กลยุทธ์ที่ 30 กิลด์มืดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
จักรพรรดิที่เห็นดาบพุ่งเข้ามาแทนที่จะตระหนกกลับแสยะยิ้ม
“แล้วใครบอกล่ะว่าฉันใช้แค่ดาบสู้”
“!!!?”ดาบของอดัมหวิดหัวจักรพรรดิไปนิดเดียว ขณะที่จักรพรรดิก้มตัวต่ำปล่อยดาบในมือให้หลุดลอยไปสักเข้ากับกำแพงบ้าน ในจังหวะเดียวกันนั้นเองเท้าของจักรพรรดิก็เตะเข้าที่ขาของอดัมจนเขาล้มลงไปที่พื้นไม่เป็นท่า
“จะต่ออีกยกไหม...”จักรพรรดิยืนยิ้มพูดขึ้นมาก่อนอดัมจะลุกขึ้นมาอย่างเงียบงันท่ามกลางสายตาธารกำนัลที่เพิ่มมากขึ้น
“ต้องอย่างนั้นสิ”จักรพรรดิกวักมือเรียกอดัมทั้งๆ ที่ในมือไม่มีอาวุธอะไรเลย
อดัมที่เห็นไม่รีรอ กฎของพินัยกรรมมีแค่ว่าห้ามทำให้อีกฝ่ายเล่นเกมไม่ได้และต้องจัดการอีกฝ่ายในเกมเท่านั้น ไม่นับรวมการแทงดาบสร้างแผลให้อีกฝ่ายสักแผล 2 แผลเพื่อเป็นการสั่งสอน
ดาบของอดัมพุ่งตรงไปเบื้องหน้าจักรพรรดิด้วยความรวดเร็วอีกครั้ง แต่แล้ว
“หยุดเถอะค่ะคุณอดัม!!” วอเร็นกลับเข้ามาขวางคมดาบของเขาเอาไว้เสียก่อน จนมันหยุดอยู่เบื้องหน้าวอเร็นที่หลับตาปี๋
“วอเร็นทำอะไรของเธอเนี่ย!!?”จักรพรรดิพูดขึ้นมาเสียงดัง
วอเร็นสวนกลับทันที
“คุณนั่นล่ะทำอะไรของคุณคะจู่ๆก็ไปหาเรื่องเขาแบบนั้น”
จักรพรรดิทำไม่รู้ไม่ชี้ วอเร็นหันกลับมาหาอดัมอีกครั้งและค้อมตัวให้เขา
“ต้องขอโทษจริงๆนะคะที่คุณจักรพรรดิก่อเรื่องให้คุณเดี๋ยวดิฉันจะคอยควบคุมดูแลสั่งสอนเขาเองอย่าถือสาเขาเลย”
“นี่นี่..ไม่เห็นต้องพูดถึง...”
“เงียบไปเลยค่ะ!!”วอเร็นตวาดจักรพรรดิกลับจนจักรพรรดิหยุดพูด
อดัมเก็บหมวกของตัวเองขึ้นมา
“ถ้าเข้าใจก็ดีแล้ว...แล้วขอบอกอีกครั้งว่าฉันไม่จำเป็นต้องพึ่งนายก็สามารถ“ครอบครองเกม” ได้”
จักรพรรดิเงียบไปก่อนจะยิ้มบางๆออกมา
“...ดูเหมือนนายจะเริ่มเข้าใจสิ่งที่ปู่บอกแล้วสินะ”
อดัมไม่พูดต่อเดินจากไป
“อ้าวเป็นอะไรของเธอน่ะ?”จักรพรรดิหันมาพูดกับวอเร็นที่เงียบไป
“แหม ดิฉันเองก็กลัวนะคะคิดรึไงว่าสาวน้อยบอบบางอย่างดิฉันจะไม่รู้สึกอะไรเลยตอนเข้ามาขวางดาบให้คุณ”
“ก็...ไม่ได้ขอนี่...”จักรพรรดิตอบอย่างไม่มีเยื่อใยก่อนมองมาที่ใบหน้าเธออย่างชัดๆ แล้วว่าต่อ
“...แต่ก็ขอบคุณนะ”
“ไม่สนใจคุณฟุยูกิแล้วเหรอคะ?”วอเร็นถามจักรพรรดิขึ้นมาเพราะเห็นเขาเดินกลับไปทางห้องของตัวเองแล้ว
“อ๋อ สนุกพอแล้วแล้วอีกอย่างถ้าหากเธอตื่นขึ้นมาแล้วพบกับหน้าห้องเธอมีสภาพเละแบบนี้มีหวังฉันโดนเธอเกลียดเพิ่มขึ้นแน่ ฝากเก็บกวาดที่เหลือด้วยล่ะ”
วอเร็นถึงกับสะดุ้งโหยงที่ได้ยินแบบนั้นก่อนจะมองรอบๆที่มีสภาพเละเทะสุดๆ
“ให้ดิฉันเก็บกวาดคนเดียวอย่างงั้นเหรอคะ!!”
