บทที่ 32 บีบน้ำตาสำออย!
นางจางชี้หน้าอวิ๋นซิ่วชิงเป็นเวลานานและไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้
อวิ๋นซิ่วชิงยิ้มเยาะให้อีกฝ่ายเบา ๆ “ป้าจาง ตอนนี้ตระกูลอวิ๋นของเราไม่มีของมีค่าอะไรอยู่เลยนอกจากคฤหาสน์นี้ ถ้าเจ้าเอาน้องสะใภ้กลับไปได้ก็ดี นางจะได้ไม่ต้องลำบากในตระกูลอวิ๋นของเราอีก”
นางจางเคยพบกับหญิงอ้วนตรงหน้ามาก่อน อวิ๋นซิ่วชิง ลูกสาวคนเดียวของตระกูลอวิ๋นทั้งอัปลักษณ์แถมยังอ้วนฉุ ซ้ำยังเป็นคนขี้ขลาด แถมยังไม่สู้คนอีกด้วย
ทว่าทำไมมาวันนี้นางหญิงอ้วนผู้นี้กลับกล้ามาต่อปากต่อคำกับนาง?
นี่ใช่อวิ๋นซิ่วชิงจอมขี้ขลาดจริงหรือ?
หรือว่าความขี้ขลาดที่เคยเห็นมาก่อนนั้น นางคนนี้เสแสร้งแกล้งทำเพื่อหลอกตาคนกัน?!
“อวิ๋นซิ่วชิง! นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม! ข้าจะสั่งสอนเจ้าเดี๋ยวนี้!!”
นางจางโกรธมาก นางรีบผลุนผลันก้าวไปข้างหน้าหมายจะฉีกปากหญิงอ้วนปากกล้าคนนี้
แต่อวิ๋นซิ่วชิงจะปล่อยให้นางจางเล่นงานได้อย่างไร?!
ขณะที่นางจางรีบวิ่งผลุนผลันเข้ามา อวิ๋นซิ่วชิงก็รีบเบี่ยงตัวหลบเงื้อมมือของนางจาง ก่อนจะฟาดฝ่ามือใส่หน้านางจางแทน
เพี้ยะ!
เมื่อนางจางถูกอวิ๋นซิ่วชิงตบ นางก็ยังไม่ยอมรามือ กลับกันดูเหมือนจะบ้าคลั่งมากกว่าเก่า นางยังคงพุ่งตัวมาหมายจะข่วนใบหน้าอ้วนกลมของอวิ๋นซิ่วชิง
เฒ่าอวิ๋นที่แต่เดิมได้แต่นั่งเฉย ๆ ทว่าเมื่อเห็นนางจางกำลังจะรังแกลูกสาวของเขา ชายชราก็ลุกขึ้นคว้าชายเสื้อนางจางแล้วเหวี่ยงไปกับพื้น
“อย่าแตะต้องลูกสาวข้า!” เฒ่าอวิ๋นจ้องนางจางด้วยสายตาเย็นชา แต่แฝงความรู้สึกข่มขู่ไว้อย่างชัดเจน
นางจางโกรธมาก แต่นางยังไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่างเลยตั้งแต่มาถึงที่นี่ในวันนี้ แถมยังมาถูกนางหญิงอ้วนที่ไม่มีดีตบอีกด้วย!
“เจ้าทั้งสองรอก่อนเถอะ!” นางจางกัดฟันมองอวิ๋นซิ่วชิงและเฒ่าอวิ๋นด้วยสายตาอาฆาตแค้น ก่อนที่จะลุกขึ้นจากพื้นแล้ววิ่งออกไป
หลังจากที่นางจางจากไปแล้ว อวิ๋นซิ่วชิงก็ยิ้มและมองพ่อที่ปกป้องนางเมื่อครู่
“ท่านพ่อ ขอบคุณท่านมาก ท่านน่าทึ่งมากเลย”
เฒ่าอวิ๋นถอนหายใจเบา ๆ และนั่งลงบนเก้าอี้ “พ่อทำได้แค่นี้แหละในการปกป้องเจ้า”
ดวงตาของอวิ๋นซิ่วชิงรู้สึกอุ่นขึ้นมาทันใดเพราะน้ำตาที่กำลังเอ่อล้นด้วยความซาบซึ้ง พ่อของนางจะต้องใช้ความกล้าหาญมากเพียงใดในการลุกขึ้นมาปกป้องนางเช่นนี้
พ่อของนางเป็นนักอ่าน และยังมีความรู้มากมาย ถ้าไม่ใช่เพราะต้องสืบทอดธุรกิจตระกูลอวิ๋น ป่านนี้พ่อของนางอาจจะไปสอบจอหงวนแล้ว
ขณะนี้ อวิ๋นซิ่วชิงก็ได้รู้แล้วว่า พ่อรักนางมากแค่ไหน?
ในเวลาเดียวกันกับที่อวิ๋นซิ่วชิงปลอบพ่อของนาง อยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงนางจางร้องไห้อยู่นอกประตูคฤหาสน์
เฒ่าอวิ๋นตัวสั่นด้วยความโกรธ เขาไม่เคยเห็นคนไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อน!
“ท่านพ่อไม่ต้องออกไป เดี๋ยวข้าไปจัดการเอง” อวิ๋นซิ่วชิงห้ามพ่อของตนเอาไว้ หลังจากนั้นนางก็เดินออกจากห้องโถงพลางหยิบไม้ที่เคยใช้ตีอวิ๋นหมิงเซียว ก่อนจะออกไปที่ประตู
ในเวลานี้ ชาวบ้านทั้งหมดพากันไปที่ทุ่งนาเพื่อเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และตอนนี้นางจางกำลังเอะอะโวยวายอยู่ที่ประตูหน้าคฤหาสน์ตระกูลอวิ๋น
ในไม่ช้า เหล่าชาวบ้านก็มามุงรวมตัวกันที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลอวิ๋นเพื่อดูเหตุการณ์สนุก ๆ กัน
“ท่านทั้งหลายได้โปรดคิดดูเถอะ! ข้ามาที่คฤหาสน์ตระกูลอวิ๋นวันนี้เพื่อมาหาลูกสาวของข้า แต่พวกเขากลับกีดกันไม่ให้ข้าพบนาง แถมยังทุบตีข้าอีก! เฒ่าอวิ๋น! เจ้าต้องตาย!! ฟ้าดินจะต้องลงโทษเจ้า!!”
นางจางกำลังสาปแช่งเฒ่าอวิ๋น และพยายามเสแสร้งบีบน้ำตาเพื่อให้ตัวนางดูเหมือนผู้ไม่ได้รับความยุติธรรม
ทันใดนั้น ประตูคฤหาสน์ตระกูลอวิ๋นก็ถูกเปิดออก
อวิ๋นซิ่วชิงเดินไปหานางจางด้วยไม้ในมือ ดวงตาของนางจ้องไปที่หญิงชราด้วยสีหน้าเรียบเฉย
นางจางรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเมื่อสบตาเข้ากับอวิ๋นซิ่วชิง แต่เมื่อคิดว่ามีชาวบ้านคนอื่น ๆ มากมายมุงดูอยู่รอบ ๆ นี้ นางหญิงอ้วนคนนี้ไม่กล้าทำอะไรนางแน่
นางจางจึงเริ่มได้ใจ
“อวิ๋นซิ่วชิง! เจ้า! นังสารเลว!!! เจ้าร่วมมือกับพ่อเจ้าทุบตีข้า แถมยังทรมานลูกสาวข้าจนเกือบตาย! เจ้ามันเป็นคนใจดำ ไม่มีคุณธรรมอยู่ในหัวใจ!! ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมเจ้าจะไม่ได้แต่งงาน!!!”
การแสดงของนางจางนั้นยอดเยี่ยม เสียงร้องที่นางพยายามแผดออกมาอย่างเล็กแหลมนั้นดูราวกับใจจะขาดตรงนั้นเสียให้ได้ ซึ่งนั่นทำให้ชาวบ้านโดยรอบพากันชี้นิ้วมาทางอวิ๋นซิ่วชิง
อวิ๋นซิ่วชิงพ่นลมอย่างเย็นชาด้วยความรังเกียจในความเสแสร้งของนางจาง
อย่างที่มีคำกล่าวไว้ว่า คนดีมักกลัวคนเลว และคนเลวมักกลัวคนตาย แต่ขอโทษที อวิ๋นซิ่วชิงคนนี้ไม่กลัวทั้งคนเลวและคนตาย ฉะนั้นก็ย่อมไม่กลัวเสียงนินทาด้วย!
อวิ่นซิ่วชิงเงยหน้ามองดูชาวบ้านโดยรอบที่กำลังชี้นิ้วมาที่นาง หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะฟาดนางจางด้วยไม้ในมือ
“อวิ๋นซิ่วชิง!! เจ้าตีข้า!! เจ้ามันไร้เหตุผล!!”
นางจางกรีดร้อง คาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าอวิ๋นซิ่วชิงจะกล้าทำเช่นนี้ นางร้องไห้โฮด้วยความเจ็บปวด