84.ผู้ถูกลืม
“ท่านจำได้หรือไม่ว่าชาติปัจจุบันท่านเป็นใคร ท่าน…รู้จักข้าไหม”เฟยหานตงถามอย่างอดไม่ได้เขาอยากรู้ว่านางฟื้นขึ้นมาแล้วจำเรื่องราวในปัจจุบันที่เป็นมนุษย์ได้หรือไม่...นางยังจำได้ไหมว่าตัวเองเป็นคนรักของเขา....ถึงแม้จะพอเดาได้จากท่าทางของนางว่าคงจำเขาไม่ได้ แต่ก็อยากลองเสี่ยงถามดูเผื่อคนตรงหน้าจะคิดอะไรออก!
จิ้งจอกขาวชะงัก หันมองเฟยหานตงที่เดินอยู่ด้านหลังสังเกตเห็นแววตาคนผู้นี้คล้ายมีความอาลัย เยื่อใยผูกพันกับนางในแววตามีความหวังว่านางจะจดจำเขาได้...
จิ้งจอกขาวพินิจพิเคราะห์ สีหน้าท่าทาง แววตามองการแต่งตัว มองมือ มองเล็บมือ มองเฟยหานตง ตั้งแต่หัวจรดเท้า ‘คนผู้นี้รูปงามสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาก็คล้ายจะรู้จักข้าเป็นอย่างดี...’จิ้งจอกขาวครุ่นคิดขณะมองสำรวจไปทั่วร่าง ของคนตรงหน้า
มองจนเฟยหานตงขยับตัวอย่างอึดอัดเพราะคล้ายถูกสำรวจทุกซอกมุม ทะลุทะลวงไปทั้งร่างแววตาของนางคล้ายสำรวจคนแปลกหน้า... สำรวจจนเขาคิดว่า จิ้งจอกขาวด่าเขาทางสายตาว่า
‘ข้าต้องรู้จักคนอย่างเจ้าด้วยหรือช่างไม่เจียมตัว!’
จิ้งจอกขาวเห็นท่าทางอึดอัดไม่สบายใจของอีกฝ่ายจึงดึงสายตาหันกลับไป ขณะเดินต่อไป ไม่กล่าวสิ่งใด นั่นยิ่งทำให้เฟยหานตงมั่นใจว่านางกำลังด่าเขาทางสายตาจริงๆ
ขณะที่จิ้งจอกดำมองท่าทางของคนทั้งคู่เงียบๆไม่ได้กล่าวสิ่งใด‘เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้า...เชิญพวกเจ้าจัดการปัญหากันเองก็แล้วกัน’จิ้งจอกดำคิดในใจ ขณะเฝ้าดูเหตุการณ์ตรงหน้า
ทุกอย่างเงียบสงบ จนน่าอึดอัดเมื่อไม่มีผู้ใดกล่าววาจา ไม่มีเสียงสัตว์ป่า เสียงนก แม้แต่เหล่าจิตมารก็ไม่ปรากฏให้เห็นแต่กระนั้นจิ้งจอกขาวก็ยังคงกางเขตอาคมคุ้มกันไว้ตลอดเวลาเผื่อว่ามีเหล่าจิตมารซุ่มโจมตี
เฟยหานตง ลอบถอนหายใจอย่างสิ้นหวังคิดว่าจิ้งจอกขาวคงจำอะไรไม่ได้แล้ว และคงไม่แม้แต่จะฉุกคิดว่าพวกเขาเป็นอะไรกัน
แต่จู่ๆ จิ้งจอกขาวก็กล่าววาจาราวกับว่านางได้ยินที่เขาลอบถอนหายใจ “เฟยหานตง...” จิ้งจอกขาวกล่าวขณะที่เท้ายังคงก้าวต่อไป หน้ามองตรงไปยังทิศทางที่ต้องการไปไม่หันกลับไปมองคนที่ตนกล่าวถึง “ข้ารู้สึกได้ว่าเจ้ามีเยื่อใยกับร่างใหม่ของข้า...ชาติปัจจุบัน”
เฟยหานตงรู้สึกใจเต้นแรง ตื่นเต้น คาดหวังกับคำพูดของนาง ขณะฟังนางกล่าว คาดหวังว่านางจะจดจำได้
“ข้าเดาว่าหนุ่มรูปงามอย่างเจ้าหากไม่ใช่สหาย ญาติพี่น้อง ก็อาจจะเป็นคนรัก...”คำพูดของจิ้งจอกขาวทำให้ความหวังของเฟยหานตงต้องดับมอดลงทันที... นางคาดเดาแปลว่านางจำไม่ได้
ความรู้สึก เจ็บปวดเสียใจ พลันโจมตี จิตใจเขาในทันทีเขารู้สึกว่าตนเอง ได้เสียนางไปอีกครั้ง... คนตรงหน้าไม่ใช่คนที่เขาเคยรู้จัก!นางไม่มีความรู้สึกรักใคร่เขาอย่างที่เคยเป็น! นางกลายเป็นคนแปลกหน้า!เฟยหานตงยากจะทำใจยอมรับ
