บทที่ 62 ยกระดับ!
“เฮ้! นายมาใหม่เหรอ? ทำไมฉันถึงไม่รู้จักนายเลย?” ขณะที่สายฝนกำลังเดินสำรวจเมืองอยู่เขาพลันได้ยินเสียงของใครบางคน เขาเห็นไปมอง เห็นโจรคนหนึ่งกำลังมองมาทางเขา โจรคนนี้หน้าตาดูโหดเหี้ยมมาก ฉับพลันสายฝนระมัดระวังตัวมากกว่าเดิม อีกฝ่ายเห็นท่าทางระมัดระวังตัวของสายฝนแล้วอดส่ายหน้าอย่างเศร้าใจไม่ได้
สายฝนมองโจรคนนั้นพลางพยักหน้า เขากล่าวว่า “ใช่ฉันเพิ่งมาอยู่ที่นี่” เขากำลังโกหกอีกฝ่ายอยู่! สายฝนไม่รู้ว่าคิงนั้นกลายเป็นโจรภูเขาและมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาไม่ใช่คิงตัวจริง ถ้าพวกฉีสงสัยว่าทำไมเขาถึงกล่าวกับคนอื่นแบบนี้สายฝนก็แค่อ้างว่าตนเองจำไม่ได้ก็เท่านั้น โยนความผิดให้คนอื่น ไม่สิ คงกล่าวว่าคนอื่นไม่ได้เพราะชายผมดำก็คือตัวเขาเองนั้นแหละ!
“ทำไมนายต้องระมัดระวังตัวขนาดนั้นด้วยเล่า?” โจรหน้าตาโหดเหี้ยมเอ่ยถามกับสายฝน มันอดส่ายหัวอีกครั้งไม่ได้ ถึงเมืองโจรแห่งนี้จะเป็นที่รวมตัวของคนในกลุ่มโจรภูเขาวายุศักดิ์สิทธิ์แต่มันก็ไม่ได้อันตรายขนาดนั้น อีกฝ่ายระมักระวังตัวอย่างกับกำลังอยู่ในสนามรบ
“ที่นี่มีโจรชั่วช้ามากมาย ฉันก็ต้องระวังตัวสิ” สายฝนตอบ เขามองโจรหน้าตาโหดเหี้ยมราวกับมองคนโง่ บ้ารึเปล่า? เขาแฝงตัวเข้ามาในกลุ่มโจรภูเขาวายุศักดิ์สิทธิ์ จะให้เขาลดความระมัดระวังตัวลงเนี่ยนะ? ที่แห่งนี้ก็เหมือนกับเขตอันตราย ถ้าเขาลดความระวังตัวลงเขาก็มีโอกาสเจออันตรายถึงชีวิตสูงสิ
หลังฟังสิ่งที่สายฝนพูดและเห็นสายตาของเขา โจรหน้าตาโหดเหี้ยมไม่ได้โกรธ “ดูจากท่าทางและความพูดของนายแล้ว นายคงไม่รู้กฏของเมืองแห่งนี้สินะ?” สายฝนคิดบางอย่างในใจก่อนพยักหน้าตอบว่า “ใช่! เพราะฉันเพิ่งมาที่นี่ได้ไม่นานจึงไม่รู้กฏที่นี่มากนัก”
โจรหน้าโหดเหี้ยมเห็นสายฝนบอกว่าตัวเขาไม่รู้กฏ มันก็เริ่มบอกกฏของสถานที่แห่งนี้ให้สายฝนฟัง เมื่อสายฝนฟังแล้วก็อดส่ายหัวภายในใจไม่ได้ สถานที่แห่งนี้มันต่างจากที่เขาคิดใว้เยอะ ในตอนแรกสายฝนคิดว่าเมืองนี้จะเละเทะ ไม่มีกฏระเบียบ ฆ่าใครก็ได้ ปล้นใครก็ได้ แต่ความจริงนั้นต่างจากที่เขาคิดมาก เมืองมีกฏที่เข้มงวดสุดๆ หากใครทำผิดกฏจะถูกทรมานก่อนในท้ายที่สุดจะถูกตัดหัว ไม่มีการยกโทษให้แม้แต่น้อย นี่เป็นสาเหตุที่เมืองนี้ถึงสงบสุขแม้ว่าเหล่าโจรชั่วช้าจะมารวมตัวกัน ถึงอีกฝ่ายจะเป็นศัตรูของเขาแต่สายฝนก็อดชื่นชมอาร์ครีเวอร์ไม่ได้ เจ้านั่นเป็นผู้ปกครองอย่างแท้จริง ทุกคนที่อยู่ตํ่ากว่ามันจะต้องเชื่อฟังกฏที่มันตั้งใว้
“ฟู่วว~ ถึงจะรู้ว่ามีกฏก็เถอะ แต่หน้าตาของนายมันทำให้ฉันรู้สึกว่าต้องระวัดระวังตัวตลอดเวลา” สายฝนถอนหายใจ เขากล่าวกับโจรหน้าตาโหดเหี้ยม เมื่อได้ยินคำพูดสายฝนโจรหน้าตาโหดเหี้ยมพลันหน้าซีด แววตาปรากฏความเศร้า ตัวมันก็ไม่ได้อยากเกิดมาหน้าตาดุร้ายแบบนี้หรอก และมันก็ไม่อยากมาเป็นโจรด้วย แต่เพราะเหตุผลบางอย่างมันก็ต้องกลายมาเป็นโจรอย่างไม่มีทางเลือก
สัมผัสของสายฝนที่พัฒนาขึ้นมากจากการตระหนักรู้ถึงความสงบสามารถรับรู้อารมณ์ของโจรหน้าตาโหดเหี้ยมได้อย่างรวดเร็ว สายฝนกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายที่ช่วยบอกกฏจากนั้นก็เดินออกห่างจากมันและทำการสำรวจเมืองต่อ เขามีความรู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ค่อยอยากมาเป็นโจรเท่าไหร่ ส่วนสาเหตที่ว่าทำไมถึงไม่อยากสายฝนไม่รู้ ความรู้สึกเขายังบอกอีกว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งตัวเขากับโจรคนนี้จะได้พบกันอีกอย่างแน่นอน แต่มันจะเป็นจริงหรือไม่ก็ไม่รู้ สายฝนไม่ได้คิดมากและหันมาสนใจสิ่งที่ตนเองต้องทำ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่สายฝนมาถึงเมืองโจรนี่ก็ผ่านมาห้าวันแล้ว พวกฉีได้มอบที่พักอาศัยใหม่ให้กับเขาเนื่องจากสายฝนได้ช่วยนิวลินเก็บศิลาท้องทะเลมาหลายวัน ที่พักอาศัยใหม่ของสายฝนนั้นดูดีกว่าที่พักอาศัยของโจรระดับศูนย์จุดห้าคนอื่น นอกจากดูดีแล้วมันยังมีขนาดที่ใหญ่กว่าหลายเท่าอีกด้วย
“มันคงถึงเวลาที่ฉันจะกลายเป็นระดับหนึ่งแล้ว” สายฝนพึมพำอย่างตื่นเต้น หลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาในที่สุดเขาก็จะกลายเป็นระดับหนึ่งซักที การยกระดับกลายเป็นระดับหนึ่งนั้นคือก้าวแรกของเขา ก้าวแรกสู่การเป็นคนที่แข็งแกร่ง การยกระดับคือสิ่งที่สายฝนรอคอย วันนี้จะเป็นวันที่เขาจะกลายเป็นระดับหนึ่ง
ตลอดห้าวันที่ผ่านมาสายฝนแทบไม่สามารถรอยกระดับได้ เขาอยากกลายเป็นระดับหนึ่งในตอนนั้นเลย ทว่าสุดท้ายแล้วสายฝนก็เลือกที่จะอดทน ความอนทนเป็นสิ่งสำคัญในการเป็นผู้แข็งแกร่ง
“ฉันจะกลายเป็นระดับหนึ่งแล้วจริงๆ” สายฝนนั่งอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ เขาพูดออกมาเบาๆ ภายในใจกำลังคิดอยู่ว่าหากตนกลายเป็นระดับหนึ่งแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เรี่องนี้เขาเคยถามผู้ดูแล001มาแล้ว คำตอบของผู้ดูแล001คือมันไม่รู้ คิดซํ้าๆสายฝนก็รู้สึกว่าผู้ดูแล001เนี่ยช่างไร้ประโยชน์จริงๆ เรื่องสำคัญที่เขาต้องการอยากรู้มากๆมันกลับไม่รู้ ‘ตั้งแต่เรื่องทะเลแล้วเจ้านี่มันไร้ประโยชน์โคตรๆเลย ถ้าตอนนั้นฉันไม่ดวงดี ฉันคงต้องเสียเวลาอีกเยอะ’ สายฝนคิดในใจ
