หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

กำราบ

"ท่านพ่อเดี๋ยวข้าจัดการเอง ท่านถอยไปก่อน"

 

"แต่!"

 

"ท่านพ่อเชื่อข้า ข้าสามารถจัดการได้"

 

เมื่อบทสนทนานี้สิ้นสุดลง เซียนมู่หรงคลายชุดเกราะแล้วบินกลับลงไป บนท้องนภาตอนนี้นี้ลั่วอู่หลินยืนตระหง่านด้านตรงข้ามคือผู้อาวุโสสิบคนที่มีตบะเทพราชันขั้นปลายไปจนถึงเทพจักรพรรดิ

 

ด้านล่างของตระกูลตอนนี้นั้นมีผู้คนมากมายมามุงดูด้วยความสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกัน แม้แต่ตระกูลวิหคเพลิงอมตะที่ตอนนี้มีการจัดตั้งตระกูลอยู่ข้างๆก็ยังต้องพากันมาสังเกตุการณ์ด้วยความสนใจ

 

"เลือกมาว่าจะตายแบบไหน"ลั่วอู่หลินยืนตระหง่านอย่างไม่หวั่นเกรง

 

เหล่าผู้อาวุโสที่ได้ยินก็ถึงกับกำหมัดแน่น เมื่อมองไปยังลั่วอู่หลินที่อยู่ในสภาพไม่ทุกข์ไม่ร้อน พวกเขาก็ระเบิดพลังด้วยความโกรธเกรี้ยวออกมาในทันใด

 

'เลือกมาว่าจะตายแบบไหน'อย่างนั้นหรือ สำหรับพวกเขาแล้ว คำพูดนี้เมื่อมันออกจากปากของลั่วอู่หลินมันช่างดูหยิ่งผยองเสียจริงๆ หากวันนี้พวกเขาไม่ได้สั่งสอนเจ้าเด็กนี่ให้รู้จักมารยาท ก่อนฆ่าให้ตาย คงจะไม่สามารถดับความโกรธเกรี้ยวนี้ได้เป็นแน่แท้

 

ราชามังกรอัสนีบาตที่มีสายฟ้าสีม่วงสิบตนปรากฏขึ้นมา จากนั้นก็กลายเป็นชุดเกราะให้พวกผู้อาวุโสในทันใด ลั่วอู่หลินยิ้มเยาะแต่ยังไม่เคลื่อนไหวใดๆและรอให้อีกฝ่ายลงมือ

 

"เด็กน้อยถ้าจะโทษก็โทษโชคชะตาของเจ้าเสียเถอะ ที่ดันเกิดมามีตัวอัปมงคลอย่างราชามังกรอัสนีบาตทรราชอยู่ในร่างกาย"

 

ผู้อาวุโสคนหนึ่งเค้นเสียงเย็นและพุ่งเข้ามาหาลั่วอู่หลินด้วยควาเร็วสูงจนเห็นเป็นลิ่วสายฟ้า หมัดที่เต็มไปด้วยอัสนีบาตสีม่วงถูกต่อยออกมาด้วยจิตสังหารที่มากมายเหลือล้นตรงไปยังหัวของลั่วอู่หลินอย่างไร้ปรานี

 

"หึ!"

 

ชายหนุ่มเค้นเสียงเย็นและหลบหมัดนั้นอย่างง่ายดาย ต่อมาหมัดที่เต็มไปด้วยพลังปราณแห่งการทำลายล้างพุ่งสวนกลับไป จนผู้อาวุโสคนนั้นถึงกับดวงตาเบิกกว้าง ไม่สามารถที่จะหลบหรือป้องกันได้ทัน หมัดนั้นจึงพุ่งเข้าไปทะลุอกของผู้อาวุโสคนนั้นในทันที

 

ลั่วอู่หลินชักมือออกมาจากอกของอีกฝ่ายและกระโดดเตะจนผู้อาวุโสคนนั้นลอยกระเด็นออกไป พร้อมกับสบัดคราบเลือดในมือราวกับไม่อยากให้มันสกปรกอย่างไรอย่างนั้น

 

"น้องสิบ!!"

