เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 101


    กลับมาที่ทางด้านของไอซ์..“สวัสดีค่ะคุณหลินฟางฟาง เราพบกันอีกแล้วนะคะ” ปังปอนเป็นฝ่ายที่เริ่มเปิดฉากทักทายหลินฟางฟางก่อน สำหรับตัวเธอแล้ว เธอไม่ได้นึกคิดหรือรู้สึกพิเศษใดๆในตัวของหลินฟางฟางเลย อาจจะเรียกไม่ได้เต็มปากว่าเพื่อน แต่เธอคนนี้ก็เหมือนเพื่อนของเธอเช่นกัน เพราะว่าหลินฟางฟางเป็นเพื่อนของเพื่อนอีกทีหนึ่ง“สวัสดีค่ะคุณปังปอน.. ครั้งก่อนเราไม่ได้คุยกันดีๆสักเท่าไร หวังว่าเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้นะคะ” หลินฟางฟางกล่าว แน่นอนว่าพวกเธอทั้งสองพูดคุยกันเป็นภาษาอังกฤษที่เป็นภาษากลาง ทำให้เข้าใจกันได้อย่างไม่ยากเย็นตามที่หลายๆคนคิด“แน่นอนค่ะ คุณเป็น ‘เพื่อน’ ของไอซ์ ก็เหมือนคุณเป็นเพื่อนของฉันด้วยเช่นกันค่ะ” ปังปอนกล่าวด้วยรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ของเธอ และมันทำให้คิ้วของหลินฟางฟางกระตุกเล็กน้อยที่ปังปอนเน้นย้ำคำว่าเพื่อนกับเธออย่างนี้“..เดี๋ยวนะ! ฉันว่ามันมีอะไรแปลกๆไปนะ.. ว่าแต่เธอคนนี้เป็นใครกันล่ะเนี่ย” บิวตี้ที่ยืนอยู่ท่ามกลางสมรภูมิของทั้งสองกล่าวออกมายังมึนงง จู่ๆน้องฟางฟางก็กล่าวเหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อน และจากประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้ว ดูเหมือนว่าทั้งสองจะไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไร แววตาที่มองกันและกันนั้น มันเหมือนกับว่าเป็นศัตรูกันเมื่อชาติปางก่อน“อ๊ะ! ผมลืมแนะนำให้พี่บิวตี้รู้จัก.. เธอคนนี้ชื่อว่าปังปอน เป็นเจ้าของสถานที่นี้คนเก่าน่ะครับ และนอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัยของผมด้วยครับพี่บิวตี้ ส่วนทางนี้คือพี่สาวคนที่สองของผมเอง เธอชื่อว่าบิวตี้ครับปอน..” ไอซ์ทำหน้าที่เป็นตัวกลางแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน บิวตี้หรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมา และเดินเข้าไปจับมืออย่างเป็นกันเอง“อ้อออ... เพื่อนของเจ้าไอซ์เหรอจ๊ะ ตัวเล็กน่ารักจัง ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็ให้คิดว่าพี่เป็นเหมือนพี่สาวคนหนึ่งก็ได้น้า.. ปังปอนสินะ! อื้ม..” บิวตี้กล่าวตามปกติ แต่เธอก็แอบมองไปที่หลินฟางฟางเล็กน้อย และมันก็ทำให้เธอมั่นใจได้เต็มหัวใจเลยว่าปังปอนคนนี้คือศัตรูหัวใจของเธอ จากคิ้วขมวดนั้นของหลินฟางฟางแล้ว มันดูออกได้ไม่ยากเลย ‘มีเรื่องให้ติดตามสนุกๆแล้วสิ..ฮิฮิฮิ..’ บิวตี้คิดในใจ “สวัสดีค่ะพี่บิวตี้.. เรียกหนูแค่ปอนเหมือนไอซ์เฉยๆก็ได้ค่ะ เรียกชื่อเต็มมันดูห่างเหินกันยังไงก็ไม่รู้สิคะ” ปังปอนกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างน่ารักน่าเอ็นดู ‘ฮ่าๆๆ ยัยครีมเอ้ย! แกเตรียมปวดหัวกับผู้หญิงที่ไอ้ไอซ์มันไปปักธงเอาไว้ได้เลย...’ บิวตี้ที่เห็น และพอจะเข้าใจอะไรหลายอย่างแล้ว ก็แอบหัวเราะสะใจเพื่อนสนิทของตัวเองที่จะต้องมาปวดหัวกับผู้หญิงที่เข้ามาหาน้องชายของมันอย่างแน่นอน ยิ่งคิดมันก็ยิ่ง..สนุก “ได้เลยๆน้องปอน.. ว่าแต่..เห็นว่าเราเป็นเจ้าของสถานที่คนเก่าอย่างนั้นเหรอ มันมีปัญหาอะไรหรือเปล่า เราถึงได้เดินทางมาด้วยตัวเองอย่างนี้ หรือว่าไอซ์มันไม่ยอมจ่ายเงินน้อง บอกมาได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ” บิวตี้กล่าวเอาฮา แต่จริงๆมันมีวัตถุประสงค์เพื่อหลอกถามในเรื่องที่เธออยากจะรู้จากปากของปังปอน“ไม่เลยค่ะพี่บิวตี้ จริงๆแล้วไอซ์เขาให้ปอนมามากเลยล่ะค่ะ แค่นี้ปอนก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไงหมดแล้ว.. เหตุผลที่ปอนมาในวันนี้คือมาตรวจดูความเรียบร้อยของสถานที่ที่ขายออกไป ปอนกลัวว่าสถานที่อาจจะมีจุดไหนที่มันชำรุดไป และขาดการตรวจก่อนขายน่ะค่ะ..” ปังปอนกล่าวกับบิวตี้ไปตามความจริง มันเล่นเอาบิวตี้ที่กำลังลุ้นกับคำตอบอย่างเช่น ‘หนูมาหาไอซ์’ หรืออะไรทำนองนี้ หมดอารมณ์เลยทีเดียว“ไม่มีเลย! น้องปอนสบายใจได้ แต่ถ้าแค่นี้เราโทรคุยกันทางโทรศัพท์เอาก็ได้นี่จ๊ะ ไม่เห็นต้องมาเองเลย หรือว่า..เราอยากมาเจอกับไอซ์กันล่ะ” บิวตี้กล่าวถาม พร้อมกับโยนระเบิดลูกใหญ่ลงกลางวงสนทนา มันเล่นเอาไอซ์เหงื่อไหลออกมาเป็นทางเลยทีเดียว“พี่บิวตี้! พูดอะไรอย่างนั้นล่ะครับ มันจะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงกันครับ” ไอซ์กล่าวออกมาอย่างตกใจ เขากลัวว่าปังปอนจะเข้าใจผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น เขาจึงหันมายิ้มเพื่อแก้เขินกับปังปอน แต่เขาก็ยิ่งตกใจทำอะไรไม่เป็นเพราะคำพูดของเธอเช่นกัน“มันก็ใช่ค่ะพี่บิวตี้ แต่จะให้พูดตรงๆมันก็เขินยังไงก็ไม่รู้สิคะ..” เธอกล่าวพร้อมกับบิดหน้าไปอีกทาง ‘ยัยสุนัขจิ้งจอก.. แกโผล่หางของแกออกมาแล้วสินะ..’ หลินฟางฟางคิดในใจพร้อมกับกำหมัด (กำหมัดแล้วนะ ก็มาดิค้าบบบ ฮ่าๆ: ไรท์) ถึงเธอจะไม่เข้าใจภาษาไทยในคำส่วนใหญ่ก็ตาม แต่มันก็ไม่จำเป็นเพราะว่าท่าทางของปังปอนมันฟ้องออกมา“โอ้มายก็อต! น้องปอนมาหาไอซ์มันเหรอเนี่ย.. หรือว่าเราจะชอบไอซ์กันล่ะ..” บิวตี้แกล้งอุทานออกมาเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้หลินฟางฟางเข้าใจ แน่นอนว่าหลินฟางฟางก็เข้าใจเรื่องทั้งหมดได้ในทันที ยัยจิ้งจอกน้อยตัวนี้กำลังจะมาคาบขนมของเธอไป“พี่บิวตี้! พอเถอะครับ อย่างนี้ปอนจะลำบากใจเอาได้นะครับ” ไอซ์กล่าวห้ามบิวตี้เอาไว้ก่อน เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะอึดอัดที่ต้องตอบอะไรออกมาในตอนนี้“นั่นสินะ ขอโทษที่นะน้องปอน งั้นเอาเป็นเที่ยงนี้พี่จะเลี้ยงข้าวเราเป็นการขอโทษที่เสียมารยาทก็แล้วกัน..” บิวตี้กล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม ส่วนหลินฟางฟางก็ได้แต่กำหมัดต่อไป เพราะเธอทำอะไรไม่ได้“ไม่เป็นไรเลยค่ะพี่บิวตี้ ปอนก็อยากมาหาไอซ์จริงๆนั่นแหละค่ะ อีกอย่างแม่ของปอนก็ชวนไอซ์เข้าไปทานข้าวที่บ้านด้วย ท่านอยากให้ปอนมารับไอซ์ด้วยตัวเองน่ะค่ะ” ปังปอนกล่าวออกไปตามตรงพร้อมกับก้มหน้าลงต่ำเล็กน้อยด้วยความเขินอาย“ห๊ะ! นี่พวกเธอไปถึงขั้นไหนกันแล้วเนี่ย..” บิวตี้อุทานออกมาอย่างตกใจ“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะพี่บิวตี้ พอดีไอซ์เขาช่วยเรื่องที่โรงพยาบาลให้กับคุณแม่ของปอน ท่านก็เลยอยากจะตอบแทนอะไรสักหน่อยเท่านั้นเองค่ะ” ปอนรีบกล่าวแก้ให้กับไอซ์ เธอกลัวว่าพี่บิวตี้จะเข้าใจผิด และมองเธอในทางที่ไม่ดี ส่วนไอซ์ก็ได้ยิ้มเจื่อนๆไปเท่านั้น“ตกใจหมดเลย นึกว่าเธอจะไปถึงขั้นนั้นกันแล้ว.. ว่าแต่คุณแม่ของน้องปอนเป็นอะไรเหรอถึงได้เข้าโรงพยาบาล..” บิวตี้กล่าวถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย จากนั้นปังปอนก็เล่าเรื่องที่มันเกิดขึ้นทั้งหมดให้บิวตี้ฟัง ทั้งเรื่องของโพชั่นรักษาที่ไอซ์ต้องเนียนโยงไปถึงว่าเป็นของที่มีในบริษัทอยู่แล้ว และไหนจะเรื่องที่เขาสามารถสั่งผอ.โรงพยาบาลได้อีก ไอซ์ปวดหัวไม่น้อยเลยที่ต้องหาข้ออ้างต่าง“จริงๆนะพี่บิวตี้ ผอ.ท่านต้องการที่จะขอซื้อโพชั่นรักษาจากบริษัทผมเท่านั้น ท่านเลยอำนวยความสะดวกให้กับผมแค่นั้นแหละ..” ไอซ์กล่าวแก้ตัวไปพร้อมกับอาการที่เรียกว่า ‘ล่ก’“โอเคๆ เข้าใจแล้ว.. ตอนนี้ช่างมันก่อนเถอะ พวกช่างเขารอนานมากแล้ว เดี๋ยวยัยครีมมามันจะด่าฉันเอาได้ว่าไม่ทำงานทำการ..” บิวตี้กล่าวพร้อมกับลากสองสาวไปกับเธอด้วย แน่นอนว่าทั้งสองสาวก็ได้แต่พยักหน้าตามไปอย่างงงๆ ทิ้งให้ไอซ์ที่ยืนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่รอดตัวไปได้อีกครั้งหนึ่ง เขาเดินไปนั่งที่ม้านั่งหน้าร้านเพื่อคลายความกดดันอะไรหลายๆอย่าง ในความคิดของเขากำลังคิดว่า ‘สถานการณ์มันมีอะไรไม่ถูกต้อง’ ก่อนที่โทรศัพท์ของเขาจะดังขึ้นมา.. กรี๊งงงง! กรี๊งงงง! กรี๊งงงง! “ไอ้ม้านั่งนี่ยังไงกันนะ นั่งทีไร โทรศัพท์เข้าทุกที...” ไอซ์อดไม่ได้ที่จะกล่าวบ่นก่อนที่จะกดรับสายไป...
    ในระหว่างการเปิดขายล่วงหน้าบนเว็บอื่น เราจะทำการติดเหรียญไว้ประมาณ 7 วันก่อนจะปลดให้อ่านฟรีตั้งเเต่บทที่ 101 เป็นต้นไป 

    คล้ายกับเรื่องเทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์ ที่คุณอ่าน