The Age of Apocalypse (ศักราชสิ้นสูญ)

    บทที่ ๕๐ ภารกิจกิ้งก่าสามหาง

            ผิดหวังจากการเข้ากิลด์ระดับสูงอย่างอนันตนาคราชคมวายุเองก็เสียดายไม่น้อย ในใจก็งุ่นง่านอย่างหนักไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองที่มีทักษะเวทมนตร์จากสองเมืองเริ่มต้น นับว่ามากกว่าคนทั่วไปไม่น้อยแถมยังใช้ได้ดีระดับหนึ่ง ยังถูกโจมตีจนตายโดยไม่ทันตั้งตัว

            การทดสอบนั่นแม่งก็ยากเกินไปมีที่ไหน ให้ต้องจับกลุ่มกับใครไม่รู้ไปสู้กับทีมอื่น ฝีไม้ลายมือก็ไม่รู้จักดีชั่วก็ปะปนกัน เพราะอย่างนี้ไง เขาถึงไม่ผ่านการทดสอบ กิลด์นี้แม่งไม่มีความยุติธรรมคิดโจทย์อะไรออกมาก็ไม่รู้ ไม่อยากรับคนแต่แรกจะทำให้มันวุ่นวายทำไม

            เพราะสูญเสียแผนที่ในมือไปปาร์ตี้สิบคนจึงเริ่มรวนเร ยิ่งต่อจากนั้นที่เจอปาร์ตี้อื่นอีกสามรอบ พวกเขากลับชิงแผนที่มาไม่ได้ตายยกทีมกันทุกรอบ หลายคนที่ไม่เชื่อมือผู้บัญชาการกลุ่มแต่แรกก็เริ่มแยกตัวไปลุยเดี่ยวไปๆ มาๆ วงเลยแตก และสุดท้าย เขาก็ไม่ผ่านการทดสอบจริงๆ

            เพราะรู้สึกไม่พอใจในบททดสอบเขาจึงไม่คิดจะรอสมัครรอบใหม่อีกครั้ง ออกเดินทางกลับมาแถบสุริยาวลัย เตรียมสมัครเขากิลด์ดาร์คฮอไรซอนที่เป็นเป้าหมายอันดับสองแทน

            แต่เพราะเดินทางคนเดียวบวกกับการไม่ชินเส้นทางนัก ออกเดินทางได้สองวันก็หลงไปทิศอื่นแต่คมวายุยังไม่รู้ตัว เดินพลางคิดฟุ้งซ่านไปพลางกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองอยู่ที่ไหน จากนั้นยิ่งพยายามหาทางกลับก็เหมือนยิ่งถลำลึกท้องฟ้าก็มืดลง มืดลง แถมยังถูกสัตว์อสูรไล่กวดอีก เขาจึงต้องหนีหัวซุกหัวซุนยิ่งวิ่งก็ยิ่งไกลจากเส้นทางที่ควรเดินมากขึ้นเรื่อยๆ

             

            ………………..

             

            หลังจากนอนอืดไปสิบกว่าชั่วโมงวิฬาร์ก็เดินออกมาจ่ายค่าเช่ากับ NPC ที่ดูแลห้องอ่านหนังสือจากนั้นก็หาที่นั่งว่างๆ เปิดดูกระดานสนทนาในเกม หาอะไรไล่อ่านไปพลางๆ เผื่อว่าจะเจอสิ่งน่าสนใจเพราะตอนนี้เขาเหลือเวลาอีกตั้งสามวันก่อนไปเจอกับมะปราง จึงคิดหาอะไรทำคั่นเวลา

            ไม่นานเขาก็เข้ากระดานภารกิจของกิลด์แถวๆ เมืองไตรเหมันต์ดู กะว่าหาภารกิจกิลด์ทำเพื่อสะสมคะแนนดูสักหน่อยจะได้เลื่อนขั้นปรับอันดับในกิลด์กับเขาบ้าง