“เป็น...คนรัก”เฟยหานตงกัดฟันตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ สะเทือนใจ จนชีพจรกำลังภายในถึงกับปั่นป่วน แทบจะกระอักเลือดออกมา
จิ้งจอกขาวได้ยินดังนั้นก็พลันชะงักรับรู้ได้ถึงความเศร้าของอีกฝ่าย จนนางต้องหันกลับไปมองเฟยหานตง ทั้งชีวิตของจิ้งจอกขาวไม่เคยมีความรักไม่เคยรัก และถูกรัก ชีวิตของนางเกิดมาเพื่อทำหน้าที่ปกป้องเผ่าพันธุ์ต่อสู้กับภัยคุกคามของสามภพ... ตลอดอายุขัยหลายหมื่นปีของนาง ไม่เคยสัมผัสความรักไม่ใช่ว่านาง ไม่มีหัวใจ แต่นางไม่พบผู้ที่นางอยากจะรัก... ถ้าจะมีก็คงเป็นเพียงความประทับใจต่อมังกรน้อยตนหนึ่ง ที่นางได้ช่วยชีวิตเอาไว้ซึ่งมาทราบภายหลังว่าเขาไม่ใช่เยี่ยนเฟย
นางไม่ได้สืบหาว่าแท้ที่จริงแล้วเขาเป็นใครเนื่องจากในเวลานั้นนางไม่ได้สนใจความรักมากนักเพราะเป็นช่วงเวลานั้นสงครามเทพมารกำลังระอุ จอมมารมีพลังกล้าแข็งเกินไปแข็งแกร่งจนสวรรค์ปั่นป่วน เทพเซียนมากมายต้องจุติ กลับสู่การเวียนว่ายต่ายเกิดแข็งแกร่งขนาดที่ว่าหากไม่ใช้อุบายจะไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าจะเอาชนะจอมมารจอมเจ้าเล่ห์ผู้นี้ได้ นางกับเยี่ยนเฟยใช้จึงแผนการแต่งงาน เข้าใกล้จอมมาร เพื่อที่จะสังหารจอมมาร! นางสละชีวิตเพื่อทำลายจอมมารจบชีวิตในภพนั้นลง... ตอนนี้สิ่งที่นางจดจำได้มีเพียงความทรงจำในภพชาติที่เป็นจิ้งจอกส่วนเรื่องของจิ้งจอกดำนางสามารถเห็นทุกภพชาติที่อีกฝ่ายก่อกรรมได้เนื่องจากจิ้งจอกดำและนางถูกชะตาผูกเข้าด้วยกันประหนึ่งฝาแฝด
จิ้งจอกขาวมองตาเฟยหานตง แล้วพบว่าแววตาคู่นั้นเศร้าหมอง สิ้นหวัง เสียใจ ราวกับโลกทั้งใบของเขาพังทลาย
น่าประหลาดที่อารมณ์ความรู้สึกนั้นส่งผลกระทบต่อนางที่ไร้ความทรงจำ นางพลันรู้สึกอึดอัด คล้ายว่าใจนางกำลังเจ็บปวดราวกับจิตใต้สำนึกของนางกำลังดิ้นรน ด้วยความทุกข์ ทรมาร ที่จะออกจากกรงขังที่เรียกว่าความทรงจำ
จิ้งจอกขาวพลันรู้สึก ไม่ชอบใจ ที่จดจำอะไรไม่ได้ไม่ชอบเลยที่จำคนผู้นี้ไม่ได้ นางรู้สึกทรมานที่เห็นเขาเสียใจ ‘ความรักแบบใดกันที่ทำให้ข้าจำฝังลึกในจิตวิญญาณ...’ จิ้งจอกขาวสงสัยใคร่รู้ขณะเริ่มลงมือควานหาความทรงจำที่หายไป
“จิ้งจอกขาว เจ้าจะทำอะไร!” จิ้งจอกดำร้องถามด้วยความตกใจ เมื่อเห็นพี่สาวร่ายเวทจนมือสว่างวาบใช้นิ้วกลางและนิ้วชี้ แตะกลางหน้าผากร่ายเวทดึงความทรงจำกลับมา
เคยได้ยินว่าเวทดึงความทรงจำนี้ มีความร้ายแรงมากเพราะความทรงจำหากถูกเรียกคืนมา มันจะหลั่งไหลราวกับทะเลที่กำลังเกรี้ยวกราดซัดกระหน่ำ โจมตี ไม่ยั้ง ทำให้เจ็บปวดเจียนตาย... การเรียกคืนความทรงจำไม่สามารถเรียกคืนได้เพียงบางส่วน ต้องเรียกคืนความทรงจำทั้งชีวิตของคนผู้นั้น! ความทรงจำมากมายมหาศาล!ที่แย่กว่านั้นก็คือ ผลลัพธ์ของมันอาจสำเร็จ หรือล้มเหลวก็ได้เจ็บตัวแล้วยังรับประกันไม่ได้ว่าจะได้ผล!
จิ้งจอกดำกำลังจะกระโดดเข้าไปขัดขวางการกระทำที่โง่เขลาของพี่สาวหากนางใช้เวทมนตร์เรียกคืนความทรงจำตอนนี้ พลังเวท และพลังจิตของนางจะอ่อนแอลงจนกลายเป็นเป้าโจมตีของเหล่าวิญญาณมืดแต่กลับถูกเขตอาคมกักขังเอาไว้ทำให้ไม่สามารถกระโจนใส่พี่สาวได้นางตะโกนร้องด้วยความตกใจ ร้อนรน
“เจ้าอย่าดึงความทรงจำกลับมานะอย่าทำนะ!” จิ้งจอกดำใช้สองฝ่ามือทุบเขตอาคมด้วยความตกใจ นางเจ็บปวดจนมือชาถึงได้สติว่าตัวเอง ลืมใช้เวทมนตร์
แต่เมื่อนางใช้เวทมนตร์ ทุบเขตอาคม หวังจะเจาะแต่มันก็ไม่ได้ผล เขตอาคมนี้แข็งแกร่งเกินไป นางทำลายไม่ได้! แม้ว่านางจะลงมือซ้ำๆกี่ครั้งกี่หนเขตอาคมนี้ก็ไม่สะเทือน! “...เจ้าพี่โง่ อย่าทำแบบนั้นนะเจ้าจะเจ็บปวดเจียนตาย! อย่าทำ!” แม้จิ้งจอกดำจะตะโกนอย่างไรพี่สาวนางก็ไม่ฟัง
‘หายนะ! นี่มันหายนะชัดๆ’จิ้งจอกดำได้แต่สบถด่าในใจ
ขณะที่เฟยหานตง ตกใจกับคำพูดของจิ้งจอกดำถึงแม้เขาจะเสียใจที่นางจดจำเขาไม่ได้เพียงใด เสียใจที่จะกลายเป็นคนแปลกหน้าไร้เยื่อใยต่อกัน แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ปรารถนาให้นางต้องเจ็บปวด ทุกข์ทรมาร จากการเรียกคืนความทรงจำเขาเคยได้ยินมาเหมือนกันว่าเวทมนตร์นี้มีความร้ายกาจมาก จนแทบไม่มีใครกล้าใช้มันพวกเขายินดีลืมมากกว่าที่จะใช้เวทมนตร์อันตรายนี้ทำร้ายตน
“พอแล้ว... เจ้าหยุดเถอะอย่าเรียกคืนความทรงจำ!” เฟยหานตงร้องด้วยความตกใจ ขณะพุ่งเข้าใส่จิ้งจอกขาวที่อยู่ใกล้เขาที่สุด ยื่นมือออกไปหมายจะคว้ามือนางให้หยุดการกระทำอันบ้าระห่ำนั้นแต่แล้วเขากลับถูกพลังของจิ้งจอกขาวดีดกระเด็นออกมา ทำให้เขาเข้าถึงตัวนางไม่ได้ เขาพยายามพุ่งเข้าใส่อีกครั้งผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม
ใบหน้าของจิ้งจอกขาวเริ่มซีดเผือด คิ้วขมวดแน่นสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาร มือที่จี้อยู่กลางหน้าผากเริ่มสั่นสะท้านคล้ายความทรงจำกับเวทมนตร์กำลังต่อต้านยื้อยุดกัน
“อ๊ากกก” จิ้งจอกขาวร้องคำรามสีหน้าเจ็บปวดทรมาน นางรู้สึกว่าหัวของตนกำลังถูกบดขยี้อย่างรุนแรงพลังสองสายบนหน้าผากกำลังโจมตีกัน ความเจ็บปวดรุนแรงนี้ทำให้ร่างของนางสั่นจนแทบยืนไม่ไหว
แต่กระนั้นนางก็ยังพยายามควบคุมเวทมนตร์ทั้งๆที่แขนสั่นไม่หยุด แม้แต่ดวงจิตของนางเองก็กำลังอ่อนแรงรับความทรงจำที่หลั่งไหลมาราวกับทะเลที่เกรี้ยวกราดไม่ไหว
“หยุดเถอะ! ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องเจ็บปวด!”เฟยหานตงตะโกนร้องสุดเสียง ราวกับคนที่กำลังเจ็บปวดเอง“ข้าไม่ต้องการให้เจ้าจดจำข้าได้! ขอร้องละ เจ้าหยุดทรมานตัวเองเสียที!” เฟยหานตงตะโกนห้ามขณะพุ่งเข้าใส่จิ้งจอกขาวครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ถูกม่านอาคมของนางกระแทกปลิวทุกครั้ง
จิ้งจอกขาวผู้มีนิสัยบ้าระห่ำไม่ฟังคำพูดของใครทั้งนั้น! นางเร่งพลังเวทให้มากขึ้นไม่ยอมแพ้ต่อความเจ็บปวดทรมานนี้ นางรู้จักวิชานี้ค่อนข้างดี เป็นวิชาที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดเท่านั้นหากอดทนจนผ่านไปได้จะได้ความทรงจำกลับมา นางกัดฟัน ตั้งสมาธิใช้พลังเวทดึงความทรงจำที่ขาดหายกลับคืนมาแต่ดูเหมือนว่ามีใครบางคนกำลังล่นตลกกบความทรงจำของนาง!มีคนดึงความทรงจำของนางออกไป!
จิ้งจอกขาวพ่นลมหายใจด้วยความโกรธและความหงุดหงิดเมื่อคิดได้ว่าผู้ใดที่ลงมือเช่นนี้ ‘ฝีมือเยี่ยนเฟย!’นางคิดด้วยความโกรธ เหตุใดเยี่ยนเฟยต้องทำเช่นนี้! ลบความทรงจำของนางทำไม!
“อึ่ก!..” ขณะที่ความเกรี้ยวกราดส่งผลให้นางเสียสมาธิจึงถูกพลังเวทของตนเล่นงาน กระแทกภายในจนปั่นป่วน นางกระอักเลือดออกมา...(เลือดไหล เป็นเพียงสภาวะของเทพที่บ่งบอกว่าดวงจิตบาดเจ็บเสียหาย)
ขณะนั้นเองนางพลันได้ยินเสียงเยี่ยนเฟยดังขึ้นในหัว ‘เจ้าจะเรียกคืนความทรงจำไปทำไมทรมานตัวเองเปล่าๆ ถึงอย่างไรก็คืนชีพมาชั่วขณะเท่านั้นตัวเจ้าเองในเวลานี้สุดท้ายก็จะหายไป กลายเป็นอีกคน เจ้าจะรับรู้ความทรงจำที่เจ้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องไปทำไม’เสียงกระแสจิตของเยี่ยนเฟยดังขึ้นในหัวของจิ้งจอกขาวขณะเยี่ยนเฟยใช้เวทยื้อความทรงจำของจิ้งจอกขาวที่เขาแอบกักขังเอาไว้
‘ไม่ว่าข้าจะเป็นจิ้งจอกขาวหรือเป็นใครในภพชาติใดก็ตาม สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นคนๆเดียวกัน แค่มีความทรงจำที่แตกต่างกันสถานะที่ต่างกัน...ข้าต้องการรู้ว่าความรักที่เฟยหานตงและข้ามีให้กันนั้นเป็นเช่นไร’จิ้งจอกขาวโต้ตอบทางกระแสจิต ขณะใช้เวท ยื้อยุด ความทรงจำให้กลับมา
‘เจ้าพูดแบบนี้ข้าก็ชักจะหึงแล้วสิ...’เยี่ยนเฟยกวนประสาทกลับ ‘ถึงอย่างไรเราก็เคยได้ชื่อว่าเป็นสามีภรรยากัน....เจ้าอย่าไปจำมันเลยเรื่องผู้ชายคนอื่น!’เยี่ยนเฟยพยายามยื้อผนึกความทรงจำนั้นเอาไว้
‘อย่ามากวนประสาทข้า!’จิ้งจอกขาวตะคอกกลับ ‘ใจเจ้าเคยมีข้าที่ไหน! เจ้ากับข้าเป็นแค่สหายกัน!รีบคืนความทรงจำข้ามา...ไม่งั้นข้าจะไม่ถือว่าเจ้าเป็นสหายของข้าอีก!เจ้าเด็กขี้อิจฉา!’ จิ้งจอกขาวโต้ตอบทางกระแสจิตด้วยความโมโห “แค่ก!”ก่อนจะกระอักเลือดออกมาอีกรอบ จิตของนางกำลังบอบช้ำจากการยื้อยุดความทรงจำ
‘เฮ้อ..’ เยี่ยนเฟยผู้อยู่นอกค่ายกลถอนหายใจอย่างยอมแพ้เมื่อรับรู้ว่านางบาดเจ็บ และเมื่อเห็นนางยืนกรานเช่นนี้ย่อมหมายความว่านางจะไม่ยอมแพ้แน่นอนแม้ว่าจะต้องบาดเจ็บเพียงใดสุดท้ายเขาจึงพูดความจริงกับนาง
‘ที่ข้าทำเพราะไม่อยากให้ความทรงจำทั้งหมดนี้รบกวนเจ้าความทรงจำของคนเรามีมากเกินไป หากเจ้าเริ่มจดจำได้แม้เพียงนิดมันจะไหลทะลักไม่หยุดเจ้าจะเจ็บปวดจนเสียสมาธิ อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนเอง
ภายใต้ค่ายกลดักเซียน.... เจ้ามีหน้าที่ต้องทำลายมันตอนนี้ทางฝั่งข้า รับมือสมุนจอมมารได้แล้ว แต่ไม่แน่ว่าพวกมันจะแห่กันมาอีกไหมยังมีจอมมารที่อาจกลับมาใช้พลังได้อีกครั้งข้าไม่อยากให้เจ้าไปเปลืองพลังกับความทรงจำมามายนั้น...’เยี่ยนเฟยกล่าวตามความสัจจริง ก่อนจะถอนหายใจ ‘เฮ้อ...ถึงข้าจะพูดอย่างไรเจ้าก็คงไม่ยอม...แต่ถึงเจ้าจะตกอยู่ในอันตราย ก็ยังมีคนโง่งมผู้นั้นคอยปกป้องเจ้าด้วยชีวิตอยู่แล้วข้าห่วงไปก็เสียเวลาเปล่า’ เยี่ยนเฟยตัดพ้อ ก่อนจะกล่าว ‘ได้ข้าคืนให้เตรียมรับมือให้ดีแล้วกัน!’
ทันใดนั้น ความทรงจำก็ค่อยๆฟื้นคืนจดจำได้ทีละอย่างๆ อย่างเชื่องช้า สีหน้าที่เคยซีดเผือด ก็กลับมาเป็นปกติมือที่เคยสั่นเพราะการต่อต้านของเวทมนตร์ พลันค่อยๆสงบลง
เฟยหานตงเห็นสีหน้าท่าทางของนางดีขึ้นจึงหยุดตะโกนห้ามนาง จ้องมองนางด้วยความโล่งใจดูเหมือนเวทมนตร์ที่นางใช้จะจบลงแล้ว
แต่แล้วจู่ๆสีหน้าของจิ้งจอกขาวก็กลับมาทุกข์ทรมารอีกครั้ง “แค่ก!” นางกระอักเลือดออกมาสีหน้า ซีดเผือด นิ้วที่เตะหน้าผาก สั่นจนนางต้องใช้มืออีกข้างช่วยบังคับประคองให้มั่นคงจู่ๆความทรงจำของภพชาติอื่นๆทั้งหมดกลับหลั่งไหลเขาสู่สมองของนางรุนแรงจนแทบจะระเบิด นี่คือความร้ายแรงของความทรงจำที่ไหลทะลัก!โชคร้ายที่นางในชาติปัจจุบัน ดันมีความทรงจำของภพชาติอื่นด้วย!
“อ๊ากกก อ๊ากกกก”จิ้งจอกขาวร้องด้วยความเจ็บปวด ความทรงที่มีมากเกินไป กลับเหมือนเข็มเล็กๆที่พุ่งโจมตีศีรษะของนาง ทำให้เจ็บปวดจนนางเริ่มเสียมาธิ โจมตีจนนางมึนงง ปวดหัวแทบจะเสียสติ เจ็บปวดจนสองขาอ่อนแรงทรุดฮวบลงกับพื้นมือที่เคยประคองจี้หน้าผากไว้บัดนี้เปลี่ยนมากุมศีรษะด้วยความเจ็บปวด
“อ๊ากกก” นางเกลือกกลิ้งไปมากับบนพื้นดิ้นด้วยความทุรนทุรายท่ามกลางเสียงร้องตะโกนเรียกด้วยความเป็นห่วงของเฟยหานตงและจิ้งจอกดำ
นางเกลือกกลิ้งไปมาอยู่ครู่ใหญ่พยายามรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายจึงได้ความทรงจำกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์เวทเรียกคืนความจำเป็นเวทที่ขัดกับกฎแห่งธรรมชาติ ผู้จะระลึกชาติได้สมควรต้องฝึกสมาธิอย่างหนัก จึงจะระลึกได้ แต่นางใช้วิธีคดโกง เรียกคืนความทรงจำดังนั้นผลกระทบจึงร้ายแรงเช่นนี้...
อาการของนางสงบลง ท่ามกลางความโล่งใจของทุกคน ไป๋หลงหรือจิ้งจอกขาว รู้สึกวิงเวียน สองตาของนางเริ่มหนักอึ้งขณะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “พวกเจ้าระวังวิญญาณมืดให้ดีตอนนี้ข้าไม่มีพลังต้านพวกมันแล้ว...ปกป้องตัวเองให้ดี!...”
เมื่อพลังของนางอ่อนแอลง เวทเขตคุ้มกันที่ไว้สกัดกั้นวิญญาณมืดก็พังลงด้วยทันใดนั้น วิญญาณมืดที่แอบซ่อนอยู่ เห็นว่าเขตคุ้มกันพังลง จึงพุ่งเข้าโจมตี ทันทีท้องฟ้าที่เคยสว่างพลันเต็มไปด้วย เงาดำมืดบินโฉบไปมา
ไป๋หลงมองเฟยหานตง ที่ทำสีหน้าตึงเครียด ห่วงใยนางก่อนที่นางจะกล่าว “ในที่สุด ข้าก็จำทุกอย่างได้ เฟยหานตงของข้า..”นางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง ไร้ซึ่งพลัง นางต้องการเวลาฟื้นฟูพลังเวทกลับมา
เฟยหานตง ได้ยินดังนั้น แววตาพลันสั่นไหวคล้ายกับคนจะร้องไห้ “ในที่สุดข้าก็ได้เจ้ากลับมา”เฟยหานตงมองนางด้วยความรักใคร่ยินดี “เจ้าพักผ่อนเถอะ ต่อจากนี้ให้เป็นหน้าที่ข้า...ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”
เฟยหานตงกล่าว ขณะที่กลายร่างเป็นมังกรยักษ์ขนาดใหญ่ บดบังแสงจากท้องฟ้า เกล็ดสีน้ำเงินอมฟ้าของมัน แวววาว งดงามน่าเกรงขามแววตาจับจ้องมองวิญญาณมืด ด้วยความดุร้าย ปากอันใหญ่โตอ้ากว้าง “โฮกกก!” ร้องขู่คำรามด้วยความเกรี้ยวกราด จนแผ่นดินสั่นสะเทือน ขณะใช้ร่างอันใหญ่โตขดรอบตัวจิ้งจอกขาว และจิ้งจอกดำ ป้องกันการโจมตีของจิตมาร
ทันใดนั้นท้องฟ้าพลันปั่นป่วนกลิ่นอายมารพลังพุ่งเข้าใส่มังกรฟ้า หมายกลืนกินเขาให้กลายเป็นมาร! แต่ทว่าวิญญาณมืดเหล่านั้นแม้เตะถูกตัว เขากลับไม่ได้รับผลใดๆจากวิญญาณมืดเหล่านั้นพวกมันยังไม่แข็งแกร่งมากพอที่จะเป็นอันตรายต่อ มังกรฟ้าผู้มีพลังจิตอันแข็งแกร่งได้ แต่หากถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง จนมังกรหมดพลังต่อสู้เวลาที่อ่อนแอนี้จะเป็นช่องว่างให้ด้านมืดครอบงำจิตใจ
เฟยหานตงไม่สามารถขยับตัวต่อสู้กับพลังชั่วร้ายเหล่านี้ได้ถนัดเขาได้แต่พ่นไฟมังกรเผาผลาญ พลังชั่วร้ายบางส่วน เท่าที่เขาจะสามารถทำได้เพื่อลดการโจมตีของพวกมันลง เขาใช้ร่างปกป้อง สองพี่น้องนี้เอาไว้เขาไม่รู้เลยว่าหากพลังมืดเหล่านี้ เตะตัวพวกนางทั้งสองคนได้จะเกิดอะไรขึ้น! โดยเฉพาะในเวลาที่จิตของเทพจิ้งจอกขาวกำลังอ่อนแอเช่นนี้เขายิ่งไม่วางใจ เขาไม่มีเวลามากพอที่จะร่ายเวทเขตคุ้มกัน
จิ้งจอกดำเมื่อสบโอกาส จึงร่ายเวทเขตคุ้มกันปกป้องพวกเขาจากวิญญาณมืด ขณะบ่นไป ทำลายวิญญาณมืดไป“ไอ้ตัวน่ารำคาญพวกนี้ให้ข้ากลืนมันลงท้องเลยดีหรือไม่”จิ้งจอกดำเริ่มอารมณ์เสียกับวิญญาณมืดเหล่านี้ นางไม่ได้กลัวพวกมันแค่กลืนลงท้องแล้วหลอมพวกมันเป็นพลังของตนก็หมดเรื่อง! แต่แน่นอนว่านั่นทำให้นางต้องต่อสู้กับด้านมืดของตนทันที
เมื่อเฟยหานตงเห็นจิ้งจอกดำกางเขตคุ้มกันแล้วเขาจึงกางเขตคุ้มกันซ้อนอีกชั้น หันศีรษะมังกรอันใหญ่โตกลับไปมองไป๋หลง ที่หลับตาลงทำสมาธิฟื้นฟูพลังของตนอีกครั้ง
“เฮยหลง เจ้าอย่าได้หาเรื่องใส่ตัว”เสียงตักเตือนของไป๋หลงดังขึ้น ขณะที่กำลังหลับตา
“น่าเบื่อ”จิ้งจอกดำบ่นพึมพำขณะเดินไปนั่งข้างๆพี่สาวที่ยังนอนหลับตาอยู่
“เจ้ารอข้าฟื้นฟูพลังก่อนข้าจะพาเจ้าไปทำลายค่ายกล เพื่อปลดปล่อยวิญญาณขุนพลเทพที่ถูกค่ายกลจิตมารกักขังไว้ออกไป”
เฟยหานตงในร่างมังกรและเฮยหลงในร่างมนุษย์ต่างมองหน้าไป๋หลงด้วยความตกใจ
“สภาพนี้เจ้ายังมีหน้าจะไปทำลายค่ายกลช่วยพวกเขาอีกหรือ!”จิ้งจอกดำถามด้วยความประหลาดใจ เพราะคนตรงหน้าดูอ่อนแอมาก เวลาเพียงไม่นาน ไม่สามารถฟื้นพลังกลับมาจนสามารถทำลายค่ายกลได้แน่นอน
“ไม่ใช่ข้าที่ทำลายเป็นเจ้าสองคนต่างหาก” ไป๋หลงกล่าวเหล่าทหารสวรรค์ทั้งหลายที่พ่ายแพ้ในสงครามจอมมารถูกกักขังในที่แห่งนี้เป็นเวลาเนิ่นนาน จนถูกจิตมารเล่นงานถึงเวลาที่ต้องปล่อยพวกเขาออกไป โดยการทำลายค่ายกลจิตมารให้สิ้นซากกำจัดพลังมืด ที่ถูกนำมาแทรกแซงในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าจิ้งจอกเก้าหางนี้
“อ่อ” จิ้งจอกดำทำเสียงรับรู้ลืมไปว่า หากตนเอง รวมหลังกับมังกรฟ้าโดยอาศัยคำแนะนำจากไป๋หลงก็คงจะพอทำลายค่ายกลได้
“พวกเจ้าคุ้มกันเขตอาคมให้ดีข้าอาจต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะฟื้นฟูพลังได้บางส่วน”ไป๋หลงกล่าว ขณะดำดิ่งสู่สมาธิ รวบรวมพลัง ท่ามกลางเสียง พุ่งชนเขตคุ้มกันของเหล่าวิญญาณมืดที่คลุ้มคลั่งไม่เป็นตัวเอง
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่เฟยหานตงในร่างมังกรฟ้าค่อยสอดส่องระมัดระวังเขตคุ้มกันว่ามันจะร้าวหรืออ่อนแรงลงหรือไม่ขณะที่เฮยหลงเองก็เฝ้ามองพวกวิญญาณมืด ด้วยความรำคาญใจ
เวลาผ่านไปหลายชั่วยามจนแสงอาทิตย์ลับหายพระจันทร์ขึ้นตรงศีรษะ จิ้งจอกดำที่เริ่มสัปหงก ด้วยความง่วงงุน พลันดีดตัวนั่งตรงนางรับรู้ด้วยสัญชาตญาณของคนที่เคยมีดวงจิตในร่างเดียวกัน ตอนนี้ไป๋หลงฟื้นฟูพลังได้บางส่วนแล้วมากพอที่จะเดินทางต่อ
ไป๋หลง นางลืมตาขึ้น ขณะลุกขึ้นนั่งบิดตัวด้วยความเมื่อย
หนึ่งคนหนึ่งมังกร มองไป๋หลงด้วยความดีใจในที่สุดนางก็ฟื้นพลังได้บางส่วน.. มากพอที่จะเดินทางต่อได้
สิ่งแรกที่นางกล่าวหลังจากฟื้นพลังกลับสร้างความตกใจให้กับเฟยหานตง ในร่างมังกร
“เฟยหานตง...” ไป๋หลงกล่าวขณะเงยหน้ามอง มังกรตัวใหญ่สีฟ้าเข้ม เหลือบน้ำเงิน เกล็ดทั้งตัวแวววาวงดงามให้ความรู้สึกน่าเกรงขาม สง่างาม สมกับเป็นเผ่าพันธุ์มังกร
“ไม่ใช่สิ มังกรฟ้า ข้าอยากรู้ว่าเจ้ากับจิ้งจอกขาวเคยพบกันมาก่อนหรือไม่” ไป๋หลงถามขณะที่จ้องมองมังกรฟ้าที่ตัวสูงใหญ่เท่าอาคาร
“ฟืด” เสียงมังกรสูดหายใจเข้าราวกับว่าตกใจกับคำถามที่ได้ยิน แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบ ไป๋หลงกลับกล่าว ต่อ“ในความทรงจำของจิ้งจอกขาว นางเคยช่วยชีวิตมังกรน้อยเอาไว้ สองตัว”
มังกรฟ้าได้ยินดังนั้น พลันตัวแข็งทื่อเขาไม่กล้าเดาว่านางกำลังพูดอะไร ได้แต่ผึ่งหูรอฟัง
“มังกรตัวแรกคือองค์ชายรองแห่งเผ่ามารเยี่ยนเฟยผู้ถูกเผ่าเดียวกันไล่สังหาร...ส่วนอีกตนเป็นมังกรที่ถูกพิษของเผ่ามารทำให้มีกลิ่นอายมารข้าพบว่าเจ้าและมังกรตนนั้นมีลักษณะนิสัย และสีของเกล็ดเหมือนกันมาก...”ไป๋หลงกล่าวขณะที่จ้องตามังกรโตเต็มวัยตรงหน้า“เจ้าเป็นมังกรที่นางเคยช่วยชีวิตไว้ใช่หรือไม่”
คำถามนั้น ทำให้เฟยหานตง พลันกลับคืนสู่ร่างมนุษย์สีหน้าที่ปกติมักเย็นชาอยู่เสมอ กลับปรากฏรอยยิ้มอบอุ่น แววตาของเขาอ่อนโยนยามกล่าววาจา “บุญคุณในการช่วยชีวิตครั้งนั้น ข้าไม่มีโอกาสได้ตอบแทน”เขาสวมกอดสตรีตรงหน้าที่เริ่มผูกวาสนากับเขา ตั้งแต่ชาติภพที่เป็นจิ้งจอกขาววาสนาที่เขาไม่ยอมปล่อยไป เฝ้ารอนางทุกภพชาติ
ไป๋หลงได้ยินดังนั้น ก็เข้าใจแล้วว่า ที่แท้แล้วเฟยหานตงผู้นี้ คือมังกรตัวน้อยที่จิ้งจอกขาวเคยช่วยชีวิตเอาไว้เป็นมังกรเย่อหยิ่งเย็นชา ที่ไม่ค่อยพูดตนนั้น
ไป๋หลงถอนหายใจขณะกอดตอบ“เพราะเหตุใดจึงไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ ในความทรงจำของข้า ยามถือกำเนิดในแดนอสูรเจ้าไม่เคยบอกกล่าวแก่ข้า แม้กระทั่งภพชาตินี้ หากข้าไม่ฉุกคิดไม่เห็นร่างมังกรของเจ้า ข้าคงคิดเรื่องนี้ไม่ออก”
เฟยหานตงประคองใบหน้าของสตรีอันเป็นที่รักนับย้อนไปหลายภพชาติ นับตั้งแต่นางเป็นจิ้งจอกขาวเก้าหางผู้สูงส่งส่วนตัวเขาเป็นแค่มังกรวัยรุ่น ที่ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร “ยามนั้นข้าพบเจ้านับเป็นวาสนาของข้า ทั้งชีวิต ข้าไม่เคยคิดว่าจะรู้สึกรักชอบผู้ใด แต่น้ำใจของเจ้าที่หยิบยื่นให้นิสัยของเจ้า ความคิดของเจ้า หลายสิ่งทำให้ข้าถูกชะตาจนคิดอยากจะสานต่อวาสนาในครั้งนั้น...
