ลิขิตรักเหมียวนำพากับยอดหญิงชาวนาอัปลักษณ์

    ตอนที่ 27 ทุกสิ่งเริ่มต้นด้วยความยากเสมอ (2)

    ตอนที่ 27 ทุกสิ่งเริ่มต้นด้วยความยากเสมอ (2)

            มีที่สำหรับพักอาศัยแล้ว ลำดับต่อไปคือการใคร่ครวญปัญหาความอยู่รอด เยี่ยซินไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก็รู้ว่าเรื่องนี้ต้องทำทีละขั้นตอน จะเร่งรีบเกินไปไม่ได้ เพื่อกันไม่ให้คนในบ้านตกใจ

            ตกดึก หลังจากท่านแม่เยี่ยซื่อหลับแล้ว เยี่ยซินก็เข้าไปในมิติ หลังจากอาบน้ำจนสบายตัวเสร็จ และดื่มน้ำพุวิญญาณ ก็เริ่มบำเพ็ญเพียรวันแรกในเรือนไผ่ อาชิวถูกนางไล่ให้ไปอยู่ด้านนอก ดูต้นทางแทนนาง นางกลัวว่าเยี่ยซื่อจะตื่นขึ้นมากะทันหัน แล้วตนจะถูกเปิดเผยโดยไม่ทันระวังตัว

            เช้าวันต่อมา ก่อนเยี่ยซื่อจะตื่น เยี่ยซินก็ออกมาจากในมิติด้วยความสดชื่น หมายจะพาอาชิวขึ้นเขาต้าชิง กลับนึกไม่ถึงว่า ตนเพิ่งออกจากประตู เสี่ยวสือโถวกับเยี่ยเฉินก็ตามมาแล้ว

            “พี่หญิง ไหนพี่บอกว่าจะพาข้าและพี่ใหญ่ไปฝึกบำเพ็ญเพียรด้วยกันมิใช่หรือ” เสี่ยวสือโถววิ่งมาที่ข้างพี่สาวตนด้วยความดีใจ เอ่ยด้วยใบหน้าตื่นเต้น เพื่อเรื่องนี้ทำให้เมื่อวานเขาไม่ได้นอนทั้งคืน

            เยี่ยซินชำเลืองมองเยี่ยเฉินต่างออกไป ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะมา และไม่รู้ว่าเขาเชื่อในความฝันนั้นมากแค่ไหน แต่ดูจากท่าทีเขาแล้ว เขามาที่นี่เพียงเพราะเป็นห่วงตนและเสี่ยวสือโถวเท่านั้น

            เยี่ยซินบอกแผนของตน เสี่ยวสือโถวไม่ได้คิดอะไร เยี่ยเฉินกลับขมวดคิ้ว “น้องหญิง บนเขาต้าชิงอันตรายมาก พวกเราน่าจะ…”

            “พี่ใหญ่วางใจ พวกเราแค่ลองเสี่ยงดวงอยู่รอบนอกภูเขา ไม่ได้เข้าไปในภูเขาลึก” เยี่ยซินเอ่ยเช่นนี้ เยี่ยเฉินเห็นว่าเกลี้ยกล่อมไม่ได้ ก็เลยต้องยอมแพ้ แต่ต่อให้พูดเช่นไรก็ยังจะตามไปปกป้องสองพี่น้องคู่นี้ ซึ่งเยี่ยซินก็ไม่ได้กล่าวว่าอะไรต่อสิ่งนี้ ครั้นแล้วทั้งสามคนพร้อมสัตว์อีกหนึ่งตัวจึงเดินไปทางเขาต้าชิง

            เพื่อให้สองพี่น้องตระกูลหลี่ได้สัมผัสข้อดีของการฝึกบำเพ็ญเพียร ครั้งนี้เรียกได้ว่าเยี่ยซินทุ่มเทอย่างสุดตัว ผนวกกับมีอาชิวคอยชี้นำอยู่ด้านข้าง ภายใต้ความตกตะลึงของสองพี่น้อง ไม่นานเยี่ยซินก็ล่าแทบจะถูกเป้าทุกครั้ง โดยล่ากระต่ายได้แปดตัว ไก่ป่าหกตัว และกวางอีกสองตัว นี่เป็นเพราะพวกเขาอยู่แต่รอบนอกของภูเขาต้าชิง ไม่เคยเข้าไปในเขาลึก

            มีของล่าเหล่านี้ ไม่ใช่มีแต่เยี่ยซินที่ดีใจ แม้แต่เยี่ยเฉินและสือโถวก็ดีใจตื่นเต้นอย่างยิ่ง สือโถวยิ่งเชื่อในตัวพี่หญิงอย่างไม่สงสัย และลอบตัดสินใจว่าจะต้องเรียนรู้กับพี่หญิงให้ดี

            หลังจากเยี่ยซินล่ากวางได้อีกหนึ่งตัว เห็นว่าเวลาเริ่มสายแล้ว หากไม่กลับไปเยี่ยซื่อคงจะร้อนใจแย่ จึงเตรียมพาสองพี่น้องลงเขาไปอย่างพอใจ

