ฝักที่9
สิ่งแรกที่ดินทำหลังจากกลับมาถึงบ้านใน่เย็นนั่นคือการป่าวประกาศให้ทุกคนได้รู้กันทั่วว่าตนนั้นได้เจอผู้ที่จะมาเป็ว่าที่สามีแล้วและว่าที่สามีของตนนั้นมีฝักข้าวโพดที่ใหญ่และยาวมากเมื่อบิดาได้ฟังเขาพูดจบก็สำลักพ่นน้ำชาที่กำลังจิบอยู่ออกมาเป็ละอองฟุ้งในอากาศหากมีแสงแดดส่องเข้ามาสักหน่อยพวกเราคงจะได้เห็นปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำที่เกิดขึ้นภายในห้องครัวเป็แน่
ส่วนมารดาที่กำลังสับหมูอยู่ก็ถึงกับทำมีดหลุดมือและมีดเล่มนั้นก็เหมือนจะมีตาเสียด้วยพุ่งมาปักลงบนเก้าอี้กลางหว่างขาของบิดาพอดิบพอดีและเฉียดฝักข้าวโพดของท่านไปเส้นยาแดงผ่าแปดเท่านั้น
บิดาที่เจออิทธิฤทธิ์มีดบินของท่านแม่เข้าไปก็ช็อกกลายเป็หินไปแล้วแต่นับว่าท่านยังโชคดีอยู่มากที่ไม่สูญเสียฝักข้าวโพดนั้นไปตลอดกาลเพราะเขาเองถึงจะมีเวทย์แห่งการรักษาอยู่หากแต่ก็ไม่สามารถช่วยต่อส่วนที่ขาดนั้นได้หรอกนะทำได้เพียงแค่รักษาแผลที่เกิดขึ้นได้เท่านั้นเอง
ทางด้านเ้าน้องชายนั้นก็ร่ำร้องอยากจะกินข้าวโพดขึ้นมาบ้าง
“ท่านพี่~ท่านให้ข้าร่วมวงกินข้าวโพดฝักใหญ่อันนั้นด้วยคนไม่ได้เหรอขอรับ”บิดาที่ได้สติกลับมาแล้วและกำลังจิบน้ำชาที่เขานั้นรินให้ใหม่แต่พอได้ยินเ้านัทซึพูดเช่นนั้นออกมาก็ถึงกับพ่นน้ำชาออกมาเป็ครั้งที่สอง
ส่วนมารดาที่เพิ่งจะเก็บมีดที่ทำหลุดมือกลับมาแล้วและกำลังเริ่มต้นสับหมูใหม่อีกครั้งก็เหมือนจะโดนผีนักฆ่าเข้าสิงเผลอทำมีดหลุดมืออีกรอบเช่นกันมีดเล่มนั้นพุ่งตรงมาทางบิดาอย่างรวดเร็วเป้าหมายในครั้งนี้ดูท่าว่าจะต้องเป็ลำคอของท่านพ่ออย่างแน่นอน
บิดาที่เห็นมีดนั้นกำลังพุ่งมาหาตนก็ใจนทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งนิ่งและไม่มีท่าทีว่าจะขยับหลบแม้แต่น้อยแต่นับว่าท่านยังมีบุญอยู่บ้างที่มีบุตรชายยอดกตัญญูเช่นตนที่ช่วยใช้เท้าผลักท่านให้ออกไปพ้นจากทิศทางของมีดที่พุ่งมาเหมือนเล็งจะเอาชีวิตของท่านเสียให้ได้บิดาล้มกลิ้งหลุนๆ เหมือนลูกขนุนหลังจากที่โดนผลักด้วยเท้าไปเบาๆเมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างจบสิ้นลงแล้วท่านจึงลุกยืนขึ้นอย่างทุลักทุเลพอยืนได้อย่างมั่นคงแล้วก็หันมามองพวกเขาตาขวาง
“พวกเ้าทั้งสองคนช่วยออกไปคุยกันนอกห้องครัวได้หรือไม่ถือว่าข้าขอร้องล่ะ” โธ่~ที่แท้ท่านพ่อก็เป็ห่วงพวกตนนี่เองคงจะกลัวว่าเขากับนัทซึจะโดนลูกหลงไปด้วยล่ะสิคิดได้เช่นนั้นพวกเขาสองคนพี่น้องก็มองท่านด้วยความซาบซึ้งใจน้ำตาคลอหน่วยขึ้นทันที
“ไปกันเถอะนัทซึเราไปคุยกันด้านนอกดีกว่าอยู่ด้านในเดี๋ยวท่านพ่อจะเป็ห่วงเอา”
เมื่อเขาสองคนกำลังที่จะก้าวพ้นจากประตูห้องครัวดินก็นึกขึ้นมาได้ว่าตนนั้นเพิ่งจะหักหาญน้ำใจเ้านัทซึที่จะไม่ยอมแบ่งข้าวโพดฝักนั้นให้เ้าตัวเล็กได้กินด้วยกันจึงกลัวว่าน้องชายสุดที่รักจะงอนตนเลยรีบเอ่ยคำแก้ตัวขึ้นมา
