ในสายตาที่ตื่นกลัวของซูจี เลือดไหลออกมาจากปากของฉินเฉา และเขาตัวอ่อนล้มลงกับพื้น
ซูจีไม่รู้สึกถึงลมหายใจจากเขาเลย
“ศิษย์น้อง อาตมาช่วยเจ้ากำจัดโจรชั่วนี้แล้ว” ฝ่าเซียงหันกลับไป ประสานมือ และพูดด้วยรอยยิ้ม “เจ้าสามารถวางใจได้แล้ว”
“ศิษย์พี่ ทำอะไรลงไป...” ซูจีรู้สึกปวดใจอย่างมาก หนักจนถึงขั้นแทบจะหมดสติ เธอกัดริมฝีปากตัวเองอย่างแรงเพื่อให้ตัวเองมีสติ “ชายคนนี้เป็นแฟนของฉัน คุณฆ่าเขา...เขาเป็นแฟนของฉัน!”
“อะไรนะ?” ฝ่าเซียงจ้องไปที่ซูจีด้วยท่าทางว่างเปล่า “ชายคนนี้...เป็นแฟนของศิษย์น้อง?”
“ใช่แล้ว!” ริมฝีปากของเธอเลือดออกเพราะว่าแรงกัด ร่างของเธอสั่นเบาๆ น้ำตาเย็นๆ ไหลออกมาจากตาคู่งามของเธอ “ทำไม คุณต้องฆ่าเขา ทำไม!”
“ศิษย์น้อง!” ฝ่าเซียงพลันตะโกน พร้อมกับใส่พลังพุทธะเข้าไปในเสียง เพื่อปลุกซูจีจากความโกรธ “ตื่น! เธอไม่รู้เหรอว่าเขาเป็นใคร! เขาเป็นศิษย์ของเส้นทางปีศาจ และเธอเป็นศิษย์พุทธะ!”
ฝ่าเซียงพูด ชี้ไปที่ฉินเฉา และพูดกับซูจีต่อ “ถ้าเธอยังอยู่ด้วยกันกับเขาต่อ เธอคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น! พวกเธอทั้งคู่จะถูกตามล่าจากคนของเส้นทางปีศาจและฝ่ายธรรมะ! พอถึงตอนนั้น ศิษย์น้อง เธอและเขาจะเป็นดั่งนกยวนยาง ที่ทำได้แค่ตายด้วยกัน!”
“ชีวิตไม่มีอะไร นอกจากเมฆที่ลอยผ่าน” ซูจีมองไปที่ฉินเฉาที่กำลังนอนอยู่บนพื้น เธอพลันสงบลง แต่น้ำเสียงของเธอกลับเย็นชาขึ้น “ถ้าไม่สามารถอยู่ด้วยกันกับคนที่รัก แล้วจะฝึกตนไปเพื่ออะไร?”
