เหตุใดข้าถึงกลายเป็นตัวร้ายในนิยายของตนเอง(ลงวันละสองตอน)

    บทที่ 37 อาวุธที่ยอดเยี่ยม

            บทที่37

            อาวุธที่ยอดเยี่ยม

            ในตอนนี้ผู้ที่อยู่ด้านหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงหลี่หยุนใช้การโจมตีจากกระบี่ไม้เพียงแค่ครั้งเดียวกระแทกเข้าร่างกายของมือสังหารผู้นั้นร่างกายของมันบาดเจ็บสาหัสจนล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นในทันที

             

            ด้วยการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียวสามารถโค่นผู้ฝึกฝนลมปราณระดับก่อจิตได้อย่างง่ายดาย

             

            เพราะเช่นนั้นจะไม่ให้ผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆตกตะลึงได้อย่างไรหลี่หยุนเมื่อสามารถเอาชนะคนผู้นั้นได้สำเร็จเขายกกระบี่ไม้ท้อภายในมือขึ้นมาพลาดเอาไว้บนบ่า

             

            แล้วก็พูดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับว่าเป็นการท้าทายพวกที่อยู่ด้านข้าง“ ต่อไปเป็นผู้ใด… ”

             

            เหล่ามือสังหารอีกประมาณสามชีวิตที่ยังคงเหลืออยู่ดวงตาของมันที่มองบุรุษด้านหน้าเริ่มเปลี่ยนไป 

             

            ตอนนี้พวกมันมองด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความจริงจังบุรุษที่อยู่ด้านหน้าปรากฏกายขึ้นมาเช่นนี้และสามารถเอาชนะสหายของมันได้พวกมันก็มองเขาด้วยสายตาที่เริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่ในตอนนั้น

             

            จนถึงในตอนนี้พวกมันที่อยู่บริเวณด้านหน้าไม่ขยับแม้เพียงนิดร่างกายของเหล่ามือสังหารพวกนั้นยืนนิ่งสนิท 

             

            เป็นเพราะว่าพวกมันกำลังวิเคราะห์เกี่ยวกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นก่อนหน้านี้อยู่หัวเต็มไปด้วยคำถามมากมาย 

             

            ตามหลักทฤษฎีแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำที่ว่าทางด้านของฝึกฝนวรยุทธที่มีลมปราณระดับต้นปราณจะสามารถเอาชนะผู้มีลมปราณระดับก่อจิตได้

             

            มันต้องมีบางอย่างแน่นอนก็มีบางอย่างที่แปลกประหลาดไปแตกต่างจากคนธรรมดาเลยทำให้คนพวกนั้นดูระวังตัวเป็นพิเศษเกี่ยวกับตัวตนปริศนาที่อยู่ด้านหน้า

             

            หลี่หยุนที่ยืนอยู่เขาคิดภายในใจของตนเอง“ มือสังหารพวกนี้ดูฉลาดเฉลียวกว่าที่คิด.. ไม่เหมือนพวกโจรธรรมดาทั่วไปที่จริงแล้วการที่ตัวของเราเล่นงานแล้วก็พูดอยู่เช่นนี้ถ้าเป็นโจรธรรมดาทั่วไปหรือคนพาลคงจะวิ่งเข้ามาแล้ว” 

             

            “ แต่ว่าเจ้าพวกนั้นยังคงยืนนิ่งร่างกายของมันยืนนิ่งโดยไม่ขยับแม้แต่น้อยกำลังไต่ตรองคุณคิดเกี่ยวกับตัวตนของเราอย่างหนัก.. ประมาทไม่ได้ ” 

             

            หลี่หยุนพูดกับตนเองภายในใจหลังจากที่มองเห็นท่าทางของเหล่ามือสังหารที่อยู่นานา

             

            หลังจากยืนดูท่าทีกันสักพักหนึ่งในมือสังหารพวกนั้นก็ก้าวเท้าออกมา ยกดาบภายในมือของตนเองขึ้นชี้ลงมาที่เขาแล้วก็พูดขึ้นอย่างรวดเร็ว“ เจ้าเป็นผู้ใดเหตุใดถึงมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้? ” 

             

            หลี่หยุนก็อยากยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยเป็นใบหน้าของตนเองไปทางด้านขวาแล้วก็มองคนผู้นั้นแล้วพูดขึ้นว่า“ ถ้าอยากรู้พวกเจ้าไม่ลองบอกชื่อของพระเจ้ามาก่อนเล่า… ”

             

            เขาพูดออกไปเช่นนั้นพวกมันก็เงียบสนิทใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสน

             

            “ เห็นมั้ย!!! เห็นมั้ยพวกเจ้ายังไม่บอกชื่อของพวกเจ้าเลยแล้วเหตุใดข้าจะต้องบอกตัวตนของข้าด้วย”หลี่หยุนออกมาด้วยท่าทางที่ดูกวนประสาทเล็กน้อยให้ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้านั้นเริ่มมีอารมณ์

             

            มือสังหารที่อยู่ด้านหน้าที่โดนย้อนคืนกลับไปด้วยคำพูดเช่นนั้นใบหน้าของมันแสดงความโกรธเล็กน้อย

             

            ร่างของผู้ที่ถูกระดับผิวไม่รีรออุทยานเข้ามาอย่างรวดเร็วเข้าหาร่างกายของเขา

             

            ร่างกายของมันเคลื่อนไหวได้รวดเร็วยิ่งนักเพียงแค่พริบตาเดียวก็มาอยู่ตรงบริเวณด้านหน้าแล้วมันก็เริ่มทำการง้างดาบของตนเองในด้านหลังส่งเสียงตะโกนพร้อมกับตวัดดาบว่า “ตายซะ!!! ”

             

            หลี่หยุนใบหน้าของเขายังคงนิ่งสนิทมองเห็นการโจมตีที่พุ่งตรงเข้ามากระบี่มาให้ผอมภายในมือของเขาเคลื่อนไหวอีกครั้งรับการโจมตีจากดาบเล่มนั้นเอาไว้

             

            “ ปั้ง!!! ”กระบี่ไม้และดาบเหล็กปะทะเข้าหากันร่างของบุรุษหนุ่มเป็นฝ่ายที่กระเด็นถอยมาเช่นเดิม

             

            เมื่อเขาก็เดินถอยหลังออกมาจากจุดนั้นผู้ที่ถือดาบเต็มไปด้วยความประหลาดใจเช่นเดียวกับสหายของมันก่อนหน้านี้

             

            มันมองไปที่กระบี่ไม้ท้อเล่มนั้นที่ยังคงมีรูปลักษณ์ที่ดูสมบูรณ์จึงทำการพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว“ เจ้าของสิ่งนั้นมันอันใดกันกระบี่หมายเหตุใดถึงไม่หัก? ” 

             

            โดยทั่วไปแล้วดาบเล่มนี้น่าจะฟันกระบี่ไม้หักได้อย่างง่ายดายแม้ว่าจะไม่ได้แฝงเร้นลมปราณ

             

            แต่ในตอนนี้ดาบภายในมือของมันแฝงเร้นลมพานเอาไว้เพราะแบบนั้นการโจมตีก็น่าจะสามารถตัดกระบี่ไม้ได้อย่างง่ายดายเหตุใดในตอนนี้มันถึงไม่เป็นอันใดแม้แต่น้อย

             

            ในขณะที่มันกำลังยืนสับสนกับสิ่งที่อยู่ด้านหน้าทันใดนั้นเองเสียงของสหายของมันที่อยู่บริเวณด้านหลังก็ส่งเสียงสัญญาณเตือน “ระวังด้วยกระบี่ไม้เล่มนั้นไม่ใช่กระบี่ไม้ธรรมดา!!! ”

             

            แต่เมื่อมันดึงสติของตนเองกลับมาแล้วฟังเสียงของสหายของมันที่กล่าวเตือน

             

            นั้นเองก็สายไปแล้วหลี่หยุนยืนอยู่บริเวณด้านหน้ายิ้มเล็กน้อยที่บริเวณมุมปาก 

             

            หลี่หยุนร่างกายของเขาพุ่งทะยานเข้าไปอย่างรวดเร็วกระบี่ไม้ท้อภายในมือตวัดเข้าหาร่างกายของคนที่อยู่ด้านหน้าอีกครั้ง

             

            เหตุการณ์เช่นเดิมปรากฏครึ่งกระบี่ไม้ทอเล่มนั้นปลดปล่อยลมปราณอันแข็งแกร่งออกมากระแทกเข้าที่ร่างกายของคนผู้นั้น

             

            ราวกับว่าเป็นคลื่นกระแทกรุนแรงเมื่ออัดกระแทกเข้าไปเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น 

             

            “ ตรึง!!! ”ร่างของชายผู้นั้นโดนการโจมตีนั้นเข้าไปมันร่วงลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นอย่างรวดเร็ว

             

            หลี่หยุนสามารถจัดการผู้ฝึกฝนพลังระดับก่อจิตทั้งสองคนได้ในการโจมตีเพียงแค่2 ครั้ง

             

            ภาพที่มันปรากฏอยู่ในยามนี้ดวงตาของอ๋องจ้าวเจินเต็มไปด้วยความตกตะลึงบุรุษที่เข้ามาช่วยชีวิตด้วยคำถามว่าคนผู้นี้คือผู้ใดกันแน่ 

             

            หลี่หยุนยกกระบี่ของตนเองขึ้นมาแล้วก็แสดงรอยยิ้มเหมือนว่าอีก 2 คนที่เหลืออยู่จะรู้เกี่ยวกับเรื่องความลับของอาวุธชิ้นนี้แล้ว

             

            แน่นอนอยู่แล้วเจ้าของซิมนี้มันเป็นอาวุธที่มีระดับถึงระดับ5 ดาวความแข็งแกร่งของมันไม่ใช่ของธรรมดาทั่วไป

             

            แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะเป็นเพียงแค่กระบี่ไม้แต่ถ้ามองถึงความสามารถของมันมันไม่ใช่เช่นนั้น ความจริงที่ว่ามันถูกสร้างขึ้นมาจากในท้อดปราณมันคือความสามารถ 

             

            ไม้ท้อดูดปราณมีความสามารถในการดูดซับลมปราณที่เข้ามาสัมผัสกับตัวของมันเข้าไปบริเวณด้านในแล้วก็สะสมพวกลมปราณเหล่านั้นเอาไว้สามารถปลดปล่อยออกมาเป็นครั้งเดียว

             

            กระบี่เล่มนี้สามารถดูดซับลมปราณที่เขาปล่อยออกไปสะสมเอาไว้เป็นจำนวนมากได้และสามารถปลดปล่อยออกมาได้ 

             

            ถือว่าเป็นการโจมตีที่รุนแรงเป็นอย่างมากเมื่อทำการปลดปล่อยออกมาแต่ว่ามันเองก็มีขีดจำกัดเช่นเดียวกัน 

             

            ขีดจำกัดที่กล่าวถึงมันก็คือลมปราณภายในร่างกายของเขาที่เป็นลมปราณที่อยู่ในระดับต้นปราณ

             

            จำเป็นจะต้องใช้เวลาในการสะสมลมปราณเป็นเวลานานกว่าที่จะอยู่ในระดับการโจมตีที่สามารถเอาชนะผู้ฝึกฝนลมปราณระดับก่อจิตได้

             

            แน่นอนว่าภายในการต่อสู้ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้นในการต่อสู้ที่เขาพวกมันไม่ได้มีเวลามากขนาดที่จะรวบรวมลมปราณเหล่านั้นกลับเก็บเอาไว้แล้วปลดปล่อยออกมาในครั้งเดียว

             

            ความลับมันก็อยู่ตรงนั้นไม้ท้อดูดปราณมันไม่ได้ดูดซับได้เพียงแค่ลมปราณของตนเองเท่านั้น

             

            เขาสามารถใช้ไม้เคาะดูดปราณของตนเองให้การดูดซับลมปราณจากคู่ต่อสู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าได้จากการโจมตีของมัน

             

            เขาใช้เป็นการสวนกลับในขณะที่คู่ต่อสู้ปลดปล่อยลมปราณออกมาโจมตีใส่กระบี่ของเขา 

             

            ช่วงเวลานั้นก็บีบภายในมือก็ดูดซับลมปราณเอาไว้มันดูดซับลมปราณเอาไว้ส่วนนึงและเขาก็ใช้ลมปราณของตนเองเข้าไปส่งเสริมด้วยส่วนนึง

             

            แน่นอนว่าตอนสุดท้ายแล้วมันก็เกิดกลายเป็นการโจมตีคือได้ว่าเป็นการโจมตีสวนกลับที่รุนแรงส่วนกลับไปที่ร่างกายของคนผู้นั้น

             

            เขาใช้วิธีนี้ถึง2 ครั้งในการกำจัดพวกมันที่เป็นผู้ต่อสู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าแล้วมันก็เหมือนว่าจะได้ผลด้วยแต่ในตอนนี้ดูเหมือนว่าอีก 2 คนที่ยังคงเหลืออยู่พวกมันจะรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว

             

            ใบหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความจริงจังก้าวเท้าออกมาบริเวณด้านหน้า 

             

            หนึ่งในพวกนั้นพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ กระบี่ไม้ท้อนั้นมีคุณสมบัติบางอย่างสินะ ดูเหมือนว่าเจ้าจะใช้ลมปราณของพวกข้าเองที่โจมตีออกไปในการตอบโต้กลับมา”

             

            “ ลำพังเพียงแค่ระดับฝีมือของผู้ฝึกฝนระดับต้นปราณไม่มีทางที่จะเอาชนะพวกข้าได้อยู่แล้ว”

             

            “ เพราะแบบนั้นเพียงแค่ไม่มีกระบี่ไม้เล่มนั้นเจ้าก็ไม่สามารถทำอะไรพวกข้าได้แล้ว!!!” พวกมันทั้งสองใช้ความสนใจทั้งหมดมุ่งตรงมาที่กระบี่ไม้ภายในมือของเขา 

             

            แล้วสิ่งที่ปรากฏขึ้นก็ต้องทำให้พวกมันทั้งหมดต่างพากันตกตะลึง 

             

            หลี่หยุนยืนอยู่บริเวณด้านหน้าของพวกมันเอายกกระบี่ภายในมือของตนเองขึ้นแล้วก็นำกระบี่ไม้ท้อเก็บไปด้านหลังจะเอาไว้เพียงแค่มือเปล่า

             

            หลี่หยุนกางแขนทั้งสองข้างออกจากนั้นเขาก็พูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ เข้ามาสิ ”

             

            เมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้าพวกมันที่เป็นผู้ฝึกฝนลมปราณระดับก่อจิตทั้งสองต่างพากันดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงในตอนนี้ร่างกายของพวกมันไม่ขยับแม้เพียงนิดกำลังสับสนกับภาพที่เห็นอยู่ด้านหน้า 

             

            หลี่หยุนกำลังแสดงรอยยิ้มออกมาจากมุมปากทั้งสองข้าง

             

            ท่าทางที่ปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านหน้าในตอนนี้มันทำให้หนึ่งในกลุ่มมือสังหารเหล่านั้นถึงกับถามออกมา“คนผู้นี้มันอันใดกันคิดจะท้าทายกับพวกเราที่เป็นผู้ฝึกฝนวรยุทธระดับก่อจิตด้วยมือเปล่าเนี่ยนะ”

             

            มันอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจเป็นเพราะว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้ามีระดับต่ำกว่าพวกมันตั้งหลายขั้นเหตุใดถึงคิดท้าทายตนเองด้วยมือเปล่า

             

            ยังภาพที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้านั้นอีกภาพนั้นบนใบหน้าไม่ได้มีความรู้สึกว่าจะแพ้เลยแม้แต่น้อย… 

             

            “ ว่าอย่างไรถ้าไม่เข้ามาข้าจะเป็นฝ่ายได้เข้าไปแล้วนะ… ”หลี่หยุนขึ้นด้วยใบหน้าที่จริงจัง

             

            …

    คล้ายกับเรื่องเหตุใดข้าถึงกลายเป็นตัวร้ายในนิยายของตนเอง(ลงวันละสองตอน) ที่คุณอ่าน