ตอนที่ยี่สิบสี่ Unification War7
“ท่านจักรพรรดินำแสงสว่างมาสู่พวกเราที่เคยป่าเถื่อนพวกเราในวันนี้ยังคงรำลึกถึงท่านอยู่เสมอ”
ตูยังไม่ตายไม่ต้องบรรยายอย่างนั้นก็ได้
แต่ก็อาจจะใช่
เมื่อผมตัดสินใจรับเอามนุษย์อ่อนแอมาอยู่ในก๊กของตนเอง
ผมก็ได้สแปมสิ่งอำนวยความสะดวกอาหารเสื้อผ้าต่างๆ
แม้แต่สร้างโรงละครโอเปร่า Opera House หรือ Art School โรงเรียนศิลปะ
เพื่อปั๊มค่าวัฒนธรรมที่มีอยู่สูงกว่า
ก็เป็แผนของผมอย่างหนึ่งด้วย
ปั๊มยูนิทไปทางสายนักดนตรี นักร้องนักวิชาการเอาไว้
เวลาพวกเขาฏอาวุธจะได้ยังอยู่ในมือผมคนเดียว
แผนนี้อาจจะผิดพลาดได้หากมีคนมาโจมตีผมก่อนที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆสำเร็จ
แต่พวกรัฐบริวาร Vassal State
ที่ผมรับพวกเขาไว้รายล้อมผมให้เหมือนกับไข่ขาวที่ล้อมรอบไข่แดง
ด้วยเทคนิคการทูตแบบกวนโอ๊ยของผม
ผมทำสัญญาให้ศัตรูของรัฐบริวารของผมมาเป็อีกหนึ่งในรัฐบริวารของผม
โดยการทำลายสัญญาร่วมมือกันทางทหารMilitary Aid ระหว่างผมกับรัฐบริวารของผม
ซึ่งผมสั่งให้พวกเขามาช่วยผมได้อยู่แล้วในฐานะรัฐศูนย์กลาง
ยิ่งพวกเขาเกลียดรัฐบริวารของผมมากเท่าไร
ศัตรูของรัฐบริวารของผมก็ดีใจมากเท่านั้นที่จะได้ทำสัญญาที่ทำให้รัฐบริวารของผมอ่อนแอลง
ทำให้พวกเขายอมทำสัญญาบ้าบ้าบอบออย่างการยอมเป็รัฐบริวารของผมทั้งที่แค่พวกเขาเกลียดรัฐบริวารอื่นของผมมากกว่าที่พวกเขาเกลียดผมเท่านั้นเอง
เอากับเขาสิ
อาจจะเป็อย่างที่มีคนวิเคราะห์ว่านี่อาจจะเป็เื่ที่สมจริงที่สุดในระบบเกมส์นี้แล้ว
ว่าคนเราไม่้าที่จะได้ดีมากกว่าคนอื่นมากไปกว่าเห็นคนอื่นได้ดีกว่าเรา
เราจะยอมลำบากเป็ลูกน้องคนอื่นได้สารพัดขอเพียงอย่าให้ศัตรูของเราได้ดีไปกว่าเราก็พอแล้ว
“ด้วยการเจรจาของท่านจักรพรรดิทำให้พอเริ่มมีกลุ่มป่าเถื่อนต่างๆเริ่มสวามิภักดิ์ก็มีกลุ่มป่าเถื่อนอื่นๆสวามิภักดิ์ตามเมื่อเห็นอำนาจบารมีของท่านจักรพรรดิ”
ท่าทางตามสายตาของคนโลกนี้มองที่ผมสามารถทำให้พวกกลุ่มรอบข้างของผมกลายเป็ประเทศบริวารได้จำนวนเพราะเหตุนี้สินะนี่?
อธิบายว่าเป็ความสามารถและเสน่ห์ของผมมากกว่าสถานการณ์ทางการเมืองของ่ยุคนั้น
ข้อดีของการที่มีแต่ละฝ่ายมาสวามิภักดิ์ทำให้เทคโนโลยีจากกล่องดำไหลเข้ามาหาผมไม่หยุด
นี่คือข้อดีของการที่สามารถปราบกลุ่มอื่นๆได้ว่าเราจะสามารถมีอาวุธเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆหากยิ่งได้ปราบหลายๆกลุ่ม
และผมทำได้ดีกว่านั้นเพราะมีฐานทัพผลิตอาวุธและฐานในการวิจัย
ที่ผมทำให้ตนเองสามารถผลิตอาวธทันสมัยมากกว่ากลุ่มอื่นๆได้จำนวนมากและยังหลากหลายทั้งการรบบนดินและบนฟ้า
ในขณะที่มีกลุ่มพวกคนป่าเถื่อนในทุ่งหญ้าที่ขี่มอเตอร์ไซค์แบบหมัดเทพเ้าดาวเหนือมาโจมตีผม
ผมก็ส่งกองทัพอากาศไปโจมตีพวกเขาและยึดมอเตอร์ไซค์กับเทคโนโลยีของพวกเขากลับมา
หึ หึ หึ อยการู้เหมือนกันว่าจะผลิตอาวุธมาทรยศเราได้อย่างไรหากพวกเ้าไม่มีโลหะAlloy กับ แอลกอฮอล์ Alcohol
ทำให้ผมสามารถพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วในรูปแบบของการสร้างรัฐบริวารและค่อยๆIntegrate ผนวกรวม
รวมรัฐบริวารมาได้เรื่อยๆหลังจากที่ผมเริ่มถึงขีดจำกัดของจำนวนที่จับเป็รัฐบริวารได้
แต่ในทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่มีกลุ่มต่างๆมากมาย
ไม่มีกลุ่มไหนที่จะสามารถเอาชนะกลุ่มระดับเดียวกันห้ากลุ่มได้พร้อมกัน
การศึกคือจำนวน
มันเป็เหตุผลเช่นนี้เอง
ดังนั้นขีดจำกัดในการจับรัฐอื่นๆมาเป็รัฐบริวารของผมคือระบบการเมืองและพลังทางการเมืองนั่นเอง
ว่าจะจับรัฐบริวารได้มากเท่าใดและสามารถผนวกรวบรวมรัฐบริวารต่างๆได้เร็วเท่าไร
หมายความวว่าโดยส่วนใหญ่แล้วหากไม่ได้ปรับปรุงอาวุธและสร้างเครื่องจักรามากขึ้น
ผมก็เน้นไปทางสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก
ห้องสมุด Library
พิพิธภัณฑ์ Museum
โรงยิม Gymnasium
จนผมนึกว่าเล่นเกมส์วางแผนสร้างเมืองมากกว่าเกมส์า
แต่นี่ล่ะคือการเมืองที่ได้ผลของจริงล่ะ
เราจะเปลืองชีวิตคนของเราทำไมในเมื่อเราควบคุมเงินและทรัพยากรที่สำคัญทำให้คนอื่นยอมไปตายแทนเราได้?