 

ผู้อาวุโสทุกคนพากันอุทาน ดวงตาเผยให้เห็นถึงความตกตะลึงและไม่ยากจะเชื่อในสายตา ผู้อาวุโสคนเมื่อครู่นั้นคือผู้อาวุโสที่สิบ แม้จะมีตบะที่น้อยที่สุดในที่นี้แต่ก็นับเป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง ทว่ากลับถูกจัดการได้ง่ายๆ ภายในหมัดเดียว นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!

 

"เหอะ มีดีแค่คำพูด"ลั่วอู่หลินกล่าว เขาไม่รอให้อีกฝ่ายลงมืออีกแล้วเพราะมันน่าเบื่อเกินไป ชายหนุ่มไม่คิดให้อีกฝ่ายเอ่ยคำใดออกมาก็พลันผสานมือเรียกใช้ทักษะบัญชามังกร ทำให้เหนือหัวของเหล่าผู้อาวุโสมีสัญลักษณ์มังกรสีทองปรากฏออกมาส่องแสงปกคลุมตัวของเหล่าผู้อาวุโสเอาไว้

 

"อะไรกัน! ขยับร่างกายไม่ได้"

 

เหล่าผู้อาวุโสพากันตื่นตระหนกตกใจ ภายใต้สัญลักษณ์สีทองนี้ดวงจิตอสูรเทวะของพวกเขาราวกับสั่นเทาเพราะความหวาดกลัวอะไรบางอย่าง

 

ลั่วอู่หลินค่อยๆเดินไปบนอากาศช้าๆ ทุกๆก้าวของเขานั้นชุดเกราะสีทองอร่ามค่อยๆเผยออกมาทีละส่วนๆจนในที่สุดมันก็ปกคลุมทั่วทั้งร่างกายของชายหนุ่มพร้อมกับปีกด้านหลังที่สยายออกมาแผ่ออร่าระดับเทพจักรพรรดิอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ผู้คนทั่วทั้งบริเวณเริ่มพากันตื่นตระหนกตกใจ

 

"ต่อหน้าพระเจ้าของเหล่ามังกร กะอีแค่มนุษย์ที่มีพลังของราชามังกรจะไม่ต่อต้านได้อย่างไร ผู้อาวุโสที่น่าสงสาร พวกเจ้าก่อศัตรูผิดคนเสียแล้ว"เฟยหรงที่นั่งดูสถานการณ์บนกำแพงตระกูลที่เดิมกล่าวออกมาด้วยความเวทนาและเห็นใจ

 

ลั่วอู่หลินตอนนี้แผ่พลังและจิตสังหารออกมามากมายราวกับจะปิดฟ้าได้ เขาเดินมาถึงยังเบื้องหน้าของเหล่าผู้อาวุโสในมือปรากฏหอกลวดลายมังกรสีเงินระดับสวรรค์ จากนั้นก็ใช้มันชี้ไปยังผุ้อาวุโสคุมกฏที่อยู่เบื้องหน้า

 

"มีอะไรจะสั่งเสียหรือไม่!"

 

น้ำเสียงเย็นยะเยือกดังกังวานไปทั่วทั้งตระกูล ผู้อาวุโสคุมกฏที่ได้ยินเช่นนั้นดวงตาก็พลันสั่นสะท้าน ใบหน้าซีดเผือด แต่ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา

 

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีอะไรจะพูด ลั่วอู่หลินเตรียมง่างหอกแทงไปยังผู้อาวุโสคุมกฏ แต่ทว่าทันใดนั้นเองเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งก็พลันตะโกนเสียงสั่นออกมาจากทางด้านหลังของเขา

 

"เมตตาด้วย ได้โปรดๆ"

 

ลั่วอู่หลินหยุดชะงัก และหันไปมองปรากฏว่าเป็นหญิงสาวผู้แสนงดงามนางหนึ่งซึ่งเขาเองก็เคยเห็นหน้า เพราะนางเคยติดตามพี่สาวของเขาไปยังดินแดนบรรพบุรุษ

 

"หืม เป็นเจ้าอีกแล้ว ช่างชอบมาขัดข้าเสียจริง ทำไมคราวนี้มีอะไรอีกล่ะ?"ลั่วอู่หลินกล่าวถามอย่างเมินเฉย

 

หญิงสาวนางนั้นหรือเซียนจีเหยาคุกเข่าลงในทันทีท่ามกลางนภากาศ "ได้โปรดอย่าฆ่าพ่อของข้า ข้าขอร้อง หากท่านต้องการชีวิตของเขาได้โปรดเอาชีวิตของข้าไปแทนได้"

 

"จีเหยาอย่าพูดอะไรเหลวไหล กลับไปซะ!!"ผู้อาวุโสกุมกฏพยายามกล่าวออกมา เพื่อให้ลูกสาวออกจากตรงนี้ไป

 

"เหอะ นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน พวกผู้อาวุโสที่น่ารังเกียจ อ้างกฏตระกูล อ้างทำเพื่อตระกูล ในการสังหารข้า ทำให้ข้าต้องพลัดพรากจากบิดามารดาตั้งแต่เด็ก ถามหน่อย ข้าควรให้อภัยพวกมันหรือไม่"

 

"อีกทั้งชีวิตเจ้าก็หาได้มีค่าอันใด ข้าจะฆ่าทั้งเจ้าทั้งพวกมันก็ได้ เจ้าถือสิทธิ์อะไรที่จะมาต่อรองกับข้ากัน"ลั่วอู่หลินตวาดลั่ว แล้วหันกลับไปยังเหล่าผู้อาวุโสพวกนั้นและง่างหอกสุดแขน

 

"ไม่!!!"

 

"หมับ!"

 

ลั่วอู่หลินแทงอย่างไม่ลังเลใจ แต่ทว่าในตอนนั้นเองเซียนเจียงเฉินก็พุ่งเข้ามาหาเขาแล้วจับหอกเอาไว้ก่อนที่มันจึงถึงลำคอของผุ้อาวุโสคุมกฏ

 

"ท่านปู่! แม้แต่ท่านก็คิดขวางข้า"ลั่วอู่หลินเอ่ยปากถาม

 

เซียนเจียงเฉินส่ายหน้า "พวกเขาสมควรได้รับโทษจริง แต่ต้องไม่ใช่ความตาย เพราะถึงอย่างไรการสูญเสียพวกเขาไปตอนนี้ก็จะทำให้ตระกูลของเราวุ่นวายและอ่อนแอลง หลินหลิน เห็นแก่ปู่สักครั้ง ในฐานะผู้นำตระกูลแล้วปู่จะให้หลานฆ่าพวกเขาไม่ไได้จริงๆ"

 

เซียนเจียงเฉินเผยใบหน้าจริงจัง ใครจะคิดกันล่ะว่าหลานของเขาจะเก่งกาจถึงขนาดสยบผู้อาวุโสจนขยับไม่ได้เช่นนี้ ในฐานะของปู่แล้วเซียนเจียงเฉินดีใจมากที่เห็นหลานชายของตนเองเก่งกาจ แต่ในฐานะของผู้นำตระกูลสถานการณ์เช่นนี้เขาย่อมต้องห้ามจริงๆ และยิ่งในช่วงสงครามเช่นนี้ด้วย การเสียระดับเทพจักรพรรดิเกือบสิบคนย่อมไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน

 

"ก็ได้ขอรับ แต่ช่วยกำชับคำสั่งด้วยว่าอย่าให้พวกเขามายุ่งกับข้าอีก ส่วนผู้อาวุโสอีกคนที่ถูกข้าต่อยตัวทะลุไปนั้นมันก็ยังไม่ตาย ข้าหลีกเหลี่ยงจุดสำคัญเอาไว้แล้ว"กล่าวจบชายหนุ่มก็หันหน้าไปมองเซียนจีเหยาอีกคราและบินลงด้านล่างไป โดยไม่สนใจสายตานับหมื่นนับแสนที่มองมายังตน

คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน