หลังจากลำธารความฝันกลับมาสงบ
ชื่อของนัค นักประดิษฐ์ก็ถูกพูดถึงในหมู่บ้านภูตจิ๋วบ่อยขึ้น ไม่ใช่ด้วยความยิ่งใหญ่
แต่ด้วยความอบอุ่น
เย็นวันหนึ่งขณะนัคกำลังจัดเรียงเฟืองใบไม้หน้าบ้าน
ก็มีเงาเล็กๆ สองเงายืนลังเลอยู่หลังเห็ดแดงดอกใหญ่
“เอ่อท่านนัคครับ”
เสียงแ่เหมือนลมพัดผ่านหญ้า
นัคหันไปเห็นภูตจิ๋วตัวน้อยสองตน
ตนหนึ่งชื่อลิลู ชอบวาดรูปด้วยน้ำค้าง
อีกตนชื่อโบ เก่งฟังเสียงของสิ่งของแม้แต่ก้อนหินก็เล่าเื่ให้เขาฟังได้
“พวกเราอยากเรียนการประดิษฐ์ครับ”
ลิลูพูดตาเป็ประกาย
“ไม่ใช่เพื่อสร้างของใหญ่โตนะครับแต่อยากช่วยหมู่บ้านเหมือนที่ท่านทำ”
นัคยิ้มกว้าง
“งั้นพวกเ้ามาเป็ลูกศิษย์ของฉันเถอะ แต่ต้องสัญญานะการประดิษฐ์ต้องเริ่มจากการฟัง”
คืนนั้นโรงประดิษฐ์เล็ก ๆ ของนัคมีแสงสว่างอบอุ่นกว่าที่เคย
นัคสอนให้ลิลูวาดแบบด้วยกลีบดอกไม้
และให้โบหลับตาฟังเสียงเฟืองก่อนจะหมุนมัน
ครั้งแรกเครื่องมือสั่น เสียงดัง และล้มแผละ
ลูกศิษย์ทั้งสองหน้าแดงนัคหัวเราะเบา ๆ
“ความผิดพลาดคือครูคนแรกของนักประดิษฐ์” เขาพูดอย่างอ่อนโยน
หลายคืนผ่านไป
ทั้งสามช่วยกันสร้างกล่องปลอบฝัน
กล่องเล็กๆ ที่เมื่อเปิด จะส่งเสียงเพลงเบา ๆ จากหยดน้ำค้าง
เอาไว้ให้เด็กภูตที่กลัวฝันร้าย
คืนแรกที่กล่องถูกใช้
เด็กภูตหลับพร้อมรอยยิ้ม
ลิลูกับโบมองผลงานของตนด้วยตาที่สั่นไหวด้วยความดีใจ
นัควางมือเล็กๆ บนบ่าลูกศิษย์
“จำไว้นะ พวกเ้าอาจจะยังเล็ก
แต่สิ่งที่พวกเ้าสร้างสามารถทำให้ใครสักคนหลับสบายขึ้นได้”
ใต้แสงหิ่งห้อย
ลูกศิษย์ภูตจิ๋วทั้งสองนั่งฟังเสียงลำธาร
และฝันถึงวันที่พวกเขาจะได้สอนคนอื่นต่อไป
หมู่บ้านภูตจิ๋วในคืนนั้น ไม่เพียงมีแสงสว่าง
แต่มีความรู้ที่ถูกส่งต่ออย่างอ่อนโยนลอยอยู่ในอากาศ