บรรยากาศหน้าคฤหาสน์ตระกูลหลินเต็มไปด้วยความกดอากาศที่พุ่งสูง รถยนต์สุดหรูของ มู่เฉิง จอดสงบนิ่งอยู่หน้าประตูรั้วเหล็กดัด หัวใจของชายหนุ่มเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ปิ่นปักผมไม้ในมือถูกเขากำไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวโพลน
ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าลงจากรถ เพื่อจะเข้าไปทักทายคนในบ้านตระกูลหลินนั้น เสียงมือถือพลันดังขึ้น!
ตืด... ตืด... !!
"ท่านประธานครับ! สายด่วนจากโรงพยาบาลครับ!" เลขาฉินยื่นแท็บเล็ตให้ด้วยท่าทางลนลาน "คุณหญิงมู่ (แม่ของมู่เฉิง) เกิดอาการโรคหัวใจกำเริบกะทันหันครับ ตอนนี้กำลังถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉิน!"
มู่เฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง ความกตัญญูและการเป็ผู้นำตระกูลสู้กับสัญชาตญาณในใจที่สั่งให้เขาเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้น เขาหันไปมองเงาแผ่นหลังของสองแม่ลูกที่ค่อยๆ ลับตาไปทางถนนใหญ่... เขารู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไปอีกครั้ง
"โธ่โว้ย!" มู่เฉิงสบถออกมาอย่างเหลืออด "กลับรถ! ไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!"
รถโรลส์-รอยซ์เลี้ยวกลับและพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันที่คละคลุ้ง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า หญิงสาวที่เขาตามหาอยู่ไกล้แค่เอื้อม
การประกาศอิสรภาพ
ในขณะเดียวกัน ภายในห้องโถงของคฤหาสน์ตระกูลหลิน หลังจากความโกลาหลเื่เงินสิ้นสุดลง หลินเจิ้ง นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยความรู้สึกผิดที่ท่วมท้น เขามองดูเงินทองที่กองอยู่ตรงหน้าซูหว่านและลูกสาว
"ซูหว่าน... พ่อจะสั่งให้คนไปทำความสะอาดห้องพักที่ตึกใหญ่ให้แกกับหลานนะ ต่อไปนี้พวกแกไม่ต้องไปอยู่ที่เรือนหลังสวนนั่นแล้ว" หลินเจิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงมาก
ซูหว่านเงยหน้าขึ้นมองพ่อของเธอ แต่ดวงตาของเธอไม่มีร่องรอยของความดีใจแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่ผ่านการตกผลึกมาอย่างดี
"ไม่ค่ะพ่อ" ซูหว่านตอบเสียงนิ่ง "หนูตัดสินใจแล้ว หนูจะพาเสี่ยวเป่าออกไปอยู่ข้างนอก"
"ว่ายังไงนะ! แกจะไปลำบากข้างนอกทำไม ในเมื่อที่นี่คือบ้านของแก!"
"บ้านเหรอคะ?" ซูหว่านยิ้มอย่างขมขื่น "บ้านที่หนูต้องถูกตบตี บ้านที่ลูกสาวหนูถูกตราหน้าว่าอัปมงคล และบ้านที่เงินทองถูกโกงกินไปต่อหน้าต่อตาโดยที่เ้าของบ้านไม่เคยใส่ใจ... หนูขอบคุณที่วันนี้พ่อให้ความเป็ธรรมกับหนู แต่มันสายไปแล้วค่ะพ่อ ความเชื่อใจของหนูมันตายไปพร้อมกับความหนาวเหน็บในห้องเก็บของนั่นแล้ว"
แม่เลี้ยงเฉินและหลินอวี่ที่แอบฟังอยู่ต่างลอบยิ้มด้วยความสะใจที่นังเสี้ยนหนามกำลังจะไสหัวไปเอง
"หนูจะเอาเงินก้อนนี้ที่เป็ของหนูไปตั้งตัว หนูไม่อยากให้เสี่ยวเป่าเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ต้องคอยระแวงว่าใครจะวางยาหรือใส่ร้ายแม่ของเธออีก" ซูหว่านหันไปลูบหัวเสี่ยวเป่า "เราไปกันเถอะลูก"
พรของหนูน้อยและการลาจาก
หลินเจิ้งพยายามจะรั้งไว้ แต่พอเขาจะก้าวเข้าไปหาซูหว่าน เขากลับรู้สึกเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นไว้ (ซึ่งเป็พลังของเสี่ยวเป่าที่ไม่อยากให้ใครมาขวางทางแม่) เขาได้แต่ยืนมองลูกสาวคนโตเดินไปเก็บข้าวของที่มีเพียงไม่กี่ชิ้นใส่กระเป๋าผ้าเก่าๆ
ก่อนจะก้าวออกจากประตูใหญ่ เสี่ยวเป่าหันกลับมามองแม่เลี้ยงและหลินอวี่ที่ยืนมองด้วยสายตาเยาะเย้ย หนูน้อยขยิบตาข้างหนึ่งแล้วนึกในใจ
'ใครที่ทำแม่ร้องไห้ ขอให้จากนี้ไป... กินอะไรก็ไม่อร่อย นอนที่ไหนก็ไม่หลับเหมือนมีเข็มแทงตลอดเวลา!'
สิ้นคำอธิษฐาน ร่างกายของแม่เลี้ยงเฉินและหลินอวี่ก็พลันรู้สึกคันยิบๆ ไปทั่วร่างราวกับมีมดนับพันตัวไต่ และเมื่อนางพยายามจะหยิบขนมราคาแพงเข้าปาก รสชาติของมันกลับกลายเป็เหมือนขี้เถ้าที่ไร้รสชาติจนต้องถ่มทิ้ง
"ไปกันเถอะค่ะแม่จ๋า เสี่ยวเป่าอยากไปอยู่บ้านที่มีดอกไม้เยอะๆ" หนูน้อยเงยหน้าบอกแม่ด้วยรอยยิ้มสดใส
ซูหว่านจูงมือลูกสาวเดินออกจากตระกูลหลินอย่างสง่างาม เธอมีเงินทุนก้อนหนึ่งในมือ มีความกล้าในหัวใจ และมี "ดาวนำโชค" ตัวน้อยอยู่ข้างกาย เธอไม่รู้เลยว่าการก้าวออกไปครั้งนี้ จะนำพาเธอไปสู่โชคลาภที่ยิ่งใหญ่และการกลับมาพบกับ "พ่อของลูก" ในสถานะที่ไม่มีใครคาดคิด
บ้านใหม่ที่์ประทาน
ซูหว่านพาเสี่ยวเป่ามาที่ย่านที่พักอาศัยที่ดูร่มรื่นแต่ราคาไม่แพงนัก เธอตั้งใจจะเช่าอพาร์ตเมนต์เล็กๆ แต่จู่ๆ เสี่ยวเป่าก็ชี้ไปที่บ้านไม้หลังย่อมที่มีสวนหน้าบ้านรกร้างแต่ดูอบอุ่นซึ่งติดป้าย "ขายด่วนราคาถูก"
"แม่จ๋า บ้านหลังนี้สิคะ เสี่ยวเป่าชอบ"
ซูหว่านมองราคาที่ติดไว้แล้วขมวดคิ้ว "แต่มันแพงเกินไปนะลูก เงินที่เรามีอาจจะไม่พอ..."
ทันใดนั้น เ้าของบ้านเดินออกมาพอดี เขาเป็ชายชราท่าทางใจดีที่กำลังรีบจะไปต่างประเทศ "หนูจะซื้อบ้านหลังนี้เหรอ? เอาเถอะ เห็นแก่หนูน้อยคนนี้ที่หน้าตาเหมือนหลานสาวตา ตาลดให้เหลือแค่ครึ่งเดียวเลย แถมเฟอร์นิเจอร์ข้างในให้หมดด้วย!"
ซูหว่านตาโตด้วยความตกตะลึง นี่มันโชคดีเกินไปแล้ว! เธอรีบทำสัญญาและย้ายเข้าทันที โดยไม่รู้เลยว่า... อพาร์ตเมนต์หรูที่อยู่ถัดไปเพียงไม่กี่บล็อก คือคอนโดส่วนตัวที่มู่เฉิงมักจะมาพักผ่อนอยู่เสมอ!