ระบบสุดยอดปรมาจารย์ : ปั้นเด็กห้องบ๊วยเป็นเทพยุทธ์

    บทที่ 40 ครุวิสัย

            บทที่ 40 ครุวิสัย


            ซูหยางดึงสติกลับมาแล้วรีบตรวจสอบสถานะของจูเทาทันที


            เป็นไปตามคาด จากระดับ E+ เลื่อนขึ้นมาเป็นระดับ D เรียบร้อย!


            ระดับพลังในระบบคือเกณฑ์ใหญ่จึงยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ซูหยางรู้ดีว่านี่เป็นการเลื่อนระดับย่อยครั้งที่สองของจูเทาแล้ว


            ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาน่าจะมาถึงระดับ จิตวิญญาณยุทธ์ขั้นแปดระดับสูง


    ความเร็วในการเลื่อนระดับนี้ช่างน่าเหลือเชื่อเกินไป


            ดูท่าว่าการเอาตัวเขาเป็นเป้าซ้อมมือเมื่อคืน จะทำให้เจ้าเด็กนี่เกิดการหยั่งรู้อะไรบางอย่างได้ไม่น้อยเลยทีเดียว


            ซูหยางรีบชักนำพลังงานบริสุทธิ์เข้าสู่เส้นชีพจร หลังจากเปลี่ยนรูปพลังงานเสร็จก็กักเก็บไว้ที่จุดตันเถียนเป็นการชั่วคราวเพื่อค่อย ๆ ดูดซับ


            โดยปกติแล้วการทำเช่นนี้จะทำให้รู้สึกเจ็บแปลบแถวหน้าท้องคล้ายกับอาการปวดประจำเดือน ความเจ็บมากน้อยขึ้นอยู่กับตัวบุคคล แต่ไม่แน่ว่าเป็นเพราะเส้นชีพจรที่ขยายตัว หรือเพราะพลังงานนี้สะท้อนมาจากจูเทาจนไปกระตุ้นสถานะ คุรุไร้พ่าย เข้าโดยอ้อม ซูหยางจึงไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่นิดเดียว


            ยังไงก็เป็นเรื่องดี เขาจึงขี้เกียจจะไปขุดคุ้ยหาเหตุผล


            หลังจากจัดการกักเก็บพลังงานเสร็จ ซูหยางก็รีบเข้าไปตรวจสอบ กล่องของขวัญมือใหม่ ในช่องเก็บของทันที


            [กล่องของขวัญมือใหม่] เมื่อใช้งานจะได้รับทักษะเฉพาะตัว ‘ครุวิสัย’ และ ‘มหาหิรัญโอสถ’ หนึ่งเม็ด


            ซูหยางกดใช้งานโดยไม่เสียเวลาคิด


            [ครุวิสัย] ทักษะกดใช้ระดับอีปิค เมื่อแสดงพลังจะสิ้นเปลืองพละกำลังจำนวนหนึ่งเพื่อข่มขวัญนักเรียน ทำให้เกิดจิตสำนึกแห่งความยำเกรง พละกำลังที่ใช้และระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสถานะของผู้ใช้ ทักษะนี้ส่งผลเฉพาะกับนักเรียนในห้องที่ผูกมัดไว้เท่านั้น ไม่มีคูลดาวน์



            เจ๋งเลย! ตอนนี้ฉันกำลังขาดทักษะแบบนี้อยู่พอดี!


            เจ้าพวกศิษย์ทรยศห้อง 5 แค่ทำอะไรเขาไม่ได้เพราะเขามีสถานะคุรุไร้พ่าย แต่พวกมันก็ยังไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาอยู่ดี!


            แต่พอมีทักษะนี้แล้ว ใครจะกล้ามาซ่ากับฉันอีก!?


            หลังจากตื่นเต้นเสร็จ ซูหยางก็หันไปดู มหาหิรัญโอสถ


            พอมองดูสรรพคุณ มุมปากของเขาก็ฉีกยิ้มกว้างจนเก็บไม่อยู่!


            [มหาหิรัญโอสถ] รับประทานเพื่อก้าวข้ามคอขวด ทลายขีดจำกัดพลัง มีผลเฉพาะผู้ที่อยู่ในระดับต่ำกว่า มหาโธรนยุทธ์ เท่านั้น


            “มีผลเฉพาะก่อนจะเป็นมหาโธรนยุทธ์ งั้นขอแค่ฉันฝึกไปจนถึงระดับ ลึกลับยุทธ์ขั้นเจ็ดระดับสูงสุด ฉันก็สามารถกดใช้เพื่อการันตีการเลื่อนขั้นเป็นมหาโธรนยุทธ์ได้เลยน่ะสิ!”


            ความรู้สึกของซูหยางในตอนนี้ยากจะพรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้


            อุปสรรคที่ยากลำบากที่สุดบนเส้นทางวรยุทธ์ก็คือคอขวดสุดท้ายจากการเป็นระดับลึกลับยุทธ์ขั้นเจ็ดระดับสูงสุดเพื่อก้าวเข้าสู่ระดับมหาโธรนยุทธ์นั่นเอง!


            ก่อนจะเป็นมหาโธรนยุทธ์ มันคือกระบวนการสะสมเชิงปริมาณ ขอแค่ขยันหมั่นเพียรระดับพลังย่อมเลื่อนขึ้นตามธรรมชาติ


            แต่มหาโธรนยุทธ์คือการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นยอดฝีมือวรยุทธ์ที่แท้จริง!


            ทว่าก้าวสุดท้ายก่อนถึงประตูบ้านนี้ ได้ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนต้องยอมถอดใจมานักต่อนัก


            และตอนนี้เขามีมหาหิรัญโอสถอยู่ในมือ อุปสรรคที่ยากที่สุดสำหรับซูหยางก็กลายเป็นเรื่องขี้ผงไปทันที


            นี่มันล้ำค่ากว่ารถหรูหรือคฤหาสน์เป็นไหน ๆ


            ตราบใดที่ก้าวเข้าสู่ระดับมหาโธรนยุทธ์ได้ เขาก็แทบไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่อไป หนทางหาเงินน่ะมีเพียบ



            ซูหยางเก็บมหาหิรัญโอสถไว้อย่างดีเพื่อรอใช้ในช่วงทะลวงสู่ระดับมหาโธรนยุทธ์ในอนาคต


            ระบบนี้นี่มันใจป้ำจริง ๆ ของดี ๆ มันก็แจกจริงแฮะ!


            ทว่าความดีใจอยู่ได้ไม่นาน ภารกิจหลักใหม่ก็เหมือนน้ำเย็นจัดที่ราดลงมาบนหัวของเขาจนตัวสั่น


            [อัปเดตภารกิจ]


            [ภารกิจหลัก: นักเรียนทุกคนในห้องต้องได้รับการประเมินระดับ D ขึ้นไป หากภารกิจสำเร็จจะได้รับ 'กล่องของขวัญทักษะวรยุทธ์' ไม่จำกัดระยะเวลา]


            ประเมินระดับ D ทั้งห้อง...


            สิ่งที่ยากไม่ใช่การเพิ่มพลังฝีมือ แต่คือจะทำยังไงให้พวกเด็กห้อง 5 ให้ความร่วมมือ และเรื่องการฝึกเคล็ดวิชาคู่ไม่ให้ความแตกต่างหาก!



            ถ้าความแตกขึ้นมา ด้วยอิทธิพลของครอบครัวเด็กพวกนี้ ถ้าเขาไม่โดนส่งไปนั่งเย็บผ้าในคุก ก็คงโดนเฉดหัวออกจากมัธยมสี่แน่นอน


            “ยังไงก็ต้องรีบเพิ่มความชำนาญในปราณโกลาหลให้เร็วที่สุด เพื่อหลอมรวมปราณสองสายให้เข้ากันให้ได้ ความเสี่ยงเรื่องความแตกจะได้ลดลงจนเหลือศูนย์”


            “แต่ก่อนหน้านั้น ฉันขอไปลองทดสอบประสิทธิภาพของ 'ครุวิสัย' หน่อยเถอะ!”


            ซูหยางเขม่นเจ้าพวกศิษย์ทรยศพวกนี้มานานแล้ว


            ไม่นานนัก ซูหยางก็เดินมาถึงหน้าห้องเรียน


            ต่างจากนักเรียนห้องอื่นที่กำลังตั้งใจฝึกฝนเพื่อเพิ่มระดับวรยุทธ์ของตนเอง พวกห้อง 5 กำลังล้อมวงเล่นไพ่กันอย่างสนุกสนาน


            นอกจากเรื่องเรียนและเรื่องฝึกแล้ว พวกนี้มันเชี่ยวชาญทุกเรื่องจริง ๆ!


            จูเทาไม่อยู่ในห้อง ไม่รู้แอบไปฝึกส่วนตัวที่ไหน


            เมื่อก่อนซูหยางขี้เกียจจะยุ่ง เพราะยุ่งไปก็ไม่มีประโยชน์


            “ทักษะครุวิสัยนี่แม้จะกดใช้ได้ตลอดเวลา แต่ก็สิ้นเปลืองพละกำลังเหมือนกัน ฉันจะปล่อยใส่ทุกคนพร้อมกันตั้งแต่เริ่มไม่ได้หรอก เกิดพละกำลังหมดแล้วล้มตึงคุกเข่าลงไปล่ะก็ ขายหน้าเขาตายเลย!”


            ซูหยางขบคิดครู่หนึ่ง ตัดใจเลือก ‘ศิษย์ทรยศผู้โชคดี’ มาทดสอบเพียงคนเดียวก่อน


            เขายืนแอบดูอยู่ที่หน้าประตู และสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ซุนเจา


            เลือกนายเนี่ยแหละ!


            ซูหยางไพล่หลังเดินอาด ๆ เข้าไปในห้องเรียน


            เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว พวกที่กำลังเล่นไพ่ก็เหลือบมองซูหยางแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปเล่นต่อโดยไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา


            ซุนเจากำลังเล่น ‘สู้กับเจ้ามือ’ กับเพื่อนอีกสองคน เห็นซูหยางเดินมาหยุดข้างหลังก็ไม่ได้สนใจ จนกระทั่งซูหยางโพล่งออกมาว่า “ในมือเขามีเลขสองสามใบ มีเอคู่หนึ่ง...”


            ซุนเจาหันขวับมาด้วยความโมโหทันที “นี่แกหาเรื่องกันชัด ๆ เลยนี่หว่า!?”


            ดวงตาของซูหยางวาวโรจน์


            ครุวิสัย!


            ในพริบตา ซูหยางรู้สึกว่าพละกำลังในร่างเริ่มไหลออกไปอย่างรวดเร็ว ส่วนซุนเจาที่เคยมีสีหน้าดุดันก็เริ่มเปลี่ยนเป็นประหม่า แววตาเริ่มหลบหลีก และสุดท้ายก็เลือกที่จะนิ่งเงียบก้มหน้าลงตามเดิม


            ซุนเจาเองก็นึกสงสัยในใจว่าทำไมจู่ ๆ เขาถึงไม่กล้าสบตาซูหยางขึ้นมาเสียอย่างนั้น



            เพื่อนอีกสองคนที่ร่วมวงไพ่เห็นซุนเจายอมสงบปากสงบคำโดยไม่ลงไม้ลงมือ ก็พากันอึ้งไปตาม ๆ กัน


            เกิดอะไรขึ้นวะ!? ซุนเจาปอดแหกเฉยเลยเหรอ!?


            “หยาบคายจริง ๆ บังอาจเอ่ยวาจาล่วงเกินครู!” ซูหยางยืดอกขึ้นทันทีพลางแค่นเสียงเย็น “ออกมาข้างนอก!”


