที่นางกล่าวเมื่อครู่ตรงกับสิ่งที่เขาต้องการจะบอกนางหรือไม่ ซึ่งอาหลงได้แต่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ที่สตรีที่ตนรักเป็นคนที่มีความคิดลึกซึ้ง และมีปฏิภาณไหวพริบที่ดีมากจริง ๆ        “ ท่านกล่าวได้ถูกต้องแล้ว ดาหลิง  ว่าแต่ท่านรู้สึกหิวหรือไม่ ตอนนี้ก็เที่ยงแล้ว เราไปหาข้าวทานกันเถอะ”           อาหลงเอ่ยชวนองค์หญิงเพื่อไปหาร้านอาหารทานมื้อเที่ยงกัน  ซึ่งทั้งคู่ตัดสินใจเลือกร้านที่ธรรมดาไม่ได้ใหญ่โตหรูหราอะไร แต่มีลูกค้าแน่นขนัดร้านราวกับร้านแจกอาหารฟรีก็ไม่ปาน        “ เชิญขอรับคุณชาย เชิญแม่นางด้านในขอรับ ทั้งสองท่านจะรับอะไรดีขอรับ”        เสี่ยวเอ้อเอ่ยถามลูกค้าหนุ่มสาวทั้งสอง หลังจากที่พาคนทั้งคู่มานั่งที่โต๊ะด้านในเป็นที่เรียบร้อย  โดยเสี่ยวเอ้อผู้นี้แอบชำเลืองมองที่สาวใช้ผู้เลอโฉมนางนี้ พร้อมทั้งนึกอิจฉาบุรุษผู้นี้ที่มีสาวใช้ที่งดงามยิ่ง          “ เสี่ยวเอ้อ เจ้าช่วยจัดอาหารที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่มาสัก 4 – 5 อย่างก็แล้วกัน ขอชาหลงจิ่งอย่างดีด้วย ขอบใจมาก”         เสียมหลอหลงสั่งอาหารกับอีกฝ่าย ก่อนที่จะหันมาคุยกับหญิงสาวเรื่องการหาทางช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากไร้ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น          “ คุณชายเสียมหลอ  บังเอิญจัง ท่านก็มาทานข้าวที่ร้านนี้ด้วย?”         เป็นแม่นางหลินซู่เฟิน ที่ชายหนุ่มเคยช่วยชีวิตนางกับสาวใช้ไว้จากโจรป่าเมื่อไม่นานมานี้ เข้ามาทักทายพร้อมทั้งย่อตัวคำนับชายหนุ่มด้วยความยินดีที่ได้พบเขาอีก         “ แม่นางหลิน ข้าไม่นึกเลยว่าบุตรีมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งเช่นท่าน จะมาทานอาหารที่ร้านธรรมดาเช่นนี้”          ชายหนุ่มเอ่ยถามนางด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่เขาจะชวนนางร่วมโต๊ะด้วย คุณหนูหลินหันไปมองสาวใช้ผู้เลอโฉมที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขาอย่างพินิจพิจารณา ก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายออกมาเบา ๆ                             “ คุณชายเสียมหลอ ผู้นี้นางคือ......สาวใช้ของท่าน?”           นางเอ่ยถามถึงสาวงามที่แต่งกายเช่นสาวใช้นางหนึ่ง ซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามเขาด้วยความสนใจ เพราะนางไม่อยากจะเชื่อว่าหญิงสาวผู้ที่ดูดีมีสง่าราศรีผู้นี้จะเป็นเพียงสาวใหญ่คนหนึ่งเท่านั้น                     “ ฮ่าฮ่า หามิได้แม่นางหลิน  นางเป็น...เป็น คนรักของข้าเอง”            อาหลงเอ่ยกับอีกฝ่ายตรง ๆ ทำเอาคุณหนูหลินชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อย ๆ ปรับสีหน้าให้เป็นปรกติ  โดยนางเองเคยคิดว่าอีกฝ่ายยังไม่มีสตรีที่ชื่นชอบ ทำให้นางพอดีความหวังอยู่บ้าง  แต่เมื่อได้ยินคำตอบเมื่อครู่ ทำเอานางต้องยอมตัดใจตั้งแต่ตอนนี้ เพราะสตรีที่เขาชื่นชอบนี้ด้านความงามนับว่าเหมาะสมกับเขาอย่างกับกิ่งทองใบหยก ติดเพียงแค่นางเป็นสาวใช้เท่านั้นเอง           “ คุณหนูหลิน นี่คือแม่นางเสี่ยวเฟย นางไม่ใช้สาวใช้อย่างที่ท่านเข้าใจ ที่นางต้องแต่งกายเช่นนี้ก็เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนเท่านั้น จริง ๆ นางเป็นบุตรีของขุนนางใหญ่ท่านหนึ่งในราชสำนัก”          เสียมหลอหลงอธิบายและบอกความจริงกับนางแค่บางส่วน โดยปกปิดเรื่องฐานะที่แท้จริงของนางเอาไว้ก่อน          “ เสี่ยวเฟย นี่คือคุณหนูหลิน นางเดินทางมาจากเมืองเสียนหยินเพื่อมาทำการค้า นางยังเป็นหลานสาวของคหบดีกันซื่อหยง เจ้าของฉายากันครึ่งเมืองอีกด้วย”           ชายหนุ่มแนะนำให้หญิงสาวทั้งสองได้รู้จักกัน  ซึ่งหลังจากแนะนำและความรู้จักกันแล้ว สาวงามทั้งสองต่างรู้สึกถูกชะตากันและพูดคุยกันอย่างถูกคอ  และในขณะที่คนทั้งหมดกำลังสนทนาพร้อมทั้งทานอาหารไปด้วย  กลับมีสาวงามนางหนึ่งเข้ามาทักทายเสียมหลอหลงด้วยความตื่นเต้นดีใจ           “ คุณชายเสียมหลอ ช่างบังเอิญจริง ๆ ที่พบกันที่นี่ ข้ามีข่าวดีที่จะบอกกับท่าน งานที่ท่านมอบหมายให้ข้า ข้าทำมันสำเร็จแล้วเจ้าค่ะ” …………………………………………………………………………………………………คุยกันหลังฉาก....มาแล้วนะครับสำหรับตอนที่ 44  ขออภัยที่มาล่าช้านะครับ ช่วงวันธรรมดาไรท์อาจจะอัพได้ 2 วันต่อ 1 ตอน ส่วนวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ น่าจะได้วันละตอนครับ       สำหรับตอนนี้อาหลงและดาหลิงตัวจริงของเขาก็ได้ไปแวะเยี่ยมชมโรงงานผลิตสินค้าของเขา รวมทั้งออกสำรวจความเป็นอยู่ของราษฎรอีกด้วย ถือว่าเป็นครั้งแรกที่คนทั้งสองได้มีเวลาอยู่ด้วยกันแบบส่วนตัว ส่วนเรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นไร รออ่านและรอลุ้นได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ     ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ติดตามอ่านและคอมเมนท์ด้วยดีเสมอมานะครับ ขอบคุณจริง ๆ ครับ.....................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต        “ ข้าใช้ชีวิต เสมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต”                                      

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน ที่คุณอ่าน