แต่สายเกินไป เจ้าในเวลานั้นได้เข้าสู่สงครามและหลายปีต่อจากนั้น หลังสงครามจอมมารยืดเยื้อเจ้ากลับตกลงแต่งงานกับเยี่ยนเฟยเพื่อสงบศึก ระหว่างสองเผ่า..” เฟยหานตงถอนหายใจด้วยความเสียดายที่ตนช้าเกินไปสงครามครั้งนั้นเขาก็เข้าร่วมด้วยเช่นกัน แต่จิ้งจอกขาวและเขาไม่มีโอกาสได้พบกัน
“สาเหตุที่ข้าไม่เล่าให้เจ้าฟังเป็นเพราะข้าคิดว่า เจ้าคงจะรักชอบเยี่ยนเฟย มังกรตนแรกที่ได้ช่วยเอาไว้เจ้าถึงได้แต่งงานกัน” เฟยหานตงขมวดคิ้ว สีหน้าจริงจังยามกล่าว “ข้ากลัวว่าหากตนเองเล่าเรื่องนี้ออกไป อาจทำให้เจ้าปรารถนาจะเห็นอดีตยามที่เป็นจิ้งจอกขาว ข้ากลัวเจ้าใช้วิชาฟื้นความจำแบบเมื่อครู่แล้วกลับไปรักกับเยี่ยนเฟยอีกครั้ง...”
คำพูดนั้นทำให้ไป๋หลงเลิกคิ้ว ราวกับจะบอกว่า ‘ที่แท้เจ้าก็หึงนี่เอง’
“ใช่ข้าหึง! ข้ารักเจ้า!”เฟยหานตงยอมรับ “ข้าอุตส่าห์ได้ยืนเคียงข้างเจ้า ได้เป็นคนรักของเจ้าได้สานต่อวาสนาที่หลุดมือไป ข้าจะไม่ยอมให้อดีตนั้นมาทำให้ถ่านไฟเก่ามันคุกรุ่นอีกครั้ง!”
ไป๋หลงได้ยินแล้ว ยิ้มอย่างนึกเอ็นดู คนขี้หึงที่รักนางเพียงคนเดียวเสมอมา รักจนรอนางไปเกิดเป็นมนุษย์ธรรมดาในอีกมิติรอเวลานับแสนปี เพื่อจะกลับมาสานต่อวาสนากับนางอีกครั้งขณะที่นางมองตาคนตรงหน้าด้วยความซึ้งใจ ในรักที่เขามีให้ขณะได้ยินเฟยหานตงกล่าวต่อ
“อีกทั้งคนผู้นั้นก็ไม่เคยรามือตามมาวนเวียนข้างกายเจ้าทุกภพชาติ! ข้าไม่เล่าอดีตให้เจ้าฟังและตั้งใจว่าจะไม่เผยร่างมังกรให้เจ้าเห็นข้ากลัวเจ้าจำอดีตได้ จำสามีเก่าของเจ้าได้!"
ไป๋หลงยิ้มให้กับคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเบิกบานปนเอ็นดู “เจ้านี่ช่างขี้หึงจริงๆ” ไป๋หลงอดที่จะแซวไม่ได้ ขณะหยิกแก้มอย่างเอ็นดู“ข้าจะบอกความจริงแก่เจ้า เจ้าจะได้เลิกหึงเยี่ยนเฟยเสียที!”
เฟยหานตงเลิกคิ้วขณะที่ไป๋หลงกระดิกนิ้วเป็นสัญญาณให้เขาเอียงหูไปใกล้ๆ
“จิ้งจอกขาวกับเยี่ยนเฟยต่างไม่เคยมีความรักต่อกัน พวกเขาแค่แต่งงานกันเพื่อจะสังหารจอมมาร...”คำพูดนั้นทำให้เฟยหานตงยิ้มอย่างยินดี ก่อนจะได้ยินประโยคถัดไป “คนที่จิ้งจอกขาวรู้สึกชอบพอ จนเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นความสนใจในเชิงชู้สาว คือมังกรตัวที่สองมังกรนิสัยไม่ดี ที่เย่อหยิ่ง เย็นชา คนๆนั้นก็คือเจ้า ไม่ใช่เยี่ยนเฟย!”
ไป๋หลงกระซิบข้างหูของเขา แล้วกระซิบเบาๆประทับริมฝีปากข้างแก้มเขาอย่างแผ่วเบา “ข้ารักเจ้าเฟยหานตง รักเจ้าคนเดียวมาตลอด”
เฟยหานตงได้ยินดังนั้น ก็ยิ้มอย่างยินดีขณะที่หน้าและใบหูถึงกับแดงด้วยความเขินอาย ก่อนจะเป็นฝ่ายประกบปากจูบคนตรงหน้าด้วยความรัก ความคิดถึง ความสุข
ไป๋หลงจูบต่ออย่างดูดดื่มคนทั้งคู่ต่างสมหวังในความรักที่มีจุดเริ่มต้น จากวาสนาที่ขาดลง...วาสนาที่คิดว่าคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว แต่เมื่อเกิดภพชาติใหม่วาสนานั้นกลับหวนคืนมาให้พวกเขาได้สานต่อ...
จิ้งจอกดำ ทำสีหน้าคลื่นไส้หันหลังให้คนสองคนที่กำลังจูบจนแทบจะกลายเป็นการสิงร่างอีกฝ่าย ขณะคิดในใจ
‘เหม็นกลิ่นสาบความรักจริงๆ!คิดว่าโลกใบนี้เหลือพวกเจ้าแค่สองคนหรืออย่างไร หน้าไม่อายเหลือเกินจูบกันทั้งที่มีข้ายืนอยู่ด้วย! ช่างไม่เห็นใจคนโสดบ้างเลย!’จิ้งจอกดำยืนหันหลังให้คนทั้งคู่ ก่นด่าพวกเขาในใจขณะเดียวกันก็ยินดีกับความรักของคนทั้งคู่