            แต่หลังจากอ่านอยู่ห้าหกนาทีเขาก็ไม่เจอภารกิจจากกิลด์ที่เหมาะสมสักชิ้นสุดท้ายเลยต้องเปิดไปหน้ากระดานอีกอันที่มีผู้ว่าจ้างคือสมาชิกในกิลด์ด้วยกันเอง ไม่นานนักเขาก็เปิดไปเจอภารกิจน่าสนใจอันหนึ่ง

            “ภารกิจรับคนไปช่วยหาไข่สัตว์อสูรกิ้งก่าสามหาง”

            นี่คือชื่อภารกิจที่เขาสนใจ

            ในนั้นบอกรายละเอียดคร่าวๆเอาไว้ พร้อมทั้งโค้ดสำหรับติดต่อเจ้าของภารกิจ

            ตัวรางวัลสำหรับภารกิจนั้นอยู่ในระดับกลางๆและเมื่อดูจากอายุของโพสต์แล้ว ก็พบว่ามันค้างอยู่ในกระดานภารกิจมาแล้วสามวันแสดงว่าคงไม่ค่อยมีผู้เล่นสนใจนัก

            ภารกิจบนกระดานของกิลด์นั้นมีหลากหลายประเภทซึ่งถ้าหากจะแบ่งตามประเภทของผู้ว่าจ้างแล้วก็จะแบ่งได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ

            แบบแรกคือทางกิลด์อนันตนาคราชเป็นผู้ว่าจ้างเอง

            ไม่ว่าจะเป็นภารกิจจากทางกิลด์โดยตรงที่อาจจะต้องการข่าวสาร ไอเทม สัตว์อสูร หรือทักษะบางอย่าง

            หรือบางทีก็เป็นภารกิจที่มีผู้เล่นว่าจ้างผ่านมาทางกิลด์ ให้ช่วยหาสินค้าหรือผู้เล่นสำหรับคุ้มกัน ช่วยอัปเลเวล พาไปผจญภัย ก็นับว่ามีให้เห็นบ่อยครั้ง

            แต่ไม่ว่าจะเป็นภารกิจแบบไหนก็จะมีการโพสต์ขึ้นกระดานเพื่อแจ้งข่าวให้สมาชิกกิลด์ทราบเพื่อเลือกทำตามใจชอบ

            และภารกิจประเภทนี้มักจะให้รางวัลเป็นแต้มสะสมของกิลด์หรือบางครั้งอาจจะมีเงินรางวัลหรือไอเทมตอบแทนเพิ่มเติมบ้าง แล้วแต่ความเหมาะสม

            และเป็นที่รู้กันว่าภารกิจประเภทนี้มักให้ค่าตอบแทนไม่น้อยอีกทั้งสมาชิกกิลด์ ไม่ว่าจะตำแหน่งสูงต่ำแค่ไหนต่างก็ต้องใช้แต้มกิลด์เพื่อแลกเปลี่ยนไอเทม หรือเลื่อนอันดับอยู่ตลอดเวลาทำให้ภารกิจประเภทนี้เป็นที่นิยมมาก ถ้าไม่ถึงกับเสี่ยงชีวิตมากเกินไปนักก็จะมีคนสมัครจนเต็มในเวลาอันรวดเร็ว

            ส่วนภารกิจอีกประเภทหนึ่งก็เป็นภารกิจที่สมาชิกโพสต์กันเอง

            กระดานภารกิจของอนันตนาคราชนั้นอนุญาตให้สมาชิกกิลด์โพสต์ซื้อขายภารกิจกันได้ โดยจะหักส่วนแบ่งเล็กน้อยแทนค่าบริการ

            ทำให้ภารกิจประเภทนี้มีความหลากหลายสูงมากแล้วแต่ผู้ว่าจ้างแต่ละคน

            แต่ภารกิจประเภทนี้ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนักเพราะส่วนใหญ่แล้ว ค่าตอบแทนมักไม่ดีเท่ากับที่กิลด์จ่ายให้ ทำให้หลายๆ ครั้งผู้ว่าจ้างต้องรออยู่หลายวัน จึงได้คนหรือได้ของตามที่ต้องการ

            ตัวภารกิจที่เขาสนใจนี้ต้องการรับสมัครผู้เล่นเพิ่มเติมอีกห้าคนเพื่อไปช่วยตามล่าไข่สัตว์อสูรกิ้งก่าสามหางที่อาศัยอยู่ในหุบเขาสูงบริเวณด้านนอกเมือง

            กิ้งก่าตัวนี้มีเลเวลอยู่ในช่วงประมาณ40-60 จึงไม่นับว่ายากนัก แต่ถ้าเกิดโผล่ไปแบบไม่เตรียมตัวดีๆก็เอาเรื่องเหมือนกัน

            และดูเหมือนผู้ว่าจ้างกลุ่มนี้จะรู้ตัวดีจึงหาคนไปช่วยกันล่าเพิ่มด้วย

            แต่จนแล้วจนรอดก็ยังได้คนไม่ครบสักที เพราะรางวัลสำหรับภารกิจไม่มากมีเพียงแต้มกิลด์ที่เจ้าตัวยอมควักกระเป๋าออกมาจ่ายอย่างใจป้ำเพียงเล็กน้อยกับเงินอีกไม่กี่เหรียญเงินเท่านั้น

            แต่วิฬาร์เห็นว่าตอนนี้ตัวเองเหลือเวลาก่อนนัดไม่มากและภารกิจนี้ก็เดินทางไปไม่ไกล คิดว่าอย่างมากแค่วันเดียวก็คงพอ เลยกดเข้าร่วมภารกิจไปแบบไม่ใส่ใจนัก

            ไม่นานก็ได้รับข้อความตอบกลับมาว่าให้เจอกันที่บาร์ของกิลด์ในเวลาสิบเอ็ดโมงครึ่ง

             

            ………………..

             

            หลังจากนัดเจอกับผู้ว่าจ้างที่วิฬาร์เพิ่งทราบชื่อว่าวิศนะที่บาร์กิลด์และตกลงเรื่องกฎการจ้างกับราคาเรียบร้อย พวกเขาก็มาเจอกับสมาชิกคนอื่นที่ประตูเมือง

            โชคดีที่สาขากิลด์ของอนันตนาคราชอยู่ไม่ห่างจากประตูเมืองนักพวกเขาใช้เวลาราวๆ ครึ่งชั่วโมงก็เดินมาถึงประตูเมืองทิศเหนือ

            วิศนะแนะนำตัววิฬาร์ให้กับคนอื่นๆรู้จัก แล้วอึดใจต่อมา ทั้งคณะก็ออกเดินทางทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา

            เส้นทางขึ้นเขาค่อยๆชันขึ้นเป็นลำดับ ป่าสนรอบกายก็เริ่มขึ้นกระจายห่างกันไปเรื่อยๆและยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนว่าบรรยากาศรอบตัวจะทวีความอันตรายมากขึ้นทุกขณะ

            ทหารรับจ้างอีกสี่คนกระจายล้อมกรอบนายจ้างทั้งสามของพวกเขาอย่างรอบคอบส่วนวิฬาร์ที่รับหน้าที่เป็นสายสนับสนุนในปาร์ตี้นี้ก็ถูกกำหนดตำแหน่งให้อยู่บริเวณท้ายขบวน

            ทั้งหมดก้าวเดินกันอย่างเชื่องช้าเพราะพื้นมีหิมะสะสมหนักทำให้ตัววิฬาร์ที่ฝึกท่าก้าวสามภพมารู้สึกหงุดหงิดกับระดับความเร็วตอนนี้ไม่น้อย

            แต่ตัวเขาเองก็ไม่สะดวกกับการว่าอะไรจึงได้แต่ปล่อยวางไป

            ระหว่างทางมีสัตว์อสูรประเภทจามรีภูเขาสองสามฝูงให้เห็นลิบตา ไม่ก็เจอจิ้งจอกหลังเงินตัวเล็กๆวิ่งผ่านหน้าไปพอให้ตื่นเต้นบ้าง