“ฟู่วว~” สายฝนใช้สัมผัสรับรู้เช็ครอบข้างให้แน่ใจว่าไม่มีคนอยู่ เมื่อแน่ใจแล้วสายฝนก็ถอนหายใจ ผ่อนคลาย พยายามทำให้ตนเองไม่เครียดมากเกินไป นอกจากความตื่นเต้นที่จะได้กลายเป็นระดับหนึ่งแล้วสายฝนยังเครียดและกังวลอีกด้วย สายฝนเคยเป็นแค่คนธรรมดามันคงแปลกหากเขาจะไม่รู้สึกอะไรเลย
จากนั้นไม่นานสายฝนก็รู้สึกราวกับบางอย่างที่ผนึกเอาใว้คลายออก ครึ่งนาทีถัดมาระดับของเขาพลันเปลี่ยนจากระดับสูงจุดห้าเป็นระดับหนึ่ง ความรู้สึกของระดับศูนย์จุดห้ากับระดับหนึ่งนั้นต่างกันมาก วินาทีนี้สายฝนรู้สึกว่าร่างกายเขาเบากว่าตอนที่เป็นระดับศูนย์จุดห้าหลายเท่า เขาเริ่มเห็นสิ่งที่ระดับหนึ่งเห็น มันคือโลกที่ต่างออกไป เวลานี้เขาได้กลายเป็นระดับหนึ่งแล้ว!
โทรศัพท์เทพเจ้าลอยออกมาจากที่ซ่อนของมัน ฉับพลันหน้าจอสว่างขึ้น แอปพลิเคชัน[ข้อมูลชีวิต]เปิดขึ้นทันทีโดยไม่ต้องให้ใครกดเข้าโปรแกรม เพียงไม่นานข้อมูลชีวิตสายฝนก็ปรากฏ ในขณะที่ระดับศูนย์จุดห้ากำลังจะถูกเปลี่ยนกลายเป็นระดับหนึ่งอยู่นั้นหน้าจอมือถือเทพเจ้าก็ได้ดับลง
หนึ่งวินาทีต่อมา…..สองวินาทีต่อมา………..ครึ่งนาทีต่อมา………...หนึ่งนาทีต่อมา………..กระทั่งสามนาทีผ่านไปโทรศัพท์เทพเจ้าก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะเปิดขึ้น
‘เกิดอะไรขึ้น?!’ สายฝนตกใจ ความรู้สึกกังวลเพิ่มขึ้นมากกว่าก่อน ในตอนที่สายฝนกำลังลนลานทำอะไรไม่ถูกอักษรลี้ลับพลันเคลื่อนไหว หนึ่งในอักขระทั้งหมดแยกร่างทำให้มีอักษรคล้ายกันสองตัว อักษรตัวหนึ่งจากสองตัวนั้นเคลื่อนที่ลอยออกจากร่างกายสายฝนไปหาโทรศัพท์เทพเจ้า
เมื่ออักษรลี้ลับเข้าไปในมือถือเทพเจ้า ด้านหลังมือถือเทพเจ้าพลันปรากฏอักขระแปลกๆซึ่งสายฝนไม่รู้ความหมายของมัน สามวินาทีถัดมาหน้าจอโทรศัพท์เทพเจ้าก็ได้สว่างขึ้นอีกครั้ง ระดับของสายฝนในข้อมูลชีวิตจากระดับศูนย์จุดห้าถูกเปลี่ยนกลายเป็นระดับหนึ่ง
วินาทีที่สายฝนกำลังดีใจเขาก็รู้สึกง่วงขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาพยายามต่อต้านความง่วงนี้ด้วยความสามารถทั้งหมดที่มี แต่น่าเสียดาย ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ความง่วงยังคงอยู่เช่นเดิม ท้ายที่สุดสายฝนก็ไม่สามารถทนความง่วงได้ เปลือกตาทั้งสองข้างได้ปิดลง ตามมาด้วยสติที่จางหายไป
---
จบบทที่ 62 ยกระดับ!