ชายจากป่ายังคงยืนอยู่เบื้องหน้าขบวน
สายตาของเขาจับจ้องไปยังเกวียนคันที่สอง
ไม่มีใครพูดอะไรอยู่หลายวินาที
ลมเย็นพัดผ่านถนนบนเนินเขา
นัทมองชายคนนั้น ก่อนเหลือบกลับไปยังลังไม้ที่ถูกปิดสนิท
ของในนั้นคืออะไรกันแน่?
ตั้งแต่รับภารกิจมา ใบงานของกิลด์ระบุเพียงว่าเป็นสินค้าที่ต้องนำไปส่ง
ไม่มีรายละเอียดมากกว่านั้น
และพวกเขาก็ไม่ได้คิดจะถาม
เพราะมันเป็นเพียงงานคุ้มกันธรรมดา
อย่างน้อย...
พวกเขาเคยคิดแบบนั้น
“พวกนายเป็นใคร?”
มาร์โกถาม
ชายจากป่าไม่ตอบทันที
เขากวาดสายตามองนักล่าที่อยู่รอบขบวน ก่อนหยุดที่นัท
“คนที่ไม่อยากเห็นของชิ้นนั้นไปถึงเมือง”
นัทขมวดคิ้ว
“เพราะอะไร?”
“เพราะมันไม่ควรอยู่ในมือของพวกเจ้า”
นักล่าถือหอกหัวเราะ
“พูดอย่างกับเป็นเจ้าของ”
ชายคนนั้นหันไปมอง
“ถ้าพวกเราต้องการมันเพราะอยากได้ เราคงไม่มายืนพูดกับพวกเจ้า”
“แล้วต้องการเพราะอะไร?”
ไม่มีคำตอบ
นัทเริ่มรู้สึกว่าคำพูดของอีกฝ่ายมีบางอย่างซ่อนอยู่
แต่สิ่งที่ทำให้เขาสนใจยิ่งกว่านั้น...
คือชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังขบวน
คนที่เขาเห็นเงาผิดปกติก่อนหน้านี้
ตอนนี้ชายคนนั้นกำลังมองลังเหมือนกัน
และสีหน้าของเขา...
ไม่เหมือนคนที่เพิ่งรู้เรื่อง
เหมือนกับว่าเขา รู้บางอย่างอยู่แล้ว
นัทหรี่ตา
“พี่”
มาร์โกหันมา
“อะไร?”
“ดูคนด้านหลัง”
มาร์โกเหลือบไปตามสายตา
ชายหนุ่มคนนั้นยังยืนอยู่เงียบ ๆ
“คนไหน?”
“เสื้อสีน้ำตาล”
มาร์โกมองอยู่ครู่หนึ่ง
“คนที่เงาแปลก ๆ?”
นัทพยักหน้า
“ใช่”
“ฉันก็สังเกตอยู่”
นัทไม่ได้ตอบ
เพราะตอนนี้มีสิ่งหนึ่งที่เขาแน่ใจแล้ว
ชายคนนั้นไม่ได้บังเอิญมาอยู่ในขบวน
“เปิดลัง”
เสียงหนึ่งดังขึ้น
ทุกคนหันไปมองเจ้าของขบวน
ชายวัยกลางคนที่เป็นผู้ว่าจ้างยืนอยู่ข้างเกวียน
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่มีเหตุผลต้องเปิด”
นัทมองเขา
“ถ้าอย่างนั้นก็บอกได้ไหมว่าข้างในคืออะไร?”
“สินค้า”
“สินค้าอะไร?”
“ของสำหรับเขตช่างฝีมือ”
นัทเงียบ
คำตอบนั้นไม่ได้ตอบอะไรเลย
มาร์โกก้าวเข้ามา
“ในใบงานไม่มีรายละเอียดของสินค้า”
เจ้าของขบวนเริ่มมีสีหน้าหงุดหงิด
“มันไม่ใช่เรื่องที่พวกเจ้าต้องรู้”
นัทหัวเราะเบา ๆ
“ถ้าเป็นแค่สินค้า ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงตามมา?”
ไม่มีใครตอบ
นัทจึงเริ่มเข้าใจว่า...
