“ฮิปปี้~”
“ฮิปปี้แกอยู่ไหนน่ะออกมาได้แล้ว”
สวบ สวบ สวบ!
“ฮิปปี้มืดแล้วนะกลับบ้านได้แล้ว”
“ฮิปปี้~”
ในโกดังร้างแห่งนี้มันมืดและหน้ากลัวเหลือเกินฉันผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งต้องมาเผชิญกับความมืดมิดและหน้ากลัวนี้เพียงคนเดียวเพียงเพราะ เพราะ เพราะเ้าฮิปปี้เ้าหมาจอมซน!!นั้นดันเที่ยวซนหายออกจากบ้านไปในตอนที่ฉันกับพ่อออกไปซื้อ ของใช้เข้าบ้านนะสิและที่ฉันต้องเป็คนออกตามหามันเพียงลำพังถึงแม้ฉันจะไม่ได้เป็คนทำก็เถอะเพราะพ่อบอกว่า
‘เ้าฮิปปี้จอมซนนั้นก็เหมือนแกแกก็เหมือนเ้าฮิปปี้ แกชอบไปที่ไหน เ้าฮิปปี้ก็ไปที่นั้นแหละ’
พ่อพูดอะไรฉันไม่เข้าใจสักนิดสุดท้ายฉันก็ออกมาตามหามันแบบงงๆ เมื่อชั่วโมงที่แล้วฉันไล่ถามร้านค้าในระแว่งหมู่บ้าน ก็ได้ความว่ามันมาที่ร้านแถวนี้จริงๆแต่พอเข้าให้ของกินมันแล้วมันก็วิ่งหนี้ไปจนฉันเดินออกมาจากหมู่บ้านก็เห็นมันอยู่ตรงป้ายรถแม่หน้าหมู่บ้านฉันะโเรียกมันแต่มันก็วิ่งหนี จนเมื่อห้านาที ที่แล้วมันก็วิ่งหายเข้ามาในโกดังแห่งนี้ ฉันจะไม่อะไรเลยนะถ้าที่นี้มันไม่ได้มืดและหน้ากลัวที่นี้มีแต่ลังไม้เก่าๆ พุพังแล้ว มากมาย ประตูทางเข้าที่ถูกไม้และตะปูตอกติดไว้ก็พุพังจนมีช่องโวให้ไอ้เ้าฮิปปี้เข้ามาได้ แต่ไม่ได้ใหญ่พอให้ฉันเข้ามาได้ฉันจึงปีนกำแพงเข้ามาตามหามันแต่ก็อย่างที่เห็นฉันเรียกเท่าไรก็ไม่มีการตอบรับจากเ้าฮิปปี้เลยแม้แต่น้อยฉันไม่ได้กลัวความมืดหรอกนะคนก็ไม่กลัวเื่การบู๊ฉันนะเรียนมาั้แ่เด็กๆแล้วละพ่อฉันสอนแบบจัดนักจัดเต็มไม่ให้เสียชื่อลูกพลตำรวจใหญ่แน่นอน แต่ไอ้สิ่งที่มองไม่เห็นนี้สิ จะบู๊กับมันได้ยังไงละฮือๆๆๆ รีบออกมาเถอะนะเ้าฮิปปี้ ฉันสัญญาว่าจะซื้อลูกชิ้นรสเด็ดของร้านคุณนายหน้าทางเข้าหมู่บ้านให้แกกินทุกวันเลยน้า
ออกมาเถอะ
“ฮิปปี้ ออกมาได้แล้วได้ยินฉันมั้ยยย”
หงิง~~
“เฮ้ย! ฮิปปี้”
และแล้วคำขอของฉันก็เป็จริง เมื่อได้ยินเสียงเหมือนเ้าฮิปปี้ร้องขึ้นมาและเมื่อหันมาทางขวามือก็เจอเ้าฮิปปี้ มันอยู่ใต้ลังไม้เก่าๆ ห่างออกไปนิดหน่อยฉันจึงเดินเข้าไปหามันช้าๆ
หงิง หงิง~
“ฮิปปี้ เป็อะไรทำไมร้องแบบนั้นละ”
หงิง หงิง
