ใน่บ่ายของวันเดียวกัน ป้ายิญญาของไป๋เจิ้งฉีถูกส่งมาถึงเรือนบุปผาโปรย ป้ายไม้นั้นแกะสลักจากไม้จันทน์หอมอย่างปราณีต บ่งบอกถึงความเอาใจใส่ของเ้าบ้าน ทันทีที่ััไม้ที่สลักชื่อสามี ไป๋หย่งชิง ก็ไม่อาจกลั้นทำนบน้ำตาได้อีกต่อไป นางร้องไห้โฮออกมาจนตัวโยนราวกับจะขาดใจ โดยมี ไป๋หย่งเจิ้ง คอยโอบกอดปลอบประโลมอยู่ข้างกาย เขาไม่ยอมห่างมารดาแม้แต่ก้าวเดียว เพราะเกรงว่าความโศกเศร้าจะทำให้นางคิดสั้น
ป้ายิญญาถูกนำไปตั้งไว้ในห้องโถงเล็กๆ ภายในเรือน หย่งชิงใช้ผ้าสะอาดเช็ดทำความสะอาดป้ายอย่างเบามือ นางคุกเข่าลงและสาบานต่อดวงิญญาสามีด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า นางจะอยู่เพื่อช่วยบุตรชายล้างแค้น และจะไม่ยอมให้ตระกูลไป๋ต้องจบสิ้นลงเพียงเท่านี้
ค่ำคืนแรกในสำนักเจิ้นเหว่ยมาถึง สองแม่ลูกรับประทานอาหารเย็นร่วมกันท่ามกลางความเงียบเหงา ก่อนจะแยกย้ายกันเข้าห้องนอนเพื่อพักผ่อนจากความเหนื่อยล้า เมื่อหย่งชิงเข้ามาในห้องนอนได้ไม่นาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นแ่เบา
“เรียนฮูหยิน... คุณชายกัวให้บ่าวนำน้ำโสมบำรุงกำลังมาให้เ้าค่ะ”
หย่งชิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของกัวเทียนอวี้ที่ช่างเอาใจใส่แขกบ้านแขกเมืองเช่นนี้ “เข้ามาเถิด” นางเอ่ยบอก สาวใช้เดินเข้ามาวางถ้วยน้ำโสมที่ควันกรุ่นไว้บนโต๊ะ ย่อตัวทำความเคารพอย่างนอบน้อมแล้วถอยออกไป
ทันทีที่พ้นสายตาของหย่งชิง สาวใช้ผู้นั้นรีบเดินตรงไปยังมุมมืดของระเบียงเรือน ซึ่งมีร่างของ กัวเทียนอวี้ ยืนรอนิ่งอยู่ในเงามืด นางประสานมือรายงานเสียงเบา “เรียนคุณชาย... บ่าวทำตามคำสั่งเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ”
กัวเทียนอวี้พยักหน้าพลางยิ้มเย็น “ดีมาก ไปได้”
เขามองตามหลังสาวใช้ไปอย่างพึงใจ ในสำนักแห่งนี้ คนรับใช้ทุกคนล้วนเป็หูเป็ตาและเป็เบี้ยล่างของเขา สองแม่ลูกตระกูลไป๋ไม่มีวันรู้เลยว่า เรือนบุปผาโปรยที่ดูสงบสุขแห่งนี้ แท้จริงแล้วคือ ‘กรงทอง’ ที่เขาสามารถควบคุมทุกอย่างไว้ในกำมือ ไม่นานนัก สาวใช้อีกคนก็เดินมารายงานว่าได้มอบน้ำโสมที่ผสมยา นิทราสลายจิต ให้กับไป๋หย่งเจิ้งเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
“พวกเ้าไปพักผ่อนได้ และจำไว้ว่าคืนนี้... ไม่ว่าพวกเ้าจะได้ยินเสียงอะไร ล้วนแต่ไม่ได้ยินทั้งสิ้น” กัวเทียนอวี้สั่งกำชับ
เหล่าสาวใช้ต่างสบตากันด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม พวกนางรู้ดีถึงนิสัยมักมากในกามของคุณชายกัว เพราะความจริงพวกนางหลายคนก็เป็เพียง ‘ของเล่น’ ที่เขาสร้างไว้ระบายความใคร่เท่านั้น พวกนางเดินจากไปพร้อมกับความคิดที่ว่า คืนนี้ฮูหยินผู้สูงศักดิ์คงจะถูกคุณชายพาขึ้น์จนแทบสำลักความสุขตายเป็แน่
กัวเทียนอวี้ก้าวออกจากเงามืด แววตาของเขาฉายความกระหายออกมาอย่างปิดไม่มิด เขามุ่งตรงไปยังห้องนอนของไป๋หย่งชิงทันที
ภายในห้องนอน หย่งชิงยกถ้วยน้ำโสมขึ้นจิบ รสขมระคนหวานของโสมชั้นเลิศทำให้ใจที่ห่อเหี่ยวรู้สึกสดชื่นขึ้นอย่างประหลาด นางจิบจนหมดถ้วยด้วยหวังว่าจะช่วยให้หลับสบาย ทว่าหลังจากวางถ้วยลงและกำลังจะลุกไปลงกลอนประตู ความรู้สึกประหลาดก็จู่โจมร่างกายอย่างรวดเร็ว
ตุบ!
ร่างของนางทรุดฮวบลงกับพื้นหญ้าแฝกที่ปูไว้ แรงกายที่เคยมีมลายหายไปสิ้นประดุจถูกสูบิญญา หย่งชิงตื่นตระหนกสุดขีด ในใจคิดว่านี่อาจเป็การลงมือของมารหน้ากากขาวที่ตามมาปลิดชีพนาง นางพยายามจะร้องเรียกบุตรชายแต่กลับพบว่าแม้สติจะยังแจ่มชัด แต่นางกลับไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับนิ้วหรือส่งเสียงร้อง
ในวินาทีแห่งความสิ้นหวังนั้น ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกช้าๆ ร่างสูงสง่าในชุดผ้าไหมสีนวลเดินเข้ามาในห้อง แสงจันทร์ที่สาดส่องเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ฉายยิ้มอันน่าขนลุก
“คุณชายกัว...” หย่งชิงพึมพำในใจด้วยความช็อกเมื่อเห็นผู้ที่ก้าวเข้ามาหาคือคนที่นางเพิ่งขอบคุณในน้ำใจไปเมื่อครู่นี้เอง!
เมื่อร่างของไป๋หย่งชิงทรุดลงกับพื้นด้วยฤทธิ์ยา กัวเทียนอวี้ก็ก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ ท่วงท่าสง่างามที่เคยสร้างภาพไว้บัดนี้เลือนหายไป เหลือเพียงรอยยิ้มอวดดีที่มุมปาก เขานั่งยองๆ ลงตรงหน้าหญิงงามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของนาง
“ราตรีสวัสดิ์ไป๋ฮูหยิน... น้ำโสมผสม ผงนิทราสลายจิต รสชาติถูกปากท่านหรือไม่?”
คำพูดนั้นประดุจสายฟ้าฟาดลงกลางใจ หย่งชิงเบิกตากว้าง ความเป็จริงอันโหดร้ายซัดสาดเข้ามา “ที่แท้... เ้า... วางยาข้าทำไม!” นางพยายามเค้นเสียงสั่นพร่าถามออกไป
เทียนอวี้ไม่ตอบในทันที แต่กลับยื่นมือเรียวยาวไปลูบไล้แก้มเนียนละเอียดของนางอย่างถือวิสาสะ “ถามว่าทำทำไมงั้นหรือ? ฮูหยิน... ท่านคงไม่รู้ตัวว่าเสน่ห์ของแม่ม่ายที่ผ่านการมีบุตรมาแล้วมันเย้ายวนใจบุรุษเพียงใด โดยเฉพาะแม่ม่ายผู้สูงศักดิ์เช่นท่าน ยิ่งน่า ‘อร่อย’ กว่าสตรีใดในกวางโจวเสียอีก”
“หยุดนะ! เ้าทำแบบนี้ไม่ได้... ข้ามีศักดิ์เป็าุโของเ้านะ!” หย่งชิงพยายามตะคอก แต่น้ำเสียงที่ออกมากลับเบาหวิวและไร้เรี่ยวแรง
“าุโหรือ?” เทียนอวี้หัวเราะฮิฮะอย่างชั่วร้าย “นั่นมันก็แค่หัวโขน ต้องรอหลังจากที่ข้าทะลวงร่างกายท่าน แล้วปลดปล่อยน้ำบริสุทธิ์ของข้าเข้าไปในกายท่านจนชุ่มโชกเสียก่อน... เมื่อถึงตอนนั้น ข้าก็อยากรู้นักว่าฮูหยินจะยังวางท่าเป็ผู้าุโต่อหน้าข้าได้อีกหรือไม่?”
หย่งชิงสั่นสะท้านด้วยความพรั่นพรึง “เ้าเดรัจฉาน! หากอาเจิ้งรู้เื่นี้... เขาไม่ปล่อยเ้าไว้แน่!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!” เทียนอวี้หัวเราะลั่นอย่างผู้ชนะ “ไอ้เด็กน้อยนั่นน่ะหรือ? หากท่านห่วงชีวิตมันยิ่งต้องเก็บเื่คืนนี้เป็ความลับที่สุด เพราะถ้าข้าเป็อะไรไป... ฮูหยินก็คงรู้นะว่าลูกชายท่านจะมีจุดจบอย่างไรในสำนักแห่งนี้”
หย่งชิงนิ่งอึ้งไปทันที นางเข้าใจความหมายนั้นลึกซึ้ง ที่นี่คือถิ่นของตระกูลกัวที่มีบริวารนับร้อยและมีประมุขเป็ยอดฝีมือ หากอาเจิ้งวู่วามเท่ากับส่งเขาไปตาย นางได้แต่เค้นเสียงด่าทอทั้งน้ำตา “เ้ามัน... เดรัจฉาน!”
เทียนอวี้ไม่สนใจเสียงด่านั่น เขาช้อนร่างที่นุ่มนิ่มของนางขึ้นมาอย่างง่ายดายแล้วอุ้มไปวางลงบนเตียงไม้หนา นิ้วเรียวเริ่มจัดการกับปมชุดไว้ทุกข์ของนางด้วยความชำนาญ มือของเขากดคลายผ้าคาดเอวและสาบเสื้อสีขาวออกอย่างรวดเร็วประดุจทำเื่เช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน พลางกระซิบคำว่า “ฮูหยินม่าย... ฮูหยินม่ายที่รัก” ซ้ำไปซ้ำมาท่ามกลางเสียงอ้อนวอนแ่เบาของนางที่ไร้ผล
จนกระทั่งเสื้อชั้นนอกหลุดลอยไป เผยให้เห็น เทียนอวี้ไม่สนใจเสียงด่านั่น เขาช้อนร่างที่นุ่มนิ่มของนางขึ้นมาอย่างง่ายดายแล้วอุ้มไปวางลงบนเตียงไม้หนา นิ้วเรียวเริ่มจัดการกับปมชุดไว้ทุกข์ของนางด้วยความชำนาญ มือของเขากดคลายผ้าคาดเอวและสาบเสื้อสีขาวออกอย่างรวดเร็วประดุจทำเื่เช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน พลางกระซิบคำว่า "ฮูหยินม่าย... ฮูหยินม่ายที่รัก" ซ้ำไปซ้ำมาท่ามกลางเสียงอ้อนวอนแ่เบาของนางที่ไร้ผล
จนกระทั่งเสื้อชั้นนอกหลุดลอยไป เผยให้เห็นชุดชั้นในเกาะอกสีฟ้าคราม ที่รัดรึงเน้นความโค้งมน เทียนอวี้ใช้ปลายนิ้วเกี่ยวมันลงอย่างเยือกเย็น เผยให้เห็น ปทุมถัน คู่ยิ่งใหญ่ที่เด้งตัวออกมาสู่สายตา มันเป็ก้อนเนื้อนุ่มนิ่มขาวโพลนดุจหิมะ รูปทรงกลมมนสวยงามประดุจบัวตูมที่เบ่งบานเต็มที่ ผิวพรรณเนียนละเอียดและตึงแน่นไร้ราคีคาว ยอดถันสีชมพูระเรื่อชูชันตั้งตระหง่านท้าทายแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา
"โอ้... มันช่างงดงามเกินบรรยาย!" เทียนอวี้อุทานด้วยความหี่ยนกระหาย "ข้าละสงสัยนักว่าสามีท่านคงจะโง่บัดซบ มีของล้ำค่าเช่นนี้กลับไม่รู้จักตักตวงความสุขใส่ตัว หากข้าเป็มัน ข้าจะเสพสุขกับท่านทุกคืนจนมีลูกหัวปีท้ายปีเชียวล่ะ!"