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนจากป่าเพียงอย่างเดียว
คนที่จ้างพวกเขาเองก็กำลังปิดบังบางอย่าง
ชายจากป่าก้าวออกมาอีกครั้ง
“พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องสู้”
เขามองนัทกับมาร์โก
“ส่งลังมา แล้วพวกเจ้าก็เดินทางต่อได้”
มาร์โกตอบทันที
“เราได้รับงานจากกิลด์”
“ข้ารู้”
“ถ้าอย่างนั้นนายก็น่าจะรู้ว่าพวกเราไม่สามารถส่งของให้ใครก็ได้”
ชายคนนั้นเงียบ
นัทกำลังจะพูดต่อ—
แต่ทันใดนั้น
ชายหนุ่มเสื้อสีน้ำตาลกลับก้าวออกมาจากขบวน
“พอเถอะ”
ทุกคนหันไปมอง
เขายืนอยู่ระหว่างทั้งสองฝ่าย
“ของนั้นไม่ควรไปต่อจริง ๆ”
เจ้าของขบวนหน้าซีด
“นายพูดอะไร?”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบ
เขามองไปยังลัง
“พวกเขาไม่ได้โกหก”
นัทขมวดคิ้ว
“หมายความว่าไง?”
ชายหนุ่มหันมามองนัท
“หมายความว่า...”
เขาหยุด
“คนที่จ้างพวกเจ้าไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด”
บรรยากาศเงียบลงทันที
นัทหันไปมองมาร์โก
มาร์โกเองก็ดูจริงจังขึ้น
แต่ก่อนที่ใครจะถามต่อ—
เสียง ครืด...
ดังขึ้นจากในลัง
ทุกคนหยุดนิ่ง
นัทมองลัง
“เสียงอะไร?”
เจ้าของขบวนถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“ไม่มีอะไร”
ครืด...
เสียงดังขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้ชัดเจนกว่าเดิม
เหมือนมีบางอย่าง...
ขยับอยู่ข้างใน
นักล่าหญิงยกธนูขึ้นทันที
“มีชีวิตอยู่ข้างใน?”
เจ้าของขบวนไม่ตอบ
ชายจากป่าก็เริ่มขยับ
“เปิดมัน”
“ไม่ได้!”
“ถ้าไม่เปิดตอนนี้ ทุกคนจะเดือดร้อน”
นัทมองชายคนนั้น
“นายรู้อะไร?”
ชายจากป่ามองเขา
“มากกว่าที่เจ้าคิด”
นัทถอนหายใจ
“ชอบพูดแบบนี้กันจริง ๆ”
เขาหันไปมองมาร์โก
“พี่”
“หือ?”
“ถ้าของข้างในเป็นอันตรายจริง เราควรเปิดไหม?”
มาร์โกเงียบไป
ก่อนตอบ
“ถ้าไม่เปิด เราก็ไม่รู้ว่ากำลังปกป้องอะไร”
นัทพยักหน้า
เขาหันไปหาเจ้าของขบวน
“เปิดลัง”
“ไม่ได้!”
“งั้นผมเปิดเอง”
เจ้าของขบวนรีบขวาง
นัทหยุด
สายตาของเขาเปลี่ยนไป
“ถ้าอย่างนั้น...”
มือของนัทเลื่อนไปแตะปืน
“เราคงต้องคุยกันใหม่แล้ว”
ในที่สุดเจ้าของขบวนก็ยอมถอย
มาร์โกเดินเข้าไปใกล้ลัง
ใช้มีดงัดตะปูตัวหนึ่งออก
จากนั้นเปิดฝาออกช้า ๆ
ทุกคนเตรียมอาวุธ
แต่สิ่งที่อยู่ข้างใน...
กลับไม่ใช่มอนสเตอร์
ไม่ใช่คน
และไม่ใช่อาวุธ
มันคือ ผลึกสีดำขนาดใหญ่
พื้นผิวของมันไม่เรียบ
เหมือนก้อนหินธรรมดา
แต่ภายในมีแสงบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ช้า ๆ
นัทจ้องมัน
“นี่คืออะไร?”
ไม่มีใครตอบ
มาร์โกก้มลงใกล้
“มันตอบสนองต่อพลัง”
นัทหันไปมอง
“รู้ได้ไง?”
มาร์โกยื่นมือเข้าไปใกล้
ผลึกเกิดแสงขึ้นทันที
เขารีบชักมือกลับ
“เห็นไหม?”
นัทจ้องผลึก
จากนั้นลองใช้พลังจิตเพียงเล็กน้อย
ทันทีที่พลังแตะผลึก—
วูบ!
แสงภายในก้อนผลึกสว่างขึ้น
นัทชักมือกลับทันที
หัวใจเต้นแรง
“มันตอบสนองต่อพลังจิตด้วย”
ชายจากป่าพูดขึ้น
“นั่นแหละเหตุผลที่เราต้องการมัน”
นัทหันไป
“แล้วมันคืออะไร?”
ชายคนนั้นมองผลึก
“สิ่งที่ไม่ควรหลุดออกจากพื้นที่นั้น”
“ชื่อ?”
“ข้ายังไม่คิดว่าพวกเจ้าควรรู้”
นัททำหน้าเซ็ง
“อีกแล้ว”
มาร์โกหัวเราะเบา ๆ
แต่แล้วชายหนุ่มเสื้อสีน้ำตาลก็เดินเข้ามา
“ข้ารู้”
ทุกคนหันไปมอง
ชายคนนั้นมองผลึก
“มันคือเศษแกนพลังของสิ่งมีชีวิตบางชนิด”
นัทชะงัก
“สิ่งมีชีวิต?”
“ใช่”
“แล้วมันอยู่ในนั้น?”
ชายหนุ่มส่ายหน้า
“ไม่”
เขามองเงาของตัวเอง
เงาดำใต้เท้าขยับเล็กน้อย
“มันเคยอยู่”
นัทจ้องภาพนั้น
เงาของเขา...
ขยับเองอีกครั้ง
ครั้งนี้ไม่มีทางมองผิด
นัทหรี่ตา
นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา
ชายจากป่ามองชายหนุ่มคนนั้น
“เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว”
ชายหนุ่มตอบ
“ถ้าไม่พูด พวกเขาจะไม่เข้าใจว่ากำลังเจอกับอะไร”
นัทมองทั้งสองคน
“เดี๋ยว”
เขายกมือ
“ตกลงพวกนายรู้จักกัน?”
ไม่มีใครตอบ
นัทถอนหายใจ
“โลกนี้นี่มีแต่คนที่ชอบพูดครึ่งเดียวหรือไงวะ”
มาร์โกหัวเราะ
“นายเริ่มชินแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่เลย”
ทันใดนั้นผลึกในลังสว่างขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้แรงกว่าเดิม
วูมมม!
ลมรอบขบวนหมุนขึ้น
ม้าร้องตกใจ
ทุกคนถอยออก
นัทมองผลึก
“เกิดอะไรขึ้น?”
ชายหนุ่มเสื้อสีน้ำตาลมองเงาของตัวเอง
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที
“มันรู้แล้ว”
“รู้อะไร?”
เขามองไปยังป่า
“ว่ามันอยู่ที่นี่”
นัทหันตาม
แนวป่าเงียบสนิท
แต่จากระยะไกล...
เสียงคำรามต่ำ ๆ ดังขึ้น
กรรรรร...
มาร์โกชักดาบคู่
เปลวไฟเริ่มลุกขึ้น
นักล่าทั้งสองเตรียมอาวุธ
ชายจากป่าหันกลับไปมองพวกเดียวกัน
“พวกเราต้องไปแล้ว”
นัทขมวดคิ้ว
“เดี๋ยวสิ!”
ชายคนนั้นไม่ตอบ
เขากับกลุ่มคนจากป่าเริ่มถอยออกไป
นัทกำลังจะตาม—
เสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้ใกล้กว่าเดิมมาก
ต้นไม้ด้านหน้าเริ่มสั่น
นัทหยุด
มาร์โกพูดเบา ๆ
“มีบางอย่างกำลังมา”
นัทมองป่าตรงหน้า
มือกำปืนแน่น
เขาเพิ่งคิดว่าปัญหาคือคนที่ต้องการผลึก
แต่ตอนนี้เขาเริ่มรู้แล้วว่า...
สิ่งที่น่ากลัวกว่าคนที่ตามล่าผลึก อาจเป็นสิ่งที่กำลังตามหาผลึกอยู่
โลกเดิม
ในห้องประชุม
กล้านั่งอยู่ตรงข้ามเจ้าหน้าที่หลายคน
บนโต๊ะมีเครื่องบันทึกเสียงวางอยู่
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเปิดแฟ้ม
“เราจะเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ก่อน”
กล้าพยักหน้า
“ครับ”
“สถานที่ที่คุณไปหลังจากหายตัวไป...”
ชายคนนั้นหยุด
“เรียกว่าอะไร?”
กล้าเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบ
“ผมเรียกมันว่า...”
เขามองออกไปนอกหน้าต่าง
“โลกที่สอง”
เจ้าหน้าที่ทุกคนเงียบ
ไม่มีใครหัวเราะ
ไม่มีใครบอกว่าเขาพูดเรื่องไร้สาระ
เพราะก่อนการประชุม พวกเขาได้รวบรวมข้อมูลจากผู้กลับมาหลายคนแล้ว
และหลายคนพูดถึงสิ่งเดียวกัน
โลกอีกใบ
เจ้าหน้าที่พลิกเอกสาร
“มีคนอีกจำนวนมากที่ยังอยู่ที่นั่นใช่ไหม?”
กล้าพยักหน้า
“ใช่”
“คุณรู้จักพวกเขา?”
“บางคน”
“มีคนไทยอยู่ที่นั่นหรือไม่?”
กล้าหยุด
คำถามนี้ทำให้เขานึกถึงใบหน้าหลายคน
แต่มีคนหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในความคิดทันที
นัท
กล้าตอบ
“มีครับ”
“กี่คน?”
กล้าเงียบไป
เขาไม่รู้จำนวนทั้งหมด
แต่คนหนึ่ง...
เขารู้แน่นอน
“ผมไม่รู้ทั้งหมด”
เจ้าหน้าที่จดข้อมูล
“แต่มีคนที่คุณรู้จักเป็นการส่วนตัว?”
กล้าพยักหน้า
“ครับ”
“เขายังอยู่ที่นั่น?”
กล้ามองเจ้าหน้าที่
“เท่าที่ผมรู้...ใช่”
เจ้าหน้าที่หยุดเขียน
“ชื่ออะไร?”
กล้านิ่งไปครู่หนึ่ง
จากนั้นจึงตอบ
“นัท”
ในเวลาเดียวกัน
โลกที่สอง
นัทกำลังยืนอยู่หน้าแนวป่า
เสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้ง
มือของเขาเลื่อนไปยังปืน
อีกมือหนึ่งกำด้ามขวานเก่า
เขามองมาร์โก
มาร์โกพยักหน้า
ไม่ต้องพูดอะไร
ทั้งสองเข้าใจตรงกัน
ภารกิจคุ้มกันที่ควรใช้เวลาเพียงหนึ่งถึงสองวัน...
ตอนนี้กลายเป็นเรื่องที่พวกเขาไม่สามารถเดินหนีได้ง่าย ๆ แล้ว
นัทมองผลึกสีดำในลัง
แล้วมองแนวป่า
“พี่”
“ว่า?”
“ผมว่าของชิ้นนี้คงไม่ใช่แค่ของธรรมดาแล้ว”
มาร์โกยิ้มบาง ๆ
“ฉันก็คิดเหมือนกัน”
เสียงต้นไม้หักดังขึ้น
กร๊อบ!
เงาขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นหลังแนวต้นไม้
นัทกำปืนแน่น
สายตาจับจ้องสิ่งที่กำลังเดินออกมา
และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มาถึงโลกที่สอง...
เขารู้สึกว่า
พวกเขาอาจไม่ได้เป็นฝ่ายเลือกว่าจะสู้หรือไม่
เพราะบางสิ่งกำลังเลือกพวกเขาเป็นเป้าหมายแล้ว.