พร้อมกันนั้น ซูจีก็เดินช้าๆ ไปที่ฉินเฉา
“ศิษย์น้อง หยุด!” ฝ่าเซียงพลันถือไม้เท้าขึ้นขวางทางซูจี “ชายคนนี้เป็นผู้ฝึกตนปีศาจ เธอไม่สามารถเข้าใกล้เขาได้! อาตมาจะใช้เพลิงพุทธเผาร่างของเขา เพื่อให้เธอไม่ต้องเข้าไปพัวพันด้วย”
พร้อมกันนั้น ฝ่าเซียงก็ทำผนึกที่มือ กลุ่มเพลิงสีทองพลันปรากฏบนฝ่ามือของเขา
“ถ้าศิษย์พี่อยากจะเผาเขา งั้นก็เผาเขากับฉันไปพร้อมกันเลย”
พร้อมกันนั้น ซูจีก็ผลักไม้เท้าของเขาไปข้างๆ และยืนอยู่ระหว่างฝ่าเซียงและฉินเฉา
“หลีกไป!” ฝ่าเซียงขมวดคิ้ว “ศิษย์น้อง ‘ฆ่าอสูร กำจัดปีศาจ’ เป็นหน้าที่ของเราศิษย์สำนักพุทธ! เมื่อเธอเป็นคนของวัดเป่าไต้ของเขาซงซาน เธอก็ไม่สามารถหลีกหนีหน้าที่นี้ได้”
“ในตอนนั้น ก็ไม่ต้องนึกว่าฉันเป็นศิษย์น้องอีกต่อไป อย่างที่โบราณว่าไว้ ‘แต่งกับไก่คล้อยตามไก่ แต่งกับสุนัขคล้อยตามสุนัข’ ฉันตามฉินเฉา นั่นคือฉันก็เป็นคนของเส้นทางปีศาจ เมื่อศิษย์พี่ต้องการเผาเขา งั้นก็เผาเขาและฉันไปพร้อมกันเลย”
พร้อมกันนั้น เธอก็เดินไปข้างหน้าสองก้าว ตราบเท่าที่ฝ่าเซียงส่งเพลิงพุทธของเขาออกไป มันก็จะเผาเธอไปด้วย
“ศิษย์น้อง อย่าบังคับอาตมา...” ฝ่าเซียงขมวดคิ้ว อดตัวสั่นไม่ได้ ตั้งแต่เด็ก หัวใจของเขาก็มุ่งไปที่ศิษย์น้องผู้น่ารักคนนี้ ไม่ว่าศิษย์น้องต้องการอะไร เขาก็จะพยายามช่วยเธอ
โชคไม่ดี เขาเป็นศิษย์พุทธะ ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะอยู่ด้วยกันกับศิษย์น้อง แต่แม้จะเป็นอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้อยากให้ศิษย์น้องต้องอยู่ด้วยกันกับคนอื่นจากเส้นทางปีศาจ ถ้าข่าวนี้แพร่ออกไป ว่าซูจีและคนจากนิกายหลัวซามีความสัมพันธ์กัน ไม่ใช่เพียงแค่มันจะคุกคามชีวิตซูจีเท่านั้น บางทีแม้แต่เกียรติของวัดเป่าไต้จากเขาซงซาน ก็จะได้รับความเสียหายเช่นกัน
ฝ่าเซียงจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด
“ศิษย์พี่ ฉันไม่ได้บังคับคุณ” ตาของซูจีค่อยๆ สิ้นหวัง เธอหันหัวกลับไปมองร่างที่กำลังนอนอยู่ของฉินเฉา และพูดกับฝ่าเซียง “คุณเป็นคนที่บังคับฉัน”
“หลีกไป!” ฝ่าเซียงยื่นมือออกไปและทำท่าผนึก วูบบบ!
ตราผนึกสีดำลอยออกไป และชนใส่ร่างซูจี ผลักเธอไปด้านข้าง ช่องว่างระหว่างทั้งสองสูงมาก ความสามารถเทวะ กับ สร้างรากฐาน เป็นภาพที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
โดยเฉพาะ เมื่อซูจีไม่ได้ฝึกพระสูตรหัวใจเพชร แถมยังเพิ่งฝึกผนึกเก้าอักษร ก่อนหน้านี้แม้เธอจะมีเวลาร่ายผนึกภาพโชติช่วง เธอก็ยังคงถูกผลักไปด้านข้างอยู่ดี
แต่ฝ่าเซียงไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ แม้ว่าวิชาของเขาจะผลักซูจีไปด้านข้าง แต่ก็ไม่ได้ทำร้ายเธอ
ขณะเดียวกัน ฝ่าเซียงก็เริ่มปล่อยเพลิงสีทองในมือใส่ฉินเฉา
“ลาหัวโล้น หยุด!”
เวลานี้เอง แสงเย็นเยียบพลันวาบมาจากท้องฟ้า
ฝ่าเซียงเลิกคิ้วขึ้น เขาถอนเพลิงกลับตามสัญชาตญาณ และก้าวถอยหลังสองก้าว
กระบี่ที่เปล่งแสงอ่อนๆ พลันเจาะเข้าที่ซีเมนต์ตรงหน้าเขา กระบี่สีเงินส่งเสียงราวกับมังกรคำรามออกมาลูกแล้วลูกเล่าอย่างต่อเนื่อง
“ใครลอบโจมตี?” ฝ่าเซียงขมวดคิ้ว และมองขึ้นไป
สาวงามในชุดขาว พลันตกลงมาจากฟ้า เธอยืนบนด้ามกระบี่ และเริ่มด่าด้วยน้ำเสียงราวกับกระดิ่งเงิน
“เหอะ ลอบโจมตีกับลุงแกสิ เห็นชัดๆ ว่าฉันเตือนแล้ว ‘ลาหัวโล้น หยุด!’ ไม่ได้ยินหรือไง?”
“เจี่ยวเจียว เขาเป็นศิษย์พุทธะ สุภาพหน่อย”
ตามมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่มละมุนลอยออกมา จากนั้นสาวงามอีกคนก็ลงมาจากท้องฟ้า เธองดงามมากกว่าสาวงามในชุดขาวหลายจุด
เธอมีรูปร่างร้อนแรงราวปีศาจ โดยเฉพาะหน้าอกคู่โตของเธอ ซึ่งทำให้ผู้ชายรัก ผู้หญิงอิจฉา แม้ว่าหน้าอกของซูจีจะไม่เล็ก มันก็เห็นได้ชัดว่าเธอด้อยกว่า
สองสาวงามเปล่งรัศมีของอสูรที่แข็งแกร่งออกมา เพียงการมองครั้งเดียว เขาก็สามารถบอกได้ว่า พวกเธอไม่ใช่มนุษย์
“กลายเป็นว่าพวกเธอทั้งคู่จะเป็นงูอสูร!” ฝ่าเซียงจับไม้เท้าของเขา และสั่นมัน รัศมีพุทธะสีทองพลันลอยออกมาราวกับคลื่นสาดซัด
ฮัวเหนียงโบกมือ สายลมที่แข็งแกร่งลอยออกมาจากแขนเสื้อเธอ พลังทั้งสองปะทะกัน ทำลายกันไป ไม่นาน ดาดฟ้าก็กลับมาเงียบอีกครั้ง
“แขนเสื้อจับเมฆา?” ฝ่าเซียงถือว่าเป็นผู้รอบรู้คนหนึ่ง เขาพลันสังเกตวิชานี้ออก “เธอมาจากสาขาภูเขาหมอก ลูกศิษย์ของโรงฝึกมังกรอมตะ อามิตตาพุธ อาตมาชื่อฝ่าเซียง เป็นศิษย์รุ่นที่ 23 แห่งวัดเป่าไต้ เขาซงซาน”
“ฉัน ผู้รับใช้ ศิษย์รุ่นที่ 6 ของโรงฝึกมังกรอมตะ ฮัวเหนียง ยินดีที่ได้พบ นายท่านฝ่าเซียง” ฮัวเหนียงยื่นมือออกไป และถอนสายบัวอย่างมีมารยาท
“นี่คือศิษย์น้องของฉัน ไป๋เจี่ยวเจียว” ฮัวเหนียงพูด และชี้ไปที่สาวงามที่ยืนอยู่บนกระบี่ ฮัวเหนียงพูดกับเธอ “เจี่ยวเจียว รีบทักทายนายท่านฝ่าเซียงสิ!”
“ฮึ่ม ฉันทักทายกับไม่ทักทาย มีอะไรต่างกันหรือไง!” ไป๋เจี่ยวเจียวกลอกตาและพูด “ลาหัวโล้นคนนี้ ไม่มีทั้งหัว และก็หัวใจ ทำไมฉันต้องไปสนใจเขาด้วย!”
“เจี่ยวเจียว อย่าเสียมารยาท” ฮัวเหนียงรีบว่า
“ไม่เป็นไร” ฝ่าเซียงโบกมือแล้วพูด “อาตมาอยากจะรู้ ทำไมพวกเธอทั้งสองถึงมาที่นี่? นี่หมายความว่ายังไง?”
