จักรพรรดินีแฟร์ซ่ามองไปที่ไลท์และเฮลเฟลชก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ ในเมื่อพวกเจ้านำข่าวของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์มาบอกกับพวกเรา เพราะฉะนั้นพวกเจ้าจะได้รับการยอมรับและสามารถเข้าออกได้ทุกเขตในเมืองหลวงแห่งนี้ นอกจากนี้ยังได้รับตราสัญลักษณ์ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นพันธมิตรกับพวกเราเผ่าเอลฟ์ ”
เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของจักรพรรดินีแฟร์ซ่าก็ต่างแสดงสีหน้าตกใจ เพราะพวกเขาไม่คิดว่าจักรพรรดินีแฟร์ซ่าจะมอบรางวัลให้กับมนุษย์และมังกรแบบนี้
ทันใดนั้นเอลฟ์ชายชราก็เดินออกมาและพูดขึ้นว่า “ องค์จักรพรรดินีให้รางวัลมากเกินไปหรือเปล่าครับ? ”
จักรพรรดินีส่ายหน้าและพูดขึ้นว่า “ พวกเจ้าก็รู้ว่าต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์มีความหมายกับพวกเราเผ่าเอลฟ์มากแค่ไหน ไม่แน่ว่าพวกเราเผ่าเอลฟ์จะสามารถเอาชนะสงครามและชิงตัวเมลิซ่ากลับมาได้อย่างสำเร็จ นอกจากนี้ก็ยังได้สังหารพวกปีศาจเหล่านั้นเพื่อแก้แค้นให้กับบรรพบุรุษอีกด้วย ”
คำพูดของจักรพรรดินีแฟร์ซ่าทำให้เอลฟ์ชายชราเถียงไม่ออกก่อนที่จะเดินกลับมาที่เดิน
“ สั่งคนให้ไปทำตราสัญลักษณ์มาให้กับกลุ่มนักผจญภัยเหล่านี้ ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดขึ้น เธอรู้ว่าไลท์และเฮลเฟลชเป็นกลุ่มนักผจญภัยจากองค์ชายราฟิส เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้มีแค่สองคนแน่นอนถ้าจะให้รางวัลก็ต้องให้เหมือนกันทั้งหมด
“ บอกมาสิว่ากลุ่มนักผจญภัยของเจ้ามีกี่คน เราจะได้สั่งให้คนทำตราสัญลักษณ์ได้ครบทุกคน ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดขึ้น
“ ทั้งหมดเจ็ดคน ” ไลท์ตอบ
“ เข้าใจแล้ว ซาร์ไปจัดการซะ ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าสั่ง
พ่อบ้านซาร์โค้งคำนับก่อนที่จะเดินออกจากห้องโถงหลักไป
“ เอาล่ะพวกเจ้าบอกข่าวเกี่ยวกับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ให้เราฟังหน่อย ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ ความจริงแล้วต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ใกล้ตายแล้ว ” ไลท์พูดขึ้น
ทันใดนั้นภายในห้องโถงก็พลันเงียบลงพร้อมกับพวกเอลฟ์ที่ทำสีหน้าตกใจ
“ ถึงแม้ว่าต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ใกล้ตายแล้วแต่มันก็ได้มอบเมล็ดพันธ์ุให้กับพวกเรามาเพื่อมอบให้กับเอลฟ์ตระกูลเมลเทียร์เพื่อทำตามสัญญาที่มันได้ให้ไว้ ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะมองไปที่เฮลเฟลช
เฮลเฟลชหยิบเมล็ดพันธ์ุของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ออกมาให้กับจักรพรรดินีและคนอื่นๆดู
จักรพรรดินีแฟร์ซ่าลุกขึ้นยืนและรีบวิ่งลงมาดูเมล็ดพันธุ์ในมือของเฮลเฟลชทันทีก่อนที่จะแสดงสีหน้าตื่นเต้น ส่วนเอลฟ์คนอื่นๆเองก็มาดูเมล็ดพันธุ์ในมือของเฮลเฟลชด้วยเช่นกัน
