บทที่ 25 คิดจะมาเกาะฉันกิน?
แน่นอนว่าฉินเหยียนจินยอมเซ็นสัญญา
และเพราะประธานหู่เป็คนมอบสัญญานี้มาด้วยความบริสุทธิ์ใจ เธอจึงเอายันต์เสริมกำลังออกมาอย่างเงียบ ๆ แล้วเอ่ยขึ้น “นี่คือยันต์ชวี่จี๋ ช่วยเื่สุขภาพขจัดโรคภัยและอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ได้ อายุการใช้งานหนึ่งปี เอายันต์นี้กลับไปให้เ้านายของคุณพกติดตัวเอาไว้นะคะ”
“ยันต์นี้ใช้กับเขาได้คนเดียวเท่านั้น แต่ถ้ามีคน้าอีกสามารถสั่งซื้อได้เลยค่ะ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นผู้บริหารหู่เยว่ก็รับมันมาด้วยสองมือพร้อมกัน แล้วเก็บใส่กระเป๋าอย่างระมัดระวัง หลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่งก็รวบรวมความกล้าแล้วถามขึ้นมา “อาจารย์ฉินครับ ตอนนี้คุณมีเครื่องรางแบบไหนอีกบ้างครับ?”
“ตอนนี้มีแค่ยันต์ผิงอัน ยันต์ชวี่จี๋ ยันต์จิ้งซิน ยันต์ปี้เสีย ยันเถาฮวา ยันต์ชื่อเย่ ยันต์จ่วนอวิ๋น ยันต์เจาไฉ ยันต์อันเฉิงแล้วก็ยังมียันต์เหอเหอ คุณสนใจเครื่องรางแบบไหนคะ?”
ยันต์หลายอย่างฟังชื่อแล้วก็เข้าใจได้ว่าใช้ทำอะไร
ว่าแต่ยันต์เหอเหอเอาไว้ใช้ทำอะไรกันแน่?
เมื่อไม่เข้าใจก็ต้องถาม
เขาถามขึ้นอย่างอยากรู้อยากเห็น “อาจารย์ครับ ยันต์เหอเหอคืออะไรงั้นเหรอครับ?”
ฉินเหยียนจินยิ้ม “ช่วยให้สามีภรรยารักใคร่กลมเกลียวกันค่ะ เมื่อพกไว้จะไม่มีเื่ทะเลาะจุกจิกกันมากเกินไป”
ผู้บริหารหู่เยว่พูดขึ้นมาทันทีแทบไม่ได้คิด “อาจารย์ ผมขอซื้อเครื่องรางชิ้นนี้ได้ไหมครับ”
หลังจากพูดจบ ใบหน้าของเขาก็ขึ้นสีแดงระเรื่อขึ้นมา จากนั้นก็ยกมือขึ้นเกาหัว อธิบายด้วยเสียงแ่เบา “เอ่อ… ขอโทษทีครับ ผมตื่นเต้นเกินไปหน่อยจนลืมตัว แหะ ๆ”
ฉินเหยียนจินโบกมือแล้วเอายันต์เหอเหอออกมา “ห้าพันหยวนค่ะ”
“ได้ครับอาจารย์ แต่ผมไม่ได้พกเงินสดมาเลย”
“โอนผ่านวีแชตได้ค่ะ”
หลังจากที่โอนเงินแล้วผู้บริหารหู่เยว่ก็ไม่กล้าอยู่รบกวนต่อไปจึงได้ขอตัวกลับ
ทันทีที่ฉินเหยียนจินเปิดประตูก็พบว่าเ้าโมจิสีขาวนวลสองตัวก็บินตรงมา แม้ว่าจะยังบินเซไปมาแต่ในที่สุดก็มาถึงตัวฉินเหยียนจิน จากนั้นก็เอากรงเล็บแหลมคมมาเกาะเสื้อผ้าของของเธอเอาไว้แน่น
“กรู๊ว กรู๊ว~”
“กรู๊ว กรู๊ว กรู๊ว~”
หืม ?
ทำไมถึงแอบรู้สึกว่าขนของเ้าพวกนี้เริ่มหนาขึ้นมานิดหน่อย
เธอจับลูกนกตัวหนึ่งมาไว้ในมือแล้วสังเกตอย่างจริงจัง กางปีก จับกรงเล็บมาดูด้วยสีหน้าครุ่นคิด
ก่อนจะออกไปเ้าตัวกลมพวกนี้ยังมีแค่ปีกกลมเล็กและมีขนอ่อน ๆ ปกคลุมบาง ๆ ไม่คิดว่าจะโตได้มากขนาดนี้หลังผ่านไปแค่วันเดียว
มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?
