- 12 -
กลางแท่นปะา
หลงเฟยบอกว่าป๋อเหวินยังคงนั่งอยู่อย่างนั้น เง็กเซียนฮ่องเต้ยังไม่มีคำสั่งพิพากษาใดๆทั้งสิ้น
“เพ่ยอิง กลางดึกของคืนนี้เ้าก็ลองลอบไปดู”
ประมุขหอหลวงกระซิบเสียงเบา เกรงว่าผู้อื่นจะล่วงรู้ เพ่ยอิงยังไม่มีคำสั่งให้ออกนกหอหลวง ในเวลานี้องค์มหาเทพจวิ้นหยางไม่ได้อยู่ที่วังเหลียนฮวา ส่วนพุทธองค์ยูไลออกโปรดสรรพชีวิตในแดนต่างๆ
“ท่านอา เราควรช่วยป๋อเหวินอย่างไรดี”
“ฟังข้านะเด็กโง่! เ้าอย่าเอาตัวเองเข้าไปยุ่งในเวลานี้เลย ์เก้าชั้นฟ้าอาจเจอศึกใหญ่อีกครั้ง”
“หือ?”
“ชินอ๋องเยี่ยหลางกับเง็กเซียนฮ่องเต้ ทั้งสองไม่ลงรอยกันมาเนิ่นนาน เ้าคิดว่าเื่ราวจะเป็อย่างไรต่อ” การคุมตัวของป๋อเหวินเอาไว้ ก็เหมือนเรียกลมพายุเข้าหาตัว
เพ่ยอิงพยักหน้าตอบรับ จริงอย่างหลงเฟยคาดการณ์ หากเขาหุนหันเข้าไปขวางทาง เผ่ามารอาจเพ่งเล็งมาที่กระบี่สาดแสงธารา จนกลายเป็าใหญ่ตามมา
ป๋อเหวินที่โดนจองจำอยู่กลางลานประหานกระตุกยิ้ม เมื่อเยี่ยโม่หรานเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า
“เ้าทำให้เพ่ยอิงเสียสติ! เด็กคนนั้นเป็เพียงเทพบน์แห่งนี้”
“หึหึ!”
“ป๋อเหวิน มารร้ายเช่นเ้า ไฉนทุกคนจึงต้องอยากปกป้อง อยากเสี่ยงตายแทนเ้า!!!”
จอมมารเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมา สบตาเข้ากับองค์รัชทายาทของ์ เยี่ยโม่หรานโดดเด่นทุกเื่ เขาเป็โอรสของเง็กเซียน มารดาเป็ถึงเทวีหยั่งรู้ แต่กลับต้องสิ้นท่าให้กับป๋อเหวิน
“เลิกเปรียบข้ากับตัวของเ้าสักที...มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด”
“.....”
“มิเช่นนั้นแล้ว....เ้าจะกลายเป็มารร้ายตัวต่อไป โม่หราน!”
“บังอาจ!!”
“หยุดเดี๋ยวนี้โม่หราน เ้ากำลังทำสิ่งใด?” โอรสของ์กำลังง้างหอก หมายแทงจอมมารป๋อเหวิน
“มันกล่าววาจาสามหาวกับข้า!”
“กลับไปที่ตำหนัก ตรงนี้ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้ามา เ้าไม่รู้หรืออย่างไร!!”
“เสด็จพ่อ...”
ทหารจึงต้องพาโม่หรานออกไปจากลานปะา เง็กเซียนฮ่องเต้ถอนหายใจ เขาไม่คิดว่า์เก้าชั้นฟ้าต้องวุ่นวายปั่นป่วนเช่นนี้
กลางดึกสงัดที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ เพ่ยอิงลอบมาที่แท่นปะาอย่างระวังตัว มองเห็นจอมมารที่ยังคงนั่งนิ่ง โดนโซ่ตรวนจองจำอยู่
“ป๋อเหวิน!”
“หือ?”
“ท่านทำแบบนี้ทำไม ท่านไม่ควรเข้ามายุ่งกับเรา” เพ่ยอิงบ่นเสียงเบา
“กลับไป!”
“ใจร้าย ท่านน่ะใจดำกับเรามากที่สุด”
“ข้ากำลังจะตาย และไม่้าเห็นหน้าเ้าอีกแล้วเพ่ยอิง เ้าไม่ควรลอบมาในที่ต้องห้าม เ้าไม่ควรวุ่นวายกับเื่ของข้า ระหว่างเราต่อจากนี้ขอให้จบสิ้นกันเสียที”
“ป...ป๋อเหวิน ท่าน –”
“ตอนข้าโดนขังอยู่ที่หุบเขาหนึ่งรัตติกาล ข้ามีความสุขดี แต่เ้า...เพ่ยอิง เ้าทำให้ข้ามีจุดจบเช่นนี้”
“งั้นเราก็ต้องขออภัยที่ทำชีวิตท่านวุ่นวาย”
“เพราะฉะนั้นเ้าไปให้พ้นหน้าข้าซะ!” เพ่ยอิงไม่พ้นโดนป๋อเหวินขับไล่อีกตามเคย ก่อนหน้านี้ก็เหมือนเขาอยากให้เพ่ยอิงอยู่เคียงข้าง มาตอนนี้เขาก็อยากให้เพ่ยอิงไปให้ไกล
ไกลแค่ไหนถึงจะชดใช้ให้กับป๋อเหวินได้ ให้เขารอดพ้นจากความตายในครั้งนี้!
เพ่ยอิงลุกขึ้นยืน สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ พยายามบังคับให้ใจที่เ็ปกลับมามีสติ คำพูดของป๋อเหวินบาดลึกลงไปในใจ ต้องยอมรับว่ามันกลายเป็แผลใหญ่มากขึ้นทุกครั้ง
“กี่ครั้งแล้วป๋อเหวิน ที่เราต้องทนฟังคำร้ายกาจของท่าน”
“.....”
“ท่านคงไม่รู้ว่าเราเองก็เป็เทพที่มีชีวิตจิตใจ”
“เพ่ยอิง! อย่าทำอะไรโง่ๆอีก คราวนี้เ้าคงไม่มีโอกาสได้แก้ตัว” ป๋อเหวินมองคนที่กำลังเดินออกไปไกล เทพหนุ่มเรียกกระบี่สาดแสงธาราของตัวเองออกมา
เคร้งงงง!
“ต่อหน้าลานปะาเซียน เ้าก็ยังกล้าอีกหรือเพ่ยอิง!”
เง็กเซียนฮ่องเต้เสด็จกลางลานปะา พระสุรเสียงทรงอำนาจตวาดไปทั่ว์เก้าชั้นฟ้า แววตาวาวโรจน์คุกกรุ่นไม่พอพระทัย ข้างกายยังมีองค์รัชทายาทโม่หรานยืนมองไม่วางตา
“เง็กเซียนฮ่องเต้....”
“เพ่ยอิง เติบโตมากับองค์ยูไล เป็ดังลูกชายของพุทธองค์ เหตุใดจึงกระทำตนเช่นนี้!”
“....”
“โทษของเ้าคือความตายเพ่ยอิง เ้าคิดอาจหาญปล่อยตัวนักโทษ เ้าทรยศ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
“เง็กเซียนฮ่องเต้ กระหม่อมขอร้องพระองค์ อย่าให้ถึงแก่ชีวิตเลยพะยะค่ะ”
ประมุขหอหลวง ัหลงเฟยคุกเข่าอ้อนวอน สายตาที่บอกว่าเสียใจกับเื่ที่เกิดขึ้น เพ่ยอิงเพียงส่งยิ้มเบาบางกลับมา เมื่อเลือกแล้วก็ไม่ควรกลัวสิ่งใด
“ปล่อยป๋อเหวินไป แล้วเราจะยอมตายแทน”
“เพ่ยอิง!”
“ยังไม่รีบคุกเข่าลงอีกเด็กบ้า!! เ้าจะทำให้ข้าขาดใจตายไปถึงไหน”
“เ้าเลือกเองนะเพ่ยอิง”
ร่างสูงโปร่งส่งกระบี่กลับไปผนึกที่เดิม ไม่มีใครคาดคิดว่าเพ่ยอิงจะกระทำเช่นนี้ เทพ์เก้าชั้นฟ้ายืนอยู่หน้าหุบเหวของลานปะา ความตายเป็อย่างไรไม่เคยรู้ แต่เพ่ยอิงสัญญากับตัวเองไว้ว่านี่จะเป็ครั้งสุดท้ายที่เขาจะยอมแลก
“อย่า!!”
“เพ่ยอิง อย่าะโ!”
“ไม่!!!!”
เทพหนุ่มปล่อยใจลอยละล่องลงสู่หุบเหวเบื้องล่าง จิตสุดท้ายโดนปลดปล่อย ไปพร้อมกับเสียงร้องไห้ของอี้เฉิง และเสียงโวยวายกรีดร้องจากสรวง์
“เพ่ยอิง! เพ่ยอิง! ตื่นได้แล้วลูกรักของแม่”
“เฮือก!”
นี่ยังไม่ตายหรือ เขามานอนสงบอยู่บนศิลาในสวนแห่งหนึ่ง เขาไม่เคยเห็นสถานที่นี้มาก่อน
“เด็กดี...เ้าฟื้นแล้ว”
“ท่านเป็ใคร?”
หญิงสาวดวงตาฟ้าคราม ใบหน้าอิ่มเอิบผุดผ่องแต้มไปด้วยรอยยิ้ม ริมฝีปากบางเอื้อนเอ่ยเสียงหวาน “เพ่ยอิงลูกรัก”
“ลูก? เราหรือ”
“ใช่ เ้าคือลูกของแม่ เพ่ยอิง” เทพหนุ่มคล้ายคนกำลังฝัน หญิงผู้งดงามจุมพิตที่หน้าผากของเพ่ยอิงแ่เบา ก่อนจะเอ่ยคำลาและเดินจากไป
“ท่าน!” เพ่ยอิงสะดุ้งผุดลุกนั่ง เขานอนอยู่บนทุ่งหญ้ากว้าง ร่างกายปวดร้าวราวกับว่ากระดูกหัก เทพหนุ่มยันกายขึ้นมาอย่างมึนงง
“เพ่ยอิง...อยากจดจำทุกสิ่งในวันนี้ หรือหลงลืมเพื่อเริ่มต้นใหม่”
“ท่าน...เอ่อ ท่านคือผู้ใด?” น้ำเสียงช่างไพเราะคุ้นหู แต่เพ่ยอิงกลับจำไม่ได้ขึ้นมา สมองของเขาคงถูกกระแทกจนความทรงจำบางอย่างลบหาย
“ลืมไปเสียเถิด ด่านเคราะห์แรกของเ้าสาหัสมากพอแล้ว...”
น้ำเสียงชวนสงบใจค่อยเลือนหายไป เพ่ยอิงพยายามคิดว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หรือเื่ราวก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้น น่าแปลกที่มันไม่หลงเหลือแม้แต่ความทรงจำ
เสียงโหวกเหวกดังมาจากด้านหลัง ชายชราหนวดขาวที่น่าจะเป็ท่านเซียน รวมไปถึงเด็กหนุ่มสาวอีกหลายสิบชีวิต กำลังตรงมาทางที่เพ่ยอิงนั่งอยู่
“เ้า! พร้อมตอบแทนบุญคุณของข้าแล้วหรือ?”
“เราเอ่อ ขออภัยด้วย”
“เอาละ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น นับแต่นี้เ้าคือ อาเพ่ย ศิษย์สำนักต้าิ” ท่านเซียนเรียกให้คนมาช่วยพยุงเพ่ยอิงขึ้น ชีวิตใหม่ของเทพที่เพิ่งผ่านความตายกำลังเริ่มต้นอีกครั้ง
บน์เก้าชั้นฟ้ากำลังวุ่นวายโกลาหล เมื่อร่างของเพ่ยอิงลอยละลิ่วลงไปที่หุบเหวด้านล่าง ป๋อเหวินสติแตกและพยายามะโตามลงไป แต่ก็โดนควบคุมตัวเอาไว้เสียก่อน
“น้องเพ่ยอิง!”
เยี่ยโม่หรานเอาแต่ยืนก้มหน้านิ่ง เขาโกรธแค้นจอมมารป๋อเหวิน มารร้ายที่เป็สาเหตุให้เพ่ยอิงะโลงไปตาย ปลายหอกเตรียมพุ่งแทงจอมมารที่อยู่ในการควบคุมของทหาร
เคล้ง! พรึบ!
ปลายดาบของทหาร์รับหอกขององค์รัชทายาทเอาไว้ได้
“หยุดเดี๋ยวนี้โม่หราน!”
“เสด็จพ่อ! เลิกปกป้องมารร้ายผู้นี้เสียที เทพของเราโดดลงไปตายอยู่เบื้องล่าง ใจคอของพระองค์จะไม่สนพระเลยหรือ”
“เพ่ยอิงเลือกเอง!” เง็กเซียนฮ่องเต้เค้นเสียงรอดไรฟัน ทอดพระเนตรมองไปยังหุบเหวตรงหน้า
“เสด็จพ่อ.....ทรงตรัสเช่นนี้ได้อย่างไร”
ร่างกายของป๋อเหวินสั่นเทิ้ม มีอาการชักเกร็งขึ้นมา ทหารที่ควบคุมตัวของเขาต่างปลิวกันไปคนละทาง ลายเส้นสีทองตามร่างเริ่มเปล่งแสง
“อึก! อ๊ากกกก....”
ดวงตาแดงก่ำมองไปรอบกาย เพ่ยอิงเทพหน้าโง่โดดลงไปตาย เพื่อให้เขามีชีวิตอยู่รอดต่อไป เด็กนั่นยอมเอาความดีของตน สละแลกความเลวของเขาไว้
“ป๋อเหวิน..อย่า!”
ลานปะาแตกกระจาย แยกตัวกันราวกับแผ่นดินไหว ทุกสิ่งอย่างถล่มลงมาเพียงหมัดเดียวของป๋อเหวิน ก่อนที่เขาจะพาร่างกำยำทะยานหายไปในอากาศ
หยดน้ำตาของัหลงเฟยร่วงหล่นไปด้านล่าง เพ่ยอิงที่ลำเลียงกองฟืนอยู่ก็แปลกใจที่ฝนตกลงมา สองมือยื่นออกไปรับน้ำฝนเล่น
“อาเพ่ย! ประเดี๋ยวก็ป่วยหรอก” เสียงของโจวซวงศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักต้าิ ทำเอาเพ่ยอิงสะดุ้งเล็กน้อย “เราสบายดีแล้ว ขอบคุณท่านมาก”
ฝนตกใน่ฤดูหนาว ช่างเป็ปรากฏการณ์ของธรรมชาติที่ยากเกินคาดเดาเสียจริง!
“องค์ยูไล! ท่านกระทำการที่ขัดต่อคำสอนของพระพุทธองค์”
“เราน้อมรับผิดทุกสิ่ง”
“เปลี่ยนชะตากรรมตามใจชอบ รู้หรือไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นต่อ”
“นับจากเพลานี้ไปถึงแสนกัลป์ให้ท่องอเวจีในขุมนรก โปรดสรรพิญญาที่ชั่วร้ายจนปล่อยวาง!” สิ้นเสียงพิพากษา พุทธองค์ของสรวง์ทำได้เพียงยอมรับ อย่างไรก็ไม่อาจทนเห็นเพ่ยอิงจากไปได้
ป๋อเหวินมุ่งหน้าไปป่ามรณะ นับจากนี้เขาจะปลดผนึกดาบอัคนีปีศาจ และเริ่มถล่มพวกมันทุกตัวที่ทำชีวิตเขาล่มสลาย เมื่อไม่มีเพ่ยอิงให้คอยเป็ห่วงแล้ว เขาก็ไม่จำเป็ต้องทำดีกับผู้ใดอีก!
“ถ้าป๋อเหวินปลดผนึกดาบอัคนีปีศาจสำเร็จ เขาจะตามล่าหัวเราทุกตน”
“เ้าขวางเขาไม่ได้”
“ก็ต้องลองทำก่อน เด็กนั่นใจเด็ดเสียจริง กล้าเอาชีวิตตนแลกกับชีวิตมารอย่างป๋อเหวิน” ชินอ๋องเยี่ยหลางจิบชาด้วยท่าทีเป็กังวล ในขณะที่อีกคนกลับมีเพียงรอยยิ้ม
ยังนึกไม่ถึงกับสิ่งที่องค์ยูไลทำ ยอมขัดต่อคำสอนเพื่อช่วยศิษย์รักของตนเอง
“ข้าต้องไปแล้วชินอ๋อง มีเื่สนุกรอข้าอยู่อีกเพียบ”