บทที่ 112
“ท่านพี่เจ้าคะ.. น้องอยากกลับวังแล้วเจ้าค่ะ..” เฟียร์กล่าวออกมาในขณะที่เดินอยู่ข้างๆฌอนพร้อมกับหน้าเหมือนคนมีไฟพร้อมจะทำงานอย่างสุดกำลัง ฌอนที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาก่อนจะพูดขึ้นมา“ไหนน้องพี่บอกว่าวันนี้เป็นวันของเราไงล่ะ.. แล้วจะหนีกลับไปทำงานอีกแล้วเหรอ คนที่บ้างานไม่ใช่พี่แล้วล่ะ ฮ่าๆ” ฌอนกล่าวออกมาพร้อมกับหัวเราะเบาๆ แน่นอนว่ามันทำให้เฟียร์ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว เธอลังเลเล็กน้อยก่อนจะกล่าว“ก็ท่านพี่เล่นเอาซะกำหนดเวลาให้น้องแก้ไข และสร้างโครงการใหม่สำหรับประชาชนวัยชราด้วยนี่เจ้าค่ะ ถ้าน้องยังช้าอยู่น้องกลัวว่าจะทำให้ท่านพี่ผิดหวัง ดังนั้นเรากลับวังกันก่อนได้ไหมเจ้าคะ วันหลังค่อยออกมากันอีก น้องอยากไปปรึกษากับคนอื่นๆอีกหลายคนด้วยเจ้าค่ะ..” เฟียร์กล่าวออกมาตามความเป็นจริง ตอนนี้เธอกำลังมีไฟที่อยากจะทำงาน ฌอนที่ได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะออกมาเสียงดังกว่าเดิมก่อนจะยื่นมือไปโอบเฟียร์เอาไว้“น้องคิดมากไปแล้ว พี่ก็บอกน้องแล้วอย่างไรว่าเจ้าไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย เรื่องนี้พี่รู้อยู่แล้วว่ามันจะเกิดขึ้น แน่นอนว่ามันมีแผนพัฒนาอาณาจักรเอาไว้แล้ว เพียงแค่มันกำลังก่อร่างสร้างตัวของมันเองเพียงเท่านั้น อะไรที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนในอาณาจักรก็ปรับตัวไม่ทันกันพอดี เรื่องนี้น้องอย่าได้รีบร้อน ยังมีอีกหลายอย่างที่น้องยังไม่ทันได้เห็น ทั้งวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองหลวงแห่งนี้ แล้วไหนจะปัญหาที่เราอาจจะมองข้ามมันไปอย่างที่น้องได้พบเห็นอยู่อีกมากมาย เราแก้ไขมันทุกอย่างพร้อมกันไม่ได้ เราทำได้แต่ค่อยๆพัฒนาให้มันเจริญขึ้นก็เพียงเท่านั้น” ฌอนกล่าวออกมาอย่างยาวเหยียด ถึงเธอจะไม่เข้าใจเรื่องการบริหารสักเท่าไรก็ตาม แต่เธอก็เข้าใจได้ส่วนหนึ่งอย่างที่ท่านพี่ของเธอบอกมา อะไรที่มันเร็วจนเกินไปมันอาจจะกลายเป็นผลเสียไปเลยก็ได้ เฟียร์พยักหน้าก่อนที่จะซบไปบนอกของฌอนในขณะที่เดินอยู่บนถนนแห่งนี้ “โอ้..ช่างบังเอิญเสียจริง.. ไม่คิดว่าจะเจอพวกท่านอีกครั้งหนึ่ง..” โรแลนด์กล่าวทักกับทั้งสองคน ในขณะที่เขาเดินชมบรรยากาศของเมืองหลวงอาณาจักรดีไวท์เช่นนี้ “บังเอิญอย่างที่เจ้าได้ว่ามานั่นแหละ.. หรือเป็นเพราะว่าเมืองหลวงแห่งนี้จะเล็กจนเกินไป ทำให้พวกเราพบเจอกันบ่อยๆ..” ฌอนกล่าวออกไปกับโรแลนด์ เฟียร์ที่ได้ยินก็ยิ้มทักตามมารยาทไป เพราะภายในหัวของเธอตอนนี้มันก็มีแต่เรื่องงาน งาน และงานที่ต้องทำเท่านั้น“ไม่เลยๆ เมืองหลวงแห่งนี้ข้าบอกได้เต็มปากของข้าเลยว่าใหญ่โต และมีแต่สิ่งแปลกตาที่ข้าไม่เคยพบเจอมาก่อน.. เมื่อสักครู่เองข้าก็เพิ่งไปลิ้มลองสินค้าพิเศษมา มันเรียกว่า ‘บะหมี่..’ อะไรนี่แหละ ของขึ้นชื่อของอาณาจักรดีไวท์เชียวล่ะ แต่ว่าพวกเจ้าคงจะได้ทานกันบ่อยๆแล้วซินะ มันอร่อยมากจริงๆ นี่ข้าก็ซื้อกลับมาอีกหลายสิบห่อเลย” โรแลนด์ที่กล่าวออกมา เขาทำตัวเหมือนกับแมลงโม้ และฝอยไปเรื่อยๆ จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และการได้ทานของขึ้นชื่อของอาณาจักรอื่นมันก็น่าแปลกใจไม่น้อยเลยทีเดียว“เจ้าเป็นคนต่างถิ่นซินะ ข้าหลงลืมไป.. ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าจะตื่นเต้นกับมันมากซะขนาดนี้.. ว่าแต่เจ้าอยากจะไปที่ไหนอีกหรือไม่ พวกข้าสองสามีภรรยาสามารถนำทางเจ้าไปท่องเที่ยวในเมืองหลวงแห่งนี้ได้ทุกมุมเมือง..ว่าไงน้องหญิง น่าสนใจมากเลยนะ” ฌอนกล่าวออกมาด้วยความยินดี เมืองที่อยู่ในอุดมคติของเขานั้น ฌอนได้เอ่ยกับโรแลนด์ ก่อนจะหันหน้าลงไปกล่าวกับเฟียร์ แน่นอนว่าเฟียร์ก็ทราบดีว่าท่านพี่ของเธออยากจะอวดเมืองของตัวเองให้กับคนอื่นก็เท่านั้น“เจ้าค่ะท่านพี่.. ว่าแต่เจ้าเถอะ อยากไปท่องเที่ยวที่ไหนกันล่ะ..” เฟียร์ตอบกลับฌอน จากนั้นก็หันไปถามกับโรแลนด์พร้อมกับรอยยิ้มเล็กน้อย“โอ้.. นี่ๆข้าได้ยินมาว่าที่นี่มีสถานรับเลี้ยงนะ อาณาจักรข้าไม่เห็นมี เลยสนใจมันนิดหน่อย แล้วก็ยังมีห้องน้ำสาธารณะนั้นอีกมันต่างกันอย่างไรกับที่โรงแรมก็ไม่รู้ เมื่อกี้ข้ามึนเลยล่ะ คนในร้านบะหมี่เขาพูดคุยกัน ข้าแทบจะไม่เข้าใจสักอย่าง เมืองนี้มีแต่อะไรที่ทำให้ข้าแปลกใจอยู่หลายอย่าง.. ได้พวกเจ้ามาช่วยแนะนำทางก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียว. เอาเป็นว่าข้าจะนับว่าพวกเจ้าเป็นสหายต่างดินแดนคนแรกก็แล้วกัน..”โรแลนด์กล่าวถึงสถานที่ที่ตัวเองอยากจะไปยืดยาว แน่นอนว่ามันก็ถูกใจฌอน และเฟียร์ที่อยากแนะนำเมือง รวมถึงการปกครองของตัวเองอีกด้วย แต่ทันใดนั้นเองหญิงสาวในชุดเมดนางหนึ่งก็วิ่งมาพร้อมกับเสียงที่ตะโกนมาแต่ไกล..“..องค์ชายเจ้าคะ หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะเจ้าคะ..” สาวรับใช้ส่วนตัวของโรแลนด์วิ่งมาแต่ไกลพร้อมกับเสียงที่ดังไปทั่วท้องถนน โรแลนด์ที่ได้ยินเสียงนั้นก็ทำท่าทางหลบๆซ่อนๆ เขากลัวสาวใช้ผู้นี้มาก และไม่คิดว่าเธอจะหาเขาเจอได้เร็วขนาดนี้ แน่นอนว่าตอนนี้เขามาหลบด้านหลังของฌอน และเฟียร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว“..ท่านโรแลนด์เจ้าคะ ทำไมถึงได้แอบหนีเที่ยวอีกแล้วล่ะเจ้าคะ องค์ราชินีทรงกริ้วพระองค์มากแล้ว..อีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันเฉลิมฉลองราชวงศ์ใหม่แล้วนะเจ้าคะ เสื้อผ้าหน้าผมท่านก็ยังไม่ได้ลองจัดแต่งเลยสักอย่าง ..พระองค์ควรรีบกลับไปพบองค์ราชินีเป็นการด่วน เพื่อไม่ให้พระองค์กริ้วไปมากกว่านี้นะเจ้าคะ... ข้าน้อยต้องขออภัยท่านทั้งสองด้วยที่องค์ชายของข้าน้อยรบกวนเวลาของพวกท่านเช่นนี้...” สาวใช้กล่าวออกมากับองค์ชายมันไม่เหมือนกับเป็นสาวรับใช้เลยสักนิด จากนั้นก็หันมาก้มหน้าขอโทษฌอน และเฟียร์ที่องค์ชายอาจจะทำเรื่องวุ่นวายกับทั้งสอง ที่แห่งนี้คือเมืองหลวงของอาณาจักรดีไวท์ที่ราชวงศ์ใหม่อย่างโอเวอร์ลอร์ดอาศัยอยู่ ดังนั้นเธอจะต้องระวังให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อาณาจักรเล็กๆอย่างอาณาจักรที่เธออาศัยอยู่นั้น ไม่ควรทำอะไรที่เป็นเรื่องขัดหูขัดตาต่อราชวงศ์นี้ แม้แต่มีปัญหากับขุนนางในอาณาจักรนี้ยังน่ากลัวเลย ถ้าดูจากการแต่งตัวแล้วทั้งสองคงเป็นชนชั้นสูงระดับหนึ่งเลยทีเดียว“ข้ายังไม่อยากกลับนี่นา เสื้อผ้าหน้าผมวันงานจริงๆค่อยจัดแต่งเอาก็ได้ ข้าไม่เกี่ยวอยู่แล้วน่า.. นี่ข้ากำลังจะไปเที่ยวชมเมืองกับสหายของข้าอยู่ ...” โรแลนด์กล่าวออกมาด้วยเสียงสั่นๆ ตั้งแต่จำความได้สาวใช้คนนี้ก็อยู่ข้างกายเขาเสมอมา และเธอยังได้รับอภิสิทธิ์หลายอย่างจากท่านแม่ หนึ่งในนั้นคือการลากตัวเขาเหมือนหมูเหมือนหมาโดยไม่มีความผิดใดๆได้ และเธอก็น่ากลัวมากๆอีกด้วย“ไม่ได้เจ้าค่ะ.. ข้าก็ไม่ได้อยากจะทำเหมือนกับที่อาณาจักรของท่าน แต่ถ้ามันจำเป็นข้าเองก็ไม่มีทางเลือกนะเจ้าคะ.. จะไปดีๆหรือจะให้ข้าช่วยเหลือเจ้าคะ” สาวใช้กล่าวออกมา โรแลนด์เองก็ได้แต่ทำใจ เขาถอนหายใจออกมาก่อนจะมองหน้าของทั้งฌอนแล้วก็เฟียร์ แล้วก็นึกอะไรดีๆขึ้นมาได้“ก็ได้.. ข้าจะกลับไปกับเจ้าก็ได้ แต่ข้าอยากพาสหายต่างถิ่นของข้าไปสนทนากันต่อ.. อีกอย่างข้าจะได้แนะนำพวกเขากับท่านแม่ด้วย ถึงตอนนี้จะไม่รู้ชื่อพวกเขาก็เถอะ.. ป่ะ พวกเจ้า เราไปพร้อมกัน เดี๋ยวเสร็จธุระกับท่านแม่แล้ว พวกเจ้าต้องพาข้าเที่ยวนะ..” โรแลนด์กล่าวขึ้นพร้อมกับกอดไปที่คอของฌอนอย่างสนิทสนมเหมือนรู้จักกันมานาน ฌอนก็แอบแปลกใจไม่น้อย นานมากแล้วที่ไม่มีใครกล้ามากอดคอของเขาเช่นนี้ ส่วนเฟียร์ก็ได้แต่แอบหัวเราะออกมาเบาๆให้กับความโชคร้ายของเจ้าองค์ชายคนนี้ ถ้าเขาทราบว่าคนที่เขากำลังกอดคอเป็นใครแล้วล่ะก็ บางทีอาจจะถึงขั้นฉี่แตกเลยก็เป็นได้“..นั่นซินะ น่าสนุกดีนะเจ้าคะท่านพี่.. น้องว่าเราก็ควรไปเปิดหูเปิดตากันบ้างนะเจ้าคะ อีกอย่างได้พบกับราชินีของอาณาจักรอื่น น่าตื่นเต้นจะตายไป..” เฟียร์กล่าวออกมา พร้อมกับทำหน้าตาติดตลกให้กับท่านพี่ของเธอ แน่นอนว่าฌอนก็ได้แต่ถอนหายใจ และคิดในใจเกี่ยวกับเฟียร์ ‘เมื่อกี้ยังทำหน้าซังกะตายอยู่ ตอนนี้กลับทำหน้าระรื่นขึ้นมาซะอย่างนั้น.. คงอยากจะแกล้งเราล่ะซิท่า.. ช่างเถอะ นานๆทีก็สนุกไปอีกแบบ’ ฌอนกล่าวกับตัวเองในความคิด..