["NOTICE"] ลิซาร์ดแมนถูกจัดเป็นผู้ดูแลเขตปกครองเมืองที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อคอยดูแลความสงบเรียบร้อยของแต่ละเขตปลอดภัยภายในเมือง เพราะถือว่าเป็นเผ่าพันธุ์แรกในจักรวาลที่เริ่มต้นพิชิตดันเจี้ยนแห่งพระเจ้า โดยมีเงื่อนไขเพียงว่าสามารถลงโทษใครก็ตามที่ทำผิดกฏระเบียบ หากแต่ใครก็ตามที่เป็นผู้พิชิตระดับสูงจะมีสิทธิ์เหนือกฏเกณฑ์ทั้งหมด สำหรับดันเจี้ยนแห่งพระเจ้านั้นไม่ได้มีเฉพาะโลกอาร์เทเรี่ยนที่ต้องเผชิญแต่เป็นทั่วทั้งจักรวาล
----------------------------------------------------------
ภาพในเวลานี้คือสองอาวุโสกำลังคุกเข่าให้กับเด็กสาวและกลุ่มเด็กใหม่ โดยมีเหล่าทหารชั้นล่าง [พวกลิซาร์ดแมน] คุกเข่าตามรอบๆ ที่ลานน้ำพุใจกลางเมือง เสมือนกับการต้อนรับขบวนเสด็จยังไงยังงั้น ทำเอาเหล่าผู้พิชิตที่สัญจรในเมืองถึงกับตกตะลึงไป
แม้เมืองนี้จะอยู่ในชั้นแรกของดันเจี้ยนพระเจ้า แต่ทหารลิซาร์ดแมนถือเป็นกองกำลังพิเศษที่คอยรักษาความสงบภายในเมือง ที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้พิชิตคนไหนที่ฝ่าฝืนกฏเกณฑ์ไปได้ และสองอาวุโสเองก็รับหน้าที่ปกครองดูแลความเรียบร้อย ทั้งยังเป็นลิซาร์ดแมนที่วิวัฒนาการอยู่ในระดับสูง
ฟ็อกซ์ถึงกับขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด ก่อนหน้านี้เขาได้ศึกษาเกี่ยวกับกฏเกณฑ์การอยู่ในดันเจี้ยนแห่งพระเจ้า มาเป็นอย่างดีจากผู้ดูแลหอและผู้อำนวยการ ตามความเข้าใจของเขาแล้วดันเจี้ยนพระเจ้า เปรียบเสมือนกับมิติที่รวมสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งจากทั่วทั้งจักรวาล และโลกทุกใบก็ประสบพบเจอเหตุการณ์เดียวกัน นั่นก็คือมีดันเจี้ยนทั่วไปกับฤดูจำศีล ต่างกันแค่ชื่อเรียกที่ไม่เหมือนกัน ทั้งอย่างนั้นเขาก็เข้าใจถึงระดับของผู้พิชิตเป็นอย่างดี
เริ่มต้นที่
ผู้พิชิตระดับ Blonze คือ ผู้พิชิตระดับเริ่มแรกและยังไม่สามารถผ่านดันเจี้ยนพระเจ้า 10 ชั้นแรกได้
ผู้พิชิตระดับ Silver คือ ผู้พิชิตที่ผ่านดันเจี้ยนพระเจ้าตั้งแต่ชั้นที่ 11 ขึ้นไปแต่ยังไม่เกินชั้นที่ 20
ผู้พิชิตระดับ Gold คือ ผู้พิชิตที่ผ่านดันเจี้ยนพระเจ้าตั้งแต่ชั้นที่ 21 ขึ้นไปแต่ยังไม่เกินชั้นที่ 30
ผู้พิชิตระดับ Ruby คือ ผู้พิชิตที่ผ่านดันเจี้ยนพระเจ้าตั้งแต่ชั้นที่ 31 ขึ้นไปแต่ยังไม่เกินชั้นที่ 40
ผู้พิชิตระดับ Platinum คือ ผู้พิชิตที่ผ่านดันเจี้ยนพระเจ้าตั้งแต่ชั้นที่ 41 ขึ้นไปแต่ยังไม่เกินชั้นที่ 50
ผู้พิชิตระดับ Diamond คือ ผู้พิชิตที่ผ่านดันเจี้ยนพระเจ้าตั้งแต่ชั้นที่ 51 ขึ้นไปแต่ยังไม่เกินชั้นที่ 70
ผู้พิชิตระดับ Black Diamond คือ ผู้พิชิตที่ผ่านดันเจี้ยนพระเจ้าตั้งแต่ชั้นที่ 71 ขึ้นไปแต่ยังไม่เกินชั้นที่ 90
ระดับทั้งหมดถูกแบ่งออกได้แค่นี้ เพราะ ณ เวลาปัจจุบันจำนวนชั้นที่ถูกเคลียร์ได้สูงสุดคือชั้นที่ 75 และมีผู้ที่ผ่านชั้น 71 ขึ้นไปเพียงแค่ 53 คนเท่านั้น ทว่ากลุ่มที่ฝ่าขึ้นไปได้ส่วนมากก็เลือกที่จะหยุดการฝ่าชั้นต่อไป ส่วนเหตุผลที่พวกเขาเลือกที่จะหยุดพัก นั่นก็เพราะระดับพลังอำนาจของพวกเขา เพียงพอที่จะปกครองโลกของพวกเขาได้แล้ว แต่บางส่วนก็เหนื่อยล้าจากการสูญเสียกลุ่มของตัวเอง จึงได้วางมือจากการต่อสู้ไป
กลับมาทางฟ็อกซ์ที่กำลังเคร่งเครียดอยู่ เพราะหากเฟียสที่มีพลังเทียบเท่ากับเจ้าตัวมีเขาที่อ้างตนว่าเป็นพระเจ้า ยังไม่สามารถพิชิตดันเจี้ยนพระเจ้าได้ แล้วพวกเขาที่ถูกดึงตัวมาที่โลกอาร์เทเรี่ยน จะสามารถพิชิตได้รึยังไงกัน แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อก็พลางได้ยินเสียงของเฟียสดังขึ้น
"ไปซะ!! อย่าได้มายุ่งวุ่นวายกับศิษย์ข้าอีก"
เฟียสเอ่ยไล่สองอาวุโสลิซาร์ดแมน ราวกับว่าพวกมันเป็นเพียงแค่เศษขยะ แต่ทั้งแบบนั้นสองอาวุโสกลับไม่มีท่าทีต่อต้านแต่อย่างใด มิหนำซ้ำยังหมอบคลานเข้าไปหาเฟียสพร้อมกับส่งมอบการ์ดคืนให้ ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามือที่ใหญ่โตของอาวุโสลิซาร์ดแมนสั่นอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่เฟียสจะสะบัดมือทีนึงการ์ดก็พลันหายไปอย่างรวดเร็ว พลางเดินนำออกไปโดยที่ฟ็อกซ์เดินตามไปข้างๆ ส่วนลูเคียตามหลังฟ็อกซ์ไปติดๆ
ตรอกมุมมืด...
หลังจากที่กลุ่มของฟ็อกซ์ได้จากไปมีเงาร่างนึงมองตามอยู่ห่างๆ ใบหน้าที่ถูกฮู้ดสีดำปกปิดทำให้ยากที่จะคาดเดาอารมณ์ได้ แต่กระนั้นเองกลับมีเสียงหัวเราะที่แหลมเล็กเล็ดรอดออกมา
"สหายข้าในที่สุดเจ้าก็กลับมา ข้ารอวันที่จะสังหารเจ้ามานานแสนนานเหลือเกิน!!" น้ำเสียงของหญิงสาวที่แฝงไปด้วยความยินดี ก่อนที่เรือนร่างจะเลือนรางจางหายไป
ที่มุมมืดอีกหลายแห่งต่างก็มีเหตการณ์เหตุการณ์คล้ายๆ กัน ที่ต่างออกไปคือพวกเขาเหล่านั้นบางส่วนก็ทำเพียงแค่ส่งข่าว บางส่วนก็ยินดีกับการที่ผู้พิชิตระดับสูงหวนคืน แต่บางส่วนกลับอัดแน่นเต็มไปด้วยความแค้น ทว่าตัวของฟ็อกซ์เองกลับไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย และการที่เฟียสเปิดเผยตัวตนออกมาตั้งแต่ชั้นแรก มันกลับทำให้กลุ่มอำนาจทั่วจักรวาล ที่เข้าร่วมพิชิตดันเจี้ยนพระเจ้าเริ่มการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
ร้านอาหารสุดหรูหรา ในเมืองแห่งการเริ่มต้น...
ฟ็อกซ์กำลังนั่งหน้าเครียดอยู่ภายในร้านอาหาร นั่นก็เพราะหลังจากที่ออกมาจากเหตุการณ์ที่วุ่นวายกลางลานย้ำพุได้แล้ว ตอนแรกเขาก็นึกว่าเฟียสจะพาเขาไปทำบัตรผู้พิชิต ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญภายในดันเจี้ยนพระเจ้า จากข้อมูลที่ผู้อำนวยการและผู้ดูแลหอบอกต่อเขามาก็คือ โลกอาร์เทเรี่ยนถูกเป็นน้องใหม่ของดันเจี้ยนแห่งพระเจ้า
ด้วยเหตุผลที่ว่าชาวอาร์เทเรี่ยนทุกคนเพิ่งจะร่วมเผชิญชะตากรรม กับหอคอยดันเจี้ยนพระเจ้ามาเพียงแค่หมื่นปีเท่านั้น ผิดกับทั่วทั้งจักรวาลที่ต้องเผชิญมาอย่างต่ำๆ ก็นับแสนปี ฉะนั้นภายในดันเจี้ยนแห่งพระเจ้าทุกๆ สิบ ชั้น จะมีเมืองหรือที่เรียกกันกว่าเขตปลอดภัยของเหล่าผู้พิชิตก่อตั้งอยู่เสมอ
บัตรผู้พิชิตเสมือนการยืนยันตัวตนเข้าสู่เขตเมือง และยังเป็นจุดปลอดภัยที่สามารถวาร์ปกลับโลกของแต่ละคนได้ ทว่าความสะดวกสบายนั้นก็แลกกับค่าใช้จ่ายที่สูงเช่นกัน ภายในดันเจี้ยนแห่งพระเจ้าเงินตราที่ใช้แลกเปลี่ยน สามารถหาได้จากสมาคมของผู้พิชิต หรือก็คือทำภารกิจแลกเปลี่ยนเงินตราหรือขายของ เช่นชิ้นส่วนต่างๆ ของอสูรแบ่งไปตามระดับ และสิ่งที่มีค่ามากที่สุดก็คือ แกนอสูร ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ระดับ
หนึ่งคือแกนสีเงินหาได้จากอสูรทั่วไปที่มีเกลื่อนกลาด สองคือแกนสีทองหาได้จากหัวหน้าหรือระดับแม่ทัพอสูรขึ้นไป สามคือแกนสีดำหาได้จากบอสของแต่ละชั้น [ยกเว้นชั้น 1-25 เพราะเป็นบอสระดับต่ำ] สุดท้ายคือแกนสีรุ้งที่หาได้จากชั้นที่ 51 ขึ้นไป และนั่นคือสิ่งที่ฟ็อกซ์กำลังเคร่งเครียดอย่างมาก เพราะเขามีเงินติดตัวแค่ 500 เหรียญทอง ซึ่งเป็นเงินที่ผู้อำนวยการและผู้ดูแลหอเคยสะสมไว้ตอนเป็นผู้พิชิต [น้อยมาก]
เมื่อฟ็อกซ์ได้สติอีกครั้งก็พบว่าในเวลานี้เฟียสกินอาหารไปมากกว่าสิบจานแล้ว ส่วนลูเคียก็ไล่ตามมาติดๆ ไม่นานนักทั้งคู่ก็อิ่ม ท่ามกลางใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของทั้งสอง ผิดกับฟ็อกซ์ที่ในเวลานี้เห็นพนักงานร้านอาหารเดินเข้ามาหาเขาในภาพสโลโมชั่น ประมาณว่าลุ้นจัดว่าค่าอาหารเท่าไหร่กันนะ
"ทั้งหมด 470 เหรียญทองครับ!!" คำพูดของพนักงานร้านอาหารยิ้มรับด้วยความยินดี หรือเป็นหน้าที่ของพนักงานก็ไม่รู้ แต่มันทำเอาฟ็อกซ์จุกไปไม่น้อยเลยทีเดียว ก่อนจะถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ พลางจ่ายเงินไปอย่างเร่งด่วน แล้วรีบลากเฟียสออกจากร้านทันที
"นี่จะรีบไปไหนกัน!?" เฟียสถามขึ้นอย่างสงสัย
"ไปสมาคมผู้พิชิตเพื่อยืนยันตนจะได้เริ่มออกล่า" ฟ็อกซ์พยายามเอ่ยอย่างใจเย็นที่สุด
"ไม่เดินเที่ยวชมเมืองแล้วศึกษากฏของดันเจี้ยนแห่งพระเจ้าก่อนหรือไง!!"
เฟียสกล่าวเตือนสติทำเอาฟ็อกซ์หยุดชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะหาที่เหมาะๆ เพื่อพูดคุย ส่วนลูเคียที่ตามไปก็มองทั้งสองอย่างงงๆ แม้ว่าฟ็อกซ์กับเฟียสอาจจะไม่รู้ตัว แต่ในเวลานี้ฟ็อกซ์กำลังจับมือเฟียสอยู่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เฟียสยังแสดงออกว่ารังเกียจการถูกแตะต้องร่างกายด้วยซ้ำไป
"ถ้างั้นช่วยเล่าสิ่งที่เธอรู้ทั้งหมดมาให้ฟังที" ฟ็อกซ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง เฟียสเองที่กำลังอิ่มหนำสำราญใจ หลังจากไม่ได้กินอาหารดีๆ มานานแสนนาน เริ่มอธิบายกฏระเบียบแบบย่อๆ โดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ายังถูกจับมืออยู่อย่างนั้น
สิ่งที่เจ้าควรรู้ไว้ก็คือเมื่อไหร่ก็ตามที่เจ้าผ่านขึ้นไปยังชั้นที่สูงขึ้นเรื่อยๆ พลังที่เจ้าได้ครอบครองก็เกินกว่าขอบเขตชนิดที่ว่า เมื่อกลับออกไปที่โลกภายนอกเจ้าสามารถที่จะทำลายทุกชีวิตในโลกได้อย่างง่ายดาย หรือที่พวกเจ้าชอบเรียกกันว่าพระเจ้านั่นแหละ ส่วนสมาคมผู้พิชิตถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อคอยสนับสนุนเหล่าผู้พิชิต
สำหรับจักรวาลอื่นมันมิได้สวยหรูเหมือนโลกอาร์เทเรียนหรอกนะ บางดาวเคราะห์ได้ล่มสลายไป และพวกที่เหลือรอดชีวิตต่างก็เข้ามาอาศัยอยู่ภายในนี้ เสมือนว่าดันเจี้ยนพระเจ้ากลายเป็นโลกใบที่สอง เหตุผลที่อาร์เทเรี่ยนยังไม่ล่มสลายนั่นเพราะมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นแล้วแต่ละเมืองที่ถูกสร้างขึ้นภายในดันเจี้ยนพระเจ้า ก็เป็นพวกที่สูญเสียโลกของพวกเขาไป
นอกเหนือไปจากนั้นกลุ่มขั้วอำนาจต่างๆ บางส่วนเลือกที่จะใช้ชีวิตที่นี่มากกว่าการพิชิตดันเจี้ยนพระเจ้า ที่ไม่อาจจะมีวันที่เป็นจริงไปได้นั่นแหละ หากแต่แท้ที่จริงแล้วตัวข้าเองก็ไม่รู้เกี่ยวกับดันเจี้ยนพระเจ้ามากนัก รู้เพียงแค่ว่ามันเปรียบเสมือนเกมส์แห่งชีวิต ที่ตัดสินว่าทั้งจักรวาลมีโลกใบไหนที่ควรค่าแก่การคงอยู่หรือไม่ และ..........
"โลกที่เจ้าจากมากำลังจะประสบชะตากรรมเดียวกัน ข้าคาดว่ามันคงอีกไม่นานแล้วล่ะนะ!!" คำพูดสุดท้ายของเฟียสใช้การพูดผ่านทางการเชื่อมจิตวิญญาณ ฟ็อกซ์ที่ได้ยินแบบนั้นดวงตาฉายแววเคียดแค้นขึ้นมา พลางถามกลับผ่านห้วงความคิด
"หากโลกที่ถูกเชื่อมต่อกับที่นี่ ฉันจะสามารถกลับโลกเพื่อไปสะสางงานบางอย่างได้หรือไม่!?"
"แน่นอน"
ส่วนลูเคียที่ฟังอย่างตั้งใจมาตั้งนาน เมื่อเห็นทั้งสองคนเงียบไปจึงอดที่จะสงสัยไม่ได้ และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสา
"อะ..เอ่อ..ไม่ทราบว่าพวกคุณกำลังพูดคุยเรื่องอะไรกันอยู่ แล้วพวกคุณเป็นคนรักกันงั้นรึถึงได้จับมือกันอย่างสนิทสนมแบบนั้น"
เสียงของลูเคียทำเอาเฟียสพลันได้สติ เมื่อเห็นว่ามือของเธอกำลังถูกจับอยู่จริงๆ ใบหน้าก็ขึ้นสีแดงมาทันที ไม่ว่าจะด้วยความอายหรือความโกรธก็ตาม แต่ในเวลานี้..........
"ตู้มมมมม!!!!" ร่างของฟ็อกซ์ก็ลอยทะลุกำแพงตึกไปเรียบร้อยแล้ว
----------------------------------------------------------
"แจ้งข่าว" วันอังคารไรต์มีธุระงดอัพนะครับ และจะเริ่มกลับมาอัพต่อวันวันพุธ ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกๆ ท่านที่คอยติดตามผลงานของไรต์ครับ