ตอนที่ 19 พี่เอกรู้ตัวไหมว่าตัวเองน่าแกล้งแค่ไหน
ผมรู้สึกตัวตลอดเวลานะครับตอนที่กลับจากงานแต่งงานของเพื่อน แต่อยากลองทำตัวเมาไม่ได้สติแล้วดูว่าพี่เอกจะอดทนได้มากแค่ไหน และมันก็ผิดคาดครับ ถึงแม้จะบ่นออดๆแอดๆมาตลอดทาง แต่ก็ยังสามารถลากร่างใหญ่ั์ของผมมาจนถึงโซฟาจนได้ ผมเลยได้ใจแกล้งนอนนิ่งๆ ดูซิว่าจะเป็อย่างไรต่อ ... เมื่อคนตัวโต(แต่ก็ยังเตี้ยกว่าผม)จัดแจงท่านอนแล้วก็นั่งนิ่ง สงสัยจะเหนื่อย เพราะตัวผมก็ไม่ใช่น้อยๆ
“อื้อ น้ำ หิวน้ำ” ผมแกล้งละเมอ ได้ยินเสียงฝีเท้าคนที่นั่งอยู่ไปที่ครัวก่อนจะเอาแก้วมาจ่อปากที่ปิดสนิท ลองดูซิว่าพี่เอกจะทำอย่างไรต่อ
“เปิดปากหน่อยสิครับ” เสียงฝีเท้าวิ่งไปทางห้องครัวเช่นเคย คราวนี้หายไปพักใหญ่ ก่อนจะกลับมาโดยมีหลอดให้ผมดูด
...จะน่ารักเกินไปแล้ว... พี่เอกรู้มั้ยว่าทำผมหวั่นไหวมากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็ความเงอะงะ ท่าทางซื่อ(บื้อ)และไม่เคยเกี่ยงงาน แถมไม่เคยเถียงเวลาผมหงุดหงิดหรืออารมณ์เสียอีก แล้วผมก็แกล้งไอ จนน้ำหกทั่วเลยครับ เสียงคนตื่นอยู่ลนลานอาจจะเพราะกลัวผมดุ ก่อนจะมาถอดเสื้อผมอย่างทุลักทุเล ในท่านั่งคร่อม...
แม่งเอ๊ยยยยยย นี่กะจะยั่วกันใช่ไหมพี่เอก ถ้าหย่อนบั้นท้ายลงมาอีกนิดจะแนบชิดต่อน้อยศิษย์ตื่นตูมใต้กางเกงแล้วนะ...
อื้อออออ สองแขนที่ดึงเสื้อออก ได้กลิ่นบุหรี่อ่อนๆจากลมหายใจพี่เอกในระยะประชิดเลยครับ
มือเย็นเฉียบที่จับเอวผมให้นอนท่าเดิมทำให้ขนลุกซู่เลยครับ
ไม่ไหวแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยย
ผมลืมตาขึ้น พี่เอกทำหน้างงเลยครับเมื่อโดนกระพริบตาใส่ ... ทำไมถึงน่ารักได้ขนาดนี้
กระชากตัวลงมาเลยครับ
ตุบ! ตัวพี่เอกล้มทับอย่างจังพร้อมเสียงโวยวายลั่น ผมใช้จมูกโด่งๆของผมไซร้นัวเนียที่ซอกคอเลยครับ สูดกลิ่นหอมหวานเต็มกำลังที่จะทำได้
“ปล่อยก๊อน”
“ม่าย ห้าย ปาย” ผมแกล้งทำเสียงอู้อี้ กลิ่นตัวพี่เอกเหมือนกลิ่นหญ้าแห้งที่ได้รับแสงแดดจนหอมกรุ่น
“ครับๆ” เสียงพี่เอกเบาลงแล้ว
“พ่ออย่าทิ้งต่อนะ แม่อย่าให้ต่อนอนคนเดียวนะ อือ” จริงผมไม่มีดราม่าอะไรในครอบครัวหรอกนะครับ แค่อยากแกล้ง
“ไม่ไปไหนครับ ผมอยู่นี่ นอนนะครับ”
“อื้อ”
จะไปแล้วเหรอ ไม่ยอมนะ ไม่ยอม ต่อพงษ์ยังไม่หนำใจเลย คนโดนแกล้งพยายามลุก... ผมรีบดึงตัวมากอดเลยครับ
“อุ๊บ” คราวนี้จังหวะมันได้ครับ ปากของเราชนกัน ถึงจะเจ็บแต่ก็คุ้ม แกล้งครางในลำคอบดกับริมฝีปากของพี่เอกหน่อย
“อื้อ”
“ย่ะ...อื้อ” แกเหมือนจะร้องห้าม แต่กลายเป็ว่าเปิดช่องให้ผมบุก ลิ้นของผมเลยฉกเข้าไปภายในทันที พี่เอกร้องอู้อี้เลยครับ แต่ขอโทษเถอะ ต่อพงษ์มีเหรอจะยอมพ่ายแพ้ แกจะดันออก ผมก็พันม้วนกวาดความหอมหวานเต็มรัก กลิ่นบุหรี่เจือจางกับลมหายใจหอมกรุ่นฉุดให้ผมดำดิ่งไปกับรสัั จนกระทั่งร่างที่เคยขัดขืนอ่อนระทวย...ผมไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ พี่เอกขยับริมฝีปากหวานตอบรับแรงฉกทึ้ง ลิ้นของแกเกาะก่ายกับของผมอย่างเงอะเงิ่นราวกับว่ายังไม่ประสาในเื่นี้ ยิ่งแกตอบสนองผมก็ยิ่งได้ใจสิครับ กระหน่ำซัมเมอร์เซลล์จนแข็งขืนจนปวดไปหมด ร่างที่นอนทาบทับผมก็คงไม่ต่างกัน มีเทคนิคอะไรผมอัดลงไปทุกเม็ดจนกลายเป็ว่ารสจูบนี้ได้เติมเต็มความสุขของเราทั้งคู่...
...แล้วผมก็ถูกปล่อยให้ป่วย
เหมือนแกล้งนะ...ผมรู้ว่าพี่เอกแกล้ง...พอแกจะเช็ดตัวให้ ผมก็แกล้งงทำเป็ถอดเสื้อรอ
พอแกเช็ดท่อนบนเสร็จ ทำท่าจะเก็บอุปกรณ์ ผมก็สั่งให้แกเช็ดท่อนล่าง
แกดูใมาก แต่ก็ไม่ขัด ผมยิ้มร่าเลยครับ รีบถอดกางเกงสีน้ำเงินทิ้งไปเลยและวิ่งไปหาบ็อกเซอร์มาใส่ก่อนเอาผ้ามาห่ม...
กางเกงน้ำเงินตัวนั้น ผมตั้งใจถอดกองไว้เพื่อดูอาการพี่เอก...
แกอาจจะเข้าใจว่า ตอนเช็ดท่อนบน ผมเปลือยอก เพราะถอดเสื้อรอก่อน
ได้เวลาเช็ดท่อนล่าง...ผมต้องเปลือยหมดรอแกแน่ๆ
แล้วก็เป็อย่างนั้นจริงๆ เพราะแกมือไม้สั่นเลยครับ สั่นมากด้วย แถมยังหลับตาอีกด้วย
โอ๊ย พี่เอก...พี่จะทำตัวให้น่าแกล้งไหนเนี่ย!!!
เดิมที่บริษัทผมก็จัดงานสัมนาที่ออฟฟิศนั่นแหละครับ เพราะพื้นที่โรงงานของเรากว้างขวาง จัดทีละมุมก็ได้หลายรอบ แต่เพราะว่าผมอยากเปลี่ยนบรรยากาศ อยากพาพี่เอกที่น่ารักน่าแกล้งของผมไปที่อื่นบ้าง ผมจัดแจงเหมาสระว่ายน้ำชั้นดาดฟ้าของโรงแรมเพื่อสร้างความประทับใจ แต่ก่อนอื่นก็ต้องเริ่มจากการแกล้งให้มาทาครีมกันแดดให้ผมก่อน
ปกติแล้วผมไม่ชอบความร้อน ไม่ใช่เพราะกลัวผิวคล้ำหรืออะไร แต่ผมเป็คนเหงื่อออกง่าย และมันเหนียวคันตัวจนน่ารำคาญ แต่งานนี้เมื่อบังคับให้พี่เอกใส่กางเกงในตัวเดียวได้ มีเหรอที่ผมจะไม่ยอมลงทุนเหม็นเหงื่อตัวเองที่ไหลอาบ ปล่อยเวลาผ่านไปสักพัก พี่เอกที่ยกแก้วบลูฮาวายดื่มแทบสิบแก้วก็นิ่ง นอนพิงที่ขอบสระ ท่าทางจะเมามาก เพราะผมขอให้ทางบาร์เทนเดอร์จัดแอลกอฮอล์เป็สองเท่าของแก้วปกติ...
ผมเดินไปดูร่างใหญ่ที่หลับตานอนแช่ในสระเด็ก ศีรษะพี่เอกร่นลงจนเกือบจะหลุดลงไปใต้น้ำ ผมรีบคว้าร่างนั้นไว้ แต่ตัวเองดันตกลงไปอยู่หว่างขาพี่เอกจนเปียกไปหมด
“อื้ออออ” ทำไมจังหวะมันดีจังวะ ผมมองอกแกร่งที่กระชับแน่นจากการพาไปออกกำลังกายแล้วใจหวิว ใจที่อยากแกล้งชนะแน่นอน แต่กลับอยากทำมากกว่าแค่แกล้งแล้ว ผมลองปลุกก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ ท่าทางจะเมาจริงๆ
ในหัวผมน่ะคิดอกุศลกับพี่เอกมาสักพักแล้วครับ ั้แ่วันที่ผมแกล้งเมาแล้วจูบแกก็ครั้งหนึ่งละ ครั้งนี้ผมก็หักห้ามใจตัวเองไม่ได้เช่นเคย มือใหญ่ของผมลูบไล้ไปตามตัวที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ร่างใหญ่สั่นสะท้านเพราะตอบสนองกับััแ่เบานี้จนผมยิ้มกว้าง เมื่อเห็นว่าทางสะดวก...แน่สิ ผมเหมาชั้นนี้แล้วนี่นา...ผมก็ดึงกางเกงในตัวจิ๋วพี่เอกลงมา ขนดกดำที่ปกคลุมเอกน้อยที่นอนนิ่งนั้นช่างเย้ายวน นิ้วยาวเรียวไล้ลูบก่อนจะปั่นป่วนให้มันชูชันจนเต็มกำลัง...
...ผมไม่เคยใช้ปากกับใครมาก่อน แต่เื่อย่างว่าผมก็ผ่านมาไม่น้อย มีเหรอผมจะไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร
กลิ่นสาปเจือจางโชยแตะจมูก ผมดอมดมอย่างไม่รังเกียจ ดูดเฟ้นที่ส่วนปลายอย่างรักใคร่จนคนนอนนิ่งสั่นตัวตามด้วยความเสียว เสียงครางอื้ออึงอย่างพึงพอใจทำให้ผมย่ามใจ ดุ้นแข็งนั้นจนสุดลำ รูดคลึงเข้าออกเป็จังหวะจนกระทั่งพี่เอกกระตุกตัวผมรีบถอนริมฝีปากออก ให้ของเหลวพุ่งตกที่กางเกงในสีเข้มนั้น...
แล้วผมก็ช้อนร่างแกอุ้มลงมาที่ห้อง ในสภาพเมามาย...กาเกงในเปียกโชกที่เลอะคราบยังอยู่ อยากแกล้งแกมากขึ้นไปอีก...
แล้วพวกเราก็นอนหลับโดยที่มีผมกอดร่างใหญ่นั้นไว้อย่างอ่อนเพลีย...
ผมใจจะขาด หวาดหวั่นใจจนแทบคลั่งเมื่อเห็นใบหน้าไร้ความสุขของพี่เอกเดินหายไปจากงานเลี้ยง ปกติผมไม่เคยปล่อยให้แกคลาดสายตาไปได้ แต่ครั้งนี้เหมือนกับว่าแกตั้งใจจะหลบเลี่ยงจากตรงนี้ คล้ายกับว่าจะหนีไปตลอดกาล...คิดไปได้นะผมน่ะ แต่ผมกลัวจริงๆนะครับ ว่าพี่เอกจะโกรธที่ผมคอยแกล้ง จนยอมลาออกจากงานและเราจะไม่ได้เจอกันอีก
นายต่อพงษ์ผู้ไม่เคยวิ่งตามใครก็ลนลานตามหา ยังโชคดีที่พี่เอกตัวสูงใหญ่และเดินไม่เร็วนัก ผมเลยเห็นหลังไวๆที่ชายหาด งานนี้พอเคลียร์ได้ผมก็จับแกจูบอีกครั้ง...ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าแกสมยอมหรือเพราะไม่ทันตั้งตัว แต่รสจูบมันก็หวานวาบหวามสุดๆไปเลย...
#ขออภัยที่หายไปหลายวัน...พอดีไรต์ป่วยนะครับ เลยไม่ได้เข้ามาเลย