            แต่จู่ๆหลังจากเดินเข้ามาถึงซอกเขาแห่งหนึ่ง ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงคล้ายหิมะเคลื่อน

            ครืนนน…

            ทั้งคณะหยุดชะงักแทบจะพร้อมกันเมื่อได้ยินเสียงลั่นแว่วดังเข้าหู

            “เหมือนจะเป็นหิมะถล่ม?”คาริมที่อยู่เยื้องขวาตรงหน้าขบวนเคาะเอ็มเด็กซ์เพื่อเรียกใช้โหมดซูมภาพระยะไกล เขาส่องไปทางต้นเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่อย่างรู้งานจ้องดูมันอยู่สักพักก็ตีความได้ว่ามันอาจจะเป็นหิมะถล่มขนาดเล็กๆห่างจากตำแหน่งที่พวกเขาอยู่ราวๆ สามร้อยเมตร และใกล้เข้ามาเรื่อยๆแต่น้ำเสียงกลับฟังดูไม่มั่นใจนัก

            “ผมขอดูก่อน”ซามันที่ได้รับตำแหน่งให้เป็นหัวหน้ากลุ่มของทหารรับจ้างทั้งห้าลองดูภาพนั้นบ้าง เพราะจับความรู้สึกไม่แน่ใจจากคนของเขาได้

            ในเลนส์เผยให้เห็นภาพหิมะฟุ้งเป็นแนวยาวพร้อมกับมีก้อนอะไรบางอย่างห้าลูกที่ดูเหมือนกำลังกลิ้งด้วยความเร็วสูง พุ่งลงมาจากซอกเขาด้านขวามือของพวกเขา

            ซามันจ้องภาพนั้นอยู่หนึ่งอึดใจก่อนจะขมวดคิ้วใช้ความคิดอย่างหนัก เพราะเห็นว่าทิศทางที่มันพุ่งมา คือตรงกลางขบวนของพวกเขาพอดี

            มันพอดีเกินไป

            “ไม่ค่อยดีแล้วรีบเดินหลบไปทางด้านโน้นหน่อยดีกว่า” ซามันชี้ไปทางข้างหน้า ที่มีต้นสนขึ้นหนาแน่นกว่าบริเวณนี้เล็กน้อย

            วิฬาร์เองก็ใช้เอ็มเด็กซ์ส่องดูเหมือนกันเพียงแต่ภาพที่เขาเห็นนั้นชัดกว่าซามันเป็นสิบเท่าแถมยังบอกรายละเอียดอย่างชัดเจนด้วยว่ามันคือตัวอะไร

            ‘นั่นเยติหิมะนี่นา ขบวนนี้ไม่รอดแน่’

            เขาที่อยู่ในสภาพของผู้เล่นเลเวลสี่สิบไม่ได้มีสถานะที่จะบอกอะไรเกินกำลังตัวเองได้ จึงปิดปากเงียบเอาไว้เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย

            เมื่อได้รับคำเตือนสมาชิกทุกคนก็ใส่ทักษะทางเวทมนตร์เพื่อเร่งความเร็วจนทั้งขบวนเพิ่มความเร็วขึ้นได้อีกครึ่งนึงตัววิฬาร์เองเมื่อเห็นว่าทุกคนเริ่มมีอาการหอบ ก็เสกเวทแสงให้สองสามบทเพื่อฟื้นพลังจึงได้รับเสียงขอบคุณเบาบาง

            พวกเขาลุยหิมะอยู่ไม่กี่อึดใจคาริมก็ตะโกนมาจากท้ายแถว

            “ไม่ทันแล้วหัวหน้า!”