“ เป็นเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ!! มันเหมือนกับที่เขียนเอาไว้ในตำราเลย ” เอลฟ์ชายชราตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ เราขอจับมันได้ไหม? ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ ได้สิ ” ไลท์พยักหน้า
จักรพรรดินีแฟร์ซ่าหยิบเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์มาดูด้วยมือที่สั่นเทา
“ ในที่สุดพวกเราตระกูลเมลเทียร์ก็ทำตามคำสัญญาของบรรพบุรุษได้สำเร็จ!! ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
ในอดีตตระกูลเมลเทียร์ของเธอได้ส่งเอลฟ์จำนวนมากออกไปสืบข่าวเกี่ยวกับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์มาตลอดแต่ก็ไม่พบเบาะแสเลยทำให้ในช่วงหลายหมื่นปีที่ผ่านมาทำให้บรรพบุรุษหลายๆคนในตระกูลของเธอต่างก็เก็บความกังวลนี้เอาไว้จนเสียชีวิต โดยที่ก่อนที่จะเสียชีวิตทุกคนมักจะบอกให้จักรพรรดิในตอนนั้นตามหาต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ให้พบและนำมันกลับมาที่อาณาจักรเมลเทียร์โดยที่ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
“ ในเมื่อเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ได้กลับมาสู่มือของเอลฟ์ตระกูลเมลเทียร์แล้วเพียงเท่านี้หน้าที่ของพวกเราก็นับว่าเสร็จสิ้นแล้ว ” ไลท์พูดขึ้น
เมื่อจักรพรรดินีแฟร์ซ่าได้ยินก็ยิ่งรู้สึกเคารพพวกไลท์มากยิ่งขึ้น เพราะเขาสามารถนำเมล็ดพันธุ์นี้ออกมาขายเป็นเงินได้จำนวนมหาศาลแต่ทว่าพวกเขาไม่ทำแต่นำมามอบให้กับเธอแทน
“ เจ้ามีชื่อว่าไลท์สินะ นับจากนี้ไปเจ้าคือแขกของราชวงศ์เมลเทียร์ตลอดไปและถ้าหากเจ้ามีปัญหาในทวีปเอลฟ์ก็สามารถบอกเราได้ทุกเมื่อ เราจะส่งคนไปจัดการให้เองแม้ว่าเจ้าจะทำเรื่องใหญ่แค่ไหนก็ตาม ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดขึ้น
ในครั้งนี้เอลฟ์คนอื่นๆไม่มีท่าทีว่าจะขัดคำพูดของจักรพรรดินีแฟร์ซ่าแต่อย่างใด เพราะทุกคนรู้ดีว่าเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นั้นมีค่ามากกว่าที่ทุกคนจะจินตนาการได้
ด้วยการที่มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อีกหลายพันปีต่อมาเผ่าเอลฟ์จะค่อยๆเติบใหญ่ขึ้นเรื่อยๆและจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าปัจจุบันมาก เมื่อถึงตอนนั้นเผ่าเอลฟ์จะสามารถขึ้นมาเป็นเผ่าที่สามารถแข่งขันกับเผ่ามนุษย์และเผ่าปีศาจได้
ไม่นานพ่อบ้านซาร์ก็กลับมาในห้องโถงพร้อมกับถุงในมือ
พ่อบ้านซาร์มอบถุงในมือให้กับจักรพรรดินีแฟรซ่า
จักรพรรดินีแฟร์ซ่าตรวจสอบครู่หนึ่งก่อนที่จะมอบให้ถุงให้กับไลท์
“ ในนี้มีตราสัญลักษณ์ที่แสดงถึงตัวแทนของราชวงศ์เมลเทียร์ เราเชื่อว่าเมื่อทุกๆอาณาจักรเห็นตราสัญลักษณ์นี้ก็จะไม่เอาเรื่องพวกเจ้า แต่ถ้าหากพวกเขายังกล้าทำร้ายพวกเจ้าอีกเราจะเป็นคนลงมือด้วยตัวเอง ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดขึ้น
