ตอนที่ 2: แนวกั้นสมองพังทลาย (BBB Breach)
รถตู้ฉุกเฉินความเร็วสูงของกระทรวงสาธารณสุขเปิดไซเรนส่งเสียงดังสนั่น ขณะแล่นทะยานมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร ภายในห้องโดยสารหลังรถ เกริก พล และกานต์ กำลังจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงผลการสแกนสมองด้วยระบบ MRI และการลำเลียงสารเคมีในเืของผู้ป่วยเคสวิกฤตจากโรงพยาบาลศูนย์
"ดูตรงนี้สิลุงเกริก" กานต์ใช้นิ้วขยายภาพโครงสร้างสมองของผู้ป่วย "ปกติแนวกั้นหลอดเืสมอง หรือ Blood-Brain Barrier (BBB) จะทำหน้าที่เหมือนระบบกรองความละเอียดสูงระดับนาโนเมตร ยอมให้เฉพาะน้ำ สารอาหาร ก๊าซจำเป็ และโมเลกุลขนาดเล็กผ่านเข้าไปเลี้ยงเซลล์สมองได้เท่านั้น สารพิษหรือเชื้อโรคส่วนใหญ่จะติดอยู่นอกแนวกั้นนี้"
"แต่ในภาพสแกนนี้... โมเลกุลเรืองแสงที่เป็ตัวแทนของไวรัสกลายพันธุ์ มันทะลุผ่านเข้าไปได้ง่ายดายเหมือนเดินผ่านประตูที่พังแล้ว" เกริกวิเคราะห์ ั์ตาจ้องจับผิดภาพดิจิทัลอย่างไม่คลาดสายตา "กลไกการทะลวงของมันคืออะไรกันแน่?"
"ผลวิเคราะห์ทางพันธุศาสตร์ชีวเคมีชี้ว่า ไวรัสตัวนี้มีโปรตีนหนามชนิดพิเศษ" กานต์อธิบายต่อ "มันไม่ได้ใช้แรงกลในการเจาะ แต่ใช้วิธีการปล่อยเอนไซม์สลายพันธะโมเลกุล Tight Junctions ซึ่งเป็กาวเชื่อมระหว่างเซลล์บุผนังหลอดเืสมอง"
"พูดง่ายๆ คือ มันส่งสารเคมีไปละลายปะเก็นยางกันซึมของท่อส่งน้ำมันเลี้ยงสมองงั้นสิครับหมอกานต์?" พลแทรกขึ้นมาด้วยภาษาช่างที่เขาคุ้นเคยในการทำโรงงาน
"เปรียบเทียบได้เห็นภาพมากพี่พล" กานต์พยักหน้า "พอปะเก็นยางพัง สารพิษ ไวรัส และเม็ดเืขาวบ้าคลั่งก็ทะลักเข้าสู่เนื้อสมองโดยตรง เกิดภาวะสมองบวมและระบบประสาทล้มเหลวเฉียบพลัน"
เกริกเอนหลังพิงเบาะรถ นึกถึงหลักการทางวิศวกรรมฟลูอิดและระบบท่อส่ง "ในทางวิศวกรรม ถ้าปะเก็นยางรั่ว การฉีดเคมีซ่อมจากภายในขณะที่แรงดันยังสูงอยู่มีแต่จะทำให้ท่อแตก... กานต์ การรักษาของแพทย์แผนปัจจุบันตอนนี้ใช้วิธีไหน?"
"ยาสเตียรอยด์โดสสูงเพื่อกดภูมิคุ้มกันค่ะ ร่วมกับยาต้านไวรัสแรงสูง" กานต์ตอบด้วยสีหน้าหนักใจ "แต่มันเหมือนการอัดน้ำยาอุดรอยรั่วเข้าไปในท่อที่กำลังมีน้ำกรดไหลผ่าน ยาต้านไวรัสเข้าไม่ถึงจุดเกิดเหตุเพราะระบบหลอดเืฝอยรอบสมองเกิดภาวะ Micro-thrombosis หรือการแข็งตัวของเืเป็ก้อนจิ๋วๆ ปิดทางเดินยาหมดแล้ว"
"นั่นไงล่ะ!" เกริกทุบเข่าตัวเองดังปัง "ท่ออุดตัน ยาเลยไปไม่ถึง! พวกเธอแก้ปัญหาที่ตัวสารเคมี แต่ละเลยเื่พลศาสตร์การไหล (Flow Dynamics) และแรงดันสนามแม่เหล็กของของเหลว!"
"หัวหน้าหมายความว่ายังไงครับ?" พลเอียงหูฟังอย่างตั้งใจ
"เืและน้ำเหลืองไม่ใช่แค่น้ำเปล่า มันคือของเหลวชีวภาพที่มีประจุไฟฟ้า (Charged Bio-fluid)" เกริกอธิบายพลางชูฝ่ามือขึ้น "เมื่อเกิดการอักเสบ ศักย์ไฟฟ้าที่เยื่อหุ้มเซลล์ (Membrane Potential) จะเปลี่ยนจากลบเป็บวก ทำให้เม็ดเืและเกล็ดเืเกิดแรงดูดเข้าหากันจนจับตัวเป็ก้อนปิดกั้นท่อส่ง ถ้าระบบไฟฟ้าลัดวงจรแบบนี้ อัดยาเข้าไปหมื่นซีซี ยามันก็ไปกองอยู่แค่ตรงปากทางเข้า!"
"แล้วเราจะปลดล็อกการอุดตันระดับนาโนในสมองได้ยังไงครับ? เราใช้เข็มฉีดยาเข้าไปแทงตรงๆ ไม่ได้นะหัวหน้า นั่นมันสมองคน ไม่ใช่เสื้อสูบเครื่องยนต์!" พลเริ่มเหงื่อตก
"เราไม่ได้ใช้เข็ม..." เกริกลดมือลง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏที่มุมปาก "เราจะใช้ 'ความต่างศักย์สนามแม่เหล็กเหนี่ยวนำ' จากภายนอก กวนสารละลายภายในให้เกิดการเรียงตัวใหม่ (Re-alignment)"
กานต์มองเกริกด้วยความทึ่งผสมคลางแคลงใจ "ลุงเกริกคะ... สมองถูกปกป้องด้วยกะโหลกศีรษะหนา และระบบประสาทไวนึกไวต่อคลื่นแม่เหล็กมาก ถ้าแรงไป เซลล์สมองจะตาย แต่เบาไป พลังงานก็ส่งไม่ถึง BBB นะคะ"
"ถูกต้อง" เกริกตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง "นั่นคือเหตุผลที่เรากำลังเดินทางไปที่ High-Precision Lab เพราะฉันต้องใช้เครื่องมือสแกนความละเอียดไมครอนของพวกเธอ เพื่อจับพิกัดตำแหน่งหลอดเืสมองแบบ Real-time ในขณะที่ฉันปล่อยคลื่นพลังงานจากฝ่ามือ!"
"แปลว่า... ลุงเกริกจะผสานพลังชี่กงบำบัด เข้ากับเครื่องมือสร้างภาพแม่เหล็กไฟฟ้าในห้องแล็บงั้นเหรอคะ?" กานต์อุทาน
"ใช่" เกริกยืนยัน "ภาคแรกเราซ่อมท่อน้ำเหลืองส่วนนอกด้วยมือเปล่า แต่ภาคนี้... ศัตรูของเราซ่อนอยู่ในระบบหลอดเืสมองระดับนาโนเมตร เราต้องใช้ 'วิศวกรรมเที่ยงตรงสูง' เข้ามาร่วมมือกับ 'ปัญญาแห่งสรีรวิทยา' ไม่อย่างนั้น... มนุษยชาติได้ล้มละลายเชิงโครงสร้างแน่!"
รถตู้เบรกจอดสนิทหน้าอาคารศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์ชีวภาพและแล็บเที่ยงตรงสูง ประตูปกปิดสูญญากาศเปิดออก พร้อมรับกลุ่มวิศวกรชีวภาพเข้าสู่ารอบใหม่ทันที!