“ก็ใช่น่ะสิ นึกว่าเมื่อกี้ดุใครเหรอครับคุณสาวใช้จัดการมันให้เรียบร้อยซะละ ไม่งั้นฟุยูกิจังโกรธเอาไม่รู้ด้วยนะ”พูดจบจักรพรรดิก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจพร้อมๆ กับสาวใช้และคนอื่นๆ แยกกลับไปทำงานของตน
“คุณจักรพรรดิบ้าที่สุด!!!”
จักรพรรดิเข้าเกมมาทันทีอย่างไม่รออะไรอีกต่อไป ขณะที่ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ พร้อมคิดว่ามีเอร่าคอยต้อนรับนั้นเอง
“ตูมมม!!!!!!!!!!!!!!” เต็นท์ของเขากลับโดนระเบิดเป็นจุณโชคดีที่เขาหลบออกมาทันท่วงที
จักรพรรดิปะตัดปะต่อความคิดในหัวเมื่อตัวเองถูกจู่โจมขณะเข้าเกมมาทันที พวกนี้รู้แล้วอย่างงั้นเหรอว่าเขาไปก่อเรื่องอะไรไว้ หญิงสาวผมแดงบอกเรื่องของเขากับคนพวกนี้อย่างงั้นเหรอเขาคิด รวมถึงอีกกรณีที่เขาเป็นห่วงยิ่งกว่า
‘แล้วคุณเอร่าล่ะ?’
“....” จักรพรรดิไม่พูด มองรอบด้านซึ่งเป็นเงาของบุคคลร่วมสิบคนในสายหมอก เขาไม่ยอมตกหลุมพรางของตัวเองง่ายๆจนกว่าจะรู้ปัจจัยทั้งหมด เขาจึงสงบปากสงบคำไว้มากที่สุดจนกระทั่งมีคนคนนึงพูด
“จับมัน”เสียงนั้นจักรพรรดิจำได้ดีเพราะเขาเป็นบุคคลแรกที่เข้ามาทักทายตนที่มาที่แห่งนี้
“จับเหรอ ข้อหาอะไร...?”จักรพรรดิยิ้มพูดขึ้นมาแต่ยังไม่ยอมเผยไต๋ตัวเอง
“อย่าทำเป็นไม่รู้ เอร่าเองตอนนี้ก็อยู่กับพวกเราแล้ว”
จักรพรรดิจ้องมองต้นเสียงนั้นอย่างชัดตาถ้าจำไม่ผิดเขาคือชายที่มีชื่อว่าไทรพ์
“งั้นเหรอ...แล้วตอนนี้คุณเอร่าสบายดีไหม?”
“คงไม่สบายเท่าไหร่ แล้วต่อจากนี้แกเองก็ด้วย”
“....เออก็ได้”พูดจบจักรพรรดิก็ปามีดตรงไปที่ไทรพ์ทันที
ร่างในหมอกขยับวูบปัดมันออกไปได้อย่างง่ายดายก่อนจะส่งเสียงดังออกมา
“จัดการมันซะ!!!”
ไอ้ที่ว่าจัดการนี่คงไม่ถึงกับ“ฆ่า” เขาหรอกจักรพรรดิคิด เพราะหากเขาตายที่นี่จะไปเกิดในอารามของเมืองที่ใกล้ที่สุด ซึ่งตอนนี้เมืองนั้นอยู่ไกลเลยทีเดียว ในเมื่อไทรพ์ยังไม่พูดอย่างเป็นจริงเป็นจังว่าจะจับตัวเขาในฐานะคนร้าย จักรพรรดิก็จำเป็นต้องเล่นละครเพิ่มเติมสักเล็กน้อย
ในขณะที่ผู้เล่นสายนักฆ่าหลายคนตรงมาหาจักรพรรดิด้วยความรวดเร็ว จักรพรรดิกลับพุ่งตรงไปหาไทรพ์เพียงคนเดียวพร้อมกับเลือกหอกธรรมดา 1 ดาวขึ้นมา เหล่านักฆ่าที่เห็นแบบนั้นถึงกับหยุดฝีเท้าเพราะไม่จำเป็นที่พวกเขาจะลงมือแม้แต่น้อยหากจักรพรรดิจะรนหาที่
“เคร้ง!!”เสียงของโลหะปะทะกันก่อนหอกในมือของจักรพรรดิจะหยุดกึก
“ดูเหมือนความใจดีของฉันจะทำให้นายได้ใจสินะ”น้ำเสียงของไทรพ์ฟังดูเยียบเย็นจนทำให้จักรพรรดิรู้สึกได้ว่าบรรยากาศรอบๆตัวเย็นขึ้นมาเล็กน้อย
“แหม ฟังแล้วรู้สึกชื่นใจ....” กระนั้นจักรพรรดิยังคงยิ้มพูดขึ้นมาได้ ก่อนเขาจะเห็นร่างและใบหน้าของไทรพ์อย่างชัดสายตา
ไทรพ์เป็นคนที่มีอายุน่าจะราวสามสิบกว่าๆ เป็นคนผิวเข้มหน้าผากกว้างผมกระเซอมีแผลเป็นที่ลำคอ 1 แผล แววตาดูไม่เป็นมิตรรูปร่างผอมบาง สวมชุดเกราะสีเขียวเข้มลายรากไม้สีเขียวอ่อนและใบไม้สลับกันไม่มีผ้าคลุม ที่เข้ากับรูปร่างตน ในมือถือดาบ 2 เล่มคมเดียวเล่มนึงสีเขียวเล่มนึงสีดำ และสีเขียวนั้นเป็นดาบสั้นกว่าดาบสีดำพอประมาณ
เขาอยู่ขั้นเคาท์ ระดับ 29
ไม่นานไทรพ์ก็กดหอกจักรพรรดิลงพร้อมเข้ามาประชิดตัวจักรพรรดิทั้งอย่างนั้น จักรพรรดิที่เห็นต้องยอมปล่อยหอกออกจากมือแล้วรีบถอยตัวออกมา มันเป็นคมดาบที่รวดเร็วมาก นี่ขนาดเขาใส่หน้ากากจักรพรรดิเหยี่ยวขาวและใช้สกิลตัวเบาเสริมด้วยสกิลปราณหลบแล้วนะเนี่ย
มองกันครู่นึงที่สุดทั้ง 2 ก็เริ่มขยับ และแล้วการเคลื่อนไหวล่อหลอกของจักรพรรดิก็ทำให้เขาวกไปหาหอกที่ตกอยู่ที่พื้นของเขาได้ พอเขาดีดมันด้วยเท้าขึ้นมาใส่หน้าไทรพ์ ไทรพ์ถึงกับผงะนิดนึง แล้วคมหอกของจักรพรรดิก็ได้ชี้ไปที่คอของไทรพ์
ส่วนดาบของไทรพ์ก็ได้ชี้มาที่คอของจักรพรรดิ
“เอาเลยสิ นายแทงฉันแผลนึงฉันจะแทงนาย 10 แผล” ไทรพ์ว่า
เพราะอยู่ในโลกที่ตายแล้วไม่ตายจริง คำพูดน้ำเน่าที่ฟังแล้วดูเหมือนเท่แต่กลับไม่เท่พวกนี้จึงมีหลุดออกมาน่าจะเป็นเรื่องปกติ
“คุณเอร่าสบายดีไหม?”จักรพรรดิถามคำถามเดิม
“แกก็ไปดูเอาเองสิ”ไทรพ์ตอบ
ที่สุดจักรพรรดิก็ทิ้งหอกลงพื้น ก่อนจะมีคนเข้ามาล็อกตัวเขาจากด้านหลังจับใส่ไอเทมกุญแจมือ สายตาของไทรพ์ยังจดจ้องจักรพรรดิอย่างไม่วางตา ต่างจักรพรรดิที่เพียงยิ้มไม่สนใจ
ไม่นานจักรพรรดิก็มาถึงที่หมายที่ที่เมื่อคืนเขาเองก็เพิ่งมา
ในเวลานี้เป็นยามสายของวันแล้ว สายหมอกจึงบางตาลงเยอะทำให้จักรพรรดิเห็นคาสิโนขนาดใหญ่โออ่า 2 ชั้น กึ่งอาคารไม้ผสมกับการเซาะหินซึ่งเป็นเสมือนใจกลางของเมืองแฮปปี้ชาร์โด้นี่ได้อย่างชัดสายตาขึ้น โดยรอบมีแหล่งธุรกิจมากมายของผู้เล่นสายโจรซึ่งดูแล้วเพลิดเพลินหากไม่กลัวถูกปล้นหน้าด้านๆ
พอก้าวมาเห็นด้านใน ด้านในคาสิโนตอนนี้มีโต๊ะพนันเปิดให้ผู้คนเข้าเล่นอย่างเปิดเผยจนดูครึกครื้น แถมยังมีมุมลับๆ ของคนบางกลุ่มให้คุยธุรกิจกัน ก็สมแล้วที่เมื่อคืนนี้จักรพรรดิได้เงินจากตู้เซฟของที่นี่ร่วมเกือบ 3 ล้านเหรียญทอง ถือว่าเป็นเงินในจำนวนที่คนปกติคนเดียวมีมันไว้ในครอบครองไม่ได้เลย ถึงปัจจุบันจักรพรรดิจะมีเงินรวมเกือบยี่สิบล้านเหรียญทองแล้วก็เถอะ
จักรพรรดิเดินตรงมาเรื่อยๆจนขึ้นมายังชั้น 2 ของคาสิโน
ที่ชั้น 2 ของคาสิโนคนไม่ครึกครื้นเหมือนกับชั้นล่างที่มีขนาดกว้างกว่า แต่มีความเงียบและความเป็นระเบียบมากกว่าด้านล่าง ดูเป็นชั้นสำหรับพวกผู้ดีมีเงินกันจริงๆที่จะมาเล่นในชั้นนี้ นอกจากโต๊ะที่เปิดเล่นเหมือนด้านล่างแล้วก็ยังมีห้องแยกออกไปอีกหลายห้อง
ในที่สุดจักรพรรดิก็มาถึงโต๊ะที่เป็นเป้าหมายซึ่งส่งแรงกดดันออกมาอย่างมหาศาล จนทำให้จักรพรรดิรู้สึกอึดอัด ตั้งแต่เดินเข้ามาก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่เป็นเสมือนบอดี้การ์ดของคนที่โต๊ะนี้ยืนรายล้อมหรือนั่งรายล้อมที่นี่อยู่แล้ว สิ่งที่ทำให้จักรพรรดิรู้สึกผ่อนคลายได้เมื่อมาถึงที่นี่เห็นจะมีเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น
หญิงสาว หญิงสาวสวยคมที่นั่งอยู่ในวงไพ่นี้เพียงคนเดียว
“ไมดาสฉันพาตัวมันมาให้แล้ว”ไทรพ์พูดขึ้นมาซึ่งสายตามองไปยังคนที่นั่งอยู่มุมโต๊ะสุดสายตา
“เออ” เสียงใหญ่ๆคาบบุหรี่ในปากพูดขึ้น ไทรพ์ถอยออกไป
ไมดาส คือชายหน้าเหลี่ยม ผมทองตัดสั้นเกรียน คิ้วบาง เบ้าตาลึก ดั้งโด่ง จอนยาวมีเครานิดหน่อย รูปร่างสูงผอม เขาใส่เสื้อกล้ามสีขาวกางเกงหนังซึ่งเหมือนจะเป็นแค่ชุดแฟนซีธรรมดา แต่ที่ดูไม่ธรรมดาสำหรับเขา เห็นจะเป็นแขนที่เป็นแขนจักรกลสีทองผสมโลหะตั้งแต่หัวไหล่ลงมายันมือที่กำลังจับไพ่อยู่อย่างมั่นคง
“...” ทุกคนต่างหันมามองจักรพรรดิเป็นสายตาเดียวกัน ก่อนจักรพรรดิจะหันไปมองคนที่ใส่ไอเทมกุญแจมือให้ตน แล้วทำท่าทางเหมือนกับจะบอกว่าช่วยถอดมันออกให้เขาหน่อย
เขาทำท่าลังเลก่อนไมดาสจะพูด
“ปล่อยตัวมัน ต่อให้มันมีร้อยชีวิตก็หนีจากที่นี่ตอนนี้ไม่ได้หรอก”
ด้วยเหตุนี้จักรพรรดิจึงถูกถอดกุญแจมือ แล้วพอสำรวจทุกคนในห้องนี้พอสังเขปจักรพรรดิก็พูดขึ้นมากับใครก็ได้ที่รับฟังเขา
“คุณเอร่าอยู่ไหน?”
“ตอนนี้เธอถูกสอบสวนอยู่และนายจะเป็นรายต่อไป”ไมดาสตอบ
“ข้อหาอะไรมิทราบ?”
“เมื่อคืนนี้ที่คาสิโนแห่งนี้มีคนกล้ามาบุกรุกและปล้นเงินที่เพื่อนของฉัน เอจเป็นคนดูแลอยู่...ดังนั้นแล้วใครที่ฉันสงสัยทั้งหมดฉันจะนำมันมาสอบสวนที่นี่เวลานี้”
ไมดาสพูดพร้อมชี้ไปยังชายอ้วนเมื่อคืนที่ตอนนี้กำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาดุดัน
“...งั้น คุณเอร่าก็ไม่น่าถูกสอบสวนนะ...”
ต่อให้อยู่ต่อหน้ามัจจุราชถ้าเอาแต่เงียบก็มีแต่ตายกับตาย ดังนั้นเวลานี้จักรพรรดิจึงเลือกที่จะพูดดีกว่าเก็บปากเงียบแล้วรอคำพิพากษา
“แกพูดเหมือนรู้จักเธอแต่แกกลับไม่รู้จักเธอเลยนะไอ้หนู รู้ไหมเธอเป็นใคร เธอเป็นถึง 1 ในผู้เล่นสายโจรที่ถูกขนานามว่าเป็นโจรมากที่สุดร่วมกับฉันในฉายานามที่ใครๆก็เรียกเธอว่า วิหคยามค่ำ แค่นี้ก็เป็นหลักประกันอย่างดีแล้วว่าเธอเข้าข่าย”
“งั้นมันก็น่าแปลกใจไม่ใช่รึไงที่เธอยังไม่หนีไปทั้งๆที่ก็น่าจะรู้ว่าก่อเรื่องอะไรไว้ แล้วอีกอย่างเมื่อคืนเธอก็อ๊อฟไลน์ออกไปนอกเกมด้วย ถ้าเธอยอมให้นายดูประวัติอ๊อฟไลน์นายก็น่าจะปล่อยเธอไปได้แล้ว”
“อ๋อ เรื่องนั้นเธอโชว์ออกมาให้ฉันดูแล้ว แต่ฉันยังไม่ปักใจเชื่อก็เลยยังคุมตัวเธอเอาไว้อยู่รวมถึงนายที่เธอบอกว่าติดตามเธอมาด้วย เผื่อว่าเธอกับนายจะร่วมมือกันหรือไม่อย่างนั้นเธอก็ร่วมมือกับคนอื่น”
‘...ไอ้นี่’
ชี้ชัดแล้วว่าจักรพรรดิพลาดตรงไหน แต่ระบบของเกมเวลานั้นกลับไม่เป็นใจให้เขาเตือนเอร่าเท่านั้น ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าเธอรู้จักที่นี่และเธอเป็นคนที่มีความสามารถ เขาก็น่าจะเอะใจแต่เขากลับนึกถึงแต่ความสนุกของตัวเองจนทำให้เธอเดือดร้อน
จักรพรรดิไม่อยากให้เหตุการณ์เหมือนตอนที่เขาบุกไปตีอาณาจักรอากุมเกิดขึ้นมาอีกครั้ง จึงคิดจะรับเรื่องทั้งหมดนี่ด้วยตัวคนเดียว
“ปล่อยเธอซะ” จักรพรรดิพูดขึ้นมาเรียบๆ
“นี่แกคิดว่าแกพูดกับใครอยู่มิทราบ”ไมดาสเริ่มพูดขึ้นมาด้วยความไม่ชอบใจ พร้อมกับคนรอบข้างเริ่มขยับยกเว้นคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับเขา
“รู้สิ แกคือราชันย์โจรไมดาส 1 ในบุคคลที่อยู่ขั้นราชาทั้งหมด 12 คนตอนนี้ของเกม”
“ฮะ รู้อย่างนั้นแล้วแกยังจะกล้าท้าทายฉันอีกรึไง!!”ไมดาสพูดขึ้นมาเสียงดังพร้อมกับคีบบุหรี่ออกจากปาก
แฮปปี้ชาโด้ว์ จริงอยู่ว่าเป็นสถานที่ที่ไร้กฎหมายครอบคลุม แต่ในเงามืดของที่นี่นั้นยังมีบอสใหญ่ที่สุดคือไมดาสที่คอยดูแลกิจการของพวกโจรแทบทั้งหมด และมีเครือข่ายข่าวสารที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กิลด์ใหญ่ๆ กิลด์ไหนเลย ยิ่งเป็นข้อมูลลับๆ ของเกมนี้เผลอๆไมดาสจะมีเยอะกว่ากิลด์พวกนั้นซะอีก หากจะพูดให้ถูกก็คือไมดาสเป็นหัวหน้ากิลด์มืดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกมนี้ก็ได้
และคนที่นั่งร่วมโต๊ะเดียวกับไมดาสตอนนี้ก็มีแต่บุคคลในระดับที่ไม่ธรรมดาในเกมทั้งนั้น จักรพรรดิที่รู้อยู่แล้วว่าศัตรูของเขานั้นไม่ได้มีแค่พวกอดัมเท่านั้นศึกษาเรื่องนี้มาเพิ่มเติมแล้ว จนเรียกว่าคนมีชื่อแทบทั้งหมดในเกมเขาไม่ตกข่าว จะตกก็แต่คนที่ไม่เผยตัวและพวกที่เขาไม่ค่อยสน(ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย)
ขวามือของไมดาสคือ อีวาน ชายฉกรรจ์ร่างท้วมมีทั้งกล้ามและไขมันผสมปนเป หากเขาสูงกว่านี้อีกหน่อยเขาจะดูดีมากจนถึงน่าเกรงขาม เขามีหนวดเครารุงรังคาบซิกก้าอยู่ที่ปาก สวมชุดนักเวทสายแปรธาตุสีน้ำเงินที่นิ้วแทบทุกนิ้วสวมแหวนที่มีอัญมณีเม็ดโตประดับอยู่ เขาคือพ่อค้าตลาดมืดที่ว่าอะไรเขาก็พูดได้อย่างเต็มปากว่าหามาได้ทุกอย่างจนมีฉายาว่า พ่อค้าปีศาจ เขาเป็น 1 ใน 2 พันธมิตรของไมดาสที่คอยเกื้อหนุนไมดาสจนมีชื่อเสียง
คนซ้ายมือของไมดาสคือ นิชิจิ จุน ชายญี่ปุ่นหน้าเรียวแววตาแหลมคมผมถูกเซ็ทไว้ใต้หมวกมีปีกสีดำ เขาสวมชุดสูทสีดำชายเสื้อยาวไม่ผูกเน็กไทและไม่ติดกระดุม 2 เม็ดบน เขาคือคนที่จักรพรรดิมีข้อมูลน้อยที่สุดในที่นี้ ทั้งสายอาชีพหลักและความสามารถที่ไม่แน่นอน แต่จักรพรรดิรู้ดีว่า ดาบญี่ปุ่นฝักดาบสีแดงโลหิตยาวกว่าดาบทั่วไปที่เขาโอบไว้ที่ตัวขณะเล่นไพ่อยู่เป็นดาบที่ไม่ธรรมดา เพราะมันเป็นไอเทมระดับ 8 ดาว สิ่งที่จักรพรรดิรู้มากที่สุดสำหรับเขาคือ เขาเป็นโซโล่เพลเยอร์ระดับต้นๆของเกมและมีฉายาว่าดาบโลหิตแถมยังอยู่ขั้นราชาเหมือนไมดาส
คนสุดท้ายคือหญิงสาวที่ทำให้จักรพรรดิรู้สึกดีที่สุดที่ได้อยู่ที่นี่ เธอมีชื่อ ลูเซีย เธอเป็นหญิงสาวหุ่นดีหน้าอกใช่สะโพกให้ ขายาวผมบลอนย์ทรงม็อบ ทาปากด้วยลิปติกสีแดงเข้ม เขียนตาด้วยสีม่วงตัดสีดำเด่นชัด ทั้งตัวเธอสวมแต่ชุดขนสัตว์ เริ่มจากชุดเดรซรัดร่างจนถึงหัวเข่าที่เป็นรายเสือดาว รองเท้าบูตส้นสูงและผ้าพันคอสุนัขจิ้งจอกสีขาว นอกจากชุดแล้วยังมีเครื่องประดับที่เธอสวมใส่อีกมากมายทั้งสร้อยคริสตัสระย้า ต่างหูรูปจันทร์เสี้ยว กำไลข้อมือสีเงินขนาดใหญ่เท่ากับกำไลของจักรพรรดิที่มือขวา และแหวนที่นิ้วกลางนิ้วชี้ที่มือขวาของเธอ
เธอคือ 1 ใน 2 คนที่เป็นพันธมิตรกับไม่ดาสเช่นเดียวกับอีวาน และเธอยังเป็น 1 ในนักค้าข่าวที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกมนี้อีกด้วย ข่าวอะไรที่ว่ายากจะหาเธอมักจะหามันได้เสมอ ส่วนใหญ่ข่าวที่แฮปปี้ชาโด้ว์หาได้ก็มาจากฝีมือเธอเองนั่นล่ะก่อนเธอจะขายมันให้ไมดาสอีกทอด ฉายาของเธอที่ใครๆ ก็รู้กันในเกมนี้คือ แม่เสือดาว(ฟังดูน่ากลัวม๊าก)
เธออยู่ที่ขั้นเคาท์รองลงมาจากไมดาสและจุน ส่วนอีวานนั้นอยู่ที่บารอนเหมือนจะต่ำสุดของที่นี่แล้ว
เรียกได้ว่ามันเป็นการรวมออสตาร์ของแฮปปี้ชาโด้ว์ขณะนี้เลยก็ว่าได้
“รู้น่ะรู้ แต่ฉันไม่เคยมีความกลัวในหัวใจ ฉันถึงมาที่นี่ไง” จักรพรรดิพูดขึ้นเรียบๆจนไมดาสทุบโต๊ะวางไพ่จนชิพกระจาย
“...ฉันอุตส่าห์จะกินแกในเกมนี้แล้วนะ”จุนพูดขึ้นมาก่อนจะทิ้งไพ่ในมือลงโต๊ะแล้วอีก 2 คนก็ทำตาม
“ดูเหมือนถ้าไม่คุยกันให้จบคงเล่นต่อกันไม่ได้สินะ”เสียงที่มีเสน่ห์ของลูเซียพูด
“เฮ้อ ถ้าจบเร็วๆ ก็ดีนะสิ” เสียงทุ้มๆ ของอีวานตามมา
“ปล่อยคุณเอร่าซะ”จักรพรรดิยืนยันคำเดิม
“ฉันจะปล่อยเธอก็ต่อเมื่อรู้ให้แน่ชัดแล้วเท่านั้น...ถ้าแกมีหลักฐานอะไรที่จะชี้ชัดว่าตัวแกเองและนังนั่นไม่ได้ขโมยเงินของฉันไปละก็แสดงมันออกมา เมื่อคืนนี้แกอยู่ที่ไหน? ทำอะไรอยู่? ใครเป็นพยาน? ถ้าไม่บอกให้ละเอียดฉันสับแกเละแน่”ไมดาสยืนกราน
“....”พอเหตุการณ์มาถึงขั้นนี้แล้วทางออกของจักรพรรดิมีทางเดียวเท่านั้นหากคิดจะช่วยเอร่า แม้มันจะเสี่ยงและอาจจะต้องผจญเจอกับอะไรอีกมากมายแต่เขาไม่ยอมปล่อยให้ใครมารับเคราะห์แทนตนเองแน่นอน
จักรพรรดิค่อยๆเลื่อนมือไปที่ใบหน้าของตนเองเพื่อคิดจะถอดหน้ากากออก นี่ล่ะคือความเสี่ยงของเขาที่เขาต้องรับจากนี้ เพราะหากสถานะของเขาถูกเปิดเผยออกมาละก็ไมดาสจะคิดไปทันทีว่าจักรพรรดิไม่มีทางปล้นพวกตนแน่ เพราะเขามีเงินร่วมอยู่แล้ว 16 ล้าน มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปล้นเงินในสถานที่เสี่ยงๆนี่อีกแค่ 3 ล้านเหรียญทอง
ถึงจะคิดแบบนั้นทว่าที่นี่ก็มีแต่พวกโจร พวกมือถือซากปากถือศีลความไว้ใจ ความวางใจ ยังไงก็ไม่มาหาจักรพรรดิแน่นอนหากเขาถอดหน้ากากออกตอนนี้ที่ยังไม่พร้อมต้อนรับคนพวกนี้เท่าไหร่ เขาอาจจะยุ่งยากยิ่งขึ้นกว่านี้ก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อเอร่า เพื่อเอร่า จักรพรรดิท่องในใจ
ในขณะที่แรงกดดันจากตัวไมดาสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนจักรพรรดิจับหน้ากากและกำลังจะเปิดเผยตัว
“เกะกะ...”เสียงคุ้นหูของจักรพรรดิก็ดังขึ้น และแล้ว
“อ๊ากกก!!!!!!!!!!”เสียงร้องลั่นก็ตามมาพร้อมร่างของจักรพรรดิที่ไหม้เกรียมนอนลงไปที่พื้น
จักรพรรดิที่ทั้งตัวชักกระตุกค่อยๆเงยหน้าขึ้น เธอนั่นเอง เธอคนนั้น เธอที่เป็นอันตรายกับเขาจนถึงที่สุด
พอไมดาสเห็นเธอเขาก็ล่ะความสนใจจากจักรพรรดิทันที พร้อมมีท่าทีเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขายิ้มแล้วพูดกับเธอ
“อ้าว เมื่อคืนเธอหายไปไหนมาเนี่ย วันด้า คงไม่ใช่ทำทีไปขายของแบกะดินแล้วหลอกคนให้เข้าไปในดันเจี้ยนพร้อมกับเธออีกใช่ไหม ฉันก็น่าจะบอกแล้วว่าเดี๋ยวจะเคลียร์มันให้เธอเอง เลิกทำอะไรแบบนั้นได้แล้ว”
“....”เธอไม่พูดตอบเขาเดินตรงไปโต๊ะข้างๆ แทน ผู้คนก็หลีกให้เธอพอเธอนั่งก็มีน้ำและอาหารเสิร์ฟให้ชั่วพริบตา
“นิสัยแปลกประหลาดเหมือนเดิมเลยนะวันด้าจังเนี่ย...ไปเจอเธอที่ไหนละไมดาสฉันละอยากมีเอไอเก่งๆแบบนี้อยู่จัง ถ้าเป็นไปได้ยกเธอให้ฉันเถอะ” ลูเซียพูด