ยากูซ่าพลังผู้กล้า

    เหมันต์ที่ 12 : อาจเกิดสงคราม

            ก่อนหน้านี้จินก็คิดไว้แล้วว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับแก๊งใดแก๊งหนึ่งแน่นอนซึ่งเป็นไปตามที่คิด

     

            “แก๊งวัวคลั่งงั้นเหรอ”เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าแก๊งมังกรคำรามทำอะไรให้แก๊งวัวคลั่งโกรธถึงขั้นปล้นชิงทรัพย์กันโจ่งแจ้งแบบนี้

     

            “คิดว่าน่าจะใช่คุณจินแน่ใจงั้นเหรอว่าเห็นสัญลักษณ์นี้บนตัวพวกเขา”คิยะรับกระดาษใบนั้นมาดูอย่างถี่ถ้วน

     

            “แน่ใจสิครับ…แล้วทำไมทำหน้าแบบนั้น”ความตึงเครียดฉายชัดจนเขาสัมผัสได้

     

            “คิดในอีกแง่มีความเป็นไปได้หลายส่วนที่พวกนั้นกำลังวางแผนอะไรสักอย่างในโลกมืดแก๊งวัวคลั่งมีข่าวลือหนาหูอยู่เหมือนกัน เกี่ยวกับการโจรกรรม ฟอกเงินขายของโจร รวมถึงปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมาย”

     

            “แล้วมันเกี่ยวข้องกับแก๊งมังกรคำรามยังไง”จินเอียงคอสงสัย

     

            พูดกันตามจริงแล้วแก๊งมังกรคำรามค่อนข้างจะมีการทำงานที่โปร่งใสเนื่องด้วยตัวแก๊งเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับตลาดโลกโดยตรงขยับตัวเพียงเล็กน้อยก็มีองค์กรมากมายเข้ามาต้องการตรวจสอบแทบจะทันทีอาจจะมีการเหยียบเข้าไปในมุมมืดบ้าง แต่มันก็ไม่ได้ร้ายแรงจนถึงขั้นสร้างศัตรูจนบาดหมางกันได้

     

            “ไม่แน่ใจแต่ผมว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นชนวน ทำให้เกิดสงครามขึ้นแน่นอน”

     

            “ทำไมคิดแบบนั้นละครับ”ซึ่งจินไม่รู้ว่ามันจะเกิดเรื่องกับแก๊งไหนบ้างที่ได้ยินก็มีแค่แก๊งวัวคลั่งแก๊งเดียว หรือเขาจะฟังตกหล่นไป

     

            “เพราะธนาคารแห่งนั้นมีหุ้นส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นของแก๊งหมาป่าเหมันต์นะสิครับ”

     

            “เริ่มเห็นภาพขึ้นมาแล้วเพราะอะไรดลใจพวกนั้นให้ทำแบบนี้กัน”

     

            “อันนี้ผมคงต้องตามสืบหาแรงจูงใจเสียก่อนแต่ว่า...แก๊งหมาป่าเหมันต์คงเริ่มเคลื่อนไหวก่อนแน่ ก่อนอื่นเลยขอแสดงความยินดีกับหัวหน้าแก๊งคนใหม่ของมังกรคำรามนะครับ”

     

            “รู้กระทั่งผมเป็นผู้นำแก๊งมังกรคำรามแล้วงั้นเหรอ”จินรู้สึกแปลกใจไม่น้อยซึ่งเขาอุตส่าห์บอกให้ชาโต้ปกปิดตัวตนเขาไว้เป็นความลับเท่าที่จะลับได้

     

            “คุณจินก็รู้ว่าแหล่งข่าวของผมนั้นดีแค่ไหนแต่ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกครับ ถึงผมจะรู้แต่บางแก๊งก็ยังคงไม่รู้แต่สำหรับแก๊งมหาอำนาจพวกนั้นยังไงก็ต้องรู้อยู่แล้ว”แก๊งงูดำแฝงตัวเข้าไปในองค์กรแทบจะทุกองค์กร

     

            “เฮ้อ…รู้สึกถึงความวุ่นวายจะเข้ามาในไม่ช้าลางๆแล้ว”

     

            “เป็นยังไงบ้างครับตำแหน่งผู้นำของแก๊งมังกรคำรามที่เกรียงไกร”

     

            “อย่าให้พูดถึงเลย…คุณคิยะคิดว่าผมเป็นเด็กไหมครับ”น้ำหนักของอำนาจมันหนักหนาเกินกว่าคาดเดาได้

     

            “เท่าที่เห็นจากภายนอกก็คงใช่แบบนั้นนั่นแหละครับ”คิยะตอบตามที่เห็น แต่ถ้าตามความรู้สึกคงตรงกันข้าม

     

            “ใช่ไหมล่ะครับแต่พวกนั้นทำกับผมอย่างไม่ใช่เด็กเลย ผมฟ้องที่ไหนได้บ้างครับ”คำพูดทีเล่นทีจริงทำเอาคนฟังปั้นหน้ายาก

     

            “คนที่ยิ่งใหญ่อย่างคุณจินก็ต้องได้รับสิ่งที่คู่ควรอยู่แล้วครับผมเชื่อว่าคุณทำได้”

     

            “เมื่อกี้ยังบอกว่าผมเป็นเด็กอยู่เลย”จินร้องท้วงทันทีที่เห็นคิยะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

     

            “ฮ่าๆๆแต่เรื่องนี้คุณจินคิดจะทำยังไงดีครับ หากพวกนั้นก่อสงครามกันขึ้นมาผมเกรงว่าจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างแน่นอน”ไม่ใช่เพียงแค่ครั้งสองครั้งที่เกิดเรื่องแบบนี้คิยะสัมผัสมันมากับตัวเองไม่น้อยกว่าจำนวนนิ้วของมือ

     

            “ยังไงธนาคารแห่งนั้นก็กำกับดูแลด้วยแก๊งใหญ่ทั้งสองแก๊งพวกมันคงจะรีบปิดบังตัวเองไม่ช้านี้แน่นอน ยังไงช่วยจับตาดูพวกโจรให้หน่อยนะครับแต่ถ้าพวกเขาไกล่เกลี่ยกันได้ก็คงดี” จินผสานมือตรงหน้าขมวดคิ้วงามเข้าหากัน

     

            “ในโลกมืดแบบนี้คำว่าไกล่เกลี่ยแทบจะไม่เคยได้ยินเลยสักครั้งเดียว”

     

            “ต่อไปอาจได้ยินเพิ่มขึ้นก็ได้ครับเอาละ! ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลในวันนี้นะครับ รบกวนมากแล้ว ไว้ผมจะมาเยี่ยมใหม่”จินก้มดูนาฬิกาของตัวเองแล้วพบว่าใกล้เวลาอันควรที่เขาต้องไปแล้ว

     

            “ด้วยความยินดีครับแต่อย่าบอกใครว่าได้ข้อมูลมาจากแก๊งงูดำก็พอ ผมยังอยากทำอะไรอีกเยอะ!”คิยะรู้สึกก้าวขาข้างหนึ่งไปยังโลงศพรำไร

     

            “อันนี้ผมไม่รับปากนะครับ แต่จะพยายาม”รอยยิ้มของจินเล่นเอาคิยะหน้าเกร็ง

     

            “ไว้เจอกันครับ”ชายหนุ่มโค้งตัวให้ผู้อาวุโสกว่าก่อนเดินออกจากห้องไป

     

            “ไม่ช้าก็เร็วพวกนั้นคงต้องเจอกับปีศาจตนนี้แน่นอน ขออย่าให้มาถึงพวกเราเลยเฮ้อ…ยังไงก็ตามที่คุณจินบอก มันไม่ใช่เรื่องของเรา ดึกอีกแล้วสินะ…วันนี้”คิยะพึมพำกับตัวเองแล้วเดินไปจัดการเอกสารที่โต๊ะตัวเองต่อ

     

            …

     

            “เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้…มีรายงานจากที่คุมขังระบุไว้ว่าพวกกลุ่มโจรที่ได้เข้าไปปล้นธนาคารเมื่อช่วงสายของวันนี้ได้ถูกวางยาจนเสียชีวิตกันทั้งหมดจากการสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุไว้ว่าสาเหตุอาจจะมาจากยาพิษติดมากับอาหารที่กลุ่มโจรเหล่านั้นได้ขอเป็นมื้อสุดท้ายแต่ทั้งนี้ก็ยังไม่อาจฟันธงได้อย่างแน่ชัดได้ว่าที่กล่าวมานั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่

     

            ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามสืบหาข้อมูลและสืบสาวไปจนถึงเบื้องลึกเบื้องหลังกันต่อไปหากมีรายงานข่าวการคืบหน้าอย่างใดเข้ามา ทางเราจะรีบนำเสนอให้ผู้ชมได้รับฟังทันทีและในวันนี้ดิฉัน---” ผู้สืบข่าวหญิงกำลังรายงานสดจากสถานที่จริงด้านหลังเป็นกรงเหล็กไว้กักขังนักโทษคนสำคัญกระทำผิดร้ายแรง

     

            ปิ๊บ!จอมอนิเตอร์บานใหญ่ถูกปิดลงด้วยรีโมตในมือของใครคนหนึ่ง

     

            ชายชราผมขาวไว้หนวดเครายาวกำลังรับชมข่าวสดสีหน้าเคร่งขรึมพร้อมกับบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องนั่งเล่นที่ซึ่งถูกออกแบบมาให้มีพื้นที่ใช้สอยโดยใช้โทนสีขาวรอบห้องทำให้ห้องแห่งนี้ดูสบายตาทั้งยังแทรกด้วยสิ่งของที่เน้นใช้ไปทางสีฟ้ากับสีขาวเป็นส่วนใหญ่

     

            “ระบุได้หรือยังว่าพวกนั้นเป็นคนของใคร”เขากล่าวถามคนด้านข้าง ซึ่งเป็นผู้ชายหน้าตาดูดีดวงตาสีดำไร้แววเหมือนหลุมดำให้ความรู้สึกอย่างกับสามารถกลืนกินทุกอย่างเข้าไปได้ไว้ทรงผมยาวซึ่งเป็นสีเทากำลังอยู่ในชุดสูทสีขาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเคียวแห่งแก๊งมังกรคำราม

     

            “ตามแหล่งข่าวที่ให้มาระบุได้ว่าเป็นคนของแก๊งวัวคลั่งครับ”

     

            “พวกนั้นเองงั้นเหรอ…ถึงกับกล้ามายุ่งกับหมาป่าเช่นนี้เชียวไอแซก…ไปสั่งสอนพวกนั้นให้มันรู้จักที่ต่ำที่สูงสักหน่อยแล้วก็...จับตาดูพวกมังกรคำรามด้วย หากพวกมันต้องการร่วมมือให้มารายงานข้าเพราะยังไงธนาคารบ้านั่นก็ร่วมกันสร้างมากับเจ้าชาโต้” ชายพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่เฉียบขาดก่อนจะหลับตาลงเอนหลังนอนกับเก้าอี้ตัวใหญ่นั้น

     

            “ครับท่านพ่อ”ไอแซกโค้งตัวรับคำสั่งทันที

     

            “เดี๋ยวก่อนที่ให้ไปสืบเรื่องราวเกี่ยวกับผู้นำของแก๊งมังกรคำรามคนใหม่เป็นอย่างไรบ้าง”

     

            “ก็แค่เด็กกระโปกคนหนึ่งท่านพ่ออย่าได้ใส่ใจเลย แผนการโค่นล้มแก๊งนั้นต้องเป็นไปได้ด้วยดีแน่นอน”ไอแซกหันกลับมาด้วยรอยยิ้มแสนจะรื่นเริงแผนการที่วางไว้ยาวนานไม่ช้าก็คงใกล้สำเร็จลงแล้ว

     

            “งั้นก็ดีพยายามกำจัดปัจจัยแทรกซ้อนให้หมด ข้าไม่อยากต้องมากระวนกระวายใจทีหลัง”ชายชรากล่าวขณะยังหลับตา

     

            “ท่านพ่อไม่ต้องเป็นกังวลลูกคนนี้จะทำให้ท่านพ่อก้าวขึ้นสู่ผู้นำเหล่าแก๊งทั้งหลายแน่นอน”

     

            “เป็นเช่นนั้นก็ดีจัดการเรื่องแก๊งวัวคลั่งให้เรียบร้อย อย่าให้ใครสืบมาถึงตัวพวกเราได้”ชายชรากล่าวปิดท้าย

     

            “ครับ”ดวงตาของไอแซกสั่นไหวชั่ววูบก่อนจะเดินออกจากห้องไป

     

            “ชาโต้เอ้ย…ถึงคราวเจ้าต้องก้มลงมาคุกเข่าต่อหน้าข้าบ้างแล้ว”

     

            …

     

            เวลาล่วงเลยเข้าสู่พลบค่ำแสงจากหลอดไฟถูกเปิดให้ความสว่างตามทางเดินในยามค่ำคืนเหล่าผู้คนต่างพากันเข้าไปยังบ้านและทานมื้อค่ำกันอย่างมีความสุขกับครอบครัว

     

            จินขับรถสปอร์ตคันเดิมของวันเข้าไปยังที่จอดรถที่หนึ่งใกล้ๆกับร้านของเขา ซึ่งเป็นลานกว้างและใช้สำหรับเป็นที่จอดรถโดยเฉพาะ

     

            เนื่องด้วยเนื้อที่ของบ้านจินนั้นค่อนข้างแคบไม่สามารถสร้างโรงจอดรถทำให้เขาต้องมาเช่าที่แห่งนี้แทนแต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้ปัญหาทางด้านการเงินของเขาไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไปทำให้ไม่ต้องมานั่งกังวลเกี่ยวกับรายจ่ายพวกนี้อีกทั้งยังมีปู่ของเขาหรือชาโต้ได้จัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว

     

            กริ้ง!เสียงกระดิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ของร้านดังขึ้นยามมีแขกเดินเข้า

     

            “กลับมาแล้วครับ”จินเดินเข้าร้านพลางแกะกระดุมเสื้อด้านบนออกหลายเม็ด

     

            “กลับมาแล้วงั้นเหรอขอรับ…นายท่านรับอะไรสักหน่อยไหมขอรับ” สแตนมองใบหน้าเหนื่อยอ่อนของจินจึงใคร่เป็นห่วง

     

            “ขอบลูฮาวายแก้วหนึ่งแล้วกัน”จินพูดทันทีโดยไม่ได้คิดอะไรมาก เขานั่งลงตรงบาร์ด้านหน้าของร้าน

     

            ป้ายที่แขวนตรงประตูถูกสลับเป็นปิดร้านไปเรียบร้อยแล้วสแตนจัดการดูแลร้านได้เป็นอย่างดี เขาเลยไม่เป็นกังวลอะไรหากต้องไม่อยู่นานๆแต่เมื่อจินเงยหน้าขึ้นเขาก็เห็นถึงสิ่งผิดปรกติอย่างหนึ่งภายในร้าน

     

            “ซื้อโทรทัศน์มาแล้วงั้นเหรอ”จินมองไปยังโทรทัศน์ขนาดสี่สิบแปดนิ้วที่แขวนไว้ด้านบนตรงมุมด้านขวาของร้าน

     

            “ขอรับ คุณมากิเป็นคนซื้อมาเมื่อเช้าช่างเข้ามาติดตั้งเมื่อช่วงบ่ายขอรับ” สแตนหันไปมองพร้อมกับยื่นเครื่องดื่มให้จิน

     

            “แล้วตอนนี้เธอไปไหน”จินจับสัมผัสของมากิภายในบ้านไม่ได้เลย

     

            “ออกไปสืบบางอย่างเหมือนเดิมนั่นแหละขอรับ”

     

            “เบื่อไหมสแตน กับโลกใบนี้”จินถามด้วยความสงสัยปนเป็นห่วงแก่อสูรพันธะของตน

     

            “ไม่เบื่อขอรับหลายสิ่งในโลกนี้ช่างมหัศจรรย์และน่าเรียนรู้เป็นอย่างมากผู้คนก็ไม่ได้ถูกแบ่งชนชั้นกันให้เห็นอย่างชัดเจนเหมือนโลกใบนั้น ที่สำคัญการกระทำของผู้คนที่นี่ก็ดูไม่โหดร้ายด้วยขอรับ”สแตนกล่าวสิ่งที่ตนเองเผชิญมาด้วยรอยยิ้ม

     

            “มันยังมีอีกหลายอย่างที่คุณยังไม่เห็น”จินกล่าวด้วยเสียงเบาบาง

     

            “แต่ผมก็ยังชอบนะครับ โลกใบนี้”สแตนตอบกลับ ซึ่งจินก็เห็นด้วย โลกใบนี้เปรียบเสมือนบ้านของเขา

     

            “!!!” แล้วทั้งคู่ก็ต้องรู้สึกตื่นตัวใบหน้าแสดงอาการเคร่งเครียดผิดกับก่อนหน้านี้

     

            “ปิดร้านสแตน”

     

            “ขอรับ นายท่าน”สแตนจัดการด้วยการเคลื่อนไหวแสนรวดเร็วแล้วทั้งคู่ก็หายไปจากร้านโดยสกิลเคลื่อนย้าย

     

            …

     

            “ไม่เจอกันนานนะ มากิ”

     

            ขวับ!มากิกำลังมุ่งหน้าไปตามทางเดินในซอกตรอกเล็กเพื่อกลับไปที่ร้านด้วยท่าทางร่าเริงต้องเป็นอันหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยกล่าวทักขึ้น

     

            “ใช่จริงๆ ด้วยนึกว่าจะไม่ใช่เธอเสียอีก มากิ” ใบหน้าอันดูดีของชายชุดดำโผล่จากมุมมืดของตึก

     

            มากิเริ่มทำใบหน้าหนักใจทันทีที่เห็นคนเบื้องหน้าได้ถนัดตาความกดดันแผ่กระจายทั่วร่างของชายผู้นั้นจนสร้างความผันผวนของอากาศยากต่อการหายใจ

     

            “ไม่เจอกันนานนะคะ คุณคลาวด์”