บทที่51 ขั้นกักเก็บพลัง
“เจ้าชื่อกุนไท่สินะ ท่านผู้พิทักษ์คาดหวังเอาไว้กับเจ้ามากรวมถึงข้าและผู้อาวุโสคุมตำหนักคนอื่นอีกด้วย!”ผู้นำนิกายกล่าวขึ้นพลางจับจ้องไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าของตนเอง
“ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ต้องผิดหวัง!รวมถึงท่านผู้นำนิกายและทุกคนที่เชื่อมั่นในตัวของศิษย์!” กุนไท่ตอบกลับไปด้วยความมั่นใจตัวเขามีความทะเยอทะยานอยู่แล้วสถานที่แห่งนี้เป็นแค่สำหรับทางผ่านและที่ฝึกฝนสำหรับเขาเท่านั้นสักวันเขาจะสามารถไปถึงขีดจำกัดสูงสุดของโลกบนนี้ แล้วจะทะยานไปสู่ดินแดนที่สูงกว่า!นั่นคือแดนเทพ!
ผู้นำนิกายพยักหน้าตอบรับคำพูดของชายหนุ่มเขาสามารถมองเห็นความทะเยอทะยานในแววตาของกุนไท่ได้ศิษย์ที่มีพรสวรรค์ที่มากกว่าผู้อื่นนั้นจะเป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด
“อาจารย์ของเจ้า มีข้าคอยดูแลท่านอยู่ เจ้าไปทำเรื่องของเจ้าเถอะ!” ผู้นำนิกายกล่าวขึ้น
“ศิษย์เข้าใจแล้ว! ศิษย์ขอตัวก่อน!” กุนไท่ตอบกลับไปพร้อมกับหายไปจากตรงนั้น
เขากลับมาที่บ้านพักของตน! วันนี้เขาได้เห็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่มาก!ถือเป็นโอกาสที่ดีในการทำความเข้าใจในพลังที่สูงยิ่งขึ้น เขาทำการนั่งขัดสมาธิพลางปิดตาลงทันทีพร้อมกับนึกถึงภาพของผู้แข็งแกร่งทั้งสองกำลังใช้พลังต่อสู้ที่คนนับล้านมิอาจไปถึงได้!
ภายในแหล่งกำเนิดพลังของกุนไท่นั้นมีดาวเคราะห์ขนาดเล็กดวงหนึ่ง!มันกำลังส่องแสงและขยายใหญ่ขึ้นทีเล็กทีละน้อยท่ามกลางราตรีที่มืดมิด! กุนไท่รู้สึกได้ว่าพลังของตนเองแข็งแกร่งมากขึ้นอย่างช้าๆ!
ทันใดนั้นดาวเคราะห์ขนาดเล็กนั้นมันขยายใหญ่จนกลายเป็นดาวเคราะห์ขนาดกลาง! และมันสามารถบอกได้ว่ากุนไท่ได้ทะลวงเข้าสู้ขั้นกักเก็บพลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!
ขั้นนี้นั้นเป็นขั้นที่ต้องสะสมพลังงานในบริมาณมากที่สุดเท่าที่แหล่งกำเนิดพลังของคนเราจะรับไหวจะมากหรือจะน้อยนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละคนดวงเคราะห์ขนาดกลางของกุนไท่ตอนนี้นั้นดูซีดจางไม่มีสีสันเหมือนก่อนหน้านี้ สิ่งที่เขาต้องทำต่อไปคือทำให้ดาวเคราะห์ดวงนั้นมีสีสันจนเต็มดวง!
กุนไท่ระเบิดพลังปราณขึ้นอย่างฉับพลันโดยไม่ได้ตั้งใจและเก็บกลิ่นอายไว้เพื่อไม่ให้มันแพร่กระจายออกมา ก่อนนอนหลับเพื่อเข้าไปในโลกแห่งความฝัน
ณ โลกแห่งความฝัน
กุนไท่ลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นว่าตนเองอยู่ในโรงเตี้ยมภายในเมืองต้าหวางครั้งนี้เขาตัดสินใจที่จะไปราชวงศ์หย่ง!เพื่อไปเข้าร่วมตามแผนที่ชายหนุ่มได้วางเอาไว้
เมื่อเขามาถึงที่วังหลวงของราชวงศ์หย่งนั้นกุนไท่เข้าไปหาทหารยามที่เฝ้าประตูเพื่อแจ้งว่าเขามาหาผู้อาวุโสสิบสี่และยี่สิบทหารยามไม่กล้าเสียมารยาทกับกุนไท่เนื่องเพราะผู้ที่สามารถมาหาผู้อาวุโสสิบสี่และยี่สิบได้นั้นต้องเป็นผู้ที่มีเบื้องหลังค่อนข้างดี แม้พวกเขาจะเป็นผู้อาวุโสระดับต่ำก็ตาม!
กุนไท่เดินเข้าไปในวังหลวงตามการนำทางของทหารยามภายในตกแต่งอย่างสวยงามและหรูหรา วัสดุที่ทำพวกประตู โต๊ะเก้าอี้นั้นเป็นของมีค่ามากแม้กระทั่งพื้นทางเดินหินยังทำมาจากหินอุกกาบาตที่มีอายุอย่างน้อยหลายพันปี!
ทหารยามผายมือไปทางด้านหน้าของกุนไท่พร้อมกับเบี่ยงตัวไปด้านข้างเพื่อเป็นมารยาทและกล่าวขึ้นมาว่า
“นายน้อย!เชิญเข้าไปในสวนของตำหนักผู้อาวุโสสิบสี่เลยครับพวกท่านทั้งสองรออยู่ในสวนเพื่อรอท่านแล้ว! ข้าน้อยขอตัว!”
กุนไท่มองไปทางที่ทหารยามบอกก่อนจะก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสบายอารมณ์เมื่อผู้อาวุโสสิบสี่และยี่สิบเห็นการมาของกุนไท่นั้นพวกเขาก็ยืนขึ้นพร้อมกับกล่าวออกมาว่า
“นายน้อยกุน!ในที่สุดท่านก็มาแล้ว! พวกข้ากำลังรอท่านอยู่เลยเรื่องการที่ให้ท่านเข้าร่วมนั้น ข้าน้อยได้จัดการเรียบร้อยแล้ว รวมถึงที่พักของท่าน! ท่านสามารถพำนักที่นี่ได้เลย!”
กุนไท่พยักหน้าตอบรับก่อนจะเอ่ยอย่างเชื้องช้าว่า
“ข้าจะยังอยู่แล้วตอนนี้สถานการณ์ภายในเมืองต้าหวางและภายในราชวงศ์หย่งเป็นอย่างไรบ้างรวมถึงอำนาจมากมายภายในนี้!”
“ตอนนี้สถานการณ์ในเมืองต้าหวางยังคงปกติทุกอย่างเพียงแต่มีสมาคมชาวยุทธเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว!”
ผู้อาวุยี่สิบเป็นคนแรกที่กล่าวออกมา
“สมาคมชาวยุทธคือ?” กุนไท่กล่าวถามด้วยความสงสัย
“มันคือผู้ฝึกยุทธที่แข็งแกร่งมากมายรวมตัวกันพวกมันมีจุดมุ่งหมายคือการรวบรวมทุกคนบนโลกนี้ให้เป็นคนสมาคมของพวกมัน! แต่หากใครกล้าขัดขืนหรือมิยินยอมก็จะต้องถูกกำจัดไปสาเหตุที่พวกมันต้องการรวบรวมคนมากขนาดนี้นั้นเพราะผู้นำของพวกมันบ่มเพาะเกี่ยวกับศาสตร์ของปีศาจที่ทำให้แข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกยุทธปกติมันต้องใช้คนจำนวนมากเป็นเครื่องสังเวยเพื่อทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นแม้แต่ราชวงศ์หย่งของเรานั้นยังมิอาจสามารถจัดการมันได้โดยง่าย!”
ผู้อาวุโสกล่าวตอบ
“แล้วสถานการณ์ของที่นี่?” กุนไท่ถามต่อ
“ตอนนี้เริ่มมีสงครามภายในกันแล้ว! เนื่องจากท่านองค์จักรพรรดิใกล้สวรรคตแล้ว คาดว่าท่านองค์จักพรรดิคงอยู่ได้ไม่เกินอีก10 ปี ด้วยเหตุนี้องค์รัชทายาทจะได้ขึ้นครองราชย์แทน แต่ว่าองค์ชายสองและองค์ชายสามนั้นไม่ยินยอมและวางแผนการอย่างลับๆเพื่อกำจัดองค์ราชทายาทให้พ้นทาง!”คราวนี้เป็นผู้อาวุโสสิบสี่ที่กล่าวตอบออกมา
(ผมใช้ศัพท์ถูกหรือเปล่าครับ ผมไม่รู้ว่าคำว่าสวรรคตใช้กับจีนได้หรือเปล่าครับถ้าผิดสามารถบอกได้นะครับ)
“เป็นเช่นนี้นี่เอง!แล้วพวกท่านทั้งสองเล่าที่ให้การสนับสนุนผู้ใด?” กุนไท่กล่าวพลางครุ่นคิด
“พวกข้าทั้งสองให้การสนับสนุนองค์รัชทายาท!”ผู้อาวุโสทั้งสองกล่าวตอบ
“อย่างงั้น ข้าจะให้การช่วยเหลือองค์รัชทายาท! เพียงแต่ตอนนี้ข้ายังคงอ่อนแอเกินไป! ข้าต้องใช้เวลาอีกหลายปีถึงจะสามารถช่วยเหลืออีกฝ่ายได้และองค์จักรพรรดิยังมีอายุอีก 10 ปี ข้ายังมีเวลาอยู่ช่วงนี้คงไม่มีใครกล้าผลีผลามลงมืออย่างแน่นอน! และตอนนี้ข้าคงต้องไปหาสหายของข้าก่อนอีกนานกว่าข้าจะกลับ” กุนไท่กล่าวจบก็หันตัวเดินจากไป
ผู้อาวุโสทั้งสองมองหน้ากันไปมาพวกเขารู้สึกแปลกพิกลที่มีชายหนุ่มอายุน้อยตรงหน้าของพวกเขาพูดจาใหญ่โตนักแต่พวกเขาก็ทำไรไม่ได้ถ้าในเมื่ออีกฝ่ายต้องการสนับสนุนองค์ราชทายาทเช่นเดียวกับพวกเขา! พวกเขาก็ยินดีอย่างยิ่ง
กุนไท่ตอนนี้ได้ออกมาจากวังหลวงแล้วเขาเดินไปทางสำนักมังกรครามเพื่อไปหาเจียวเหม่ยกุนไท่คาดว่าตอนนี้นางคงออกมาจากการทดสอบแล้ว!