
....ลานหินเงียบสงัด ฝุ่นควันยังฟุ้งเล็กน้อยหลังจากการต่อสู้
ชายชุดดำนอนอยู่บนพื้น สภาพชวนสงสาร
อวี้ปิงก้าวเดินเข้าไปใกล้ ร่างสูงสง่างาม แต่ใบหน้าของเขายังคง เรียบเฉยและเคร่งขรึม
สายตาเขาจับจ้องชายชุดดำอย่างระมัดระวัง
“เจ้ามาจากไหน… ทำไมถึงซุ่มโจมตีพวกข้า?”
อวี้ปิงเอ่ยเสียงเรียบ แต่เต็มไปด้วยพลังปราณเย็นยะเยือก
ฟิ้ววว! กระบี่พุ่งตรงเข้าที่คออวี้ปิงอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
อวี้ปิงขมวดคิ้วอย่างโมโห
ทันทีที่กระบี่ใกล้เข้ามา พลังปราณระดับ 5 ในร่างเขา ระเบิดออกเป็นโล่ธาตุไฟ
แสงแดงวาบขึ้นราวกับไฟจันทร์ เผากระบี่ให้ละลายเป็นแสงระยิบ
ซู่ววว! เสียงกระบี่ละลายผสานกับเปลวปราณไฟดังก้องลานหิน
ชายชุดดำสะดุ้ง แรงฟันที่คิดว่าจะจบชีวิตอวี้ปิงกลับ ถูกต้านและสะท้อน
เขากระโดดถอยอย่างรวดเร็ว ทิ้งกระบี่ละลายเหลือเพียงเส้นแสงบางๆไว้กับพื้น
ร่างเขาสั่นสะท้าน ชัดเจนว่าความพ่ายแพ้จากหลี่หานเหวินและพลังปราณอวี้ปิงทำให้เขา แทบสูญเสียแรง
อวี้ปิงยืนสงบนิ่ง แสงไฟปราณรอบตัวยังคงลุกโชน
“ถ้าเจ้าต้องการตายขนาดนั้น… ก็ต้องเตรียมรับมือให้เต็มที่”
คำพูดเรียบง่าย แต่ทุกตัวอักษรช่าง คมกริบเหมือนกระบี่ปราณ
ชายชุดดำก้มหน้า กระโดดขึ้นบนกำแพงสำนัก จะกระโดดหนีออกจากสำนัก
แต่เขากลับก้าวขาไม่ออก พอลองมองดูก็เห็นพลังปราณสีแดงหมุนพันวนรอบขาข้างหนึ่งของเขา
อวี้ปิงเพียงจับจ้อง สายตาเหมือนตรึงเขาอยู่กับความจริง
"เจ้าคิดว่าเอากระบี่ห่วยๆนั่นมาฟันคอข้าแล้วจะคิดว่าจะหนีไปได้ง่ายๆหรือ?"
ชายชุดดำเหงื่อตก เขาตระหนักว่าชายชุดแดงคนนี้น่ากลัวยิ่งกว่าหานเหวินเสียอีก
"ฉับ!!"
ขาชายชุดดำข้างที่ถูกพลังปราณยึดไว้นั้นลอยขาดกระเด็น ด้วยคมดาบอีกเล่มในมือชายชุดดำ
แววตาของเขาเจ็บปวดมาก ก่อนที่จะรีบกระโดดหนีหายออกจากกำแพงไปอย่างรวดเร็ว
"นั่นอะไร?"
หานเหวินชี้เศษกระดาษใบหนึ่งหลุดจากเอวชายชุดดำลอยปลิวบนฟ้า
หานเหวินรีบกระโดดไปจับกระดาษเก่าๆแผ่นนั้นเอามาอ่าน โดยมีอวี้ปิงมายืนอ่านด้วยอยู่ด้านหลัง
หลี่หานเหวินก้าวไปหยิบ เปิดออก…
บนกระดาษมีข้อความเขียนลายมือเก่าๆ และสัญลักษณ์ดอกไม้ลึกลับ
แต่มันรูปร่างกลีบดอกเหมือนรอยปานรูปดอกไม้สีแดงบนตัวเขาเลย
“ดอกหงเซียง!”
อวี้ปิงโน้มตัวมอง ขมวดคิ้ว
“ดอกหงเซียง?… ชายผู้นี้เกี่ยวข้องอะไรกับปานบนตัวข้า?”
หลี่หานเหวินพยักหน้า กวาดสายตามองรอบสำนัก
สายลมกลางคืนพัดพากลิ่นสมุนไพรลึกลับเข้ามา
หานเหวินคุ้นกลิ่นนี้มาก มันคือกลิ่นที่คุ้นเคย ลึกๆข้างในความทรงจำที่เขาจำไม่ได้
"เฒ่าฉีเตา!"
"สำนักอวิ๋นหลิน!"
หลี่หานเหวินกุมศรีษะรู้สึกปวดหัว แต่ 2 คำนี้แว้บออกมาจากปากเขาโดยไม่รู้ตัว
อวี้ปิงทำหน้าครุ่นคิดสักครู่ใหญ่ๆ ก่อนจะพูดว่า
"เฒ่าฉีเตาที่เข้าพูดข้าไม่รู้จัก แต่ชื่อสำนักอวิ๋นหลินเหมือนข้าจะเคยได้ยิน"
"มันเป็นสำนักปรุงยาเล็กๆแคว้นทางใต้"
หานเหวินเริ่มจำอะไรเล้กๆน้อยๆได้แล้ว
"ใช่ๆ มันคือสำนักอวิ๋นหลิน" เขาพูดได้แค่นี้ก็นึกอะไรต่ออีกไม่ได้
"แต่สำนักนั้นมันร้างมาเกิน 1,000 ปีแล้วนะ!"
"ที่ข้าจำชื่อมันได้เพราะมันเป็นหนึ่งในภูเขาต้องห้ามที่ไม่ควรไปที่สมาพันธ์เซียนแจ้ง"
"ที่นั่นแม้เซียนระดับ 6 ปราณลึกซึ้ง ที่เหนือกว่าข้าไปก็อาจไม่ได้กลับมาในสภาพปกติ"
"ต...แต่...."
หานเหวินรู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง จนทรุดเข่าลงกับพื้น
"อ....อวี้....อวี้เฟิง อยู่ที่นั่น!!"
หานเหวินหลุดคำพูดออกมา
อวี้ปิงทำหน้าสงสัยอย่างมาก แต่เขาก็รู้สึกเชื่อในคำพูดหานเหวินอยู่ลึกๆ
"หานเหวิน หยิบใบเงาราตรีในกระเป๋าเจ้าออกมา"
ใบเงาราตรี เป็นพืชนสมุนไพรเซียนระดับ 5 สูงสุดที่หายากมาก มันเป็นพืชหลักที่ใช้ในการสร้างยาต่อต้านหรือสลายคำสาปขั้นสูงสุด
หานเหวินค่อยๆหยิบใบเงาราตรีออกมา มันเป็นใบไม่สีดำที่เงาวาววับราวกับแสงจากดวงจันทร์ มีพลังมืดบางอย่างรอบๆตัวมันจนรู้สึกได้
อวี้ปิงใช้พลังปราณบางอย่างพุ่งเข้าใส่ใบเงาราตรีจนมีปราณสีดำและสีแดงแตกกระจายรอบๆใบ อวี้ปิงรีบแล้วผลักมันเข้าปากหลี่หานเหวิน
เมื่อมใบเงาราตรีเข้าไปในร่างกายหานเหวิน พลังมืดบางอย่างแตกกระจายโพยพุ่งออกมาจากร่างกายเขา
ปานรูปดอกไม้สีแดงส่องแสงสว่างอย่างประหลาด
"ข้า....ข้านึกได้บ้างแล้ว"
"ข้าและอวี้เฟิงเคยไปที่สำนักอวิ๋นหลิน"
แว้บหนึ่งในควาทรงจำเขาเห็นเงาชายผมยาวสลวยสีดำปลายผมมีสีแดงแซมเล็กน้อย รูปร่างสูงผอมคล้ายอวี้เฟิง แต่เขาสวมชุดเซียนสีเขียวเก่าๆ
หานเหวินมองหน้าไม่เห็น แต่เขาเห็นรอยยิ้มจากใบหน้านั้น
"โอ๊ย! เจ้าเต่าขี้เซาจะให้อาจารย์มาปลุกเองเลยไหม?"
น้ำเสียงที่คุ้นเคย อยู่ในความทรงจำของเขา แต่หานเหวินนึกใบหน้าเขาไม่ออก"
"ไอ้น้องชาย ระวังบันไดแผ่นที่สามนะ!"
"ใครว่าข้าให้ยืม จ้าแค่ทำตกใส่มือเจ้า"
"หานเหวินเอ๋ย ถ้าไม่มีข้า เจ้าคงหลงอยู่ในโลกแห่งตำรานี้แน่ๆ"
ข้อความมากมายจากชายชุดเขียวที่มองไม่เห็นหน้าหลั่งไหลเข้าในสมองหลี่หานเหวิน
"จ....เจ้ามีข้าคนเดียวก็พอ ข้าจะช่วยเจ้าเอง"
หานเหวินมีน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกเศร้าเสียใจหลั่งไหลเข้ามาโดยที่เขาไม่ทราบสาเหตุ
อวี้ปิงมองดูเขา
"ดูท่า เจ้าคงต้องไปสำนักอวิ๋นหลินนั่นแล้วจริงๆ" .....