สิ้นคำพูดหยาบโลน เขาก็โถมตัวลงไปบรรเลงริมฝีปากกับทรวงอกคู่นั้นทันที เทียนอวี้ใช้ปากดูดดึงและขบกัดยอดอกของนางอย่างรุนแรงสลับเบา ลิ้นของเขาวนเวียนรอบยอดถันสีชมพูนั้น ดูดกลืนเอาความหวานหอมของเนื้อนุ่มเข้าไปในปากอย่างโลภมาก มือทั้งสองข้างบีบเค้นเต้าเนื้อนุ่มจนบิดเบี้ยวไปตามง่ามนิ้ว นิ้วหัวแม่มือบี้ลงบนหัวนมสีหวานอย่างสนุกสนานเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใน เขาบีบรัดมันราวกับจะรีดเอาความเสียวซ่านออกมาจนหมดสิ้น ทุกครั้งที่นิ้วกดลง ยอดถันนั้นยิ่งแข็งชันขึ้นราวกับถูกไฟจุดติด ความร้อนรุ่มจากััของเขาทำให้นางรู้สึกเสียวแปลบไปทั่วอก ราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านจากยอดอกลงไปยังส่วนลึกของร่างกาย
ไป๋หย่งชิงเบือนหน้าหนีด้วยความขยะแขยงรังเกียจสุดซึ้ง ทว่าฤทธิ์ยาและััอันชำนาญของบุรุษหนุ่มกลับเริ่มทรยศต่อจิตใจ ใบหน้าของนางเริ่มเปลี่ยนจากความโกรธแค้นกลายเป็สีแดงระเรื่อ ลมหายใจเริ่มติดขัดและถี่กระชั้น ความเสียวซ่านที่ถูกจุดขึ้นเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย จนกระทั่งความอุ่นชื้นที่หวลคะนึงเริ่มเอ่อล้นออกมาชโลมใน ถ้ำสวาท ของนางจนเปียกเยิ้มโดยมิอาจขัดขืนต่อสัญชาตญาณร่างกายได้อีกต่อไป
เทียนอวี้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้นได้อย่างชัดเจน เขายิ้มอย่างผู้ชนะในขณะที่มือข้างหนึ่งเลื่อนลงต่ำ ลูบไล้ผ่านหน้าท้องแบนราบของนาง ก่อนจะสอดเข้าไปใต้ชายผ้าที่เหลืออยู่ มือของเขาเจอกับความเปียกชื้นนั้นทันที นิ้วเรียวกรีดผ่านร่องกลีบเนื้อนุ่มที่กำลังบวมเป่งด้วยความกระหาย รู้สึกถึงน้ำหล่อลื่นที่ไหลเยิ้มออกมาจนชุ่มนิ้ว เขาหัวเราะเบาๆ ขณะที่นิ้วกลางสอดเข้าไปในถ้ำอุ่นนั้นอย่างช้าๆ วนเวียนััผนังเนื้อนุ่มที่กำลังหดเกร็งรอบนิ้วของเขา “ดูสิฮูหยิน... ร่างกายท่านซื่อสัตย์ยิ่งกว่าจิตใจเสียอีก มันกำลังต้อนรับข้าอย่างอบอุ่นเชียวล่ะ”
หย่งชิงกัดฟันกรอด พยายามขืนตัวหนีแต่ไร้ผล นิ้วของเขากำลังชอนไชเข้าไปลึกขึ้น ััจุดเสียวภายในที่ทำให้สะโพกของนางยกขึ้นโดยอัตโนมัติ ความเสียวซ่านแผ่ซ่านราวกับคลื่นซัดสาด เขาเพิ่มนิ้วอีกนิ้วหนึ่งเข้าไป ขยับเข้าออกอย่างมีจังหวะ ช้าๆ แล้วเร็วขึ้นทีละน้อย จนเสียงน้ำดังแฉะๆ ดังขึ้นในห้องอันเงียบสงัด นางรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่กำลังก่อตัวขึ้นในส่วนลึก ร่างกายทรยศด้วยการหดเกร็งรอบนิ้วของเขา ราวกับจะดูดกลืนมันเข้าไปให้ลึกยิ่งกว่าเดิม
"อ๊ะ... หยุด... เ้า..." นางครางแ่เบา เสียงที่ออกมาราวกับคำอ้อนวอนมากกว่าคำห้ามปราม เทียนอวี้ไม่ฟัง เขาโน้มตัวลงไปใกล้ใบหูของนาง กระซิบด้วยน้ำเสียงห้าวหาญ "คืนนี้ ข้าจะทำให้ท่านลืมสามีเก่าไปเสียสิ้น ฮูหยิน... ท่านจะได้รู้ว่าความสุขที่แท้จริงมันเป็เช่นไร"
จากนั้น เขาถอดเสื้อผ้าของตนเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำที่เต็มเปี่ยมด้วยพละกำลังวัยหนุ่ม อวัยวะเพศที่แข็งชันตั้งตระหง่านราวกับหอกเหล็กยาวใหญ่ สีแดงก่ำด้วยความหื่นกระหาย เขาจับขาของนางแยกออกกว้าง แล้วกดตัวลงมาแนบชิด ปลายอวัยวะนั้นัักลีบเนื้อเปียกชื้น ก่อนจะผลักดันเข้าไปอย่างช้าๆ แต่หนักแน่น ถ้ำสวาทของนางที่ไม่ได้ัับุรุษมานานหดเกร็งรอบมันทันที รู้สึกถึงความใหญ่โตที่กำลังยืดขยายผนังเนื้อภายในจนตึงแน่น เสียวแปลบราวกับถูกแทงทะลุ
“อ๊าาา!” หย่งชิงร้องครวญออกมาโดยไม่ตั้งใจ เมื่อเขาดันเข้าไปจนสุดลำ ความรู้สึกเต็มอิ่มนั้นทำให้ร่างกายนางสั่นสะท้าน เขาเริ่มขยับสะโพกเข้าออกอย่างช้าๆ ก่อน แล้วเร่งจังหวะขึ้นทีละน้อย ทุกครั้งที่กระแทกเข้าไปลึกสุด มันััจุดเสียวภายในที่นางไม่เคยรู้มาก่อน ทำให้คลื่นความสุขซัดสาดเข้ามาจนจิตใจพร่าเลือน มือของเขาเอื้อมขึ้นไปบีบเค้นทรวงอกอีกครั้ง ขณะที่ปากประกบลงบนริมฝีปากของนาง ดูดกลืนลิ้นของนางเข้าไปในปากอย่างหิวโหย
การเคลื่อนไหวนั้นดำเนินไปอย่างยาวนาน ราวกับจะไม่จบสิ้น เทียนอวี้เปลี่ยนท่วงท่าหลายครั้งเพื่อรีดเร้นความสุขจากร่างกายนางให้มากที่สุด เริ่มต้นด้วยท่า "ัทะยานเมฆา" ที่เขาอุ้มร่างนุ่มนิ่มของนางขึ้นมาในอ้อมแขนแข็งแกร่ง ราวกับัที่กำลังโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ขาของนางพันรอบเอวของเขาเพื่อยึดเหนี่ยว ขณะที่เขายืนหยัดและกระแทกสะโพกขึ้นอย่างทรงพลัง ทะลวงเข้าไปในถ้ำสวาทของนางจากด้านล่าง ทุกการขยับเขยื้อนทำให้ร่างนางสั่นสะท้านราวกับถูกพายุพัดกระหน่ำ มือของเขากุมสะโพกกลมกลึงเพื่อควบคุมจังหวะ ความใหญ่โตของอวัยวะเพศยืดขยายกลีบเนื้อจนตึงแน่น น้ำหล่อลื่นไหลเยิ้มลงตามต้นขาของทั้งคู่ “ฮูหยิน... ท่านช่างรัดรึงข้าเสียจริง ราวกับไม่ยอมปล่อยัตัวนี้ให้รอดไปได้!” เขากระซิบพลางกัดฟันกรอดด้วยความสุขสม ในใจของหย่งชิงพลุ่งพล่านไปด้วยความขัดแย้งอันรุนแรง ฤทธิ์ผงนิทราสลายจิตทำให้ร่างกายนางอ่อนปวกเปียกเคลื่อนไหวไม่ได้แม้แต่น้อย ทว่ารู้สึกถึงคลื่นความเสียวซ่านที่ซัดสาดเข้ามาราวกับพายุคลั่ง ทำให้นางอยากครางออกมาด้วยความสุขสม แต่ในขณะเดียวกัน ศักดิ์ศรีในฐานะแม่ม่ายผู้สูงศักดิ์และความอัปยศที่ถูกหลานศิษย์รังแกเช่นนี้กลับกัดกินจิตใจนางราวกับมีดกรีด นางเกลียดชังตนเองที่ร่างกายทรยศตอบสนองต่อััอันหยาบช้าของเขา ‘ข้าไม่ควร... นี่มันอัปยศยิ่งนัก แต่... ทำไมมันถึงเสียวซ่านเช่นนี้!’ นางคิดในใจทั้งน้ำตาไหลพราก
จากนั้น เขาพานางไปยังผนังห้องเพื่อเปลี่ยนเป็ท่า "สกุณาพิงกิ่งหลิว" โดยกดรางของนางให้พิงกำแพงไม้เย็นเฉียบ ราวกับนกตัวน้อยที่อ่อนแรงซบอิงกับต้นหลิวที่แข็งแรง เขายืนประจันหน้าและยกขาข้างหนึ่งของนางขึ้นพาดบ่า ก่อนทะลวงเข้าไปอย่างเร่าร้อน ท่วงท่าที่อ่อนช้อยแต่แฝงความดุดันทำให้นางรู้สึกเสียวซ่านแผ่ซ่านจากจุดเชื่อมต่อไปยังทั่วราง มือของเขาลูบไล้แผ่นหลังนุ่มนวลเพื่อยึดรางนางให้แนบชิด ทุกการกระแทกทำให้หน้าอกคู่งามเด้งกระเพื่อมตามจังหวะ ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาพ่นรดใบหู “ท่านช่างอ่อนโยนดั่งสกุณา แต่ภายในกลับร้อนรุ่มยิ่งนัก... ข้าจะทำให้ท่านร้องเพลงแห่งความสุขคืนนี้เอง!” จิตใจของหย่งชิงถูกฉีกกระชากระหว่างความสุขทางกายที่ท่วมท้นกับความอัปยศอดสูที่กัดกิน ฤทธิ์ยาทำให้นางไม่อาจผลักไสหรือขืนตัวหนีได้แม้สักนิด ทว่านางรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านจากส่วนลึก ทำให้ถ้ำสวาทหดเกร็งรอบอวัยวะของเขาอย่างไม่อาจควบคุม แต่ในใจนางกลับะโร้องด้วยความสิ้นหวัง ‘ข้าเป็ใครกัน... หญิงม่ายไยต้องยอมให้เด็กหนุ่มเช่นนี้ย่ำยี แต่... ความเสียวซ่านนี้มันช่างทำให้ข้าลืมเลือนทุกอย่าง!’ นางกัดริมฝีปากจนเืซึมเพื่อกลั้นเสียงครางที่อยากหลุดออกมา
ไม่นานนัก เขาจับนางหมุนตัวเพื่อเข้าสู่ท่า “กวางเหลียวหลัง” โดยให้รางนางยืนก้มตัวลงเล็กน้อย ราวกับกวางน้อยที่น้อมตัวดื่มน้ำแล้วเหลียวมองกลับมาด้านหลัง เขายืนจากเื้ัและกุมเอวบางของนางไว้แน่น ก่อนทะลวงเข้าไปลึกสุดโคน ท่วงท่านี้เน้นเส้นโค้งเว้าของรางกายนางที่โก่งตัวรับการบุกรุก มือข้างหนึ่งของเขาลูบไล้สะโพกกลมกลึง ขณะที่อีกข้างเอื้อมไปบีบเค้นยอดถันจากด้านหน้า ทุกการกระแทกจากด้านหลังทำให้จุดเสียวภายในถูกััอย่างรุนแรง นางเบือนหน้าหลบด้วยความอับอาย แต่รางกายกลับยกสะโพกขึ้นตอบรับโดยอัตโนมัติ “ดูสิฮูหยิน... ท่านกำลังเหลียวมองกลับมาหาข้าเองไม่ใช่หรือ? ความสุขเช่นนี้ สามีเก่าท่านคงไม่เคยมอบให้ได้!” เขาหัวเราะพลางเร่งจังหวะจนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่น ในห้วงจิตของหย่งชิง ความขัดแย้งยิ่งทวีคูณ ฤทธิ์ยาทำให้นางเคลื่อนไหวไม่ได้แม้แต่จะหันหน้ามาเผชิญหน้า ทว่ารางกายที่ถูกทะลวงจากด้านหลังกลับส่งคลื่นเสียวซ่านราวกับไฟลุกโหม ทำให้จุดลึกภายในหดรัดเขาแน่นยิ่งขึ้น แต่ศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำและความอัปยศที่ถูกใช้เป็เครื่องสนองตัณหาเช่นนี้กลับทำให้ใจนางแตกสลาย 'ข้าต้องไม่ยอม... นี่มันชั่วช้ายิ่งนัก แต่ทำไมรางกายข้าถึงทรยศเช่นนี้ ข้าอยากตายเสียยังดีกว่า!' นางคิดพลางร้องไห้เงียบๆ ภายในใจ
สุดท้าย เขาพลิกตัวนางกลับมาประจันหน้าเพื่อปิดฉากด้วยท่า “กระเรียนคู่ระบำจันทร์” โดยทั้งคู่ยืนสง่าตรงกันข้าม ราวกับนกกระเรียนสองตัวที่เกาะเกี่ยวกันอย่างสมดุลภายใต้แสงจันทร์ เขายกขาข้างหนึ่งของนางขึ้นพันรอบเอวอีกครั้ง ขณะที่สบตาลึกซึ้งกับดวงตาที่พร่ามัวของนาง ก่อนทะลวงเข้าไปช้าๆ แต่หนักแน่น ท่วงท่าที่มั่นคงนี้ทำให้ทั้งคู่รู้สึกถึงการเชื่อมต่อที่ลึกซึ้ง ทุกการขยับเขยื้อนราวกับการระบำที่ประสานกัน มือของเขากุมแผ่นหลังนางเพื่อดึงรางให้แนบชิดยิ่งขึ้น ปากประกบจูบอย่างหิวโหย ขณะที่สะโพกกระแทกเข้าออกจนคลื่นความเสียวซ่านพุ่งสูงสุด ในที่สุด เขาปลดปล่อยน้ำรักร้อนผ่าวเข้าไปในกายนางอย่างชุ่มโชก ขณะที่นางเองก็ถึงจุดสุดยอดโดยไม่อาจห้ามปราม รางกายหดเกร็งรอบอวัยวะของเขา ปล่อยน้ำหล่อลื่นออกมาจนชุ่มเยิ้ม ในห้วงเวลานั้น จิตใจของหย่งชิงถูกฉีกขาดเป็เสี่ยงๆ ฤทธิ์ยาทำให้นางเคลื่อนไหวไม่ได้แม้จะอยากผลักเขาออกไป ทว่ารางกายที่ถึงจุดสุดยอดกลับทำให้ความเสียวซ่านทะลักทะลายราวกับน้ำป่าไหลหลาก แต่ความอัปยศและการสูญเสียศักดิ์ศรีที่ถูกบังคับให้เสพสุขกับผู้ต่ำต้อยกว่าเช่นนี้กลับทำให้ใจนางเ็ปยิ่งกว่ามีดแทง ‘์... ข้าทำบาปหนักหนาเพียงใดกัน แต่ความสุขนี้... มันช่างทำให้ข้าลืมตัวเอง!’ นางคิดในใจทั้งโกรธแค้นและสิ้นหวัง
หลังจากนั้น หย่งชิงนอนนิ่งด้วยความอ่อนเพลีย ท่ามกลางความอับอายและความสุขที่ปะปนกัน เทียนอวี้ยิ้มอย่างพอใจ ขณะที่กอดรางนุ่มนั้นไว้แน่น “นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น ฮูหยิน... คืนนี้ยังอีกยาวไกล”