เธอมองไปทางสระบัวอย่างครุ่นคิด และรู้สึกใเล็กน้อยเมื่อเห็นรังสีของความอุดมสมบูรณ์แผ่ออกมาจากสระน้ำ
ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้าง
เมื่อเห็นว่ามีรังนกที่ดูรกมากอยู่บนต้นโพธิ์ก็อดไม่ได้ที่จะคิ้วกระตุกขึ้นมา
เธอจำได้ราง ๆ ว่านกฮูกส่วนใหญ่มักจะอยู่ในโพรงไม้หรือที่ที่มีลักษณะเป็ถ้ำหรือโพรงดินมากกว่า
แต่ดูเหมือนว่านกพวกนี้กำลังสร้างรัง เมื่อมองรังประหลาด ๆ บนต้นไม้ก็พอจะรู้ว่าพวกมันเป็มือใหม่
ฉินเหยียนจินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “นี่คิดจะมาเกาะฉันกินเหรอเนี่ย?”
แต่เมื่อเห็นว่าแม่นกฮูกสามารถสร้างรังได้ก็แสดงว่าอาการาเ็น่าจะใกล้หายดีแล้ว อย่างน้อยก็สามารถบินไปบินมาได้
เธอครุ่นคิดอยู่ในใจ
ยาของอาจารย์ให้ผลดีขนาดนี้เชียวเหรอ?
“มานี่สิ” เธอโบกมือเรียกนกฮูก
มันกางปีกบินมาทางเธอราวกับเข้าใจภาษาคน ขนสีขาวราวกับหิมะของแม่นกฮูกยังมีรอยเปื้อนเือยู่
แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้ความสง่างามในการบินของมันลดลงเลย
มันร่อนลงอย่างมั่นคงที่กองหินตรงข้ามกับฉินเหยียนจิน แล้วเงยหน้าเอียงคอมองดูเธอ รูม่านตาสีดำขยายกว้างเกือบจะกินพื้นที่ของดวงตาสีทองทั้งหมด และตอนนี้ดูไม่เหมือนนกตัวใหญ่ที่ดูสง่างาม แต่ดูน่ารักน่าชังเหมือนหมาตัวหนึ่งที่เกินกว่าจะทำร้ายมันได้
ฉินเหยียนจินกล่าว “แบบนี้ใครจะไปใจดำไล่ออกไปได้”
เอาเถอะ ยังไงก็ไม่น่าจะกินอาหารมากมาย ปล่อยให้อยู่ด้วยกันก็คงไม่เป็อะไรหรอกมั้ง
…
กลับมาที่ถงโจวโจว
คนแรกที่เธอไปพบคือหลี่ชิงจู๋
เธอและหลี่ชิงจู๋เป็เพื่อนที่สนิทกันมาก เคยอยู่หอพักด้วยกัน ไปกินข้าวที่โรงอาหารด้วยกันเป็ประจำ นั่งรอที่หน้าคลาสเพื่อกลับพร้อมกัน
บางครั้งก็ยังขึ้นไปนอนบนเตียงเดียวกัน และพูดคุยกันถึงเื่ต่าง ๆ ก่อนนอน
เมื่อแฟนของหลี่ชิงจู๋ให้ของกินอร่อย ๆ หรือซื้อเครื่องสำอางราคาแพงมา ก็ยังคอยแบ่งปันให้เธอเสมอ
สิ่งที่น่าประทับใจมากก็คือ แม้ว่าครอบครัวของหลี่ชิงจู๋จะมีฐานะ แต่บุคลิกท่าทางของเธอดูไม่เย่อหยิ่งเลย ทั้งยังเป็คนที่พูดจาอ่อนหวานสุภาพเรียบร้อย และคอยใส่ใจทำดีกับคนรอบข้างอยู่เสมอ
แต่ในคืนนั้นเธอเป็คนที่เริ่มเทเหล้าดีกรีสูงกรอกปากและราดตัวถงโจวโจว
เวลานั้นถงโจวโจวเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังจากเพื่อนสนิทที่อ่อนโยนคนนี้เลย
เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรผิดไป
แล้วถ้าชิงจู๋เกลียดเธอมากถึงขนาดนั้น ทำไมจะต้องแกล้งทำดีต่อกันมาตลอดสองปีที่รู้จักกันด้วย
สาเหตุที่แท้จริงคืออะไรกันแน่?
ถึงจะพยายามคิดมาตลอดสิบปีก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้
เวลานี้เป็โอกาสแล้วที่จะถามสาเหตุให้ชัดเจน
ทว่าระหว่างที่ถงโจวโจวไปตามหาหลี่ชิงจู๋ตามที่อยู่ที่ชาวเน็ตสืบหามาให้นั้น
ในร้านเสริมสวยระดับไฮเอนด์แห่งหนึ่ง
หลี่ชิงจู๋กำลังเพลิดเพลินกับการนวดตัวโดยหมอนวดหนุ่มรูปงาม เธอนอนหลับตาสบายตัวมีมาส์กราคาหลายร้อยหยวนอยู่บนหน้าท่าทางผ่อนคลายสบายใจ
ในตอนนั้นเองมือถือที่อยู่ข้างตัวเธอก็แผดเสียงดังขึ้น หมอนวดหนุ่มกดเบา ๆ แล้วเอ่ยถามด้วยเสียงหวาน “พี่หลี่ครับ โทรศัพท์ดัง้ารับสายไหมครับ?”
หลี่ชิงจู๋ไม่แม้แต่จะลืมตามามอง เธอเพียงรับคำในลำคอ หมอนวดก็รีบส่งมือถือมาให้เธอ
“สวัสดีค่ะ”
[ชิงจู๋ เื่ใหญ่แล้ว!] เสียงจากปลายสายเต็มไปด้วยความกังวล
“เธอคือชิวซินเหรอ?”
เนื่องจากเื่ที่เกิดขึ้นกับถงโจวโจว พวกเธอจึงไม่ได้ติดต่อกันมาหลายปีแล้ว
แม้จะมีช่องทางติดต่อของกันและกัน แต่ถ้าไม่มีเื่จำเป็ก็จะไม่ติดต่อกันเป็อันขาดตามที่ตกลงกันไว้
คราวนี้หลินชิวซินรีบโทรมากะทันหันแสดงว่าต้องมีเื่สำคัญมาก
หัวใจของหลี่ชิงจู๋เต้นผิดจังหวะทันที “เกิดอะไรขึ้น?”
[เข้าเว่ยป๋อเร็วเข้า มีคนชื่อฉินเหยียนจินเ้าสำนักชิงเหลียน โพสต์เื่เมื่อสิบปีที่แล้วขึ้นมาอีกน่ะสิ!] เสียงของหลินชิวซินเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่คำพูดที่พูดออกมาก็เป็เื่น่าหวาดหวั่น
หลี่ชิงจู๋รีบลดมือถือลงแล้วก็หันไปพูดกับหมอนวด “ออกไปก่อน แล้วไม่ต้องเข้ามาจนกว่าฉันจะเรียก”
เมื่อเห็นสีหน้าของเธอเป็เช่นนั้น หมอนวดก็ไม่กล้าถามอะไรและรีบออกไปอย่างว่าง่าย
“มีอะไรให้กลัว เื่มันสิบปีมาแล้ว ฉันไม่เชื่อว่าใครจะไปหาหลักฐานอะไรมามัดตัวเราได้หรอกน่า”
[อย่าเพิ่งชะล่าใจไปเลย คนที่เอาเื่มาแฉตอนนี้เป็หมอดู บอกเลยว่าดูแม่นอย่างกับตาเห็น แล้วยังมีพลังลึกลับอะไรก็ไม่รู้ ใครที่หาเื่เธอโชคร้ายกันหมด]
“ฮ่า ๆ หลินชิวซิน นี่เธอลงทุนโทรมาหาฉันด้วยเื่แบบนี้เหรอ?”
[หลี่ชิงจู๋ ฉันรู้ว่ามันไม่น่าเชื่อ แต่คราวนี้ฉันรู้สึกว่ามันน่ากลัวมากจริง ๆ นะ...]
“หุบปากน่า แล้วก็เก็บเื่นี้ให้มิด อย่าไปพูดกับใคร อย่าติดต่อมาอีกถ้าไม่จำเป็ เข้าใจไหม”
พูดจบหลี่ชิงจู๋ก็วางสายแล้วโยนมือถือทิ้งไป ในหัวเต็มไปด้วยคำพูดของหลินชิวซิน
แต่ก็เยาะเย้ยอย่างเหยียดหยาม
“หมอดูงั้นเหรอ? ก็แค่พวกลวงโลกอยากสร้างชื่อเสียง กล้ามากที่มาใช้ประโยชน์จากเื่ของฉันในการหาแสง ขอดูหน่อยสิว่าจะทำได้ขนาดกันเชียว”
เธอเรียกหมอนวดโดยไม่สนใจอะไรอีก “เข้ามาได้”
ในตอนนั้นเองก็มีสายลมเย็นเยียบพัดเข้ามาในห้อง หลี่ชิงจู๋ตัวสั่น เธอขมวดคิ้วเอาผ้าเช็ดตัวมาคลุมแล้วพึมพำออกมา “แอร์หนาวเกินไปแล้ว บริการแย่ชะมัด!”
เธอคิดจะไปบ่นกับเ้าของร้านหลังจากนี้
แต่ตอนนั้นเอง หญิงสาวก็หันไปเห็นกลุ่มควันสีดำดูน่าขนลุกที่ฟุ้งเข้ามาตามรอยแยกประตู มันลอยมารวมกันเรื่อย ๆ จนหนาแน่นอยู่ต่อหน้า ความเย็นเยือกนั้นทำให้หลี่ชิงจู๋ตัวสั่น
ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ความกลัวที่กัดกินในใจทำให้เริ่มหายใจลำบาก
หลังจากควันมารวมตัวกัน ในที่สุดก็มีรูปร่างเป็คนอย่างชัดเจน หลี่ชิงจู๋ใจนเป็ลมไปในที่สุด
เธอคิดว่าทั้งหมดเป็ความฝัน ฝันที่เหมือนจริงเกินไปมาก ๆ
หรือว่าคนคนนั้นกำลังจะมาทวงชีวิตจากเธอแล้วจริง ๆ