ส่วนชายหนุ่มอีกคนนั้นดูแล้วน่าจะอายุสิบแปดถึงสิบเก้าปีสวมใส่ชุดหรูหรา มีความเย่อหยิ่งอยู่ในดวงตา ทว่าความแข็งแกร่งของเขากลับไม่ค่อยดีนัก
“เส่าโหย่ว ผู้หญิงคนนั้นคือหยางเมี่ยวอัจฉริยะของตระกูลหยาง เป็นผู้ฝึกยุทธ์สองธาตุ และเป็นคู่แข่งของเจ้าด้วย”กูตู๋ปิงหลันกล่าวเบาๆ
“ปิงหลัน ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่”เมื่อหยางเมี่ยวเห็นกูตู๋ปิงหลัน นางก็ก้าวมาข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
“ข้ามาเพื่อร่วมสนุกด้วย มาข้าจะแนะนำใครคนหนึ่งให้เจ้ารู้จัก นี่คือนายน้อยหลู่จากตระกูลหลู่” กูตู๋ปิงหลันดึงหยางเมี่ยวเข้ามาแล้วกล่าว
“ท่านคือผู้ฝึกยุทธ์สามธาตุของตระกูลหลู่นี่เองหากวันนี้มีโอกาส ข้าก็อยากจะเห็นพลังของผู้ฝึกยุทธ์สามธาตุสักครา” หยางเมี่ยวกล่าวเบาๆดวงตาของนางที่มองมายังหลู่เส่าโหย่วนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงอื่นใด
“หากมีโอกาส ข้าก็จะลงมืออย่างเต็มที่”หลู่เส่าโหย่วกล่าวเบาๆ เขาแอบรู้สึกว่าหยางเมี่ยวผู้นี้ช่างมีนิสัยแตกต่างกับหยางม่านนัก
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ที่ปากทางเข้าก็มีร่างสองร่างปรากฏขึ้นมาอีกครั้งทั้งสองมีรูปลักษณ์ของรุ่นเยาว์ที่มีอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปี สวมใส่ชุดที่ดูหรูหราที่ใบหน้ามีความประหม่าเล็กน้อย
“นั่นคือคนตระกูลหลัวเป็นลูกหลานจากตระกูลสาขา คนหนึ่งนามหลัวจิน อีกคนนามหลัวเฟย” กูตู๋ปิงหลันกล่าวแนะนำอีกครั้ง
หลู่เส่าโหย่วเหลือบมองไปยังทั้งคู่เล็กน้อยกูตู๋ปิงหลันนั้นรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้คนของตระกูลใหญ่ทั้งห้าอย่างละเอียดมากทีเดียวไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“นั่นคือคนจากตระกูลหวังคนด้านหน้านามว่าหวังกวาง คนด้านหลังมีนามว่าหวังซิง”กูตู๋ปิงหลันได้กล่าวออกมาอีกครั้ง
ที่ปากทางเข้านั้นมีรุ่นเยาว์สองคนได้ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของคนตระกูลหลัวดวงตาของหลู่เส่าโหย่วอดไม่ได้ที่จะมองไปยังร่างของชายที่มีนามว่าหวังกวาง เขามีคิ้วคมและตาที่โตภายใต้ชุดสีดำที่สวมใส่ บนร่างของเขาไม่มีออร่าที่พิเศษอะไรแต่หลู่เส่าโหย่วกลับรู้สึกว่าดวงตาของหวังกวางไม่มีความประหม่าเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งรอบตัวของหวังกวางก็มีบรรยากาศของอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น
‘หวังกวางผู้นี้ดูเหมือนจะไม่ง่ายดายนัก’ หลู่เส่าโหย่วลอบคิดในใจ มันเป็นเพียงความรู้สึกของเขาเท่านั้น
ขณะนั้นเอง ที่ด้านบนตรงที่นั่งผู้ตัดสินก็ได้มีคนนับสิบค่อยๆเดินเข้ามาอย่างช้าๆคนที่อยู่ด้านหน้าสุดคือผู้อาวุโสไป๋เหม่ยกับผู้ดูแลจากนิกายอวิ๋นหยางและด้านหลังก็คือหลู่ตงกับผู้นำของตระกูลอื่นๆ
หลู่เส่าโหย่วเหลือบมองพวกเขาคนเหล่านี้หลู่เส่าโหย่วก็รู้จักเช่นกัน พวกเขาเป็นหัวหน้าของตระกูลใหญ่ทั้งห้าในปัจจุบันทว่าหัวหน้าตระกูลหลู่ผู้ซึ่งเป็นบิดาของเขากลับไม่ได้มาเข้าร่วมด้วย
“เริ่มเลยเถอะ” บนที่นั่งผู้ตัดสิน หลังจากที่บุคคลชั้นนำของตระกูลใหญ่ทั้งห้าได้นั่งลงผู้อาวุโสไป๋เหม่ยก็กวาดตามองไปยังผู้ชมและกล่าวเบาๆ
“ขอรับ ท่านผู้อาวุโส”ผู้ดูแลคนหนึ่งจากนิกายอวิ๋นหยางได้ตอบกลับไปจากนั้นก็นำลูกบอลคริสตัลออกมาแล้วเดินลงมาจากที่นั่งของผู้ตัดสิน
“การประลองจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้ลูกหลานแต่ละตระกูลจงฟังให้ดี ตอนนี้ให้ผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันทุกคนขึ้นมาได้รอบแรกจะเป็นการตรวจสอบซึ่งไม่ใช่ตรวจสอบความแข็งแกร่งแต่เป็นการตรวจสอบพรสวรรค์ของพวกเจ้า มีเพียงผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับสูงขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าสู่รอบที่สองได้”ผู้ดูแลของนิกายอวิ๋นหยางกล่าว
ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมดต่างก็เดินขึ้นไปข้างหน้าในทันทีพวกเขาส่วนใหญ่นั้นมีท่าทีประหม่า
ผู้ชมบางส่วนที่กำลังดูอยู่เริ่มตะโกนเสียงดังขึ้นมาผู้คนของแต่ละตระกูลต่างก็โห่ร้องให้กับผู้เข้าแข่งขันจากตระกูลของตัวเอง
ด้วยบรรยากาศของฝูงชนที่คึกคักเช่นนี้ภายในหัวใจของหลู่เส่าโหย่วจึงรู้สึกร้อนแรงขึ้นมา เขารู้เรื่องเกี่ยวกับกฎการแข่งขันมาบ้างรอบแรกจะเป็นการตรวจสอบผู้เข้าร่วมการแข่งขันนิกายอวิ๋นหยางนั้นเข้มงวดกับการรับศิษย์มากอย่างน้อยต้องมีพรสวรรค์ระดับสูงขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถเข้านิกายได้ ในรอบนี้คือการทดสอบพรสวรรค์โดยจะกำหนดพรสวรรค์จากอายุและความแข็งแกร่ง หากพรสวรรค์ไม่เพียงพอก็จะไม่สามารถเข้าสู่รอบที่สองได้
ในตอนนี้ ทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันต่างก็ยืนขึ้นมาและก้าวเดินไปข้างหน้าทีละคนชายหนุ่มและหญิงสาวผู้เข้าร่วมการแข่งขันต่างก็มีอายุไม่เยอะนัก ทว่าการที่จะสามารถเป็นผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้แต่ละคนนั้นก็นับว่ามีสถานะที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ในขณะที่ผู้เข้าแข่งขันกำลังเดินขึ้นไปรับการตรวจสอบอยู่นั้นผู้ชมโดยรอบที่ยังเป็นหนุ่มสาวต่างก็กรีดร้องออกมาราวกับเป็นแฟนคลับของพวกเขาก็ไม่ปาน
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องทั้งหมดนั้น หยางเมี่ยวคือผู้ที่ได้รับเสียงกรีดร้องที่ดังที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยเหล่านายน้อยตระกูลเล็กๆ ต่างก็ตะโกนขึ้นมาเพื่อสนับสนุนนาง
กลุ่มคนได้ก้าวขึ้นไปและยืนอยู่ที่ด้านหน้าของผู้ดูแลนิกายอวิ๋นหยางชายวัยกลางคนจึงกล่าวต่อ “ตอนนี้จะเริ่มการตรวจสอบพรสวรรค์ของพวกเจ้าแล้วหากมีพรสวรรค์ระดับสูงขึ้นไปก็สามารถอยู่ต่อได้ แต่หากมีพรสวรรค์ต่ำกว่าระดับสูงก็ถอยกลับไปนิกายอวิ๋นหยางไม่รับผู้ที่มีพรสวรรค์ต่ำต้อย”
“คนแรก มา” ผู้ดูแลจากนิกายอวิ๋นหยางกล่าวเบาๆและจากนั้นก็วางลูกคริสตัลในมือไว้บนแท่นหิน
หนุ่มรุ่นเยาว์ในชุดสีฟ้าคนหนึ่งที่อยู่คนแรกสุดได้ก้าวไปข้างหน้าด้วยท่าทีประหม่าเขาวางมือขวาของตัวเองลงบนลูกคริสตัลและฉีดพลังลมปราณเข้าไป ทันใดนั้นบนลูกคริสตัลก็ส่องแสงสีกากีขึ้นมา
“เฉินเถา ธาตุดินระดับนักรบขั้นหนึ่งอายุยี่สิบปี พรสวรรค์ระดับกลาง ถอยกลับไปซะ” ผู้ดูแลจากนิกายอวิ๋นหยางกล่าว เฉินเถาเป็นผู้ที่เข้ารับการตรวจสอบคนแรกแต่กลับไม่ผ่านเขามีระดับพลังถึงนักรบขั้นหนึ่ง แต่เมื่อรวมกับอายุของเขาที่เข้าสู่วัยยี่สิบปี นี่จึงเป็นเพียงพรสวรรค์ระดับทั่วไปเท่านั้น
ชายหนุ่มในชุดสีฟ้าส่ายหัวเล็กน้อย เขาทำได้เพียงยอมเดินลงไปโดยไม่สามารถทำอะไรได้
จากนั้นรุ่นเยาว์ในชุดสีเขียวคนที่สองก็เข้ารับการตรวจสอบต่อบนลูกคริสตัลนั้นได้ส่องแสงสว่างสีแดงออกมา
“ตี๋ชิงเฟิง อายุสิบหกปีธาตุไฟระดับสาวกขั้นเก้า พรสวรรค์ระดับสูง”
“ไป๋เส้าชิง อายุสิบแปดปีธาตุน้ำระดับนักรบขั้นสอง พรสวรรค์ระดับสูง”
ผู้เข้าแข่งขันเริ่มเข้ารับการตรวจสอบทีละคนโดยพื้นฐานแล้วผู้ที่จะสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ต่างก็เป็นรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์ไม่เลวกันอยู่แล้วแต่ก็มีบ้างที่ผู้มีพรสวรรค์ทั่วไปมาปะปนอยู่ด้วย หลังจากรับการตรวจสอบแล้ว พวกเขาเหล่านั้นก็ทำได้เพียงออกไปจากเวทีด้วยความไม่พอใจเท่านั้น
หลู่เส่าโหย่วเห็นว่าการตรวจสอบของนิกายอวิ๋นหยางนั้นเข้มงวดกว่าการตรวจสอบของตระกูลหลู่ไม่น้อยจากนั้นครู่หนึ่งฉินเทียนห่าวจากตระกูลฉินผู้นั้นก็ได้เดินไปถึงด้านหน้าลูกบอลคริสตัล เขายื่นมือของตัวเองไปวางบนลูกคริสตัลแล้วหลับตาลงจากนั้นก็ปล่อยพลังวิญญาณเข้าไป
ทันใดนั้น แสงสว่างไสวที่ดูลึกลับก็ปรากฏขึ้นบนลูกคริสตัลและพลังวิญญาณโดยรอบก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง
“ฉินเทียนห่าว อายุสิบแปดปีผู้ฝึกวิญญาณระดับนักรบขั้นสาม สามารถเข้านิกายอวิ๋นหยางได้โดยตรง” ผู้ดูแลจากนิกายอวิ๋นหยางกล่าวออกมาเสียงดังสายตาของผู้ดูแลที่ใช้มองฉินเทียนห่าวนั้นแตกต่างออกไปเล็กน้อยตามกฎของนิกายอวิ๋นหยาง หากแน่ใจแล้วว่าผู้ใดเป็นผู้ฝึกวิญญาณ ก็สามารถให้ผู้นั้นเข้านิกายอวิ๋นหยางได้โดยตรงขณะเดียวกันก็ยังสามารถกลายเป็นศิษย์สายตรงได้ทันที
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะผู้ฝึกวิญญาณนั้นมีอยู่น้อยนิดในทวีปหลิงหวู่ ผู้ฝึกวิญญาณถือเป็นพลังอำนาจที่ทุกคนต่างต้องการที่จะแย่งชิงเพื่อให้ได้มาครอบครอง
“ว้าว เข้านิกายอวิ๋นหยางได้โดยตรงแถมยังเป็นศิษย์สายตรงอีกด้วย”
ทันใดนั้น ผู้ชมนับไม่ถ้วนก็เริ่มกรีดร้องกันอย่างบ้าคลั่งโดยเฉพาะเหล่าหญิงสาว บางคนถึงกับตะโกนแสดงความในใจออกมาดังๆหลู่เส่าโหย่วอดไม่ได้ที่จะคิดในใจว่าสตรีบนโลกนี้ช่างกระตือรือร้นเสียจริง
“ยินดีกับหัวหน้าตระกูลฉินด้วย”บนที่นั่งผู้ตัดสิน หัวหน้าตระกูลอื่นๆ ต่างก็แสดงความยินดีกับหัวหน้าตระกูลฉินทันทีลูกหลานในตระกูลสามารถกลายเป็นศิษย์สายตรงของนิกายอวิ๋นหยางได้เช่นนี้ในอนาคตตระกูลฉินจะต้องแข็งแกร่งกว่าเดิมเป็นแน่ เพราะด้วยการสนับสนุนของนิกายอวิ๋นหยางการที่ตระกูลฉินจะสามารถแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมได้ก็นับเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว
“หยางเมี่ยว อายุสิบเจ็ดปีธาตุไฟกับน้ำระดับนักรบขั้นสอง พรสวรรค์ระดับล้ำเลิศ”
เกิดความโกลาหลขึ้นอีกครั้งที่กลุ่มที่นั่งผู้ชมคนไม่น้อยต่างก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง พรสวรรค์ระดับล้ำเลิศเป็นพรสวรรค์ที่ยากจะได้เห็นในปีก่อนๆ
“หวังกวาง อายุสิบเจ็ดปีธาตุดินระดับนักรบขั้นเก้า พรสวรรค์ระดับล้ำเลิศ”