            ทั้งหมดหันกลับมาดูภาพด้านหลังเมื่อได้ยินเสียงตะโกนนั้น

            คราวนี้ไม่ต้องใช้เอ็มเด็กซ์ก็เห็นได้ชัดว่าไอ้ก้อนที่กลิ้งหลุนๆ ลงมาจากภูเขานั้นกำลังตีโค้งช้าๆตรงมาหาเขาคล้ายกับมีจุดมุ่งหมาย

            “นั่นเยติหิมะ! พวกเรา เตรียมตั้งรับ!” ซามันตะโกนก้อง

            ทั้งหมดปรับขบวนกันอย่างรวดเร็วพลิกจากหน้ามาหลัง

            คาริมและซามันหยิบโล่โลหะระดับEออกมาถือไว้พร้อมกับดาบส่วนเพื่อนอีกสองคนก็เริ่มร่ายเวทสายเขตแดนและเรียกสัตว์อสูรออกมาต่อสู้

            ตัวนายจ้างเองต่างก็ชักอาวุธประจำกายออกมาถือเตรียมพร้อมรับศึก เพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นนายจ้างแต่ทั้งคณะต่างก็เป็นสมาชิกของอนันตนาคราชกันทั้งหมด หรือความจริงก็คือทั้งหมดต่างก็เป็นทหารรับจ้างเหมือนกัน ทั้งนั้น ความสามารถในการรับมือเหตุการณ์เฉพาะหน้าของทุกคนต่างก็นับว่าเชื่อมือกันได้

            แม้พวกเขาจะมีกันถึงแปดคนและเลเวลเฉลี่ยกว่าห้าสิบแต่ปกติแล้วเยติหิมะพวกนี้มักจะมีเลเวลต่ำสุดก็หกสิบกันทั้งนั้น แถมคราวนี้ยังมาพร้อมกันถึงห้าตัวจึงนับว่าเกินกำลังพวกเขาไปมาก

            ทางเลือกเดียวที่พวกเขาควรทำตอนนี้ก็คือหนี

            แต่การหนีก็หมายถึงว่าพวกเขาละทิ้งเกียรติของอนันตนาคราชไปด้วย

            และสิ่งนั้นไม่มีวันเกิดขึ้น

            พวกเขาไม่มีทางถอยถ้าหากยังไม่ได้สู้จนสุดตัวซะก่อน

            เวทมนตร์ธาตุดินระดับล่างกับดักเวท

            วินาทีเดียวที่อาณาเขตลดความเร็วของคนในตี้กางขึ้นวิฬาร์ก็ผสานกับดักเวทดินลงไปพร้อมกัน

            วงเวทขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราวยี่สิบเมตรกางขึ้นเบื้องหน้าพวกเขาห่างออกไปไม่ไกลนักกั้นขวางระหว่างทั้งแปดกับเยติห้าตัวที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

            กับดักเวทของวิฬาร์งอกขึ้นมากลางวงเวทเผยให้เห็นหนามดินนับสิบๆ อัน กระจายอยู่จนทั่วทั้งบริเวณ

            โฮกกก!!!

            เยติสามในห้าตัวที่กลิ้งลงมาเลือดอาบทันทีที่โดนกับดักดินของวิฬาร์และเพื่อนเข้าไป

            แม้พวกมันจะเลือดเยอะหนังหนาแต่เมื่อปะทะกับเวทดินที่มีพลังโจมตีและป้องกันเชิงกายภาพสูงแล้ว ก็บาดเจ็บได้เหมือนกัน

            สามตัวนั้นถูกชะลอความเร็วลงเล็กน้อยก่อนจะเผยเขี้ยวเล็บคมกล้า แล้วทะยานร่างตามสองตัวแรกเขามาอย่างดุร้าย

            “ผู้เล่นวิฬาร์พบเยติหิมะเลเวล 65 จำนวน 5 ตัว”