“ เข้าใจแล้ว ” ไลท์พยักหน้าและเก็บถุงไว้ในแหวนมิติก่อนที่จะพูดต่อว่า “ ถ้าหากไม่มีเรื่องอะไรแล้วพวกเราต่อตัว อีกอย่างตอนนี้พวกคุณก็ต้องวางแผนในการบุกเผ่าปีศาจเพราะฉะนั้นพวกเราคงไม่รบกวนพวกคุณแล้ว ”
จักรพรรดินีพยักหน้าก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ เราขอขอบใจพวกเจ้าอีกครั้งที่นำเมล็ดของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์มามอบให้กับพวกเรา ”
ไลท์ส่ายหน้าและพูดว่า “ เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ”
“ ซาร์เจ้าไปส่งสหายทั้งสองคนด้วย ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร
“ ครับองค์จักรพรรดิ ” พ่อบ้านซาร์โค้งคำนับและเดินนำพวกไลท์ไป
พ่อบ้านซาร์นำพวกไลท์ไปยังที่จอดรถม้าของราชวงศ์และสั่งให้คนขับพาไลท์และเฮลเฟลชไปส่งที่ที่พวกเขาต้องการไป
ในขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งรถม้าอยู่นั้น เครื่องมือสื่อสารของไลท์ก็ดังขึ้น
ไลท์รับสายก่อนที่ใบหน้าของเขาจะกลายเป็นเย็นชาและจิตสังหารก็ปะทุออกมาอย่างรุนแรง
“ เกิดอะไรขึ้นไลท์? ” เฮลเฟลชมองมาที่ไลท์ด้วยแววตาสงสัยเธอรู้ว่าจะต้องเกิดเรื่องอะไรบางอย่างแน่ๆถึงทำให้ไลท์เผลอปล่อยจิตสังหารออกมาแบบนี้
“ พวกเบเรียลถูกพวกเอลฟ์ทำร้าย พวกมันคือเจ้าพวกที่เราเจอก่อนที่จะเข้าอาณาจักรเมลเทียร์…ไปกันเถอะฉันจะไปดูสักหน่อยว่าคนที่กล้าทำร้ายคนของฉันมันจะแน่สักแค่ไหน ” ไลท์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและถีบประตูรถม้าและบินไปทันที เฮลเฟลชเองก็บินตามไปอย่างรวดเร็ว
เขตนอก สวนดอกไม้แถวๆชานเมือง
พวกเบเรียลและอัสลอนนอนกองกับพื้นพร้อมกับใบหน้าที่ซีดขาวและร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วน สายตาของทุกคนมองไปยังกลุ่มเอลฟ์หนุ่มด้านหน้าด้วยแววตาเย็นชาและโกรธเกรี้ยว
นอกจากเดธปาร์ตี้ที่นอนบนพื้นแล้วก็ยังมีเอลฟ์อีกกว่าสิบสามคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่แพ้กันนอนอยู่ด้วย ซึ่งเอลฟ์เหล่านี้ก็คือเอลฟ์ที่โจมตีพวกเบเรียล
“ เป็นอย่างไรบ้างล่ะอัสลอน? ” เป็นโรดิโก้ที่เป็นคนพูดขึ้นด้วยแววตาสะใจและหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
อัสลอนมองไปที่โรดิโก้ด้วยแววตาเย็นชาพร้อมกับมีจิตสังหารปรากฏขึ้นแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“ ถุย! รอลูกพี่มาก่อนเถอะฉันอยากจะรู้นักว่าพวกแกจะหัวเราะได้อีกนานแค่ไหน ” ไลก้าพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันแม้ว่าตอนนี้แขนซ้ายของเขาจะผิดรูปก็ตาม
“ เหอะ! เจ้ามนุษย์นั้นและมังกรนั้นน่ะนะ รีบๆให้มันมาสิฉันจะได้จัดการพวกมันในคราวเดียวเลย” โรดิโก้หัวเราะ ส่วนเอลฟ์หนุ่มที่อยู่ด้านข้างโรดิโก้ก็หัวเราะออกมาเช่นกัน
เมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงก่อน ในขณะที่พวกเขากำลังเดินเล่นอยู่ที่สวนดอกไม้ที่อยู่ตรงชานเมืองหลวง จู่ๆก็ถูกพวกโรดิโก้ซุ่มโจมตี
พวกโรดิโก้มีมากกว่ายี่สิบคนซึ่งแต่ละคนต่างก็เป็นถึงตัวตนระดับSและยังมีระดับSSอีกสามคน ซึ่งพวกของโรดิโก้ก็คือเอลฟ์ในตระกูลสายเลือดบริสุทธิ์ที่อยู่เมืองหลวงเมลเทียร์
เนื่องจากพวกเขามาจากตระกูลสายเลือดบริสุทธิ์ทำให้พวกเขากล้าที่จะโจมตีแบบเปิดเผยเพราะพ่อแม่ของพวกเขาต่างก็เป็นถึงตัวตนระดับSS
แม้ว่าเดธปาร์ตี้ทั้งหมดจะพยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ไม่สามารถต้านการโจมตีของระดับSSทั้งสามคนได้และเนื่องจากจำนวนคนที่มากเกินไปทำให้พวกเขาต้องพ่ายแพ้อย่างหมดท่าแต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็สามารถจัดการกับเอลฟ์ระดับSSไปหนึ่งคนและเอลฟ์ระดับSอีกสิบสามคนได้
“ เห้ยโรดิโก้นายจะเอายังไงกับเจ้าพวกมนุษย์นี้ต่อดี? จับพวกมันไปขายเป็นทาสดีไหมแถมพวกมันยังแข็งแกร่งขนาดนี้น่าจะขายได้ในราคาดีด้วยแถมพวกมันยังทำให้มาร์ติต้องได้รับบาดเจ็บ แล้วฉันจะกลับไปบอกพ่อของฉันได้ยังไง ” เอลฟ์หนุ่มที่อยู่ด้านข้างโรดิโก้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา ชื่อของเขาคือซอนไท
มาร์ติคือเอลฟ์ระดับSSที่ได้รับบาดเจ็บและก็เป็นคนของซอนไท
“ นั้นสิโรดิโก้ ถ้าหากเรื่องนี้รู้ถึงหูพ่อของฉันล่ะก็พ่อฉันเอาตายแน่ ” เอลฟ์หนุ่มอีกคนพูดเสริม ชื่อของเขาคือโฟนาส เพราะเอลฟ์ที่เขาพามาแปดคนมีหกคนได้รับบาดเจ็บสาหัสแถมพวกนี้คือตัวตนระดับSอีกด้วย
เอลฟ์ระดับSSสามคนที่นำมาด้วยคือผู้ติดตามของโรดิโก้ ซอนไทและโฟนาส
“ เอาพวกมันไปขายก็ได้แต่เงินต้องแบ่งกันนะพวก ” โรดิโก้หัวเราะ
“ เออเข้าใจแล้วแต่ฉันต้องได้มากกว่าเพราะมาร์ติได้รับบาดเจ็บแถมนี้ก็ใกล้กับช่วงเวลาที่ทำสงครามแล้วไม่รู้ว่าจะมีปัญหาอะไรอีกไหม ” ซอนไทส่ายหน้า
“ เออๆ นายเอาไปเยอะหน่อยก็ได้ซอนไท ” โรดิโก้ส่ายหน้า
“ แต่คิดไม่ถึงเลยนะว่ามนุษย์พวกนี้จะแข็งแกร่งขนาดนี้ ถึงขนาดทำให้ผู้ติดตามของเราต้องใช้มหาเวทย์กันเลยทีเดียว ” โฟนาสพูดขึ้นพร้อมกับนึกถึงการต่อสู้ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
แม้ว่ามนุษย์จะถูกซุ่มโจมตีแต่พวกเขาก็สามารถตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วและแต่ละคนก็ยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย ถึงขั้นบีบบังคับให้ผู้ติดตามของพวกเขาหลายคนต้องใช้มหาเวทย์เพื่อเอาชนะมนุษย์เหล่านี้ นอกจากนี้ผู้ติดตามของพวกเขากว่าสิบคนและมาร์ติที่เป็นระดับSSก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย
ในขณะที่พวกเขากำลังคิดว่าจะเอายังไงต่อดี จู่ๆก็บนท้องฟ้าก็มีดาบสีทองจำนวนมหาศาลพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว
“ ระวัง!! ” เอลฟ์ที่เป็นตัวตนระดับSSคหนึ่งตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ เพียงแต่มันก็ช้าไปแล้วเพราะดาบสีทองเหล่านั้นได้ทิ่มแทงใส่ร่างของเอลฟ์ทั้งหมดบนพื้น มีเอลฟ์ไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถหลบการโจมตีนี้ได้
จากนั้นดาบสีทองก็ระเบิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทางด้านพวกเบเรียลทุกคนต่างก็มีม่านพลังป้องกันเอาไว้เพื่อความปลอดภัยทำให้ไม่โดนแรงระเบิดที่จะเกิดจากดาบสีทองของไลท์
ไม่นานฝุ่นควันกระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่
“ มีเหยื่อหลุดรอดออกมาหลายตัวเลยแหะ ” ไลท์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา มีเอลฟ์ที่สามารถหลบการโจมตีของเขาเมื่อกี้ได้ถึงห้าคนโดยที่เป็นตัวตนระดับSSสองคนและระดับSอีกสามคน
“ ฉันจะจัดการเจ้าตัวใหญ่เองส่วนเธอเอาตัวเล็กไป ” ไลท์พูดขึ้น
“ ตกลง จริงสิฆ่ามันทิ้งได้เลยไหม? ” เฮลเฟลชถามขึ้น
“ ฆ่าพวกมันทิ้งซะ ไม่งั้นใครๆก็คงจะสามารถรังแกพวกเราได้แม้ว่าพวกเราจะต้องกลายเป็นศัตรูกับเผ่าเอลฟ์ก็ตาม ” ไลท์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาพร้อมกับจิตสังหารที่ก่อตัวขึ้น
“ รับทราบหัวหน้า ” เฮลเฟลชหัวเราะก่อนที่จะหายตัวไปทันที
ไลท์มองไปที่เอลฟ์รูปร่างสูงใหญ่ก่อนที่จะพุ่งไปหาทันที
“ เกิดบ้าอะไรขึ้นว่ะ ” มิคอรัสตะโกนด้วยความโกรธเพราะจู่ๆก็มีดาบสีทองจำนวนมากพุ่งลงมาจากฟ้าและฆ่าพวกของเขาไปเกือบทั้งหมด แม้แต่องค์ชายโรดิโก้ นายน้อยซอนไทและนายน้อยโฟนาสก็ถูกแรงระเบิดจนเสียชีวิตไปด้วยเช่นกัน
ทันใดนั้นมิคอรัสก็สัมผัสถึงจิตสังหารที่รุนแรงมาจากบนท้องฟ้าเขาจึงมองขึ้นไปทันทีก็พบว่าเป็นมนุษย์กำลังบินมาทางเขา
“ ไอสารเลวเอ้ย!! ” มิคอรัสตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวและบินไปหาไลท์ทันที
“ เหอะ ” ไลท์หรี่ตาลงก่อนที่จะหยิบดาบสวรรค์คืนพิภพออกมาแล้วใช้ท่าดาบตัดโลกาทันที
ฟุบ
ด้วยความเร็วและรุนแรงของดาบตัดโลกาทำให้มิคอรัสที่กำลังโกรธเกรี้ยวถึงกับหยุดชะงักก่อนที่จู่ๆร่างกายของมันก็ค่อยๆแยกออกเป็นสองส่วน
นอกจากนี้คลื่นดาบตัดโลกาของไลท์ก็ยังทะลุพื้นดินลงไปอีกหลายร้อยเมตร
ไลท์สังหารมิคอรัสตัวตนระดับSSได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว จากนั้นไลท์ก็มองไปที่เฮลเฟลชและเอลฟ์ระดับSSอีกคนหนึ่งที่กำลังต่อสู้กันอยู่ เพียงแต่ไม่นานกรงเล็บของเฮลเฟลชก็ทะลุหัวใจของเอลฟ์คนนั้น
ไลท์เดินมาหาพวกเบเรียลพร้อมกับสีหน้าเย็นชา เพราะร่างกายของพวกเบเรียลมีรอยแผลจำนวนมากและยังรุนแรงถึงขั้นแขนขาผิดรูปอีกด้วย
ไลท์สลายม่านพลังป้องกันก่อนที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก โชคดีที่เขายังมาทันไม่งั้นอาจจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับคนของเขาได้
“ ฉันขอโทษที่ทิ้งพวกเธอไว้ด้านนอก ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับใช้ลมปราณของเขาในการรักษาอาการบาดเจ็บของพวกเบเรียล
“ หลังจากที่พวกเธอหายดีแล้วฉันจะพาพวกเธอไปทำลายตระกูลของพวกมันทั้งหมด!! ” ไลท์พูดด้วยรอยยิ้มที่เย็นชาพร้อมกับจิตสังหารที่ปะทุออกมาอย่างต่อเนื่อง