ตอนที่ 26 เล่ม 1 ไปยังโลกอื่น
ฉู่หลินถูกมัดด้วยโซ่ปราณที่แข็งแกร่งและถูกนำตัวมาวางไว้ที่กลางห้องโถงใหญ่ เหว่ยเหลียงและสหายยืนล้อมรอบเขา พร้อมกับอาจารย์ใหญ่ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สูงสุด
อาจารย์ใหญ่: (มองไปที่ฉู่หลินด้วยสายตาเคร่งขรึม) "ฉู่หลิน เจ้าเคยเป็นศิษย์อาวุโสที่ข้าไว้วางใจ แต่เจ้าทำสิ่งที่ไม่สามารถให้อภัยได้ เจ้าทรยศต่อนิกายและศิษย์พี่น้องของเจ้าเอง"
ฉู่หลิน: (มองตอบด้วยสายตาเย้ยหยัน) "ข้าเพียงต้องการพลังและอิทธิพลมากกว่านี้ นิกายเลิศภพใต้ให้ข้าไม่ได้ ข้าเลือกทางที่ข้าคิดว่าดีที่สุดสำหรับตัวข้าเอง"
เหว่ยเหลียง: (ยืนตรงข้ามฉู่หลิน สีหน้าเคร่งเครียด) "เจ้าทรยศต่อนิกายและพี่น้อง เจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดว่าเจ้าทำเพื่อสิ่งที่ดีที่สุด"
อาจารย์ใหญ่: (เสียงหนักแน่น) "ข้าต้องการให้เจ้าบอกความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับแผนการของนิกายปีศาจและสิ่งที่เจ้าได้ทำ"
ฉู่หลิน: (หัวเราะเบาๆ) "ข้ารู้อะไรหลายอย่างที่เจ้าไม่รู้ อาจารย์ใหญ่ แต่ข้าจะไม่บอกง่ายๆ หรอก"
เจ้าอ้วนน้อย: (ทำหน้าตื่นเต้น) "ถ้าเจ้าปฏิเสธที่จะบอกความจริง เราจะใช้วิธีที่เข้มงวดกว่านี้"
อี้ตงมู่: (เสียงสงบ) "เจ้าไม่มีทางเลือกหรอก ฉู่หลิน พวกเราเตรียมพร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อรู้ความจริง"
เหลียนฮัว: (มองดูฉู่หลินด้วยสายตาเคร่งขรึม) "เจ้าทำผิดพลาดที่คิดว่าสามารถหลอกลวงพวกเราได้"
เหว่ยเหลียง: "ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าหนีรอดไปได้ ฉู่หลิน เจ้าจะต้องบอกความจริงทั้งหมด"
อาจารย์ใหญ่: (ยกมือขึ้นเพื่อหยุดการสนทนา) "พอแล้ว เราจะใช้วิธีสืบสวนที่เราเชื่อถือได้ ข้าจะใช้พลังปราณในการดึงข้อมูลจากจิตใจของเจ้า"
ฉู่หลิน: (แสดงสีหน้าตกใจเล็กน้อย) "เจ้าไม่กล้าหรอก อาจารย์ใหญ่ ข้ารู้ว่าการใช้พลังปราณในการสืบสวนเช่นนี้เป็นเรื่องที่เสี่ยงต่อชีวิตข้าและเจ้าเอง"
อาจารย์ใหญ่: (ยืนขึ้นจากบัลลังก์และก้าวมาข้างหน้า) "ข้าพร้อมที่จะเสี่ยงเพื่อความปลอดภัยของนิกายและศิษย์พี่น้อง ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องพวกเขา"
เหว่ยเหลียง: (พยักหน้า) "ข้าเชื่อในความสามารถของอาจารย์ใหญ่ พวกเราจะร่วมมือกันในการสืบสวนนี้"
อาจารย์ใหญ่เริ่มใช้นิ้วชี้สองนิ้วแตะที่หน้าผากของฉู่หลิน แสงสว่างสีทองปรากฏขึ้นและส่องสว่างไปทั่วห้องโถงใหญ่ พลังปราณที่แข็งแกร่งและบริสุทธิ์เริ่มเคลื่อนที่จากอาจารย์ใหญ่เข้าสู่จิตใจของฉู่หลิน
อาจารย์ใหญ่: (เสียงสงบและมีสมาธิ) "เจ้าจะไม่สามารถปิดบังความจริงได้อีกต่อไป ข้าจะดึงความจริงทั้งหมดออกมาจากจิตใจของเจ้า"
ฉู่หลิน: (พยายามต่อต้าน) "ไม่... ข้าไม่ยอม... ข้าจะไม่บอก..."
หลังจากที่อาจารย์ใหญ่ใช้พลังปราณในการดึงข้อมูลจากจิตใจของฉู่หลิน ทุกคนในห้องโถงใหญ่ยืนเงียบสงบ เหว่ยเหลียงและสหายต่างมองไปที่ฉู่หลินที่กำลังนั่งอยู่บนพื้น มือและเท้าของเขาถูกมัดด้วยโซ่ปราณที่แข็งแกร่ง หน้าตาแสดงความอ่อนล้าและพ่ายแพ้
ฉู่หลิน: (หายใจหนักๆ และมองไปที่อาจารย์ใหญ่) "ข้า...ข้าจะยอมบอกความจริง"
อาจารย์ใหญ่: (พยักหน้า) "เจ้าควรจะทำเช่นนั้น เพื่อความปลอดภัยของนิกายและเพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบของเจ้า"
ฉู่หลิน: (น้ำเสียงสั่นไหว) "ข้าเคยเป็นศิษย์อาวุโสของนิกายเลิศภพใต้ ข้าได้รับการฝึกฝนและความไว้วางใจจากท่านอาจารย์และศิษย์พี่น้อง ข้ามีความสามารถและพลัง แต่ข้าต้องการมากกว่านั้น ข้าต้องการพลังอำนาจที่ไม่มีใครสามารถต่อต้านได้"
เจ้าอ้วนน้อย: (ยืนกอดอก) "เจ้าคิดว่าการทรยศและเข้าร่วมกับนิกายปีศาจจะให้เจ้าได้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการหรือ?"
ฉู่หลิน: (พยักหน้าเบาๆ) "ใช่ ข้าเริ่มติดต่อกับนิกายปีศาจกลืนกินโลหิตศักดิ์สิทธิ์ ข้าเสนอตัวที่จะเป็นสายลับในนิกายเลิศภพใต้ แลกกับพลังและอิทธิพล"
เหว่ยเหลียง: (น้ำเสียงเคร่งขรึม) "เจ้าได้ทำอะไรบ้างในนิกายของเรา?"
ฉู่หลิน: (หลบตา) "ข้า...ข้ารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับนิกายและศิษย์คนอื่นๆ ข้าส่งข้อมูลเหล่านั้นให้กับนิกายปีศาจ พวกเขาวางแผนที่จะรวบรวมโลหิตศักดิ์สิทธิ์จากศิษย์ในนิกายเพื่อเพิ่มพลังของพวกเขา"
อี้ตงมู่: (เสียงสงบ) "เจ้าได้ทำสิ่งที่ยิ่งกว่าการทรยศ เจ้าได้ขายวิญญาณของเจ้าให้กับความมืด"
เหลียนฮัว: (น้ำเสียงเศร้า) "เจ้ารู้หรือไม่ว่าการกระทำของเจ้าทำให้หลายคนต้องเสี่ยงชีวิต"
ฉู่หลิน: (น้ำตาคลอ) "ข้ารู้ ข้าเข้าใจว่าข้าได้ทำผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง แต่ข้าไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ ข้าถูกดึงเข้าสู่ความมืดจนไม่สามารถหาทางออกได้"
อาจารย์ใหญ่: (มองฉู่หลินด้วยสายตาเคร่งขรึม) "เจ้าบอกเรามาให้หมด ข้าต้องการรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับแผนการของนิกายปีศาจ"
ฉู่หลิน: (พยักหน้าและหายใจลึกๆ) "นิกายปีศาจกำลังรวบรวมโลหิตศักดิ์สิทธิ์จากศิษย์ในนิกายเลิศภพใต้ พวกเขาวางแผนที่จะใช้โลหิตในการทำพิธีที่แท่นบูชายันมนุษย์ เพื่อเพิ่มพลังของพวกเขาและเปิดประตูมิติไปยังโลกอื่น"
ยามค่ำคืนที่ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆดำหนาและสายลมเย็นที่พัดผ่านไปมา เหว่ยเหลียงและสหายของเขาใช้กระบี่บินเพื่อเร่งเดินทางข้ามภูเขาและแม่น้ำมืดสลัว เมื่อพวกเขาใกล้ถึงเป้าหมาย ท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงมากยิ่งขึ้นจนแทบไม่มีแสงดาวเหลืออยู่ พื้นดินด้านล่างถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาที่ขับเคลื่อนอย่างไม่หยุดยั้ง
ขณะที่พวกเขาบินลงไปยังป่าทึบที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่และใบไม้หนาทึบ บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนเป็นน่ากลัว กลิ่นอายของความมืดมนและพลังมืดค่อยๆ กระจายไปทั่ว พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่ไม่ชอบมาพากลแผ่กระจายอยู่ในอากาศ คล้ายกับเสียงกระซิบของวิญญาณที่หลงทาง
พื้นดินเต็มไปด้วยเศษใบไม้และกิ่งไม้ที่หักล้ม พวกเขาต้องก้าวอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดเสียงรบกวนที่อาจดึงดูดความสนใจของปีศาจ พื้นที่รอบๆ ดูเงียบสงัด แต่เป็นความเงียบที่ไม่น่าไว้วางใจ ทุกคนรู้สึกถึงแรงกดดันที่บีบคั้นหัวใจ
พวกเขาเดินทางลึกเข้าไปในป่า ผ่านต้นไม้ที่มีลำต้นใหญ่โตและใบไม้หนาที่บดบังท้องฟ้าเหนือศีรษะ ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงบริเวณที่แสงสว่างเพียงน้อยนิดสามารถผ่านเข้ามาได้ พวกเขาเห็นแท่นบูชายันมนุษย์ตั้งอยู่กลางลานกว้างที่ถูกล้อมรอบด้วยหินเก่าแก่และต้นไม้ที่ยืนต้นตาย
แท่นบูชาทำจากหินสีดำมีรอยแยกและรอยขีดข่วนที่บ่งบอกถึงพิธีกรรมที่เคยเกิดขึ้นหลายครั้ง ด้านบนของแท่นมีเครื่องมือบูชาที่เปื้อนด้วยโลหิต ศิลาเวทมนตร์ถูกวางเรียงรายรอบแท่น มีแสงสีม่วงและสีดำเรืองรองออกมาจากศิลาเหล่านั้น พลังมืดที่แผ่ออกมาจากแท่นบูชาเป็นแรงดึงดูดที่น่ากลัวและทรงพลัง
เสียงคำรามของปีศาจดังขึ้นเป็นระยะๆ จากทิศทางต่างๆ เหมือนเสียงกระซิบของความมืดที่กำลังเรียกหาวิญญาณที่หลงทาง แม้ในยามเงียบสงัด เสียงหัวใจเต้นแรงของพวกเขาก็ยังคงได้ยินชัดเจน เหว่ยเหลียงและสหายยืนรวมกลุ่มกันด้วยความเคร่งเครียด พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้น
สถานที่นี้เป็นที่ซึ่งพลังมืดรวมตัวกันอย่างเข้มข้น ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความอันตรายที่ใกล้เข้ามา ทุกย่างก้าวที่พวกเขาเคลื่อนไหวต้องเต็มไปด้วยความระมัดระวังและความมุ่งมั่นเพื่อขัดขวางพิธีบูชายันมนุษย์ที่กำลังจะเริ่มขึ้น พวกเขารู้ว่าการเดินทางนี้ไม่ใช่เพียงแค่การต่อสู้กับศัตรู แต่เป็นการต่อสู้กับพลังมืดที่ทรงพลังที่สุดที่พวกเขาเคยเผชิญหน้ามา
เหว่ยเหลียงและสหายใช้กระบี่บินในการเดินทาง พวกเขาบินผ่านท้องฟ้ามืดครึ้มและลมแรงที่พัดผ่านทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความกังวล
ฉงเหม่ย: (พูดเบาๆ ขณะบิน) "ข้าหวังว่าเราจะไปถึงทันเวลา"
เจ้าอ้วนน้อย: (มองไปที่ขอบฟ้า) "เราต้องทำให้ได้ ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหน"
เหว่ยเหลียงและสหายของเขาเดินทางมาถึงบริเวณแท่นบูชายันมนุษย์ซึ่งตั้งอยู่กลางป่าทึบ ทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าสู่พื้นที่รอบแท่นบูชา บรรยากาศก็เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน พลังมืดที่หนักอึ้งเริ่มแผ่กระจายรอบตัว ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงแรงกดดันที่บีบคั้นจิตใจ