            พูดจบ ซูหยางก็หันหลังเดินออกจากห้องเรียนไ


            พวกห้อง 5 ต่างพากันเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย


            ปกติก็ต่างคนต่างอยู่ สงบสุขกันมาตลอด วันนี้ไอ้คนแซ่ซูมันเป็นบ้าอะไรขึ้นมา!?


            อีกอย่าง ซุนเจาไม่มีทางฟังคำสั่งแกหรอก... อ๊ะ อะไรเนี่ย!?


            ทุกคนเห็นซุนเจาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินตามซูหยางออกจากห้องไปหน้าตาเฉย ถึงขั้นทิ้งวงไพ่ไปเลย ทุกคนจึงกุลีกุจอมาออกันอยู่ที่หน้าประตูเพื่อแอบดู


            ซุนเจาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าซูหยาง ก้มหน้าเงียบไม่ปริปาก


            เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไม ปกติเขาก็ไม่ได้เห็นซูหยางอยู่ในสายตาอยู่แล้ว แต่วันนี้ไม่รู้เส้นสมองซีกไหนมันทำงานผิดพลาด พอเห็นหน้าซูหยางเขาก็รู้สึกกลัวขึ้นมาในใจ


            ไม่รู้ว่ากลัวอะไร แต่ที่แน่ ๆ คือไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตาด้วยเลย


            ส่วนซูหยางนั้นในใจกำลังดีใจสุดขีด แต่ใบหน้ายังคงนิ่งขรึมและกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ใครอนุญาตให้เธอเล่นไพ่ในเวลาฝึกซ้อม!? ไม่เห็นครูอยู่ในสายตาเลยใช่ไหม!?”


            พอได้ยินคำนี้ ซุนเจาอารมณ์พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที!


            ไอ้คนแซ่ซูมันพุ่งเป้ามาที่ฉันจริง ๆ ด้วย! แม่งเอ๊ย ทุกคนก็เล่นไพ่กันหมด ทำไมแกต้องเจาะจงเล่นงานแค่ฉันคนเดียวด้วยวะ!?


            ซุนเจาเงยหน้าขึ้นทันควัน กะจะด่าสวนกลับไป แต่พอได้สบเข้ากับใบหน้าอันทรงอำนาจของซูหยาง ปากของเขากลับหนักอึ้งจนพูดไม่ออก


            “มองอะไร!? ครูว่านิดว่าหน่อยทำเป็นไม่พอใจเหรอ!?”


            “นี่คือท่าทางของคนที่ยอมรับผิดหรือไง? ยืนตัวตรงเดี๋ยวนี้!”


            ซุนเจายืนตัวตรงตามสัญชาตญาณทันที ในสมองของเขากำลังเกิดการต่อสู้กันอย่างรุนแรงระหว่างความโกรธแค้นและความยำเกรง


            พละกำลังของซูหยางไหลออกไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อเห็นขาทั้งสองข้างของซุนเจายังมีอาการขยับเขยื้อนเหมือนจะขัดขืนอยู่ลึก ๆ!



            ทว่าเส้นชีพจรของเขาขยายตัวเสร็จสิ้นแล้ว แถมยังมีปราณโกลาหลหนุนนำ แม้ระดับวรยุทธ์จะยังไม่เพิ่ม แต่พละกำลังทางกายภาพน่ะเหนือกว่าเมื่อก่อนเยอะ


            ถือโอกาสนี้แหละ 'เชือดไก่ให้ลิงดู'!


            นักเรียนห้อง 5 ที่ยืนแอบดูอยู่ที่หน้าประตูห้อง เห็นซูหยางกำลังชี้นิ้วด่ากราดใส่ซุนเจา ในขณะที่ซุนเจายืนตัวสั่นงันงกทำตัวลีบเล็ก


            ชั่วขณะนั้น ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา


            ไม่ใช่ละ ซุนเจา ไอ้คนแซ่ซูมันขึ้นมาขี้รดหัวแกขนาดนี้ ทำไมนายไม่บวกกับมันไปเลยวะ!?

    คล้ายกับเรื่องระบบสุดยอดปรมาจารย์ : ปั้นเด็กห้องบ๊วยเป็นเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน