‘เ้าช่างเป็สตรีจอมเ้าเล่ห์เสียจริง จูอวี้อวิ๋น’จ้าวหลี่เถิงกำมือของตัวเองไว้แน่นเมื่อได้ยินสิ่งที่สาวใช้ส่วนตัวของจูอวี้อวิ๋นกล่าวขึ้นมา
“อาการของจูอวี้อวิ๋นช่างแปลกเหลือเกิน หรงเฟยเ้าไปตามหมอหลวงมาดูอาการของนางเร็วเข้า”
“เ้าค่ะ เหล่าฟูเหริน”
“ไม่ต้อง!”เมื่อได้ยินสิ่งที่จ้าวหลี่เถิงกล่าวหรงเฟยจึงหยุดเดินลงทันที พลางหลุบตาต่ำเพื่อให้หลุดพ้นจากสายตาของจ้าวหลี่เถิง“อาการของนาง ข้าจะเป็คนรักษาเอง”สิ้นเสียงของจ้าวหลี่เถิงเขาจึงลุกขึ้นยืนพลางถือฝักดาบ แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังห้องนอนของจูอวี้อวิ๋นทันที
“แปลกจังเลย สตูดิโอทำไมถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้”สตรีผู้สูงศักดิ์ยังคงมองสิ่งแวดล้อมภายในห้องด้วยสีหน้าที่แปลกใจ ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง
‘หนังสือหย่า’สตรีผู้สูงศักดิ์ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยพลางหยิบหนังสือหย่าที่วางอยู่ขึ้นมา ก่อนที่อาการเจ็บแปลบจะเข้ามาครองงำ
โอ๊ย!
สตรีผู้สูงศักดิ์ร้องเสียหลง เมื่ออาการเจ็บแปลบได้เข้ามาครอบงำจนนางต้องใช้มือััลำคอ เพื่อหวังให้อาการที่เกิดขึ้นในตอนนี้ทุเลาลงจนทำให้หนังสือหย่าที่อยู่ในมือของนางร่วงหล่นจากมืออาการเจ็บแปลบที่เกิดขึ้นกับนางในตอนนี้ กลับทำให้นางไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีใครคนหนึ่งได้เดินเข้ามาภายในห้องแห่งนี้
ชิ้ง!
ดาบเล่มหนึ่งได้ถูกดึงออกมาจากฝักแล้วพาดคอของสตรีผู้สูงศักดิ์ ในขณะที่นางกำลังหมุนตัวพอดีอาการเจ็บแปลบยังคงไม่จางหายไป ก่อนที่นางจะเหลือบไปเห็นดาบเล่มหนึ่งพาดคอของนางสตรีผู้สูงศักดิ์ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย พลางพยายามตั้งสติของตัวเองก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“คิดจะประวิงเวลาอย่างนั้นหรืออย่าได้หวังว่าแผนการของเ้าจะสำเร็จ อย่างไรเสียเ้าก็ต้องลงนามหนังสือหย่าให้ข้า!”จ้าวหลี่เถิงจ้องมองจูอวี้อวิ๋นด้วยสีหน้าที่โกรธแค้นผิดกับอีกฝ่ายที่จ้องมองเขาด้วยสีหน้าที่แปลกใจ และยังคงใช้มือััลำคอของตัวเองที่ยังคงมีอาการเจ็บแปลบและทวีความเ็ปมากยิ่งขึ้น
‘นี่มันจะนานเกินไปแล้วนะ ทำไมถึงได้เจ็บขนาดนี้ฉันเริ่มจะอดทนไม่ไหวแล้วนะ’สีหน้าของสตรีผู้สูงศักดิ์เริ่มเหยเกผิดกับชายหนุ่มที่ยังคงจ้องมองนาง ด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจและคล้ายหัวเราะเมื่อได้เห็นท่าทางของจูอวี้อวิ๋นในตอนนี้
“เลิกเสแสร้งแกล้งทำได้แล้วแผนการของเ้าไม่มีวันได้ผล ภายในวันนี้เ้าต้องลงนามหนังสือหย่าให้ข้าไม่เช่นนั้น…ข้าจะฆ่าเ้า!”สิ้นเสียงของจ้าวหลี่เถิงเมื่อสตรีผู้สูงศักดิ์ได้ยินเช่นนั้นจึงเบิกตากว้างขึ้นมาทันทีพลางมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า
กรี๊ด!
สตรีผู้สูงศักดิ์กรีดร้องดังลั่นห้องเมื่อได้ยินคำข่มขู่ของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าบวกกับอาการเจ็บแปลบที่ยังคงทวีคูณความเ็ปทั้งสองอย่างได้ประเดประดังเข้ามาถาโถมใส่นางอย่างไม่หยุดหย่อนก่อนที่ร่างกายของนางจะทรุดลง เสียงกรีดร้องค่อยๆแ่เบาจนสิ้นเสียงแล้วนอนสลบราบไปกับพื้นห้อง
“อวี้อวิ๋น จูจวิ้นอวิ๋น!”จ้าวหลี่เถิงะโเรียกชื่อของคน ที่นอนสลบอยู่บนพื้น ก่อนที่จะวางดาบลงแล้วเดินเข้าไปประคองตัวของนางขึ้นมา
“ร่างกายของจูฟูเหรินอ่อนเพลียเท่านั้นท่านทั้งสองอย่าได้กังวล ข้าได้มอบใบกำกับยาและยาให้แก่สาวใช้ของนางแล้ว”
“ขอบคุณท่านมากเ้าค่ะ หมอหลวงเฉิน”
“ไม่เป็ไรขอรับ”
“หรงเฟย นำทางหมอหลวงเฉินไปส่งหน้าประตูจวน”
“เ้าค่ะ เหล่าฟูเหริน เชิญเ้าค่ะ หมอหลวงเฉิน”หรงเฟยผายมือให้แก่หมอหลวงเฉินก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องนอนของจูอวี้อวิ๋น
“อยากทานปลาเปรี้ยวหวานจังเลย”เสียงละเมอของสตรีผู้สูงศักดิ์ทำให้ผู้คนภายในห้องนอนต่างหันไปมอง นางเม้มปากราวกับว่า้าลิ้มรสปลาเปรี้ยวหวานในความฝันจ้าวหลี่เถิงถอนหายใจขึ้นมาอย่างเหนื่อยใจ ก่อนที่จะใช้ฝักดาบสะกิดตัวของนางให้ตื่นขึ้นมา
“ตื่นได้แล้วจูอวี้อวิ๋น”จ้าวหลี่เถิงยังคงใช้ฝักดาบสะกิดจูอวี้อวิ๋นต่อไปเรื่อยๆจนนางค่อยๆเริ่มรู้สึกตัว
“ไม่ต้องเอาไม้มาสะกิดได้มั้ย เป็คนนะไม่ใช่หมาเอาไม้มาสะกิดอยู่ได้ ถ้าฉันเป็หมาคนที่ปลุกก็เป็หมาเหมือนกัน”คำพูดของจูอวี้อวิ๋นในขณะนอนหลับตากลับทำให้ผู้คนภายในห้องนอนที่ได้ยินถึงกับกลั้นหัวเราะ
“จะลืมตาขึ้นมาดีๆหรือจะต้องให้ใช้ดาบพาดคอ”คำพูดของจ้าวหลี่เถิงทำให้สตรีผู้สูงศักดิ์ลืมตาขึ้นมาทันทีก่อนที่จะเหลือบไปมองฝักดาบที่สะกิดตัวนางอยู่และไล่มองฝักดาบจนไปถึงใบหน้าของเ้าของฝักดาบเล่มนั้น
“เป็คุณอีกแล้วหรอเนี่ย”สตรีผู้สูงศักดิ์เอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เหนื่อยใจก่อนที่จะพยายามลุกขึ้นมานั่งบนเตียง พลางมองผู้คนมากมายที่ยืนเรียงรายภายในห้องแห่งนี้
‘คนพวกนี้ไม่ใช่ทีมงานกองละคร’
“พวกคุณทุกคนเป็นักแสดงตัวประกอบจากเื่อะไรหรือคะพอดีว่าฉันแค่มาหาเพื่อนของฉันที่เป็คนเขียนบทน่ะค่ะ สงสัยมาผิดสตูต้องขอโทษด้วยนะคะที่เข้ามารบกวน”
“เ้าพูดอะไรของเ้า คิดจะเล่นลิ้นอะไรกับข้าอีกหมดเวลาประวิงเวลาของเ้าแล้ว ลงนามในหนังสือหย่าให้ข้า!”
“หนังสือหย่า คุณพูดอะไรของคุณเนี่ยคือว่าฉันไม่ใช่นักแสดงตัวประกอบนะคะฉันแค่มาหาเพื่อนเฉยๆค่ะ”สตรีผู้สูงศักดิ์เอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เหนื่อยใจพลางมองสิ่งแวดล้อมรอบๆห้อง
‘นี่มันสตูดิโอละครเื่อะไรเนี่ย’
ชิ้ง!
“หากเ้าไม่ลงนามหนังสือหย่าให้ข้า ข้าจะสังหารเ้าเสียตรงนี้”จ้าวหลี่เถิงใช้ดาบพาดคอจูอวี้อวิ๋นทันทีเพราะเขารู้ดีว่าจูอวี้อวิ๋นเป็คนเช่นไร
“คุณจะอินกับบทละครเกินไปแล้วนะคะและที่สำคัญฉันไม่ใช่นักแสดงตัวประกอบ ไม่ต้องมาซ้อมบทกับฉันค่ะดาบของปลอมใครจะไปกลัวกัน”สตรีผู้สูงศักดิ์เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่ยี่หระก่อนที่จะใช้นิ้วชี้ดันดาบไปทางอื่น
โอ๊ย!
“นี่มันดาบของจริงนี่หน่า”สตรีผู้สูงศักดิ์เบิกตากว้างขึ้นมาทันทีพลางมองนิ้วชี้ของตัวเอง ที่เริ่มมีเืซึมขึ้นมาเล็กน้อย “คุณจะทำเกินไปแล้วนะคะพกพาอาวุธเข้ามาในสถานที่แบบนี้ ฉันแจ้งความจับคุณได้เลยนะ”
“เลิกพูดภาษาที่ทำให้ผู้คนไม่เข้าใจเลิกเสแสร้งได้แล้ว แผนการของเ้าไม่มีทางสำเร็จอย่างแน่นอน เ้าต้องลงนามหนังสือหย่าให้ข้าจูอวี้อวิ๋น!”
“ฉันน่ะหรอ จูอวี้อวิ๋น”สตรีผู้สูงศักดิ์เอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่แปลกใจพลางใช้นิ้วชี้เข้าหาตัวเอง
“เ้าจำชื่อของตัวเองไม่ได้อย่างนั้นหรือ”สือฟูเหรินกล่าวขึ้นมาเมื่อได้ยินสิ่งที่สตรีผู้สูงศักดิ์ผู้นี้กล่าว
“จำได้ค่ะ”
“จำได้ แล้วเหตุใดถึงได้สงสัยถึงชื่อของตัวเอง”
“จูอวี้อวิ๋น ไม่ใช่ชื่อของฉัน”
“หากจูอวี้อวิ๋นไม่ใช่ชื่อของเ้าเช่นนั้นเ้ามีชื่อว่าอะไร”
“จูจินม่าย”