            เสียงของระบบดังแจ้งเตือนสิ่งที่ไม่มีใครสนใจเพราะตอนนี้คาริมและซามันกำลังยกโล่ขึ้นต้านเจ้าสองตัวแรกที่ไม่โดนกับดักของพวกเขาสกัดไว้แต่เพราะหนังและกล้ามเนื้อหนาแน่นที่กลางอกของมันก็ทำให้พวกเขาโจมตีไม่ค่อยเข้าเนื้อสักเท่าไหร่

            ทั้งแปดคนยิงทักษะใส่เยติสองตัวนั้นพลางถอยหลังไปเรื่อยๆล่อพวกมันเข้าสู่ดงต้นสน หมายจะให้พื้นที่อันคับแคบถ่วงเวลาพวกมันไว้บ้าง

            แต่ยิ่งถอยก็เหมือนว่ามันยิ่งดุร้ายขึ้น ทำให้วิฬาร์สังเกตเห็นว่าพวกมันพยายามต้อนเขาให้ลงจากหุบเขานี้ไปอีกด้าน

            และเมื่อเจ้าเลือดโชกสามตัวหลังเข้ามาสมทบก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ของทั้งคณะย่ำแย่ลงไปอีก

            ทั้งแปดคนต่อสู้อย่างรัดกุมอยู่ในอาณาเขตเสริมพลังที่เพื่อนอีกคนสร้างขึ้นรับมือพลาง รับฮีลจากวิฬาร์ไปพลาง ค่อยๆ ตอดเลือดเยติพวกนั้นไปทีละนิด

            ตัววิฬาร์เองเมื่อสบช่องว่าง ก็ยิงเวทแสงรบกวนการมองเห็น ยิงเวทมืดเพื่อใส่คำสาปรบกวนทักษะ ยิงสายฟ้าเพื่อชะลอการโจมตีจนมือเป็นระวิงแถมในจังหวะลับสายตาก็ยังแอบใช้มรณเวทเพื่อใช้คำสาปใส่พวกเยติด้วย แต่แม้สถานการณ์จะดูเหมือนว่ากำลังประคองตัววิฬาร์ก็รู้ดีว่าไม่นานพวกเขาจะต้องพ่ายแพ้อยู่ดี

            แม้จะสงสารสมาชิกกิลด์เขาไม่น้อยที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้แต่เพราะวิฬาร์ต้องปกปิดตัวเอง จึงไม่อาจลงมือช่วยเหลือได้ นี่ยังดีที่วิฬาร์กั๊กฝีมือเอาไว้เกิน90%ไม่อย่างนั้น ถ้าเขาเอาจริงขึ้นมา เกรงว่าเยติพวกนี้ก็ไม่คณนามือเขา




          ว้าว! เราเดินทางมาถึงตอนที่ห้าสิบแล้วนะครับ ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การติดตามมาตลอด ผมเองก็จะพยายามสร้างผลงานออกมาให้ชมเรื่อยๆ นะครับ และแน่นอนว่ายินดีรับฟังทุกข้อติชมครับ

    หากใครยังไม่ได้ติดตามเพจ Paraginos ก็ตามไปกดไลก์ในเฟซบุ๊คกันได้นะครับ รับรองว่าในอนาคตจะมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกกับนิยายของผมแน่นอนสุดท้ายนี้ก็ต้องขอแจ้งข่าวร้ายไว้นิดนึงนะครับ หลังจากนี้ นี้ยายของผมจะลงอัปเดตให้เป็น วันเว้นวัน แทนนะครับ เริ่มตั้งแต่ตอนถัดจากนี้เลย โดยตอนถัดไปจะเป็นตอนพิเศษที่ติดเหรียญ หากใครอยากจะสนับสนุนผม ก็สามารถเข้าไปอ่านกันได้ครับ และผมขอแง้มว่าเนื้อหาภายในจะเล่าถึงความฉิบหายครั้งที่หนึ่งที่นายวิฬาร์เป็นคนก่อไว้ จากนั้นจะกลับเข้าเรื่องหลักของเราในตอนถัดๆ ไป ซึ่งยังฟรีอยู่ครับParaginos