มรรคาพลิกฟ้า

บทที่ 175 ดาบอัศนีวิชชุลั่น

        "โอ้..ระดับจักรพรรษดิ์สงครามถึงกับพ่ายแพ้..งั้นเจ้าหนุ่มกังหลงม้ามืดผู้นี้คงต้องจบสิ้นเพียงแค่นี้แล้ว  ดูท่าเจ้าชิวเฉินกังก็บังเกิดโทสะขึ้นจริง ๆ เจ้าหนุ่มนั่นคงต้องโชคร้ายแล้ว"

 

        เสียงพูดคุยสนทนากันสร้างความร้อนรุ่มห่วงใยให้กับหงษ์เหลี่ยน นางจึงหันไปกล่าวกับผู้เป็นบิดา

 

        "ท่านพ่อ เจ้าดาบอัศนีวิชชุลั่นนั้นรุนแรงมากหรือไม่เจ้าคะ มิทราบคุณชายกังหลงจะต้านรับได้รึไม่..?"

 

        ผู้นำตระกูลราชวงศ์ก็ถึงกับหน้าเคร่งเครียดลงเช่นกันยามที่เห็นชิวเฉินกังนำอาวุธชนิดนี้ออกมาเปิดเผย หันมองบุตรสาวด้วยความเห็นใจพร้อมกล่าวว่า

 

        "ดาบอัศนีวิชชุลั่นนั้น เป็นอาวุธระดับราชันย์ที่มีฤทธานุภาพมาก สามารถแผ่พลังปลดปล่อยพลังอัศนีเข้าโจมตีศิลาหมื่นปีที่ว่าแข็งแกร่งยิ่งให้มลายกลายเป็นธุลีจุลได้ภายในพริบตา ในคราครั้งนั้นเล่ากันว่าตอนเกิดเหตุสัตว์อสูรระดับสามอาละวาดเข่นฆ่าผู้คน มิมีผู้ใดกำราบได้ จนบรรพบุรุษตระกูลชิวต้องอันเชิญอาวุธระดับราชันย์ที่เคยปกปิดไว้ออกมา ดาบอัศนีวิชชุลั่นนั้นสามารถปล่อยสายฟ้าออกมาสะกดตรึงจนสัตว์อสูรหมดเรี่ยวแรงมิสามารถเคลื่อนไหวได้ เลยทำให้บรรพบุรุษของตระกูลชิวจัดการพิฆาตสัตว์อสูรที่ผิวหนังแข็งแกร่งตนนั้นจนดับดิ้นไปด้วยพลังสายฟ้าอันรุนแรงได้อย่างง่ายดาย เห็นทีครานี้เจ้าหนุ่มกังหลงนั่นคงยากจะรอดพ้นการบาดเจ็บล้มตายไปได้ อีกทั้งเจ้าหนุ่มชิวเฉินกังได้แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนบิดาสามารถสัมผัสได้ ถึงแม้นเจ้าตัวจะพยายามปกปิดให้มิดชิดแล้วก็ตาม"

 

        ได้ยินผู้เป็นบิดากล่าวเช่นนั้นหงษ์เหลี่ยนถึงกับหน้าซีดกระวนกระวายออกมาอย่างเห็นได้ชัด จนผู้นำตระกูลราชวงศ์นึกสงสาร จึงกล่าวปลอบใจขึ้น

 

        "เหตุการณ์อาจจะไม่เลวร้ายดังที่เจ้าคาดคิดก็เป็นได้ หงษ์ยี้เจ้าอย่ากังวลจนเกินไป เจ้ามิเห็นรึว่าเจ้าหนุ่มกังหลงคล้ายมิได้มีท่าทีหวั่นวิตกแม้แต่น้อย ดูไปคล้ายมิได้พบเห็นเหตุการณ์ว่าสิ่งที่กำลังเผชิญนี้เป็นสิ่งที่เกินกำลังของตน คงต้องรอดูต่อไปก่อน หากแม้นมีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นจริงบิดาจะหาทางช่วยเหลือเจ้าหนุ่มนั่นก็แล้วกัน"

 

        ได้ยินเช่นนั้นหงษ์เหลี่ยนก็คลายใจลง ชิวเฉินกังหลังจากนำดาบอัศนีวิชชุลั่นออกมาก็แผ่พลังลมปราณเข้าไปจนอาวุธเริ่มมีประกายแรงกล้าปรากฎสายอัศนีแลบแปลบปลาบไปทั่วทั้งตัวดาบมองดูน่าหวาดเสียวยิ่งนัก มันกระหยิ่มยิ้มเหยียดที่มุมปาก กล่าวลอดไรฟันออกมา

 

        "ครานี้ดูซิว่าเจ้าจะหลบหนีไปได้อย่างไร สายฟ้าจะตรึงเจ้าจนเป็นอัมพาตมิอาจเคลื่อนไหวได้ ก่อนนี้เจ้าทำให้ข้าเสื่อมเสียหน้าจนต้องเปิดเผยอาวุธของตระกูลออกมา แต่หลังจากนี้เจ้าจะมีโอกาสได้เห็นเพียงครั้งเดียวและเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตเจ้า ก่อนที่เจ้าจะมอดไหม้ดับดิ้นไป  ฮ่า ฮ่า ฮ่า..!!"

 

        กังหลงยิ้มอย่างใจเย็น สัมผัสได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นเกือบหนึ่งเท่าตัวของชิวเฉินกังยามเมื่อมีอาวุธระดับราชันย์อยู่ในมือ ความเป็นจริงปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นสายฟ้าหรือเปลวไฟนั้นยากที่จะทำอันตรายใด ๆ กับกังหลงได้ แต่ยามที่ดาบอัศนีวิชชุลั่นปรากฎขึ้นกังหลงพลันสัมผัสได้ถึงกระแสพลังจากดาบอัคคีโลกันต์อเวจีที่กำลังมีปฎิกิริยาเกิดขึ้นเหมือนได้เจอะเจอสิ่งที่มากระตุ้นเข้าให้ ทำให้ต้องขมวดคิ้วครุ่นคิดขึ้น

 

        "เจ้าดาบนี่เป็นอะไรไป ชั่วนาตาปีมิเคยเห็นจะมีปฏิกิริยาใด ๆ แต่แล้วเหตุไฉนจู่ ๆ ถึงกลับบังเกิดปฎิกริยาขึ้นมาเองได้ซะงั้น คล้ายมันอยากจะกระโจนออกมาทำอะไรสักอย่าง..หึ หึ ส่วนเจ้าชิวเฉินกังผู้นี้กลับคิดจะมาเล่นสายฟ้ากับข้า ก็เฉกเช่นมารำขวานต่อหน้าลู่ปัง เดี๋ยวข้าจะลองใช้สองมือนี่ดูซิว่าจะสามารถจัดการกับเจ้าดาบนี่ได้รึไม่..!!" 

 

        เมื่อโคจรถ่ายเทพลังเข้าสู่ดาบอัศนีวิชชุลั่นอย่างเต็มเปี่ยม ชิวเฉินกังทุ่มเทท่าร่างอย่างสุดกำลังพุ่งเข้าหากังหลงเงื้อดาบฟาดฟันเข้าสู้ร่างตรงหน้าพร้อมคำราม

 

        "บอกลาครอบครัวของเจ้าได้เลย...เป็นเจ้าเองที่บังอาจทำให้ข้าเสื่อมเสียหน้า บีบบังคับให้ข้าต้องทำเช่นนี้ ..ตายซะ..!!"

 

        "ฟ้าวววว..!!"

 

        "เปรี๊ยะ ..ๆ..!!"


        ร่างของชิวเฉินกังพุ่งอย่างรวดเร็วพร้อมดาบและสายฟ้าสีขาวขนาดใหญ่ฟาดโจมตีลงสู่ร่างที่ยืนตรงหน้าสายฟ้าแผ่ขยายออกไปสัมผัสร่างเบื้องหน้าคล้ายตรึงร่างนั้นไว้จนมิอาจเคลื่อนไหวได้ กังหลงเกร็งพลังลมปราณอย่างเปี่ยมล้นโคจรเคล็ดลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติสำแดงกายาทองแดงออกมาจนร่างกายผิวหนังกลายเป็นสีทองแดงจนหมดสิ้นยื่นมือออกไปรับสายฟ้าและดาบที่ฟาดลงมาผู้คนที่มองเห็นการกระทำเยี่ยงนี้ถึงกับตื่นตกใจพูดจากันจ้าละหวั่น

 

       "เจ้าหนุ่มนั่นเสียสติไปแล้วรึไงหรือไม่ต้องการมืออีกแล้ว..!!"

 

       "หรือเจ้าหนุ่มนั่นจะโดนสายฟ้าจากดาบอัศนีวิชชุลั่นนั้นสะกดจนมิอาจทำอันใดได้จึงได้แต่ต้องยืนยอมรับชะตากรรมเท่านั้น..ช่างน่าเสียดายนัก..!!"

 

       หลายคนต่างหลับตาลงมิอาจจะมองภาพที่ชายหนุ่มโดนสายฟ้าฟาดจนกลายเป็นจุลหรือโดนดาบฟาดฟันตัดร่างออกเป็นชิ้นส่วนต่างทอดถอนในหลับตาลง

 

       "โอ..มิน่าเลย.."

 

       "ปัง..!!"

 

       เสียงเหมือนดาบฟาดเข้าใส่แผ่นเหล็กดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวกระชากให้หลายคนที่กำลังหลับตาลงต้องลืมตาขึ้นดูอีกครั้ง บัดนี้เบื้องหน้ามิได้มีซากศพใด ๆมิมีโลหิตแปดเปื้อนให้เห็นเพียงเห็นชิวเฉินกังกำลังเงื้อดาบชี้ไปด้านหน้า สายตาของมันแตกตื่นเหมือนตกใจอะไรบางอย่าง  ขณะที่ด้านหน้าของชิวเฉินกังห่างไปราวสามเมตรยังยืนหยัดไว้ด้วยกังหลงที่มิมีสิ่งใดบุบสลายไปแม้แต่น้อย  

 

       "เกิดอะไรขึ้น..!!...เจ้าหนุ่มนั่นกลับใช้มือเปล่าต้านรับการโจมตีของดาบอัศนีวิชชุลั่นนั้นได้รึ  ..ไม่น่าเชื่อ..!!"

 

       "แรงโจมตีเพียงทำให้เจ้าหนุ่มกังหลงนั่นต้องถอยหลังออกไปเพียงสามเมตร..เป็นไปได้อย่างไรกัน ที่สามารถใช้มือเปล่ารับดาบสายฟ้านั่นได้...โอ้.."

 

       แม้จะรับดาบและสายฟ้าด้วยมือเปล่าได้แต่พลังโจมตีก็หาใช่จะทำให้กังหลงสบายไปไม่อานุภาพของดาบระดับราชันย์ ย่อมมิอาจจะดูถูกดูแคลนได้ การโจมตีนี้ถึงกับทำให้กังหลงกระเด็นถอยหลังไปถึงสามเมตรกว่าจะสลายพลังอันรุนแรงนี้ให้หมดไปได้แถมสองมือที่รับดาบนั้นแม้จะมิมีบาดแผลใด ๆแต่ก็รู้สึกเหมือนโดนขุนเขาบดทับจนรู้สึกชาด้านแสบร้อนไปทั่วจนแทบจะยกไม่ขึ้นฝ่ายตรงข้ามมิได้ออมรั้งพลังฝีมือใดๆ เลยแม้แต่น้อย

 

        หลังจากโคจรลมปราณชั่วครู่อาการชาด้านแสบร้อนจึงค่อย ๆ หายไป ครานี้กังหลงมิอาจประมาทได้อีกต่อไปอีกตัดสินใจดึงดาบอัคคีโลกันต์อเวจีออกมาในที่สุดเพราะแท้จริงกังหลงมิอาจต้านทานความต้องการของดาบที่คล้ายกำลังจะกระโจนออกมาเองเหมือนกำลังเรียกร้องสิ่งใดอยู่และด้วยการโจมตีที่ได้รับอีกทั้งรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาของชิวเฉินกังได้สร้างโทสะที่แท้จริงให้บังเกิดขึ้นแก่กังหลงแล้วฝ่ายตรงข้ามถึงกับต้องการสังหารตนอย่างแท้จริงเมื่อเป็นเช่นนี้ตนก็มิจำเป็นต้องปราณีให้อีกต่อไป เรียกดาบออกมาในทั้นที

 

       "คว้างงงง...ครืนน..!!"

 

       "บึ้ม..!!"

 

       เสียงดังสนั่นหวั่นไหวทันทีที่ดาบปรากฎออกมาและปักลงสู่พื้นเวทีประลองอันแข็งแกร่งจนสั่นสะเทือนไปทั่ว ดาบขนาดใหญ่ปักลงไปในพื้นศิลาเกือบครึ่งเล่มผู้คนที่เห็นดาบประหลาดขนาดใหญ่เช่นนี้ถึงกับตื่นตะลึงไปเช่นกัน

 

       "นั่น..มันดาบอะไรถึงได้ใหญ่โตขนาดนั้นสีสันแพรวพราวของมันทำจากวัตถุใดกันถึงกับสามารถปักไปในพื้นศิลาอันแข็งแกร่งเช่นนี้ได้น้ำหนักก็คงจะมิใช่ธรรมดาน่าจะหนักหลายพันกิโลเจ้าหนุ่มนั่นถึงกับใช้อาวุธประหลาดและมีน้ำหนักเช่นนี้ได้มิน่าถึงได้ใช้เพียงพลังกายต่อยเจ้ามู่หลงกระเด็นไปไกลถึงปานนั้น กำลังแขนคงไม่ธรรมดาจริง ๆ"

 


คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน