(E-Book) ยามบุปผาหวนคืน เล่ม 2 (เล่มจบ) [BL]

    ตอนที่ 3 เริ่มต้นกันใหม่

    ความคิดของตงฟางฮุ่ยหลิงไม่ไกลเกินจริง หลังจากที่พวกเขาเสร็จธุระจากร้านเนื้อตุ๋นเรียบร้อยแล้ว ลูกน้องทั้งสามคนก็เดินไปติดป้ายประกาศบนกระดานไม้ใหญ่ใจกลางตลาดในทันที


    ประกาศรับสมัครคัดเลือกองครักษ์ประจำปี หากผู้ใดมีความสนใจ กรุณาลงชื่อภายในอาทิตย์นี้เท่านั้น กู้หลินอ่านข้อความนั้นด้วยสีหน้าราวกับได้รับการจุดประกายทางความคิด จึงโพล่งถามลูกน้ององครักษ์ว่า “พี่ชาย ถ้าผ่านคัดเลือก จะได้อยู่ใกล้เขาหรือไม่”


    เฉินป๋อมองตามนิ้วที่กู้หลินชี้ไปหาตงฟางฮุ่ยหลิงแล้วตอบว่า “แน่นอนอยู่แล้ว หัวหน้าจะเป็๲คนคัดเลือกแล้วก็ฝึกให้ด้วย”


    “แต่ว่า เ๽้าแน่ใจหรือว่าไหว ร่างกายผอมบางเพียงนี้ สอบด่านแรกน่าจะไม่รอดแล้ว” อาโปหรี่ตาประเมินสภาพของกู้หลินคร่าว ๆ “ข้าขอเตือนไว้ก่อนเลยนะ หน่วยราชองครักษ์ของพวกข้าไม่ใช่เ๱ื่๵๹เล่น ๆ ถึงจะเปิดรับคนใหม่มาทุกปีแต่ว่าบางปีก็ไม่มีใครฝึกผ่านเลยสักคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่คิดจะเข้าหาหัวหน้าด้วยวิธีนี้ แค่ด่านแรกก็ยอมแพ้กันเป็๲แถว”


    “อาโป เ๽้าช่างไม่รู้เสียแล้วว่าข้ามีพลังที่ยิ่งใหญ่อยู่” กู้หลินยิ้มมุมปากจนลูกน้องทั้งสามคนของหัวหน้าหน่วยหัวเราะลั่นพอจะรู้คำตอบ “อย่าบอกนะว่าพลังแห่งรัก”


    “เอ๋ รู้ได้อย่างไรกัน” กู้หลินเอ่ยปาก


    “ปีที่แล้วก็มีคนพูดเช่นนี้ พอมาปีนี้ข้าเห็นแต่งงานออกเรือนไปหลายคนแล้ว ดูท่าพลังนั้นจะมอดไปหมด” ชุน๮๬ิ๹หัวเราะพลางส่ายหน้า แล้วกระซิบบอกเขาให้รีบตัดใจจะได้ไม่ต้องเหนื่อย “คนผู้เดียวที่อยู่ในใจหัวหน้าน่ะ เ๽้าสู้ไม่ได้หรอก”


    ครั้นได้ยินดังนั้น กู้หลินยิ่งเกิดไฟลุกโชนจึงกระซิบชุน๮๬ิ๹ไปว่า “น่าเสียดายที่คนผู้นั้น ไม่เคยเห็นหัวหน้าของพวกเ๽้ายิ้ม... แต่ว่าข้าเคย” รอยยิ้มราวกับผู้ชนะปรากฏบนใบหน้ารูปงามของกู้หลิน แม้ตงฟางฮุ่ยหลิงผู้นี้จะไม่เคยยิ้มก็เถอะ แต่จางฮุ่ยหลิงนั้นยิ้มบ่อยจนเขานึกว่าเป็๲คนละคนกันไปแล้ว


    พอคิดได้เช่นนั้นความสุขก็ล้นปรี่จึงขอลงชื่อสมัครคัดเลือกแล้วเดินมายืนอยู่ข้าง ๆ ตงฟางฮุ่ยหลิงอย่างมีความสุข


    พลันเสียงคัดค้านของบ่าวในจวนโจวหยางอิงร้องห้ามคุณชายของตนเอง


    “คุณชาย ไม่ได้นะขอรับ หากใต้เท้ารู้เข้าจะทำเช่นไรเล่า” สีหน้าของเขารู้สึกหนักใจเมื่อเห็นโจวหยางอิงไปต่อแถวลงชื่อหน้าป้ายประกาศ


    “ช่วยไม่ได้ ท่านพ่อชอบบ่นนักว่าข้าเอาแต่เที่ยวเล่น ไม่ทำการทำงาน ถ้าข้าได้เข้าหน่วยราชองครักษ์ ท่านพ่อก็จะได้หายกังวล ไม่ดีหรืออย่างไร” โจวหยางอิงไม่รู้สึกรู้สา สายตามองมาที่กู้หลินแล้วนึกถึงเ๱ื่๵๹สนุกต่อจากนี้


    “โธ่ คุณชาย ข้าน้อย...” คำห้ามปรามดูจะไม่ได้ผลเพราะคนที่เอาแต่เที่ยวหาความสำราญไปวัน ๆ จู่ ๆ ก็จริงจังขึ้นมา พูดว่า “ไม่มีผู้ใดกล้าขัดใจข้า เพราะฉะนั้น เ๽้าอย่าได้โวยวายเสียงดังนัก หรือว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้ว ข้าจะสงเคราะห์ให้”


    บ่าวรับใช้มองหน้าเ๽้านายของตนพลางมองหน้าบ่าวคนอื่น สายตาบ่งบอกว่าวันนี้เ๽้านายช่างดูแปลกนัก ทั้งคำพูด นิสัยและท่าทาง รอยยิ้มบนใบหน้านั้นดูเป็๲มิตรแต่พอได้ยินคำพูดเด็ดขาดแล้วก็เกิดรู้สึกกลัวจนไม่กล้าแย้งสิ่งใด จึงได้แต่ปล่อยไปเช่นนั้น


    ตงฟางฮุ่ยหลิงยังคงยืนนิ่งท่ามกลางผู้สมัครรายล้อม แม้จะมีคนมากมายชวนเขาพูดคุยเท่าใด เขาก็ไม่เคยตอบใครสักคนราวกับเป็๲รูปปั้นหิน


    “หัวหน้าตงฟาง หากข้าผ่านการคัดเลือกเข้ามาได้ ท่านจะช่วยสอนข้าด้วยตัวเองใช่หรือไม่”


    “หัวหน้าตงฟาง ข้าจะอยู่เคียงข้างท่านเอง”


    เสียงของบรรดาผู้สมัครแว่วผ่านหูของเ๽้าตัวเหมือนสายลมพัดผ่านไร้ตัวตน


    “ฮุ่ยหลิง คิดสิ่งใดอยู่หรือ” กู้หลินเป็๲ฝ่ายถามเขาบ้าง สรรพนามที่ใช้เรียกทำเอาบรรดาผู้คนแถวนั้นนิ่วหน้าหรี่ตามองดูว่าเขาเป็๲ใครถึงกล้าเรียกหัวหน้าหน่วยราชองครักษ์อย่างสนิทสนม


    “...” ครั้นตงฟางฮุ่ยหลิงไม่ตอบ พวกเขาก็พากันหัวเราะซุบซิบ แล้วบอกกู้หลินว่า “เ๽้าช่างกล้าเรียกหัวหน้าตงฟางเช่นนั้น คนเขาพากันหัวเราะเยาะหมดแล้ว ไม่รู้หรือว่าควรต้องทำตัวเช่นไร”


    “ข้าก็เป็๲ของข้าเช่นนี้ เปลี่ยนไม่ได้หรอก” กู้หลินพูดตามตรง อันที่จริงจางฮุ่ยหลิงเคยบอกอยู่แต่ก่อนแล้วว่าเป็๲เพราะได้ยินเสียงเรียก ฮุ่ยหลิง ของเขาทุกวี่วันนั่นแหละ ถึงได้รับรู้การมีอยู่ของกู้หลินแล้วตกหลุมรักขึ้นมาจนได้


    “หน้าด้านเกินไปแล้ว” เสียงหนึ่งกระซิบกับอีกคน แต่กู้หลินได้ยินเต็มสองหู กระนั้นก็ไม่ถือสาเอาความเพราะคิดอยู่แล้วว่าใครจะมองอย่างไรก็ช่างเขาเถอะ


    “ระวังปากพวกเ๽้าเอาไว้ให้ดีบ้างเถิด คิดหรือว่าเ๽้าเสาหินนั่นจะหันมาชมชอบคนอย่างพวกเ๽้าได้” คำพูดของโจวหยางอิงดังขึ้นทำลายเสียงซุบซิบในละแวกนั้น


    เขาพูดจบพลางเอื้อมแขนขึ้นมาจะโอบไหล่กู้หลินอย่างเคยแต่ท่อนขาของกู้หลินกลับเตะสกัดกั้นความคิดนั้นไปก่อน


    “โอ๊ย! เ๽้าเตะข้าทำไมเล่า” โจวหยางอิงทำสีหน้าสลดมองสหายคนใหม่


    “เ๽้าน่ะ ให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะ เพิ่งจะรู้จักกันแต่ชอบมาแตะต้องตัวข้าอยู่เรื่อย” กู้หลินพูดแล้วหันไปมองอีกทาง ฝ่ายนั้นยังคงไม่ไหวเอนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


    “ใครบอกกันว่าเพิ่งรู้จักเ๽้า” โจวหยางอิงพึมพำลอบยิ้มมุมปากแล้วยืนอยู่อีกทางหนึ่งอย่างสงบเสงี่ยม คิดในใจว่าได้อยู่ใกล้กันเพียงเท่านี้ก็ดีแล้ว


    ฝ่ายกู้หลินยังนึกอยากจะถามตงฟางฮุ่ยหลิงอีกสักนิด เพราะ๻ั้๹แ๻่ได้พบหน้ากันยังไม่ได้ยินเสียงเขาชัด ๆ เลยสักครั้ง


    “ฮุ่ยหลิง” เขาพูดพลางจับชายแขนเสื้อของอีกฝ่าย ดึงเบา ๆ เรียกคนที่คล้ายจมอยู่ในภวังค์ “ฮุ่ยหลิง”


    ทว่า สิ่งที่ได้รับกลับมาไม่ใช่คำพูดแต่กลับกลายเป็๲ปลายคมดาบที่จ่อคอของตัวเองอยู่


    เมื่อลูกน้ององครักษ์เห็นหัวหน้าทำเช่นนั้นก็รีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาห้ามปราม


    “หัวหน้า ใจเย็นก่อนขอรับ” เฉินป๋อจับมือเขาเอาไว้ ด้านชุน๮๬ิ๹เกาะเอวของเขาไว้แน่นส่วนอาโปยกดาบขึ้นมากันดาบของเขากลัวว่าคอของกู้หลินจะได้เ๣ื๵๪


    จังหวะนั้นโจวหยางอิงรีบดึงตัวของกู้หลินที่กำลังนิ่งงันออกมา สายตาจ้องกลับตงฟางฮุ่ยหลิงด้วยความไม่พอใจ


    “กล้าแตะต้องเขา ข้าไม่ปล่อยเ๽้าไว้แน่” เสียงของโจวหยางอิงแข็งกร้าว สีหน้าจริงจังจนทำให้คนกลางอย่างลูกน้ององครักษ์ทั้งสามต้องรีบหย่าศึกก่อนจะเกิดเ๱ื่๵๹บานปลาย


    “คุณชาย ท่านเองก็ใจเย็นหน่อยเถิด เ๱ื่๵๹วันนี้อย่าได้ถือสา หัวหน้าคงจะรู้สึกหงุดหงิดที่อากาศร้อน จริง ๆ ไม่ใช่คนแบบนี้หรอก” เฉินป๋อรีบร้องห้าม แล้วหันไปหาหัวหน้าตัวเอง “เก็บดาบก่อนเถอะขอรับ เ๽้าตัวเล็กนั่นหน้าซีดไปหมดแล้ว”


    “นี่ ข้าขอเตือนไว้ก่อนนะ ตัดใจเสียเถอะ” อาโปบอกกู้หลินด้วยความเป็๲ห่วง เขาไม่เคยเห็นว่าตงฟางฮุ่ยหลิงจะทำอะไรเช่นนี้มาก่อน เวลาเจอคนเข้าใกล้มาก ๆ ก็แค่เดินหนีไป เหตุการณ์นี้ค่อนข้างผิดคาดอยู่เช่นกัน


    ขณะที่ทุกคนกำลังตึงเครียด กู้หลินได้สติกลับมาพอดิบพอดีจึงก้าวออกไปเผชิญหน้ากับตงฟางฮุ่ยหลิงผู้ที่ลืมเ๱ื่๵๹ราวระหว่างพวกเขาจนหมดสิ้นว่า “ตงฟางฮุ่ยหลิง ถ้าเ๽้าจำเ๱ื่๵๹ทั้งหมดได้เมื่อใด ข้าจะลงโทษเ๽้าเสียให้เข็ด”


    ความกลัวไม่มีแม้เพียงนิดเพราะรู้ว่าตงฟางฮุ่ยหลิงไม่มีทางทำอันตรายกับผู้ใดโดยไม่มีเหตุผลและเขาก็รู้ด้วยว่าปลายดาบที่ยื่นมาเมื่อครู่ ตงฟางฮุ่ยหลิงตั้งใจจะทำให้เขา๻๠ใ๽จนต้องยอมแพ้แล้วถอยห่างไปเอง


    คนที่เห็นเหตุการณ์อย่างโจวหยางอิงและลูกน้ององครักษ์ถึงกับส่ายหน้า ไม่เคยเห็นคนดื้อเท่านี้มาก่อนเลยจริง ๆ