ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 5 บทที่ 128 ฟักตัวระดับรอง: หนอนระเบิดพลีชีพ

            ในขณะที่ลู่เซิ่งกำลังยืนบื้ออยู่กับที่พลางครุ่นคิดหาวิธีการสลัดคนเหล่านี้ให้พ้นไปได้ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน

            “เฮ้ คนข้างหน้าน่ะ ยืนเซ่ออะไรอยู่ รีบไปสิ!”

            “ถ้าผลสอบของพวกเราต้องล่าช้าเพราะนาย นายรับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะ!”

            “รีบไปได้แล้ว อย่ามัวแต่ชักช้าสิวะ เวรเอ๊ย!”

            เสียงตะโกนด่าทอดังขึ้นประโยคแล้วประโยคเล่า

            เมื่อเห็นลู่เซิ่งยืนนิ่งไม่ยอมไปต่อพวกผู้เข้าสอบหลายคนถึงกับตะคอกใส่อย่างเหลืออด

            “บ้าชะมัด”

            เมื่อได้ยินดังนั้นลู่เซิ่งก็ถึงกับแค่นยิ้มออกมาด้วยความโมโห

            เพราะเขาไม่คาดคิดเลยว่าไอ้พวกสารเลวกลุ่มนี้ที่คอยตามกินแรงคนอื่นจนเคยตัวจะถูกตามใจจนเสียนิสัยได้ขนาดนี้

            “พวกแกก็เล่นกันเองไปแล้วกัน ไอ้พวกเฮงซวย”

            เขาทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคเดียวพลางมองบนอย่างสุดเซ็ง จากนั้นก็หนีบสีข้างบังคับออสการ์ให้กระโดดเพียงครั้งเดียวแล้วในชั่วพริบตาก็พากันทะยานออกไปไกลกว่าร้อยเมตร

            ฟุ่บฟุ่บ ฟุ่บ...

            ในเสี้ยววินาทีหลังจากที่เขาจากไป

            โฮก

            อ๊าก

            บรู๊ว

            พร้อมกับเสียงคำรามอันบ้าคลั่งที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            ฝูงมอนสเตอร์จำนวนมหาศาลปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศและเริ่มเปิดฉากจู่โจมใส่กลุ่มคนทันที

            “อ้าว? แล้วอัศวินที่นำหน้าอยู่เมื่อกี้ล่ะ?”

            “เขาหายไปไหนแล้ว?”

            “แย่แล้ว รีบหลบเร็ว!”

            “อ๊าก...”

            วินาทีต่อมาท่ามกลางเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนกฝูงชนที่ไม่ได้ตั้งตัวก็ถูกมอนสเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วนกลืนกินเข้าไปทันทีบางคนเกือบจะเลือดลดจนเกลี้ยงหลอด สถานการณ์ในตอนนั้นเรียกได้ว่าโกลาหลถึงขีดสุด

            ส่วนลู่เซิ่งที่เป็นตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดได้อาศัยจังหวะนี้ใช้ความเร็วที่เหนือชั้นของออสการ์พุ่งทะยานขึ้นสู่กึ่งกลางเขาในคราวเดียว

            ตอนนี้ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่ถูกเขาทิ้งห่างไว้เบื้องหลังชนิดไม่เห็นฝุ่นซึ่งภายในครึ่งชั่วโมงนี้ไม่มีทางตามเขามาทันแน่นอน

            ลู่เซิ่งไม่ได้คิดจะชักช้าต่อเขาเตรียมจะเร่งความเร็วเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายให้เร็วที่สุด

            แต่ทว่าในตอนนั้นเองภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้ากลับดึงดูดความสนใจของเขาเข้า

            เห็นเพียง‘จอมเวทมิติ’ หวังเทียนอีที่นำหน้าอยู่เป็นคนแรก วอยด์แฟลชปรากฏขึ้นด้านหลังเขาครั้งแล้วครั้งเล่าทุกครั้งที่กะพริบวูบเขาสามารถข้ามระยะทางได้กว่าร้อยเมตรมอนสเตอร์ที่ปรากฏบนภูเขาหมื่นปีศาจไม่สามารถแตะโดนตัวเขาแม้แต่ชายเสื้อความเร็วนั้นรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ

            ทางด้านหลังของเขา‘ผู้ควบคุมแมลงแห่งเหวลึก’ หลงเฉินไล่ตามมาติดๆ โดยที่นางพญาแมลงเหวลึกกำลังทะยานไปข้างหน้าพร้อมกับวางไข่ไปตลอดทาง

            ใช่แล้ววางไข่จริงๆ

            ไข่แมลงสีขาวขุ่นสูงประมาณครึ่งเมตรถูกนางพญาแมลงเหวลึกวางทิ้งไว้ใต้เท้าลูกแล้วลูกเล่า

            ทุกครั้งที่มีมอนสเตอร์พุ่งเข้ามาจู่โจมหลงเฉินไข่เหล่านี้จะแตกออกทันที และฟักตัวออกมาเป็นฝูงอสูรประเภทแมลงจำนวนมหาศาลซึ่งมีมากเสียจนเรียกว่ามืดฟ้ามัวดินก็ไม่เกินไปนักเพียงแค่การบุกจู่โจมครั้งเดียวก็สามารถฉีกร่างมอนสเตอร์ที่ขวางทางจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยภาพที่เห็นนั้นน่าสยดสยองเป็นที่สุด

            ลำดับที่สามคือ‘เซียนกระบี่พเนจร’ อวิ๋นเทียนหลัน

            แต่ทว่าเขากลับแตกต่างจากหวังเทียนอีและหลงเฉินที่อยู่ข้างหน้าอย่างสิ้นเชิง

            แม้จะรั้งท้ายอยู่ในอันดับสามแต่ผู้ใช้อาชีพเฉพาะตัวที่หาได้ยากยิ่งในประเทศเสินเซี่ยคนนี้ก็ยังคงรักษาท่าทางสบายๆเอาไว้ได้ ไม่เพียงไม่แสดงอาการลนลานแม้แต่น้อย เขายังเอามือไพล่หลังใบหน้ายิ้มแย้ม สองเท้าเหยียบอยู่บนกระบี่บินอย่างผ่อนคลาย และรักษาระยะห่างที่ค่อนข้างปลอดภัยจากสองคนข้างหน้าไว้ตลอดเวลา

            ส่วนคนที่รั้งท้ายสุดคือ‘นักรบคลั่งอมตะ’ ฉู่เอ้าผู้ซึ่งเคยแสดงเจตนาเป็นศัตรูกับลู่เซิ่งมาก่อนหน้านี้

            ในฐานะที่เป็นนักรบเพียงคนเดียวในบรรดาทั้งสี่คนในด้านความเร็วนั้นฉู่เอ้าเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด

            ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามวิ่งสุดชีวิตแล้วก็ตาม

            แต่เมื่อต้องมาเทียบกับผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดอีกสามคนนอกจากเขาจะรั้งท้ายแล้ว ระยะห่างยังมีแนวโน้มที่จะยิ่งทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆอีกด้วย

            “ไม่ได้การ จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้”

            ในที่สุดฉู่เอ้าก็หมดความอดทน

            เมื่อเห็นว่าอย่างไรเสียตนเองก็ไล่ตามสามคนข้างหน้าไม่ทัน

            ประกอบกับในตอนนี้ตำแหน่งที่ทั้งสี่คนอยู่นั้นใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว

            ฉู่เอ้ากัดฟันกรอดตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาปลดปล่อยสกิลโจมตีระยะไกลใส่ทั้งสามคนทันที

            “จิตสังหารมรณะ”

            ฟึ่บฟึ่บ ฟึ่บ

            จิตสังหารสีแดงฉานอันแสนดุร้ายพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่สามผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดที่อยู่เบื้องหน้าทันที

            ปัง

            HP-692

            น่าสงสารที่หวังเทียนอีไม่ได้ระวังตัวแม้แต่น้อยจึงถูกสกิลนี้ของฉู่เอ้ากระแทกเข้าที่แผ่นหลังเต็มๆจนเกือบจะล้มหน้าคะมำอย่างไม่เป็นท่า

            “ฉู่เอ้า แกคิดจะทำอะไร?”

            หวังเทียนอีตะโกนลั่นด้วยความโมโหพลางหันกลับมาตวาดใส่เสียงดัง

            ทางด้านหลงเฉินเองก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ

            แม้ว่าการตอบสนองของเขาจะเร็วกว่าหวังเทียนอีเล็กน้อยและหลบการโจมตีของฉู่เอ้าได้ทัน

            แต่การถูกลอบโจมตีจากข้างหลังอย่างโจ่งแจ้งในการสอบระดับชาติเช่นนี้ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกโกรธเป็นธรรมดา

            จะมีก็เพียงแต่อวิ๋นเทียนหลันที่ยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่งราวกับว่าไม่มีเรื่องใดสามารถทำให้เขามีโทสะได้

            “เหอะ พวกแกทั้งสามคนเก่งแต่เรื่องความเร็วเนื้อหาการสอบรอบแรกนี้ไม่ยุติธรรมกับฉันเลยสักนิด”

            ฉู่เอ้าไม่ได้สนใจหวังเทียนอีและหลงเฉินเขาเบะปากตะโกนตอบโต้

            “ไอ้สารเลว”

            หวังเทียนอีได้ยินดังนั้นก็ด่าสวนทันควัน“เนื้อหาการสอบระดับชาตินี้พวกคุณผู้อาวุโสในวิหารเทพสงครามเป็นคนร่วมกันพิจารณาและตัดสินใจ ถ้าแกมีปัญหาก็ไปร้องเรียนกับพวกคุณที่วิหารเทพสงครามโน่นมาลงมือกับพวกเราที่นี่มันเกี่ยวอะไรด้วย?”

            “ฉันไม่สน ตราบใดที่พวกแกสามคนกล้าแซงหน้าฉันก็จะฆ่าพวกแกจากข้างหลังนี่แหละ”

            เมื่อเห็นดังนั้นฉู่เอ้าก็ไม่แสร้งทำเป็นดีอีกต่อไปเขาเริ่มออกลายพาลหาเรื่องอย่างไร้เหตุผลทันที...

            “ไอ้เวรเอ๊ย”

            หวังเทียนอีโกรธจนตัวสั่นเขาตัดสินใจไม่ไปต่อ แต่หันกลับมาเผชิญหน้ากับฉู่เอ้าพลางตวาดลั่น“คิดว่าฉันกลัวแกหรือไง?”

            พูดไปแล้วเขาก็ใช้สกิลออกไปโดยไม่ลังเล

            “เฉือนมิติ”

            วิ้งวิ้ง วิ้ง...

            เปรี้ยง

            ห้วงมิติแตกสลายเป็นเสี่ยงๆจนเกิดเป็นคมมีดมิติสีดำนับสิบเล่มพุ่งเข้าใส่ฉู่เอ้าหมายจะสับร่างของเขาให้เป็นชิ้นๆ

            “มาเลย สะใจจริงโว้ย ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

            แต่ฉู่เอ้ากลับไม่เกรงกลัวเลยสักนิดเขาถูมือด้วยความตื่นเต้นและตอบโต้กลับไปทันที

            “ปราณยุทธ์ไร้พ่าย”

            ตูม...

            ปราณยุทธ์อันดุร้ายรวมตัวกันเป็นระลอกคลื่นมหาศาลพุ่งทะยานไปยังทิศทางที่หวังเทียนอีอยู่มอนสเตอร์บางตัวที่เพิ่งจะหลุดพ้นจากผนึกออกมาและยังยืนไม่มั่นคงก็ถูกคลื่นพลังนี้ซัดจนร่างแตกกระจายเป็นชิ้นๆ ทันทีอานุภาพช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

            “ฟักตัวระดับรอง: หนอนระเบิดพลีชีพ”

            ในขณะเดียวกันหลงเฉินที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่นิ่งเฉย

            เขาเอ่ยสั่งการเบาๆไข่แมลงนับไม่ถ้วนที่อยู่ด้านหลังเขาก็พลันฟักตัวออกมาเป็นแมลงประหลาดสีเขียวเข้มกว่าร้อยตัวแล้วพุ่งเข้าใส่ฉู่เอ้าที่อยู่ไม่ไกลทันที

            ปังปัง ปัง ปัง ปัง ปัง...

            วินาทีต่อมาพร้อมกับเสียงระเบิดกัมปนาทที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องสามผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดก็เปิดฉากตะลุมบอนกันทันทีเพียงเพราะพูดจาไม่เข้าหูกัน

            “โอ้โห สามคนนี้ไฟแรงกันจริงๆ เว้ย”

            ในเวลาเดียวกันนั้นเองลู่เซิ่งที่อยู่ข้างหลังไม่ไกลนัก

            เมื่อมองดูสามผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดเบื้องหน้าเขาก็เผยสีหน้าสนใจออกมา

            เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะไปคว้าอันดับถึงแม้ว่าการสอบระดับชาติครั้งนี้เขาจะมีเหตุผลที่ต้องคว้าอันดับหนึ่งมาให้ได้ก็ตาม

            แต่ประธานผู้ตัดสินอย่างหลี่ชิวซานก็เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าในรอบคัดเลือกนี้จะไม่นำคะแนนไปรวมกับคะแนนสะสมทั้งหมด

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน