หลังจากที่จ้าว์หลี่เทียนได้ทำลายโลกเก่าทิ้งไป แล้ว ก็ได้สร้างโลกแห่งใหม่ขึ้นมา โดยแบ่งเป็พิภพที่ 1-9 โดยที่พิภพที่ 1 นั้นมีพลังการต่อสู้ขั้นมนุษย์ทั่วไป คือมี พลังกาย พลังปราณ และพลังจิต เท่านั้น ไม่สามารถที่จะใช้พลังเทพใดๆ ได้เลย ส่วนพิภพที่ สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ก็สามารถฝึกฝนหรือใช้พลังได้ในระดับที่สูงขึ้น ทำให้มีการแบ่งระดับชั้น วรรณะ กัน ถึงเก้าระดับด้วยกัน โดยในแต่ละพิภพนั้น ตำนานเล่าว่า จ้าว์หลี่เทียนได้ซ่อนหยกัฟ้าเอาไว้ ในแต่ละพิภพ หากใครได้ถือ ครอง หยกัฟ้าได้ก็สามารถเป็ ราชันจ้าวพิภพได้เลย
แต่มีสิ่งที่ตำนานไม่เคยพูดถึง และไม่มีใครรู้ คือ มีแผ่นหยกัฟ้าอยู่แผ่นหนึ่ง บรรจุจิติญญาและพลังของเทียนเอาไว้ด้วย !!!
หนึ่งพันปีผ่านไป พิภพที่ 1 ูเาเฉิงซันบนถนนทางลาดชันมุ่งสู่ตัวอำเภอเฉิงซัน มีเด็กน้อยวัย 5 ขวบ กำลังแบกฟืนสูงท่วมหัว เพื่อนำไปขายที่ตลาด ในขณะที่บ้านมีแม่ที่กำลังป่วยหนัก กับน้องสาวที่ยังเล็กกำลังรออาหารจากเขาอยู่
ในขณะที่เขากำลังเดินลงจากเขานั้นก็มีลมกรรโชกแรง พัดร่างของเขาพร้อมกับฟืนมัดใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง ร่วงลงสู่หุบเหวลึก เด็กชายส่งเสียงร้องอย่างสุดเสียง เขาไม่ได้กลัวตาย แต่ว่าเขาห่วงแม่ที่ป่วยหนัก กับน้องสาวที่ยังเล็กไม่รู้เื่ราวใดๆ ขณะที่ร่างของเขากำลังจะร่วงสู่พื้นดินด้วยความเร็วสูง ร่างของเขาก็ค้างนิ่งอยู่บนอากาศเช่นนั้น เด็กน้อยหันไปมองไปรอบๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมร่างของเขาถึงลอยกลางอากาศได้ ทั้งที่รอบกายเขามีแต่ป่าเขาไม่มีผู้คนเลยแม้แต่น้อย
แล้วร่างของเด็กน้อยๆ ก็ค่อยๆ มายืนบนพื้น พร้อมกับฟืนสูงท่วมหัวที่อยู่ด้านหลังยังไม่ปลิวหายไปไหน
“ โอ้ …นี่มันผ่านเวลาไปเท่าไรแล้ว ในที่สุดข้าก็ได้พบเจุ์เสียที” เสียงที่เปล่งออกมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นระเยือก
“ ท่านเป็ใคร ท่านเป็ผีหรือเปล่า” เด็กน้อยวัย 5 ขวบหันซ้ายหันขวา มองหาเสียงด้วยสีหน้าตื่นกลัว
“ ข้าเป็ใครน่ะหรือ ? !! ไม่รู้ซิ รู้แต่ว่า หากข้าเจอใครแล้วคนผู้นั้นได้ยินเสียงของข้าแล้วละก็ คนผู้นั้น ต้องมีโชคดีตลอดไป ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เด็กน้อยเดินมาตามเสียง เห็นแผ่นหยกสีฟ้าแปะติดที่ผนังถ้ำ มีตา มีจมูก มีปากกำลังพูดอยู่กับเขา ด้วยความที่เป็เด็ก ก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ ท่านคือหยกพูดได้หรือนี่”
“ หยกพูดได้ เฮ้ย ข้ามีชื่อนะ แต่เอ๊ะ.. ! แล้วข้ามีชื่อว่าอะไรกันเนี่ย?” เ้าหยกขี้ลืม นึกไม่ออกว่าตัวเองชื่ออะไร เพราะผ่านมาพันปีแล้ว เขาไม่สามารถจำอะไรได้เลย
“ ข้าชื่อ เฉินเสี่ยวเทียน ท่านเรียกข้าว่าเสี่ยวเทียนก็ได้ ถ้าหากท่านจำชื่อไม่ได้ ข้าเรียกท่านว่า พี่ลู่เอินไปก่อน ไว้ท่านจำชื่อตัวเองได้ ค่อยบอกข้าอีกที”
“ อืม ลู่เอิน(หยกที่สง่างาม) ชื่อนี้ก็ดี ก็ได้ข้าจะใช้ชื่อนี้ก็แล้วกัน”
“ พี่ลู่เอิน ท่านแม่ของข้ากำลังป่วยหนัก น้องสาวของข้าก็ไม่ได้กินอะไรั้แ่เช้า หากข้าไม่เอาฟืนไปขาย นำเงินไปซื้อยากับอาหารกลับบ้าน พวกเขาต้องแย่แน่ๆเลย”
“ ไม่ต้องห่วง เ้ามาหยิบตัวข้าออกจากผนังถ้ำนี้ก่อน แล้วข้าจะพาเ้าออกไปจากที่เหวลึกนี่เอง” เฉินเสี่ยวเทียน รีบเข้าไปแกะหยกออกมจากผนังถ้ำ แล้ว หยกก็ละลายเข้าไปในแขนน้อย ๆ ของเฉินเสี่ยวเทียน แล้วร่างของเขาก็พุ่งขึ้นจากก้นเหวลึกขึ้นมาบนหน้าผาได้อย่างน่าอัศจรรย์ เฉินเสี่ยวเทียนรีบวิ่งลงจากเขาเพื่อเอาฟืนไปส่งที่ร้านประจำอย่างรวดเร็ว เฉินเสี่ยวเทียนรู้สึกว่าวิ่งได้เร็วขึ้นกว่าแต่ก่อน แล้วก็ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย แล้วในที่สุดก็มาถึงร้านที่สั่งฟืนเป็ประจำ
“ เถ้าแก่เฉียว ข้าเอาฟืนมาส่งแล้ว” เฉินเสี่ยวเทียนรีบะโบอกเถ้าแก้เ้าของโรงเตี้ยม ที่รับซื้อฟืน จากเฉินเสี่ยวเทียนทุกวัน เป็เพราะว่าเอ็นดูเด็กน้อยคนนี้
“ มาเลย ยกมาไว้ที่เดิมหลังร้าน เสี่ยวเทียน กินข้าวมาหรือยัง มากินอะไรก่อนแล้วค่อยไป” เถ้าแก่เฉียวชวนให้เสี่ยวเทียนกินอาหารก่อนค่อยกลับบ้านไป
“ ข้าไม่หิว ข้าขอซื้อซาลาเปาไปให้น้องสาวของข้า สองลูกก็พอ”
“ ได้ยังไง ที่บ้านเ้ามีคนตั้งสามคน กินซาลาเปาแค่สองลูกจะพออะไร เอาไปหกลูกเลย” เถ้าแก่ห่อกระดาษให้แล้วส่งเงินค่าฟืนให้กับ เสี่ยวเทียน
“ ขอบคุณ เถ้าแก่เฉียวมากนะขอรับ”
“ วันไหนอยากจะมาอยู่กับข้าก็มาเลยนะ เื่ที่อยู่แม่กับน้องของเ้า ข้าจะช่วยดูแลให้เอง” เถ้าแก่เฉียวเสนอให้ความช่วยเหลือ
“ ขอบคุณ เถ้าแก่ แต่ท่านแม่บอกว่า จะรอท่านพ่อกลับมาก่อนนะขอรับ”
เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็รีบวิ่ง ไปที่ร้านขายยาทันที
“ เถ้าแก่ ท่านแม่ข้าไอ แค่ก ๆ มีอาการตัวร้อนเป็ไข้ ท่านแม่ไม่มีแรง เดินไม่ไหว ผิวกายซีดเหลือง ช่วยจัดยาให้ท่านแม่ข้าด้วยขอรับ”
“ ไอ้หนู อาการอย่างนี้ ต้องพามาหาหมอเพื่อตรวจให้ละเอียด หรือ ไม่ก็ต้องพาหมอไปรักษา อาการแบบนี้ มันน่าจะเกี่ยวกับ โรคเื หยินหยางขาดความสมดุล หากให้ยาไปต้มกินเอง มันจะไม่ช่วยอะไร อาจเกิดอันตรายได้นะ”
“ ข้ามีเงิน แค่ สิบเหรียญเงิน ท่านหมอไปช่วยรักษาให้ได้ไหมขอรับ!!”
“ เฮ้อ ไอ้หนู หมอแถวนี้ค่าตรวจนอกสถานที่ของเขาอย่างน้อยต้อง 1 เหรียญทองหรือ 100 เหรียญเงิน เอาละ ข้าจะจัดยา ให้ไปกินรักษาอาการทั่วไปก่อน หากไม่ดีขึ้น เ้าต้องพาแม่ มาหาหมอที่สำนักแพทย์นะ” เถ้าแก่จัดยารักษาทั่วไปให้ ซึ่งเสี่ยวเทียนไม่เข้าใจนัก คิดว่ายาที่ได้มา น่าจะนำไปต้มให้แม่กินแล้วก็คงหายเหมือนๆ กันหมด
เฉินเสี่ยวเทียนได้ยา ก็รีบวิ่งกลับไปที่บ้าน ที่ห่างไกลจากตัวอำเภอ นับ สิบกิโล ถือว่าไกลมาก ตามปกติ เฉินเสี่ยวเทียนต้องใช้เวลาวิ่งกลับ ครึ่งวันกว่าจะถึง แต่วันนี้แปลก เขารู้สึกว่า วิ่งได้เร็วขึ้น และใช้เวลาเร็วกว่าทุกวันถึงเท่าตัว และไม่เหนื่อยเลยพอมาถึงบ้าน
ก็รีบเข้าประตูไป พบแม่นอนอยู่บนเตียง ส่วนน้องสาวตัวน้อยก็ขึ้นไปนอนซุกกับอกแม่กุมท้องด้วยความหิวโหย
“ ท่านแม่ หลิงน้อย ข้ามาแล้ว”
แม่ลืมตาขึ้นอย่างอ่อนล้า ส่วนเสี่ยวหลิงรีบลุกขึ้นเข้ามากอด เฉินเสี่ยวเทียนอย่างดีใจ พอได้รับซาลาเปา เด็กน้อยเสี่ยวหลิง ก็รีบกินซาลาเปาทันทีด้วยความหิว
“ ท่านแม่ รอข้าไปต้มยาให้สักครู่นะ นี่คือซาลาเปา ท่านแม่กินก่อนเลย”
เฉินเสี่ยวเทียน รีบวิ่งเข้าไปในห้องครัวรีบต้มยา เพื่อนำมาให้แม่ของเขาได้ดื่มจะได้หายเร็ว ๆ ขณะนั้น ด้านนอกบ้าน ก็มีทหารมามากมายหลายคน เข้ามาถึงในบ้าน ก็ทำลายข้าวของ ไปทั่ว แล้วลากแม่ของเสี่ยวเทียนลงจากเตียงมานั่งคุกเข่าอยู่ด้านหน้า เสี่ยวหลิงก็ได้แต่กอดแม่ร้องไห้ ทั้งที่ในมือยังกำซาลาเปาไว้แน่นไม่ยอมทิ้ง เสี่ยวเทียนก็วิ่งออกมาก็ถูกหิ้วปีกเอาไว้ทำอะไรไม่ได้
“ เ้าคือภรรยาของเฉินคุนใช่ไหม บอกมามันอยู่ที่ไหน” ชายหน้าขาว นั่งอยู่บนโต๊ะหน้าบ้าน ถามเสียงแหลมเย็น ๆ เล็ก ๆ
“ ข้าไม่รู้ เขาหายตัวไปเป็เดือนแล้ว ข้ากับลูก ก็รอเขาอยู่เหมือนกัน แค่ก ๆ ๆ”
เสียงของแม่เฉินเสี่ยวเทียน พูดอย่างอ่อนแรง
“ อยากให้ลูกของเ้าตายนักใช่ไหม บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้” ชายหน้าขาวไม่เชื่อ หันไปมองลูกน้องแล้วพยักหน้า จากนั้นก็กระชาก เสี่ยวหลิงออกมาจากร่างผู้เป็แม่ แล้วยกขึ้นสูง
เฉินเสี่ยวเทียนเห็นดังนั้น ก็ดิ้นสุดชีวิต เพื่อที่จะเข้าไปช่วยน้อง
“ อย่านะ อย่าทำร้ายเสี่ยวหลิงนะ” เฉินเสี่ยวเทียนสะบัดมือหลุดแล้ว พุ่งเข้าไปหาชายที่ยกเสื่ยวหลิง แล้วทุ่มไปที่พื้นอย่างรวดเร็ว แต่เฉินเสี่ยวเทียนนั้นเคลื่อนไหวด้วยความเร็วมาก ล้มลงไปรับได้อย่างพอดี
“ ฆ่าแม่มันซะ !! แล้วเอาเด็กทั้งสองไป เป็ตัวล่อให้พ่อมันออกมา” ชายหน้าขาวเอ่ยจบแล้วลุกขึ้นยืนสะบัดผ้าคลุมแล้วเดินจากไป แต่ว่าก่อนที่แม่เสี่ยวเทียนจะถูก สังหาร ก็มีลมพัดกรรโชกแรง พัดเอาทหารทั้งหมดกระเด็นออกไปจากบ้านหลังน้อย ของสามคนแม่ลูก จนไม่มีใครเหลืออยู่อีกเลย คนหน้าขาวโมโหมาก รีบเข้าไปช่วยก็ถูกลมพัดลอยลิ่วไปตกที่ห่างไกล เสี่ยวเทียนรีบปล่อยน้องสาว แล้วรีบมาประคองแม่เข้ามาในบ้านต่อ
“ เสี่ยวเทียน เ้ารีบไปเมือง ฉางอัน ไปหาท่านตาของเ้า ท่านชื่อว่าจางซื่อเป่า นำหยกประจำตระกูลจางของแม่นี้ให้ท่านดู ท่านตา จะดูแลเ้าแทนแม่เอง แม่คงไม่ไหวแล้ว เ้ารีบพาน้องไป ไม่ต้องห่วงแม่”
“ ไม่ไป ข้าไม่ไป ข้าจะอยู่กับท่านแม่” เสี่ยวหลิงร้องไห้ น้ำหูน้ำตาไหลพรากกอดแม่แน่นไม่จากไปไหน
“ ท่านแม่ พวกเราไปพร้อมกันไม่ได้หรือขอรับ”
“ แม่ใกล้จะตายแล้ว เ้ารีบพาน้องไป ก่อนที่พวกมันจะย้อนกลับมาอีก ไปเร็ว”
ลู่เอินได้ยินแบบนี้แล้วก็อดใจอ่อนไม่ได้ เลยเอ่ยกับเสี่ยวเทียนว่า
“ แม่เ้าถูกพิษของแมลงจำพราก มันฝังอยู่ในปอดของแม่เ้า คอยกัดกินเนื้อเยื่อในปอด เ้าต้องช่วยถอนพิษให้แม่เ้าก่อน”
“ จริงหรือขอรับ แล้วข้าจะช่วยแม่อย่างไรดี” เสี่ยวเทียนเอ่ยกับลู่เอินที่แขน ทำให้แม่กับน้อง มองหน้าเสี่ยวเทียนด้วยความสงสัย ว่าเสี่ยวเทียนพูดอยู่กับใคร
“ เด็กโง่ ! เ้าได้ยินเสียงข้าเพียงคนเดียว ไม่กลัวว่าแม่ของเ้าจะหาว่าเ้าบ้าหรืออย่างไร”
เสี่ยวเทียนรู้แล้วเลยไม่พูดออกมาอีก แต่ถามในใจออกไปว่า
“ แล้วจะช่วยแม่ได้อย่างไร”
“ เ้าไปเตรียมน้ำร้อน พร้อมกับผ้ามาเร็ว” ลู่เอินออกคำสั่ง เสี่ยวเทียนก็รีบวิ่งเข้าครัวไปจัดการโดยเร็ว ทั้งที่แม่พยายามไล่ให้ไปจากที่นี่ แต่เสี่ยวเทียนก็ไม่ฟัง
“ เ้าเอาผ้าชุบน้ำร้อน ไปเช็ดหน้าอกแม่ของเ้า ตรงบริเวณหน้าอกด้านขวา แมลงจำพรากนี้มันชอบความร้อน มันจะ จะปรากฏตัวกระทุ้งเนื้อหน้าอกของแม่เ้าจนแทบจะออกมา เ้าไปเอาเข็มเย็บผ้าทำความสะอาดด้วยน้ำร้อน พอมันปรากฏออกมา เ้าก็ใช้เข็มทิ่มเข้าใส่ตัวมัน ตัวมันอ่อนมาก หากถูกของแหลมทิ่มไป มันจะกลายเป็น้ำ แล้วน้ำในร่างของมัน จะทำให้แม่เ้าแข็งแรง พลังยุทธ์ก็จะกลับคืนมา บอกกับแม่เ้าด้วย ว่าเ้ากำลังจะทำอะไร” ลู่เอินกำชับบอกให้ เสี่ยวเทียนบอกกับแม่ให้รู้ตัว ไว้ก่อน
“ ท่านแม่ถูกพิษ แมลงจำพราก ข้าจะล่อมันให้ปรากฏตัว แล้วใช้เข็มแทงที่ตัวมัน
ท่านแม่ไม่ต้องห่วงนะ ถ้ามันตายน้ำในร่างของมันจะทำให้ท่านแม่แข็งแรงขึ้น พลังยุทธ์ของท่านแม่ก็จะกลับคืนมา”
“ นี่ลูกรู้ได้ยังไง ว่าแม่ถูกพิษแมลงจำพราก แล้วรู้ได้ยังไงว่าแม่มีพลังยุทธ์” แม่ทำเสียงใ แต่เสี่ยวเทียนไม่ตอบ ปลดเสื้อของท่านแม่ออกมา แล้วใช้ผ้าชุบน้ำร้อนเช็ดไปเรื่อย ๆ ทันใดนั้น แมลงจำพราก ก็ โผล่ขึ้นมาแนบเนื้อของแม่ เสี่ยวเทียนมีสีหน้ามุ่งมั่นมากทำท่า เงื้อเข็มตั้งใจจะทิ่มเข็มให้โดนแมลงจำพราก แต่ แม่ของเสี่ยวเทียนเห็นแล้ว อดทนต่อไม่ไหว กลัวลูกชายจะทิ่มไม่โดน เลยแย่งเข็มมาแล้ว ทิ่มใส่แมลงจำพรากตัวนี้ทันที ฉึก ! แม่เสี่ยวเทียนแทงตรงลำตัวของมัน จนร่างมันนิ่งสนิท สุดท้าย พอเอาเข็มออกมีเืออกมาจากจุดที่แทงเข้าไป เสี่ยวเทียนรีบเช็ดออก แล้วกดแผลตรงจุด ตามคำสั่งของลู่เอิน แม่เห็นแล้วก็สงสัย ว่าทำไมเสี่ยวเทียนรู้วิธีห้ามเืได้ยังไง
แต่ไม่ทันสงสัย พลังปราณยุทธ์ที่หายไปก็ไหลกลับเข้ามาทันที นางนั่งโคจรพลังปราณอยู่สักพัก หน้าตาที่ซีดเซียว ไร้เรี่ยวแรง กลับมามีหน้าตาสดชื่นแจ่มใสอีกครั้ง
เสี่ยวเทียน กับ เสี่ยวหลิง เห็นแม่หายดีเป็ปกติแล้ว ก็เข้ามากอดแม่พร้อมกันทั้งสองคน
“ เก็บของ พวกเราจะไปเมืองฉางอัน ไปหาท่านตากัน” แม่ของเสี่ยวเทียนมีชื่อว่า จางสุ่ยเหวิน เป็บุตรสาวคนสุดท้องของตระกูล จางแห่งฉางอัน เป็หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ ของเมืองหลวง
คนหน้าขาวนั้นเป็ขันทีจากวังหลวง มีหน้าที่ตามจับเฉินคุน พวกมันมาจากดินแดนพิภพ ลำดับ สาม มาตามหา หยกัฟ้า ซึ่งพวกมันได้ข่าวแน่ชัดว่า เฉินคุนเป็คนได้หยกัฟ้า ไปอย่างแน่นอน
“ เรียนท่านกงกง พวกมันสามคนแม่ลูกยังอยู่ที่บ้านไม่จากไปไหน พวกเราจะเข้าจู่โจมอีกครั้งไหมขอรับ”
“ ไม่ต้อง ในบ้านมันต้องมียอดยุทธ์อยู่อย่างแน่นอน พวกเราไม่ใช่คู่มือของมัน สะกดรอยตามไป อย่าให้มันรู้ตัว เอาไว้พวกมันเผลอเมื่อไร เข้าจัดการทันที ข้าไม่เชื่อว่าเฉินคุน มันจะตัดลูกตัดเมียมันได้” กงกงผู้นี้นับว่ามีความฉลาดไม่เบา รู้ด้วยว่า สามคนแม่ลูกนี้ มียอดยุทธ์คุ้มครองอยู่แต่ที่ไม่รู้ก็คือ ผู้ที่คุ้มครองนั้น เป็แค่ิญญาหยกที่ความจำเสื่อมแค่นั้นเอง...