พอเดินเข้าไปหามันใกล้จึงได้รู้ว่าที่มันร้องเพราะขาหลังของของมันติดอยู่กับลังที่พุพังนั้นฉันจึงค่อยๆเอาขามันออกมาเ้าฮิปปี้มีอาการขัดขืนนิดหน่อยคงเพราะว่ามันกลัวจะเจ็บละมั้งเมื่อเอาขาของเ้าหาจอมซนออกมาได้เป็ที่เรียบร้อย ฉันก่อรีบเดินออกมาทันทีแต่ปัญหามันยังไม่หมดค่ะ ยังจำกันได้มั้ยว่าโกดังนี้ประตูใหญ่มันถูกปิดไปแล้วแล้วทีนี้จะออกไปยังไง ถ้าแค่ฉันคงไม่ยากที่จะออกไปแต่นี้ดันมีเ้าฮิปปี้ด้วยนี้สิ ฉันจึงลองมองหาอุปกรณ์ที่ช่วยให้เราออกไปได้……..และใช่ในโกดังมีลังไม้อยู่เยอะเลยนี้หนาคิดได้ดั้งนั้นฉันจึงรีบเดินไปเลือกเอาลังไม้มาสักเจ็ดแปดลังออกมาแล้วเอามาต่อกันไว้ที่ข้างกำแพงด้านในสี่ลังเลือกลังทีดูแข็งแรงพอทีจะรับน้ำหนักของฉันกับเ้าฮิปปี้ได้และเอาลังที่เหลือโยนลงไปที่กำแพงอีกด้านเพื่อรองรับเราอีกที และเมื่อทำการจัดเตรียมอุปกรณ์เรียบร้อยต่อไปก็เป็การปฏิบัติการข้ามกำแพงฉันกระชับกอดเ้าฮิปปี้ไว้ให้แน่นขึ้นและเก้าขาเยียบไปบนลังไม้อย่างระมัดระวัง
ฮึบ!!!
เมื่อขึ้นมาอยู่บนกำแพงได้แล้วต่อไปก็ต้องลงจากกำแพงฉันค่อยๆเยียบเท้าลงไปบนลังไม้ของอีกฝังและในระหว่างทีฉันกำลังใช่สมาธิในการปีนลงกำแพงอยู่นั้นก็มีเสียงโหวงแหวกโวยวายของเด็กผู้ชายหลายคนวิ่งมาทางนี้จึงทำเ้าฮิปปี้ใดิ้นขลุกขลักอยู่ในออมแขนฉันทำให้ฉันเสียการทรงตัวตัวฉันค่อยๆร่วงลงมาจากลัง ระหว่างนั้นฉันก็ได้ยินเสียงโวกแวกดังใกล้เข้ามาเรื่อย
“เฮ้ย!!หยุดนะเว้ยยยย”
แต่ฉันไม่สนใจแล้วละฉันพยายามกอดเ้าฮิปปี้ให้อยู่ในออมกอดแน่นที่สุด และหลับตาเพื่อรอรับแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้น><
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด/เฮ้ย!!!”
ฮวบ!! ฟุบ!!
ปึก!! ตุบ!!
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากและฉันคิดมันต้องหัก หักแน่ๆ หลังฉันหักแน่ๆ แต่ทะ ทำทำไมฉันไม่รู้สึกเจ็บเลยละทั้งๆทีลังไม้นั้นก็อยู่ตั้งสูง หรือว่า ว่าฉันจะตายแล้ว ไม่นะ ไม่จริงใช่ไหม ฉันอายุยังน้อยจะมาตายแบบนี้ได้ไง แม่ละ พ่อละไม่ได้นะ ฮือๆๆๆ
“นี้!! จะทับให้ฉันตายเลยมั้ยหะ!!!”
แต่ในขณะทีฉันกำลังคิดว่าตัวเองได้ตายไปแล้วนั้นก็มีเสียงหนึ่งดึงสติฉันกลับมาฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมาก็เจอเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลอ่อน
เจิม !!!!!
ใครรออ่าน เม้นว่า "เจิม"
ให้กำลังใจหน่อยยย^^