“นัทซึเ้าไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะที่พี่ชายไม่แบ่งข้าวโพดของว่าที่พี่เขยให้เ้ากินด้วยแต่ไม่ว่ายังไงพี่ชายคนนี้ก็ขอสัญญาเลยว่าจะต้องหาข้าวโพดฝักใหญ่ๆไซส์บิ๊กเบิ้มมาให้เ้าได้กินอย่างเต็มปากเต็มคำแน่นอน”
เมื่อสิ้นคำพูดที่เอ่ยกับเ้าน้องชายนั้นเขาก็เห็นมีดปังตอเล่มใหญ่ที่กำลังบินไปทางบิดาอีกแล้ว
ฟิ้ววววววววว….วว~~~
คราวนี้ท่านพ่อผลักโต๊ะกินข้าวลงทำเป็บังเกอร์แล้วรีบทิ้งตัวลงไปขดตัวนอนอยู่ด้านหลังโต๊ะตัวนั้นทันทีดินมองไปที่บิดาตนอย่างห่วงๆ แต่เมื่อเห็นว่าท่านไม่ได้เป็อันตรายอะไรแล้วจึงหันหลังเดินจากไปอย่างหมดกังวล
และเมื่อถึงเวลาอาหารเย็นที่บนโต๊ะอาหารในตอนนี้นั้นได้มีมีดบังตอเล่มใหญ่ที่ปักลึกจนดึงไม่ออกประดับอยู่ตรงกลางโต๊ะแทนที่แจกันดอกไม้นายมั่นมองไปก็ชวนให้นึกหวาดเสียวต้นคอ
บิดาที่มีสีหน้าซีดเซียวนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะส่วนด้านขวามือของบิดานั้นเป็ที่นั่งของมารดาและเ้านัทซึส่วนเขานั้นจะนั่งอยู่อีกฝั่งนึง
อาหารในมื้อนี้นั้นเป็สเต็กหมูสับชิ้นใหญ่ที่ทานพร้อมกับสลัดผักและมันบดส่วนขนมหวานนั้นเป็วุ้นผลไม้ที่ทำจากหัวบุกและอาหารพวกนี้นั้นดินเป็คนสอนมารดาทำทั้งหมดมื้อนี้เริ่มต้นขึ้นทันทีหลังจากทุกคนหยิบอุปกรณ์ในการกินขึ้นมาถือไว้ในมือนั่นก็คือมีดเล่มเล็กพร้อมกับช้อนส้อมนั่นเอง
“เอ่อวันนี้ข้าไปเจ...”ดินกำลังจะเล่าเื่ที่ยังพูดค้างไว้เมื่อ่เย็นให้ทุกคนได้ฟังต่อแต่ยังไม่ทันได้พูดจบท่านพ่อก็มุดไปอยู่ใต้โต๊ะเสียแล้ว
สงสัยท่านจะทำของตกล่ะมั้ง!!!
เป็อันว่าคืนนี้ดินก็ยังไม่ได้เล่าอะไรเพิ่มเติมให้พวกท่านได้ฟัง เพราะบิดาขอตัวไปนอนเสียก่อนซึ่งท่านบอกกับทุกคนว่าไม่สบายก็คงจะไม่สบายจริง ๆ นั่นแหละเพราะหลังจากที่ท่านลุกขึ้นมาจากการลงไปหาอะไรสักอย่างที่ใต้โต๊ะอยู่พักนึงสีหน้าของท่านก็ยิ่งซีดเหมือนคนป่วยหนักแถมยังตาขวางๆ อีกต่างหาก
เช้าวันรุ่งขึ้นดินถึงได้เล่าเื่ทั้งหมดให้ท่านทั้งสองฟังอย่างจริงจังเสียทีเพื่อให้พวกท่านช่วยดำเนินการขั้นตอนต่อไปในการเปิดร้านขายของที่ตนคิดไว้
“ข้านั้นจะอยากช่วยพวกเขาให้หลุดพ้นสถานการณ์เช่นนั้นโดยเร็ววันนี้พวกเราไปหาซื้อตึกแถวสักหลังไว้เปิดเป็ร้านขายวัตถุดิบทำอาหารที่เรามีสะสมอยู่มากมายเลยดีหรือไม่ขอรับขายข้าคิดว่าจะขายในราคาถูกเพื่อให้พวกเขาสามารถซื้อหากันได้”
ดินพูดไปแล้วก็นึกถึงสภาพของคนเ่าั้ขอทานที่เขาเห็นเมื่อวานนั้นนอกจากจะไม่มีอาหารแล้วเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มก็ย่ำแย่พอกันซึ่งมันไม่สามารถให้ความอบอุ่นร่างกายได้เลยแล้วไม่รู้ว่าสภาพที่พักอาศัยจะเป็อย่างไรกันบ้างถ้าพวกเราไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยในครั้งนี้เห็นทีคนเ่าั้ต้องตายกันหมดแน่
“แม่เห็นด้วยแต่เราจะทำอย่างไรกับคนที่ไม่มีเงินดีล่ะถ้าจะแจกให้เปล่าไปเลยก็ต้องมีคนสงสัยพวกเราแน่ถึงตอนนั้นคำถามยาก ๆจะมีมาให้ต้องตอบมากมายเลยล่ะและเราก็ไม่สามารถคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้นได้ด้วย”นางพิมนั้นเห็นด้วยกับบุตรชายแต่ยังกังวลว่าจะแก้ปัญญาอย่างไรที่จะไม่เดือดร้อนตนเองด้วย
“เอาอย่างนี้ดีมั้ยพ่อว่าเราก็ให้อาหารพวกเขาไปก่อนโดยให้ลงบัญชีเอาไว้เมื่อพ้นหน้าหนาวไปแล้วก็ให้พวกเขามาทำงานปลูกผักหรือจับปลาเป็การชดใช้เท่ากับเราได้สอนคนเ่าั้ไปด้วยในตัวไงล่ะ”ความคิดบิดานั้นช่างดีนักอย่างที่เขาว่า 'สอนคนให้จับปลานั้นย่อมดีกว่าการให้ปลา'
“ท่านพ่อวันนี้ท่านช่างปราดเปรื่องไม่เหมือนกับทุกๆวันเลยนะขอรับ” บิดายิ้มรับได้ไม่นานก็กลับมาทำหน้าั์ใส่เขาอีกแล้ว
“ไอ้ลูกเวร!นี่เ้าหมายความว่าวันอื่นข้าโง่หรือไง”
“ช่าย~ชะอุ้ย!ข้าล้อท่านเล่นหรอกอิอิอิ ท่านพ่อเนี่ยสงสัยจะเข้าวัยทองนะอารมณ์แปรปรวนยิ่งนัก”ดินลอยหน้าลอยตายั่วโมโหบิดาซึ่งเป็กิจวัตรประจำวันที่ตนต้องทำ
“เ้ามัน...”เส้นเืที่ขมับนายมั่นเต้นกระตุกยิกๆเพราะไอ้ลูกคนนี้นี่แหละ
“เอาล่ะๆหยุดได้แล้วทั้งสองคนมั่วแต่ทะเลาะกันเนี่ยแหละไปเตรียมตัวเดินทางกันได้แล้วเดี๋ยวแม่จะไปเตรียมเอกสารก่อนดินไปตามน้องด้านนอกให้มาเตรียมตัวด้วยอีกสิบนาทีทุกคนต้องพร้อมนะเข้าใจมั้ย”นางพิมรู้สึกเหนื่อยใจกับสองพ่อลูกนี้จริงๆคุยกันได้ไม่กี่ประโยคก็ต้องมีประชันลับฝีปากกันทุกทีไปแต่ยามคนใดคนหนึ่งไม่อยู่แล้วล่ะก็เป็ต้องถามหากันตลอดสงสัยจะเป็การกระชับความสัมพันธ์ของพวกผู้ชายที่ผู้หญิงอย่างนางไม่เข้าใจกระมั้ง
เมื่อครบเวลาที่ท่านแม่กำหนดแล้วทุกคนก็มารวมตัวพร้อมกันที่ห้องโถงและไม่ได้มีแค่พวกเราสี่คนเท่านั้นที่จะเดินทางไปในตัวเมืองในครั้งนี้หากแต่ยังมีพวกสมุนภูตกลุ่มใหญ่ที่ขอติดตามไปเที่ยวกันด้วย
“มิติและกาลเวลาจงสถิตที่ข้า”ละอองเวทย์ไหลเป็สายออกมาจากฝ่ามือที่วาดเป็วงกลม
“เรียบร้อยแล้วทุกคนเดินทางกันเถอะขอรับ”ดินเดินนำเข้าไปก่อนคนแรกตามด้วยท่านแม่และท่านพ่อที่อุ้มเ้านัทซึเอาไว้ปิดท้ายด้วยเหล่าภูตที่อารมณ์ดีกันสุดๆอย่างกับวันนี้จะไปปิคนิคกันอย่างนั้นแหละ
เมื่อผ่านเข้ามาในประตูเมืองภาพบรรยากาศเดิมๆเช่นเดียวกับที่เขาได้เห็นเหมือนวานก็เข้ามาในครรลองสายตาเ้าเด็กขอทานคนนั้นยังคงนั่งอยู่ที่เดิมเพิ่มเติมคือมีผ้าพันคอที่เขามอบให้ไว้เมื่อวานซึ่งเ้าตัวก็เอามันมาห่มไว้ทั้งตัว
“วันนี้เ้าก็มานั่งเช่นเดิมอีกแล้วเหรอเ้าหนู”เมื่อเด็กน้อยขอทานได้ยินเสียงของดินก็รีบลุกขึ้นมากอดอย่างดีใจที่ได้เจอผู้มีพระคุณ
“คุณชาย~ข้าดีใจจังที่ได้เจอท่านอีกหากเมื่อวานไม่ได้ข้าวสารที่ท่านมอบให้แล้วล่ะก็บิดามารดาของข้าคงจะแย่แน่ๆเลยขอรับ เพราะตอนที่ข้ากลับไปถึงบ้านนั้นพวกท่านแทบจะไม่มีสติแล้วแต่พอข้าป้อนโจ๊กให้พวกท่านกินเพียงแค่ไม่กี่คำเท่านั้นท่านทั้งสองก็สามารถลุกขึ้นได้เลยล่ะขอรับ”
เ้าหนูขอทานเล่าให้ดินฟังอย่างตื่นเต้นและในน้ำเสียงนั้นก็แฝงไปด้วยความสำนึกในบุญคุณ
“เป็เช่นนั้นข้าก็ดีใจด้วยว่าแต่วันนี้ท่านพ่อกับท่านแม่เ้ามาด้วยหรือไม่?”เขาอยากจะรู้อาการของพ่อแม่เด็กคนนี้ว่าป่วยร้ายแรงแค่ไหนเพราะหากพวกเขาทั้งสองเกิดเป็อะไรขึ้นมาไม่รู้ว่าเ้าเด็กคนนี้จะอยู่ต่อไปอย่างไร
“พวกท่านก็จะมากันแต่ข้าไม่ให้มาหรอกท่านทั้งสองเพิ่งจะมีอาการดีขึ้นเองหากต้องมานั่งตากลมอีก...ฮึกฮึกกก ข้าไม่อยากเห็นพวกท่านไม่สบายอีกแล้วล่ะขอรับ”เ้าขอทานตัวเล็กทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เมื่อพูดถึงความเจ็บป่วยของบุพการี
“โธ่~เด็กน้อยเ้าช่างเป็เด็กดีนักขอให้อดทนอีกสักหน่อยเถิดแล้วข้าจะช่วยเ้าเอง”ดินคว้าเอาตัวเด็กน้อยมากอดแล้วเอาเสื้อคลุมของตนห่มร่างเด็กไว้ทั้งตัวจากนั้นจึงใช้เวทย์แห่งการรักษาช่วยรักษาไข้หวัดที่เหมือนจะกลับมาเป็ใหม่อีกครั้งของขอทานน้อย
“ข้าชอบััของคุณชายที่สุดเลยยามที่ท่านกอดข้าข้าเหมือนขึ้น์เร้ย~คิคิคิ”เ้าหนูน้อยขอทานหัวเราะคิกคักและยังไม่ยอมออกจากอ้อมกอดของดินง่ายๆเขาจึงเอามือลูกหัวเล็กๆนั้นอย่างนึกเอ็นดู
“นัทซึเอาซาลาเปามาแบ่งให้เพื่อนใหม่หน่อยเร็ว”ดินเรียกเ้าน้องชายตัวแสบที่มายืนสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆจนแทบจะสิงเ้าหนูขอทานอยู่แล้ว
“ห่อซาลาเปาอันนี้ข้าให้เ้าทั้งหมดเลยก็ได้”
แหมเ้าน้องชายที่ให้ความสำคัญกับเื่กินมาเป็ที่หนึ่งกลับยกซาลาเปาให้เพื่อนใหม่ไปทั้งหมดนี่มันไม่ใช่เื่ธรรมดาเลยนะเฟ้ย!
“แต่!เ้าต้องมาเป็ลูกสมุนของข้านะแล้วข้าจะแบ่งพี่ชายข้าให้เ้าเล่นด้วยและต้องเรียกข้าว่าลูกพี่นัทซึเข้าใจมั้ยแล้วเ้าชื่ออะไรล่ะเ้าลูกสมุน?”
ดินได้ยินแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างปลงๆกับความแก่แดดของเ้าน้องชายที่กำลังพูดเองเออเองอยู่ฝ่ายเดียวเ้าหนูขอทานน้อยไม่มีทางยอมเป็ลูกสมุนเ้าหรอกนะนัทซึ
“ขอรับลูกพี่นัทซึข้าน้อยชื่อเก่งขอรับลูกพี่”เฮ้ย!คิดให้ดีก๊อน~~เ้าหนูเก่ง
“แก่แดดจริงๆเ้านัทซึเก่งเ้าไม่ต้องไปยอมทำตามเ้าเด็กแสบคนนี้หรอกนะแล้วต่อไปก็เรียกข้าว่าพี่ดินนะเพราะข้านั้นก็เอ็นดูเ้าเหมือนน้องชายอีกคนหนึ่งเช่นกันส่วนด้านหลังข้านั้นก็คือบิดามารดาของข้ากับเ้านัทซึเ้าเองก็เรียกพวกท่านว่าท่านพ่อท่านแม่เหมือนกับพวกข้าก็แล้วกัน”
“จะดีหรือขอรับคุณชายตัวข้านั้นเป็เพียงขอทานเท่านั้นนะขอรับ”ขอทานน้อยทำหน้าลำบากใจ
“เ้าเรียกพวกเราอย่างที่ท่านพี่ดินบอกเ้านั่นแหละจริงๆ แล้วท่านพี่ก็ไม่ได้เป็มีดีอะไรอย่างที่เ้าเห็นหรอกนะออกจะซื่อบื้อถูกข้าหลอกอยู่เป็ประจำนั่นแหละส่วนท่านพ่อข้าก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกเดี๋ยวข้าจะเล่าเรื่อ...”
“!! เงียบเดี๋ยวนี้!!!เ้านัทซึ..”เขากับท่านพ่อะโออกมาพร้อมกันเพราะไม่สามารถให้เ้านัทซึเผาพวกเราไปได้มากกว่านี้ไอ้น้องเวร~ผีเจาะปากมาพูดจริงๆใครก็ได้ช่วยเอายาไมเกรนมาให้เขาหน่อยเถอะ!
“พวกข้าคงต้องไปแล้วล่ะเ้าหนูดินเอาข้าวสารให้หนูเก่งไปเพิ่มไปอีกหน่อยเถอะตัวเล็กแค่นี้แต่ช่างกตัญญูนักไม่เหมือนลูกๆของข้าเลยสักคนเ้าเรียกข้ากับภรรยาข้าว่าท่านพ่อท่านแม่เถอะ”อ้าว~บิดาเมื่อสักครู่เราสองคนยังสามัคคีกันอยู่เลยน๊าไฉนตอนนี้ท่านกลับผลักมิตรไปเป็ศัตรูเสียแล้วล่ะขอรับ
ดินมอบข้าวสารที่มีไอเวทย์เจือปนอยู่ให้ขอทานน้อยไป“เ้าเก็บไว้ดีๆ ระวังจะมีคนแย่งไปล่ะพวกข้าไปก่อน อีกไม่นานข้าจะมาหาเ้าอีกครั้งนะรักษาตัวด้วยล่ะเ้าหนู”
เมื่อวานนั้นดินจำได้ว่ามีอาคารตึกแถวสามคูหาสองชั้นติดป้ายขายเอาไว้อยู่ซึ่งอยู่ติดกับโรงหมอของหมอชราสมพลนั่นเองทำเลที่นี่นั้นไม่ได้เหมาะกับค้าขายแต่อย่างใดเลยแต่นั่นก็ไม่ได้สำคัญอะไรเพราะเขาก็ไม่ได้คิดจะทำการค้าเพื่อเอาผลกำไรอยู่แล้ว
จากที่ได้สังเกตใน่ที่นั่งรอท่านหมอเมื่อวานนั้นจึงได้รู้ว่าโรงหมอแห่งนี้เป็ที่พึ่งพิงของคนยากคนจนเมื่อยามที่เจ็บไข้ได้ป่วยซึ่งคนเหล่านี้นี่แหละที่เป็เป้าหมายที่แท้จริงในการเปิดกิจการในครั้งนี้ของตนและเหตุผลที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาชอบตึกแถวแห่งนี้นั่นก็คือ… มันอยู่ใกล้กับบ้านพี่สิงห์มากๆด้วยไงล่ะ ฮี่ฮี่ฮี่...
“ที่นี่แหละขอรับที่ข้าเล่าให้พวกท่านฟังมันอาจจะไม่ใช่ทำเลค้าขายแต่มันเหมาะมากเลยล่ะขอรับไม่เชื่อท่านพ่อท่านแม่ลองมองไปที่โรงหมอสิขอรับ”
ที่โรงหมอในตอนนี้นั้นมีคนต่อแถวรับยาที่แจกให้ทุกคนโดยที่ไม่คิดเงินเป็แถวยาวเยียดเพราะในหน้าหนาวเช่นนี้มักจะมีผู้คนป่วยไข้กันเป็จำนวนมากยิ่งคนไร้บ้านหรือขอทานที่ต้องทนนอนตากลมหนาวแล้วนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย
“จริงของเ้าบิดาคิดว่าตึกแถวแห่งนี้เหมาะสมจริงๆนั่นแหละและยิ่งทำเลที่แห่งนี้ไม่ดีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งจะดีสำหรับเราเพราะราคาตึกนี้ก็ย่อมจะถูกลงตามไปด้วยงั้นเราไปบ้านเฒ่าแก่โสภณเ้าของอาคารนี้กันเถอะ”
แล้วก็เป็ไปตามที่ท่านพ่อคิดไว้จริงๆเฒ่าแก่โสภณนั้นยอมลดราคาให้พวกเรามากพอสมควรเนื่องจากติดป้ายขายมานานมากแล้วแต่ยังหาคนซื้อไม่ได้สักทีจนตึกแห่งนี้นั้นทรุดโทรมลงมากเพราะไม่มีคนดูแลจากราคาขายหนึ่งล้านสองแสนเหรียญทองลดลงเหลือเพียงหนึ่งล้านถ้วนเท่านั้นและพวกตนนั้นขอทำสัญญาซื้อขายในทันทีจนเฒ่าแก่โสภณก็ดูจะแปลกใจสงสัยพวกเราพอสมควรว่าทำไมถึงตกลงซื้อกันง่ายดายนัก
ในที่สุดพวกเขาก็ได้โฉนดและกุญแจของตึกแถวสามคูหามาเป็ที่เรียบร้อยแล้วถือว่าพวกเราทำเวลากันได้ดีมากเลยทีเดียวซึ่งตอนนี้ยังไม่ถึงเที่ยงวันเสียด้วยซ้ำ
ภายในตึกแถวสามคูหาสองชั้นนั้นชั้นล่างเป็โถงกว้างแต่จะมีห้องเล็กๆสองห้องอยู่ทางด้านหลังส่วนชั้นบนนั้นจะแบ่งเป็ห้องนอนสามห้องและมีพื้นที่ว่างซึ่งน่าจะเป็ห้องนั่งเล่นเมื่อเดินสำรวจภายในจนทั่วแล้วก็รู้สึกว่าไม่ผิดหวังจริงๆที่ได้เลือกซื้อตึกแห่งนี้
“ถึงภายในจะดูเก่าไปบ้างก็ช่างมันเถอะแค่ทำความสะอาดให้ดีก็คงพียงพอแล้วล่ะเราไม่จำต้องปรับปรุงให้สวยงามอะไรหรอกมันจะสิ้นเปลืองเสียเปล่าๆเ้าว่าไงดิน”นายมั่นคิดว่าเก็บเงินไว้ทำอย่างอื่นดีกว่าเพราะลูกค้าของพวกเขาไม่ได้เป็พวกคุณหนูคุณชายที่ไหน
“ข้าเห็นด้วยขอรับอย่างนั้นพวกเราไปจ้างขอทานด้านนอกให้มาช่วยทำความสะอาดกันดีมั้ยท่านพ่อพวกเขาจะได้มีรายได้กัน”ที่จริงดินสามารถให้เวทย์หรือขอให้พวกภูตที่ตามมาช่วยกันทำก็ได้แถมยังใช้เวลาไม่นานอีกด้วยแต่เขาเองอยากจะช่วยให้คนที่กำลังลำบากมีรายได้กันบ้างแต่จะแจกให้ไปเลยมันก็ไม่ดี
“เอาสิเ้าไปดูแล้วกันว่าจะจ้างสักกี่คนดี”
ดินเมื่อได้รับอนุญาตจากบิดาแล้วจึงออกมาดูด้านนอกที่มีคนขอทานยืนรอรับยากันอยู่เป็แถวยาวสภาพแต่ละคนนั้นดูระโหยโรยแรงเสียเหลือเกินหากให้มาทำความสะอาดตึกแถวสองชั้นนี้มีหวังคงจะได้เป็ลมเป็แล้งกันก่อนที่จะทำความสะอาดเสร็จเป็แน่
“พวกท่านมีผู้ใดสนใจอยากจะทำงานทำความสะอาดตึกแถวหลังนี้บ้างขอรับข้าจะให้ค่าจ้างหนึ่งเหรียญเงินพร้อมทั้งเลี้ยงอาหารกลางวันและอาหารเย็นด้วยมีใครสนใจบ้างหรือไม่ขอรับ?”
ขอทานที่กำลังเข้าแถวรอรับยาหันไปปรึกษากันว่าจะเอาอย่างไรดีเพราะเป็เื่ที่ผิดปกติมากที่มีคนมาจ้างขอทานที่เนื้อตัวมอมแมมแถมยังป่วยเป็โรคอีกด้วยมันเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้เลย
“คุณชายท่านพูดจริงหรือขอรับพวกเราเป็ขอทานสกปรกและขี้โรคเรี่ยวแรงก็ไม่ค่อยจะมีคุณชายท่านคงล้อพวกข้าเล่นใช่มั้ยขอรับ”ดินเข้าใจดีว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงคิดเช่นนั้น
“ย่อมจริงแท้..ข้ายินดีจ่ายเงินให้พวกท่านก่อนเลยก็ได้นะพวกท่านว่าอย่างไรขอรับ”ดินหยิบถุงเงินออกมาเตรียมจะจ่ายค่าแรงให้ทุกคนไปก่อนเพื่อยืนยันว่าตนนั้นไม่ได้ล้อเล่น
“จริงหรือนี่ถ้าเช่นนั้นคุณชายโปรดจ้างข้าด้วยเถอะขอรับ”
“รับข้าไว้ด้วยเถอะขอรับ”
“ข้าด้วย/ข้าเอาด้วย/….”พอมีคนแรกคนที่สอง คนอื่นๆก็ตามกันมาจนแทบจะฟังไม่ทันเมื่อเขาเห็นว่าตอนนี้มีคนสนใจมากกว่าที่้าไปมากยามเห็นหน้าแต่ละคนแล้วก็ลำบากใจที่จะตัดใครบ้างคนออกไป
“ได้ข้าจะจ้างพวกท่านไว้ทุกคนก็แล้วกันและหลังจากกินข้าวมื้อเที่ยงกันเสร็จแล้วพวกท่านก็ค่อยเริ่มงานกันแต่ข้าขอให้งานจะต้องเสร็จภายในวันนี้นะขอรับ”
ขอทานทั้งหลายร้องเฮกันเสียงดังลั่นเพราะจะได้กินข้าวเที่ยงกันช่างน่าหดหู่ใจจริงๆเมื่อก่อนนั้นเขาเคยคิดว่าครอบครัวของตนนั้นลำบากมากแล้วนะแต่คนพวกนี้นั้นลำบากยิ่งกว่าหลายสิบเท่า
“เดี๋ยวสักครู่ข้าจะมาตามพวกท่านไปกินข้าวกันนะแต่ตอนนี้พวกท่านรอรับยากันไปก่อนก็ได้ขอรับ”
“ขอบคุณคุณชายมากขอรับ”ทุกคนพร้อมใจกันพูดบางคนถึงกับน้ำตาซึมเพราะรู้ว่าการทำความสะอาดตึกแถวโล่งๆ แค่สามคูหาแต่จ้างคนถึงสี่สิบกว่าคนนั้นหากไม่ใช่เพราะคุณชายท่านนี้อยากจะช่วยเหลือพวกตนแล้วล่ะก็พวกตนก็ไม่รู้ว่าจะให้คิดว่าอย่างไรแล้ว
การช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยนี้สำหรับคนทั่วไปนั้นอาจจะไม่รู้สึกอะไรเลยแต่สำหรับคนที่ขัดสนอย่างแสนสาหัสนั้นมันช่างมีค่ามหาศาลนักขอทานเหล่านี้รู้สึกตื้นตันใจคุณชายท่านนี้จริงๆที่ให้โอกาสและเห็นค่าคนขอทานที่มีแต่คนรังเกียจอย่างพวกตน
เมื่อคุยตกลงจ้างงานกันเสร็จดินรีบไปติดต่อร้านอาหารแถวระแวกนั้นเพื่อให้ทำอาหารห้าอย่างๆละหนึ่งหม้อใหญ่ส่วนข้าวสวยนั้นเขาสั่งไปสองหม้อใหญ่เช่นกันสำหรับมื้อเที่ยงและสั่งอาหารล่วงหน้าในจำนวนเท่ากันสำหรับมื้อเย็นด้วยโดยให้มาส่งที่ตึกแถวที่ติดกับโรงหมอเมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้วเขาจึงกลับมานั่งรอเวลาที่อาหารมาส่งพร้อมกับเล่าเื่ราวให้ทุกคนฟังไปด้วย
อาหารนั้นมาส่งหลังเวลาเที่ยงไปเล็กน้อยดินให้คนงานที่มาจากร้านอาหารยกทุกอย่างเข้ามาภายในห้องด้านหลังที่ปิดทึบคนงานพวกนั้นสงสัยแต่ไม่กล้าเสียมารยาทถามเมื่อพวกคนงานออกไปหมดแล้วเขาจึงส่งพลังเวทย์แห่งการรักษาลงไปในอาหารทุกอย่างหลังจากเสร็จสิ้นแล้วก็รู้สึกปวดเนื้อปวดตัวเล็กน้อยและเพียงครู่เดียวก็หายไปเช่นที่เป็ทุกครั้ง
ดินออกมาดูด้านนอกว่าบรรดาเหล่าขอทานที่เขาว่าจ้างไว้นั้นได้รับยากันเสร็จหมดหรือยังเมื่อเห็นว่ามีบ้างส่วนได้รับยาเรียบร้อยแล้วจึงเรียกให้เข้าไปกินข้าวกันก่อนส่วนคนที่เหลือก็ค่อยทยอยตามมากินทีหลังโดยย้ำว่าไม่ต้องกังวลว่าอาหารจะหมดเพราะตนนั้นสั่งมามากพอสำหรับทุกคน
เขากับมารดานั้นช่วยกันตักอาหารราดข้าวให้กับทุกคนที่กำลังต่อแถวกันอย่างเป็ระเบียบโดยไม่ต้องบอกกล่าวและคนที่มารับอาหารเป็คนแรกนั้นจะเป็ใครไปไม่ได้ก็ต้องเป็เ้าน้องชายตัวป่วนที่จะต้องมีส่วนร่วมกับพวกเขาเสมอ
เหล่าขอทานทั้งหลายเมื่อได้เห็นตนประชันฝีปากกับเ้าน้องชายในตอนที่เ้าตัวดีเข้ามารับอาหารที่เขาเป็คนตักให้ก็พากันหัวเราะขำอย่างคนที่กำลังมีความสุขนั่นทำให้ดินคิดขึ้นมาได้ว่าจริงๆแล้วความสุขนั้นหาได้ง่ายมากอย่างเช่นคนเหล่านี้เพียงแค่ท้องอิ่มพวกเขาก็มีความสุขกันแล้วแต่เป็เพราะเราเคยชินหรือหลงลืมความสุขง่ายๆเหล่านี้ไปจึงทำให้พวกเรานั้นนับวันจะยิ่งตั้งเงื่อนไขมากมายกับความสุขกันจนกลายเป็คนที่ไม่มีความสุขและซึมเศร้าไปในที่สุด
การทำความสะอาดอาคารสองชั้นสามคูหานั้นเสร็จสิ้นลงั้แ่ก่อนถึง่เย็นด้วยซ้ำเพราะจำนวนของคนงานที่เยอะมากงานเลยเสร็จได้เร็วดินจึงแจกจ่ายเงินให้ทุกคนตามที่ตกลงกันไว้แล้วให้ทั้งหมดรอกินข้าวเย็นกันก่อนกลับ
เมื่อกินมื้อเย็นกันเสร็จแล้วก็ยังมีอาหารในมื้อเที่ยงและมื้อเย็นที่ยังเหลืออยู่อีกมากเขาก็ให้ทุกคนนั้นตักอาหารที่เหลือใส่ห่อเพื่อนำกลับไปให้คนที่บ้านได้กินกันด้วยและก่อนที่คนเ่าั้จะกลับกันไปก็พากันกล่าวขอบคุณพวกเขากันไม่หยุดปากส่วนพวกตนนั้นก็ได้แต่บอกไปว่าไม่ได้ให้ไปเฉยๆเสียหน่อย เป็เพราะทุกคนทำงานแลกกันมาทั้งนั้น
“นี่ก็ใกล้ยามเย็นแล้วข้าว่าพวกเราปิดร้านกันเถอะขอรับ”ดินเห็นว่าค่อนข้างเย็นแล้วจึงชวนทุกคนกลับไปพักผ่อนกัน
"อืม~ก็ดีเหมือนกันอยู่ไปก็ไม่มีอะไรให้ทำต่ออยู่ดี"ท่านพ่อที่กำลังอุ้มเ้านัทซึที่กำลังหลับเอาไว้ในอ้อมกอดเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วย
พวกเขานั้นแสร้งว่าพักกันอยู่ในร้านแห่งนี้เมื่อปิดประตูร้านเรียบร้อยแล้วดินก็สร้างประตูเวทย์มิติเพื่อกลับบ้านในทันที
“ท่านพ่อท่านแม่จะทานอะไรอีกสักหน่อยมั้ยขอรับ”
“ไม่แล้วล่ะแม่กับพ่อเ้าอิ่มแล้วล่ะลูกแต่ลองถามน้องชายเ้าดูเถอะเดี๋ยวจะมาร้องหิวตอนกลางคืนให้วุ่นวายอีก”
“ว่าไงเ้าตัวยุ่ง!จะกินอะไรอีกมั้ยเดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะทำมาถวายให้ถึงที่เลย”ดินหันไปถามน้องชายที่ยังงัวเงียอยู่เขาล่ะหมั่นไส้เ้านัทซึเสียจริงที่มีแต่คนเอาอกเอาใจแต่หนึ่งในนั้นก็มีตัวเขารวมอยู่ด้วยล่ะนะ
“ข้าอยากกินบัวลอยไข่หวานอ่ะท่านพี่”เฮ้อ~ทำไมถึงกินอะไรที่มันง่ายๆไม่เป็หรือไงเ้าเด็กคนนี้
“มันจะไปทำตอนนี้ได้ยังไงล่ะนี่มันใกล้เวลาจะนอนแล้วนะเอาไข่หวานอย่างเดียวได้มั้ยล่ะ?บัวลอยเดี๋ยวพี่ชายค่อยทำให้กินวันหลัง”
นัทซึเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ทำหน้างอใส่ทันทีเพราะพี่ชายไม่ยอมตามใจตน
“งั้นข้าเอาไข่หวานก็ได้ว่าแต่มันอร่อยมั้ยอ่าท่านพี่”ดินที่กำลังเดินเข้าไปในห้องครัวนั้นก็อดที่จะทำหน้าเบื่อหน่ายใส่เ้าน้องชายตัวเล็กเสียไม่ได้ที่ตั้งคำถามที่น่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้วเพราะเ้านัทซึนั้นกินอะไรก็อร่อยไปเสียหมดนั่นแหละช่างเป็เด็กที่เจริญอาหารดีจริงๆ
“ก็ต้องอร่อยสิยิ่งเป็เจี๊ยวหวานนะยิ่งอร่อยมากๆ เลยล่ะ”ดินพูดทะลึ่งออกไปด้วยความเผลอตัวเอาแล้วไงล่ะทีนี้ถ้าหากเ้านัทซึเอาไปพูดให้บิดาได้ยินแล้วล่ะก็มีหวังเขาโดนบิดหูแน่ๆเพราะตนนั้นเพิ่งจะโดนภาคทัณฑ์จากเื่เมื่อวานนี้มาหยกๆ
“เจี๊ยวหวานอร่อยจริงเหรอท่านพี่เมื่อไหร่ข้าจะได้กินบ้างล่ะท่านเคยกินมาแล้วใช่มั้ยอ่าแล้วรสชาติมันเป็อย่างไรบ้างหรือขอรับ”นัทซึพอได้ยินว่าเป็ของอร่อยก็รู้สึกสนอกสนใจตาลุกวาวขึ้นทันที
“มันก็ต้องจริงสิแต่ว่าเ้าจะได้กินเมื่อไหร่นั้นข้าเองก็ไม่รู้หรอกนะแล้วข้าเองก็ยังไม่เคยกินเหมือนกันแต่คิดว่าเร็วๆ นี้คงจะได้กินแล้วล่ะเมื่อถึงตอนนั้นข้าจะรีบบอกเ้าเลยว่ารสชาติมันเป็อย่างไรบ้างดีมั้ยแต่เท่าที่เคยได้ยินเขาเล่ากันมาว่า‘มันส์แซ่บมาก~’แต่เวลากินนั้นเ้าห้ามกัดห้ามเคี้ยวมันเด็ดขาดรู้มั้ยให้อมๆ ดูดๆ ได้อย่างเดียวเท่านั้นนะไม่อย่างงั้นเ้าจะได้กินมันแค่ครั้งเดียวจำเอาไว้ให้ดีล่ะแล้วเ้าห้ามไปบอกท่านพ่…ชะอุ้ย!!!”
ท่านพ่อเนี่ยนิสัยไม่ดีเลยนะมายืนแอบฟังคนอื่นเขาคุยกันอยู่ได้ตั้งนานแย่จริงๆ เชียว
“สอนอะไรน้องอีกแล้วห๊า!ไอ้ลูกเวรรรรรรรรร~”