“หมายความว่าไงน่ะเหรอ?” ไป๋เจี่ยวเจียวยกคิ้วขึ้น “แน่นอน เรามาที่นี่เพื่อหยุดนาย ลาหัวโล้น!”
“หยุดอาตมา?” ฝ่าเซียงยิ้ม “ดูเหมือนว่าพวกเธอทั้งสองเป็นเพื่อนปีศาจตนนี้?”
“คำพูดนี้ผิดแล้ว” ฮัวเหนียงโบกมือ “ฉันคิดว่านายท่านฝ่าเซียงเข้าใจผิดเกี่ยวกับความดีจากสิ่งชั่วร้าย เมื่อนายท่านพูดว่าฉินเฉาเป็นปีศาจ งั้นฉันขอบังอาจถาม เขาได้ทำเรื่องชั่วร้ายอะไรเหรอ?”
“แน่นอน!” ฟางเซียงพูดตัดสินอย่างมั่นใจ “โจรชั่วนี้ล่วงเกินศิษย์น้องของอาตมาตอนที่เธอป่วยหนัก ต้องการทำสิ่งไม่ดีกับเธอ!”
“เขาเป็นแฟนของฉัน ถ้าเขาอยากจะทำอะไรกับฉัน ก็ไม่ใช่เรื่องของคุณ!” ซูจีรีบพูด
“ศิษย์น้อง อย่าพูดเหลวไหล! เธอกำลังถูกเจ้าโจรนี่ทำให้สับสน!” ฟางเซียงจ้องเข้าไปที่ตาเธอ กระแทกไม้เท้าลงกับพื้นราวกับฟ้าผ่า
“ดู ลาหัวโล้น ไม่มีอะไรจะพูดเพื่อปกป้องตัวเอง!” ไป๋เจี่ยวเจียวตะโกนออกมาเสียงดัง “ลาหัวโล้นอย่างนายรีบกลับเขาซงซานไปได้แล้ว ฉินเฉาก็ตายไปแล้ว นายยังต้องการอะไรอีก!”
“อาตมาต้องการอะไรน่ะเหรอ?” น้ำเสียงของฝ่าเซียงเย็นชา “แน่นอนอาตมาต้องการ ‘ฆ่าอสูร กำจัดปีศาจ’ ยังไงล่ะ!’ ”
“เหอะ!” ไป๋เจี่ยวเจียวจ้องเขาด้วยดวงตากลมโตคู่สวยของเธอ “ฉันคนนี้เห็นแต่นายที่เป็นอสูรอยู่ที่นี่!”
“ดูเหมือนว่าพวกเธอทั้งคู่อยากจะปกป้องชายคนนี้สินะ ใช่มั้ย?” ฝ่าเซียงยกไม้เท้าขึ้น มือขวาของเขาเริ่มส่งแสงสีทองออกมา
“ผิดแล้ว...” ฮัวเหนียงพูด “ฉันไม่ได้พยายามปกป้องฉินเฉา แต่เป็นคุณ”
“ฉัน?” ฝ่าเซียงหัวเราะเสียงดัง “ผู้หญิงมีเสน่ห์มักจะโกหก อาตมาร่ำเรียนศาสนาพุทธมาตั้งแต่เด็ก ทำไมอาตมาถึงต้องให้งูอสูรเล็กๆ มาปกป้องด้วย?”
“เฮ้อ....” เมื่อเห็นท่าทางของฝ่าเซียง ฮัวเหนียงก็ส่ายศีรษะ “นายท่าน การฝึกตนของท่านก็สูงพอแล้ว...ท่านไม่เห็นเหรอว่าฉินเฉามีกายาปีศาจน่ะ? ยิ่งกว่านั้น ยังมีสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวหลับใหลอยู่ในตัวเขา...ตอนนี้ท่านพยายามจะทำอะไร พยายามจะปลุกสิ่งที่น่ากลัวที่อยู่ในร่างของเขางั้นเหรอ”
“พวกเหลวไหล!” ฝ่าเซียงสั่นไม้เท้า พลังพุทธขนาดใหญ่ กระเพื่อมออกจากร่างของเขา รูปพุทธะสีทองค่อยๆ พุ่งขึ้นไปบนดาดฟ้า
“เมื่อพวกเธอทั้งสองอยากจะปกป้องเขา ฉันจะให้พวกเธอทั้งคู่ไปใช้ชีวิตหลังความตายกับเจ้าโจรชั่วนี่!” พร้อมกันนั้น ฝ่าเซียงก็สั่นไม้เท้า และพุ่งเข้าไป
“ไปตายซะ เจ้าลาหัวโล้น!” ไป๋เจี่ยวเจียวเตะกระบี่ที่ใต้เท้า ประกายสีเงินลอยออกไปที่หัวของฝ่าเซียง
ถ้าฝ่าเซียงหลบไม่เร็วพอล่ะก็ บางทีกระบี่นี้คงจะตัดหัวเขาไปแล้ว
“ช่างเป็นสิ่งชั่วร้ายที่โหดเหี้ยมจริงๆ!” ฝ่าเซียงแกว่งไม้เท้าในมือ แต่ไป๋เจี่ยวเจียวกลับกระโดดขึ้นไปในอากาศอย่างคล่องแคล่ว ไม้เท้าฟาดกับพื้น สร้างเป็นหลุมลึก และรอยแตกรอบๆ
ขณะเดียวกัน ไป๋เจี่ยวเจียวก็จับกระบี่ของเธอกลางอากาศ
“ไปตายซะ! ฝ่ามือเขาซูมี่!” ฝ่าเซียงเหวี่ยงมือ ฝ่ามือสีทองขนาดมหึมา พลันลอยออกไปในอากาศพุ่งไปที่ไป๋เจี่ยวเจียว
ไป๋เจี่ยวเจียวหน้าซีด แม้ว่าเธอจะปากเก่ง เธอก็ยังเป็นงูอสูรที่อยู่ขั้นสร้างรากฐานเพียงเท่านั้น (ระดับ 4 เหมือนกันกับซูจี)
“ปิดฟ้า คลุมปฐพี!” ฮัวเหนียงสะบัดแขนเสื้อ ภายในพริบตา แขนเสื้อก็ขยายออกจนกระทั่งมีขนาดเท่าเมฆก้อนเล็กๆ ปิดคลุมท้องฟ้าส่วนหนึ่ง และซ่อนไป๋เจี่ยวเจียวไว้ข้างหลัง
ตูม! ฝ่ามือสีทองฟาดใส่แขนเสื้อ สีหน้าของฮัวเหนียวเปลี่ยน ข้อมือสั่น และฝ่ามือนั้นพลันถูกทำลายไป
แขนเสื้อของเธอนุ่ม ดังนั้นเธอจึงเรียกมันกลับ
“ดี ถ้าอย่างนั้น อาตมาก็จะไม่เกรงใจอีกต่อไป” ฝ่าเซียงโมโห ร่างของเขากลายเป็นประกายแสง ตามมาด้วยแสงสีทอง ปรากฏตรงหน้าฮัวเหนียง
“ฝ่ามือวชิรปัญญา!” พร้อมเสียงตะโกน ฝ่ามือสีทองของเขาฟาดไปที่ไหล่ของฮัวเหนียง
“ดั่งกำแพง!” ฮัวเหนียงสะบัดแขนเสื้อมาขวางหน้าเธอไว้
ฝ่ามือของฝ่าเซียงกำลังจะฟาด แต่ทันใดนั้น ก็มีแรงกดดันอยู่เหนือเขา พลังนั้นน่ากลัว ราวกับกำลังถูกจ้องมองโดยเทพปีศาจ
เหงื่อเย็นๆ เริ่มไหลออกมา เขาถอนฝ่ามือ และหันกลับไปอย่างไม่ตั้งใจ เห็นเพียงฉินเฉา ที่เมื่อกี้นอนอยู่บนพื้น และถูกคิดว่าตายไปแล้ว ยืนขึ้นมาอย่างประหลาด
จบตอน