            เยี่ยซื่อยืนอยู่นอกเพิงที่พักมองไปทางเขาต้าชิงอย่างเป็นกังวลร้อนใจ เมื่อเห็นสามพี่น้องลงมา นางแทบจะหลั่งน้ำตาโดยไม่รู้สึกตื่นเต้นเลย พลางรีบเข้าไปหา คราเห็นในมือพวกเขาแต่ละคนมีสัตว์ป่าห้อยอยู่ ก็ถึงกับตะลึงอยู่กับที่ “นี่มัน…”

            เยี่ยซื่อรู้ว่าพวกเด็กๆ ไปล่าสัตว์ แต่ล่าสัตว์ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะทำกันได้ เดิมทีคิดว่าหากพวกเด็กๆ เจออุปสรรคและล้มเหลวก็คงจะไม่ไปอีก กลับไม่นึกว่า พวกเขาจะสามารถล่าสัตว์กลับมาได้จริงๆ แถมยังได้มาเยอะด้วย

            “ท่านแม่ ทำข้าวเช้าเสร็จแล้วหรือ พวกเราล่าสัตว์มาได้เยอะเลย เดี๋ยวข้าและพี่ใหญ่เตรียมตัวกินข้าวเช้าเสร็จ ก็จะนำไปขายที่ตลาดกันขอรับ”

            เสี่ยวสือโถววิ่งไปถึงข้างมารดาด้วยความตื่นเต้น ในขณะอวดของที่ล่าได้ในครั้งนี้ ก็คุยถึงผลการหารือของสามพี่น้องด้วย

            “อืม ทำเสร็จแล้ว รีบล้างมือมากินข้าวเถอะ”

            เยี่ยซื่อกลืนคำตำหนิที่มาถึงริมฝีปากลงไป ถ้าไม่ใช่เพราะตนไร้ความสามารถ ทำไมเด็กๆ ถึงไปล่าสัตว์บนเขาต้าชิงโดยไม่คำนึงถึงอันตรายเช่นนี้กันเล่า นางมีสิทธิ์อะไรไปตำหนิพวกเขา

            เมื่อเห็นเด็กทั้งสามหารือกันอย่างตื่นเต้นว่าจะซื้ออะไรกลับมาหลังจากขายเหยื่อแล้ว เยี่ยซื่อไม่อยากกล่าวว่าพวกเขา แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะบ่นพวกเขาไม่ให้ไปที่เขาต้าชิงอีก สามพี่น้องสัญญาซ้ำๆ ว่าจะอยู่แค่ขอบภูเขา จะไม่ไปในภูเขาลึกเด็ดขาด เยี่ยซื่อถึงจะยอมเลิกรา

            แม้จะไม่ใช่วันที่มีตลาดนัด แต่ของในบ้านขาดเยอะเกินไป จำต้องไปซื้อ ดังนั้นทั้งสี่คนจึงหารือกันอยู่นานถึงเรื่องที่จะซื้อของ

            ของกิน เสื้อผ้า ของใช้ สิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิตเหล่านี้ต้องซื้อทั้งหมด และยังมีเมล็ดผักต่างๆ ใกล้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว แต่ที่บ้านไม่มีผักแม้แต่ต้นเดียวแบบนี้ไม่ไหวแน่นอน ยังมีแป้งข้าวโพด น้ำมัน เกลือ และ แม้กระทั่งหม้อ ชาม กระบวย กระทะ และมีดทำครัว สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้

            แม้จะไม่รู้ว่าสัตว์ป่าเหล่านี้จะขายได้เท่าไร แต่ซื้อได้แค่ไหนก็คงต้องเท่านั้น ต้องมั่นใจว่าเหลือเงินติดมือไว้สำหรับยามจำเป็นฉุกเฉิน อย่างน้อยก็ต้องมีเงินให้คนในครอบครัวหาหมอในยามป่วยไข้ ให้ทั้งครอบครัวได้มีกิน ในตอนนี้ไม่ว่าใครก็ไม่อยากใช้ชีวิตเดิมๆ แบบนั้นอีก

            เอ่ยถึงตรงนี้ ทุกคนในบ้านต่างนิ่งเงียบ แม้แต่เยี่ยซินก็ยังรู้สึกถึงบรรยากาศอึดอัด จึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุยว่า “ไม่เป็นไร พวกเราค่อยๆ หาเงินได้ เงินมีเสมอ ต่อให้แย่ก็คงไม่แย่มากไปกว่าตอนนี้แล้ว”

            

            ทุกสิ่งเริ่มต้นด้วยความยากเสมอ แต่หลังจากผ่านฤดูหนาวนี้ไป ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง

    คล้ายกับเรื่องลิขิตรักเหมียวนำพากับยอดหญิงชาวนาอัปลักษณ์ ที่คุณอ่าน